second paradigm of Mesopotamia

second paradigm of Mesopotamia กระบวนทรรศน์ที่ 2 ในเมโสโพเทเมีย ผู้แต่ง : เอนก  สุวรรณบัณฑิต ผู้ปรับแก้ :  กีรติ  บุญเจือ ชาวแบบิโลเนียสังเกตท้องฟ้าจนเข้าใจวัฏจักรของการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดาวเคราะห์  ว่าเคลื่อนติดไปกับครอบฟ้าก็จริง  แต่ก็เปลี่ยนตำแหน่งไปวันละนิด ๆ ทุกวันอย่างไม่เท่ากัน โดยแต่ละดวงมีวัฏจักรเฉพาะของตนที่สามารถกำหนดได้  พวกเขารู้จักแบ่งความนานของวัน (กลางวันกับกลางคืน) ออกเป็น 24 ส่วน เรียกว่า ชั่วโมง ชั่วโมงแบ่งออกเป็น 60 ส่วน เรียกว่า นาที และนาทีแบ่งออกเป็น 60 ส่วน เรียกว่า วินาที พวกเขาสังเกตว่าทุกวันจุดสุดยอดของดวงอาทิตย์จะเคลื่อนไปนิดหนึ่งบนครอบฟ้าเป็นวงกลมปีละรอบ  โดยเทียบกับตำแหน่งตายตัวของดาวฤกษ์   เรียกว่า จักรราศี (sodiac)  พวกเขาจึงแบ่งวงกลมนั้นเป็น 12 ส่วน เท่า ๆ กัน เรียกว่า 12 ราศี (sodiacal sign) โดยมีเนื้อที่เท่ากับ 30 องศา ของเสี้ยววงกลมแห่งจักรราศี  แต่ละราศีได้ชื่อตามกลุ่มดาวฤกษ์ที่ประจำอยู่ คือ  ราศีเมษ (Aries = … Continue reading second paradigm of Mesopotamia

second paradigm in India

second paradigm in India กระบวนทรรศน์ที่ 2 ในชมพูทวีป ผู้แต่ง : เอนก  สุวรรณบัณฑิต ผู้ปรับแก้ :  กีรติ  บุญเจือ วิจารณญาณของชาวชมพูทวีป พระเวทเป็นบันทึกฉบับแรกของชาวชมพูทวีปและของโลก ซึ่งบันทึกด้วยการท่องจำถ่ายทอดกันต่อ ๆ มา เป็นตัวเป็นตนแน่นอนในราวปี ค.ศ.1000 พระเวทแสดงให้เห็นวิจารณญาณว่าทำไมพลังในธรรมชาติจึงขัดแย้งและลบล้างกัน สาเหตุที่เกิดปัญหาเช่นนี้ขึ้นก็เพราะชาวชมพูทวีปฉลาดมากขึ้น มีวิจารณญาณมากขึ้น จึงสามารถจำแนกพลังละเอียดมากขึ้น ยิ่งจำแนกมากก็ยิ่งเห็นความขัดแย้งกันมากขึ้น ผู้มีวิจารณญาณเด่นพบคำตอบน่าพอใจว่ามีเทพเจ้าประจำพลังต่าง ๆ กัน เมื่อเทพขัดแย้งกัน พลังในธรรมชาติก็ขัดแย้งกัน วิจารณญาณพบปัญหาต่อไปว่า แล้วทำไมโลกจึงไม่แตกสลาย พระเวทที่แต่งขึ้นในระยะหลังให้คำตอบว่า เพราะมีเทพองค์หนึ่งยิ่งใหญ่กว่าเทพอื่น ๆ ทั้งหมด เทวราชดังกล่าวคือ พระพรหม ลัทธิพราหมณ์จึงเกิดขึ้น ลัทธิพราหมณ์เชื่อในปรมาตมัน (Brahman) หมายถึง สิ่งที่ยิ่งใหญ่อันเป็นที่รวมของทุกสิ่งทุกอย่างในสากลโลก ได้แก่ “พรหม” ปรมาตมันกับพรหมจึงเป็นสิ่งเดียวกัน ซึ่งมีลักษณะสำคัญ คือ เกิดขึ้นเอง สถิตย์อยู่ในสิ่งทั้งหลาย ไม่อาจรับรู้ได้ด้วยผัสสะ เป็นต้นกำเนิดและปลายทางของจิตทั้งหลาย เป็นความเป็นจริงสิ่งเดียว เป็นผู้ให้และทดสอบ ญาณ/ฌาณ ปัญญา และศานติ มีสภาพเดิมแท้ตลอดกาล จิตวิญญาณทั้งหลายในโลกต่างๆ ล้วนแยกตัวออกมาจากปรมาตมัน เมื่อแยกออกมาแล้ว ก็เข้าจุติในชีวิตรูปแบบต่างๆ เช่น … Continue reading second paradigm in India

Pythagoras

Pythagoras เผอแธกเกอเริส ผู้แต่ง : รวิช  ตาแก้ว ผู้ปรับแก้ :  กีรติ  บุญเจือ เผอแธกเกอเริส (Pythagoras, ปีทาโกรัส , ไพธาโกราส) เป็นชาวเมืองไมลีเทิส (Miletus) เป็นอาณานิคมกรีกเผ่าไอโอเนียตามชายฝั่งเอเชียไมเนอร์ตอนตะวันตกเฉียงใต้ ไมลีเทิสเป็นเมืองใหญ่ที่สุดและเจริญที่สุดในบรรดาอาณานิคมแถบนี้ซึ่งรวมตัวกันอย่างหลวม ๆ (คือไม่ขึ้นต่อกันและเป็นอิสระต่อกันในการปกครอง)  เป็นสันนิบาตนครรัฐไอโอเนีย (the League of Ionia) ซึ่งประกอบด้วย 10 เมืองบนบกคือ Phocaea, Clazomenae, Erythrae, Teos, Lebedos, Colophon, Ephesus, Priene, Myus, Miletus รวมกับอีก 2 เมืองบนเกาะชายฝั่งคือ Chios และ  Samos เกาะเซมัสนอกชายฝั่งของเมืองไมลีเทิสออกไปเพียง 4-5 กิโลเมตร เป็นเมืองใหญ่ที่สองรองจากไมลีเทิสและแข่งกันเป็นผู้นำของสมาพันธ์ไอโอเนีย  และมีหวังจะชิงตำแหน่งผู้นำได้ เพราะเซมัสมีกษัตริย์เผอแธกเกอเริส (Polycratesคอ. ก.ค.ศ.525-22) ผู้แสดงความสามารถทั้งการทหาร  การปกครองและสนใจศิลปวิทยาการรอบด้าน แต่น่าเสียดายที่ปกครองด้วยระบอบเผด็จการจนได้ชื่อว่าเป็นทรราช  เป็นเหตุให้เผอแธกเกอเริส (Pythagoras ก.ค.ศ.580-500) นักปราชญ์ชาวเซมัสไม่พอใจ  พาลูกศิษย์ไปตั้งสำนักที่ภาคใต้ของอิตาลี  จนได้รับการยกย่องว่าบรรลุญาณวิเศษ   คำสอนทุกข้อจึงถือเป็นสัจธรรม  เป็นที่รู้กันว่าถ้าอ้างคำว่า Ipse … Continue reading Pythagoras

philosophy, origin of

philosophy, origin of  กำเนิดของปรัชญา ผู้แต่ง : รวิช  ตาแก้ว ผู้ปรับแก้ :  กีรติ  บุญเจือ เนื่องจากปรัชญาคือ philosophy ซึ่งแปลว่า ความอยากรู้อยากเรียนอยากฉลาด  เรียกสั้นๆ ได้ว่าความสนใจรู้  ความสนใจรู้ย่อมเริ่มจากการมีคำถาม  และโดยสัญชาตญาณแห่งมนุษย์  เมื่อมีคำถามขึ้นในใจก็อยากหาคำตอบ  มนุษย์คนแรกมีคำถามแรกเมื่อใดก็เมื่อนั้นแหละคือจุดเริ่มต้นของปรัชญา  ปรัชญามีมาตั้งแต่ขณะนั้น  ปรัชญาอุบัติขึ้น ณ ขณะนั้นพอดี มนุษย์คนนั้นเป็นมนุษย์คนแรกก็เพราะมีคำถามแรกเกิดขึ้นในใจของเขา  ใจของเขานั้นคือปัญญาแรกของมนุษยชาติ  เขาผู้นั้นกลายเป็นมนุษย์คนแรก  และเป็นผู้คิดปรัชญาแรกของมนุษยชาติ  พูดง่าย ๆ ได้ว่าปรัชญาเริ่มมีมาพร้อมกับเริ่มมีมนุษย์คนแรก  เพราะจะมีคำถามแรกโดยยังไม่มีมนุษย์เลยไม่ได้  และจะมีมนุษย์คนแรกโดยยังไม่มีคำถามใด ๆ เลยบนโลกย่อมไม่ได้เช่นกัน  ดังนั้นคำถามแรกย่อมเกิดขึ้นกับมนุษย์คนแรก และ ณ จุดนั้นสัตว์ตัวนั้นกลายเป็นนักปรัชญาคนแรก ณ บัดนั้น คำถาม (question) ที่เป็นจุดก่อตัวของปรัชญานั้น  ย่อมไม่เป็นเพียงปัญหา (problem) จะเห็นเพียงปัญหาแรกเท่านั้นไม่พอให้นับเป็นปรัชญา  เพราะสัตว์เดรัจฉานก็มีปัญหาได้  ปัญหาจากสัญชาตญาณ (problem from instinct) ย่อมเกิดขึ้นได้เสมอโดยไม่ต้องอาศัยปัญญา  เฉพาะปัญหาที่เกิดจากการตรึกตรอง (problem from reflection) เท่านั้นจึงจะเป็นคำถามและเป็นจุดเริ่มต้นของปรัชญาเพราะมันสร้างความสนใจให้แสวงหาคำตอบซึ่งไม่จำเป็นต้องตอบสนองความต้องการของสัญชาตญาณ ปัญหามี 2 ระดับ คือ ระดับสัญชาตญาณ … Continue reading philosophy, origin of

Atomism on ethic

Atomism on ethic จริยธรรมลัทธิปรมาณูนิยม ผู้แต่ง : รวิช ตาแก้ว ผู้ปรับแก้ : กีรติ บุญเจือ เดอมาคเครอเทิส ( Democritus, ก.ค.ศ. ๔๖๐-๓๒๖ ) สอนอภิปรัชญาว่า ความจริงเป็นสสารเพียงอย่างเดียว ซึ่งแบ่งออกได้ถึงหน่วยย่อยที่สุดเรียกว่าอะตอม อะตอมเป็นสิ่งนิรันดร ไม่รู้เกิดไม่รู้ตาย ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าในส่วนใด สิ่งต่างๆ เกิดจากการรวมตัวของอะตอมชั่วคราว และสูญหายไปเมื่อกลุ่มอะตอมแตกแยกตัวออกจากกันคนแต่ละคนเป็นผลจากการรวมตัวชั่วคราวของอะตอม ตายไปแล้วไม่มีอะไรเหลือนอกจากอะตอมที่มีสภาพคงเดิม ดังนั้น ตราบใดที่มีชีวิตเป็นคน ก็ควรจะหาความบันเทิงใส่ตัวให้เต็มที่ อย่าให้เสียชาติเกิดที่บังเอิญได้เป็นคนคนนี้เพียงครั้งเดียว Continue reading Atomism on ethic

ความเป็นมนุษย์

ความเป็นมนุษย์ manness ผู้แต่ง : ศุภชัย ศรีศิริรุ่ง ผู้ปรับแก้: กีรติ บุญเจือ “มนุษย์เป็นสัตว์เหตุผล (Man is rational animal) นิยามนี้มาจาก Aristotle ที่ว่า Anthropos zoion echon logon” นิยามของมนุษย์ดังกล่าวถูกอ้างถึงในงานวิชาการต่าง ๆ และถูกสอนต่อ ๆ และตาม ๆ กันมาว่าเป็นนิยามโดย Aristotle ซึ่งโดยส่วนใหญ่ก็เชื่อว่าจริงเช่นนั้น (ต้องยอมรับว่าส่วนหนึ่งนั้นเชื่อเพราะความศรัทธาใน Aristotle) จนบางคนถึงกับยกไว้เป็น ปฐมบท (assumption) ของตน โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักปรัชญาสายเหตุผลนิยม และปฏิฐานนิยมที่บูชา “เหตุผล” ว่ามีคุณค่าเหนือสิ่งอื่นใด ในการแสวงหาความรู้ เพราะเป็นคุณสมบัติที่สำคัญที่สุดของมนุษย์ตามคำนิยามข้างต้น ทำให้ละเลยและมองข้ามสมรรถภาพคิดด้านต่าง ๆ ของมนุษย์ที่ลึกซึ้งและมีอยู่มากมายไปอย่างน่าเสียดาย ถ้าวิเคราะห์จากคำนิยามในภาษากรีกที่เป็นภาษาดั้งเดิมของ Aristotle แล้วจะพบว่า Aristotle ให้นิยามว่า “มนุษย์เป็นสัตว์โลกที่มี logos” (Anthropos zoion echon logon) ต่างหาก ซึ่งคำว่า “logos” นั้นไม่ได้แปลว่า “เหตุผล” อย่างตรงไปตรงมาตามที่คนสมัยปัจจุบันเข้าใจในคำนิยามดังกล่าวของ Aristotle ที่ผ่านการแปลจากภาษาอังกฤษ ในภาษากรีก … Continue reading ความเป็นมนุษย์

คนเป็นสัตว์ปรัชญา

คนเป็นสัตว์ปรัชญา Man is philosophical animal ผู้แต่ง : สุดารัตน์ น้อยแรม ผู้ปรับแก้ : กีรติ บุญเจือ ปรัชญาเกิดจากความอยากรู้อยากเห็นของมนุษย์ แฝงอยู่ในตัวของมนุษย์ทุกคน นั่นเป็นเพราะมนุษย์มีสัญชาตญาณในการเรียนรู้ ซึ่งตรงกับความหมายดั้งเดิมของคำว่าปรัชญา (Philosophy) ตามภาษาดั้งเดิมแปลความหมายได้ว่า ความอยากรู้ อยากเรียน และอยากฉลาด (ดังนั้นเมื่ออยากฉลาดจึงต้องเรียนรู้ในปรัชญา) มนุษย์เป็นสัตว์โลกที่มีความสามารถในการคิดและใช้เหตุผล มนุษย์ทุกคนมีความเป็นนักปรัชญาอยู่ในตัวเอง ความอยากรู้อยากเห็นเกิดขึ้นเพราะมนุษย์มักจะตั้งคำถามว่า “ทำไม?” เนื่องจากมนุษย์เป็นสัตว์โลกประเภทเดียวที่มีเหตุผล ทำให้เกิดความอยากรู้ อยากเข้าใจในสิ่งต่าง ๆ รอบตัวที่ล้วนแล้วแต่เป็นปริศนาให้ขบคิด ไม่ว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตหรือ ไม่มีชีวิตก็ตาม เพราะทุกสิ่งทุกอย่างที่มนุษย์มองเห็นล้วนแล้วแต่ให้น่าฉงนสนเท่ห์ด้วยกันทั้งสิ้น แม้แต่ชีวิตของมนุษย์เองก็เป็นสิ่งที่น่าเรียนรู้ไปไม่น้อยกว่าโลกและจักรวาล ความอยากรู้อยากเห็นเพื่อให้ได้คำตอบในเรื่องราวต่าง ๆ ที่สงสัยและไม่เข้าใจ เป็นแรงจูงใจที่มีความสำคัญ ทำให้มนุษย์ไม่ยอมที่จะหยุดนิ่งเฉย ยังคงมุ่งที่จะค้นคว้าแสวงหาความรู้ ตราบใดที่มนุษย์ยังไม่ได้คำตอบจากความรู้ที่ตนเองต้องการ จิตที่มีความอยากรู้อยากเห็นก็จะไม่มีทางที่จะสงบและเป็นสุขได้เลย ด้วยเหตุที่ความรู้เป็นสิ่งที่ไม่ขอบเขตจำกัดและจับต้องไม่ได้ มนุษย์จึงต้องแสวงหาความรู้สืบต่อกันไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีที่สิ้นสุด ซึ่งเป็นสิ่งที่มนุษย์ต้องแลกกับการเป็นสัตว์โลกที่มีเหตุผล ใจความสำคัญในปรัชญาคือ การแสวงหาความจริงตั้งแต่ระดับธรรมดาสามัญไปจนถึงระดับสูงสุดของสิ่งต่าง ๆ ในแบบของรูปธรรมและนามธรรม เพื่อตอบสนองความอยากรู้ อยากเห็นของมนุษย์ โดยมีเป้าหมายให้รู้จักมองปัญหาให้เป็น มองหาคำตอบให้ได้ และรู้จักนำส่วนที่ดีของคำตอบมาประยุกต์ใช้ แล้วนำความรู้นั้นมาเป็นแนวทางในการพัฒนาคุณภาพชีวิต ปรัชญาจึงเป็นแก่น (Core) ของวิชาทั้งหลาย การคิดเชิงปรัชญาต้องคิดอย่างมีเหตุผล แยกแยะวิเคราะห์หาสาเหตุของเรื่องนั้น ๆ … Continue reading คนเป็นสัตว์ปรัชญา