พุทธธรรมมาภิบาล

พระครูโอภาสสราธิคุณ (ชาตรี อาสโภ) ;  “พุทธธรรมาภิบาล” ปรากฏครั้งแรกในเอกสารการประชุมวิชาการระดับนานาชาติ The 8th conference of the United Nations Day of Vesak จัดขึ้น ณ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดย อุทัย สติมั่น (2554) ในหัวข้อ พุทธธรรมาภิบาลสำหรับผู้นำยุคโลกาภิวัฒน์  บนแนวคิดว่าการศึกษาหลักธรรมาภิบาลตามแนวคิดของ… Read more “พุทธธรรมมาภิบาล”

ปรัชญาหลังนวยุคสายกลางกับภาวะหลายพรรคการเมือง

ผศ.(พิเศษ) ดร.เอนก สุวรรณบัณฑิต การพัฒนาคุณภาพชีวิตเป็นเป้าประสงค์ตามแนวทางกระบวนทรรศน์ปรัชญาหลังนวยุคสายกลาง คุณภาพชีวิตอย่างหนึ่งที่สำคัญในแนวคิดนี้ก็คือ การอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขของผู้คนในสังคมที่มีความหลากหลายทางความคิด ความเชื่อ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม จนถึงระดับพหุวัฒนธรรม อันเป็นการยอมรับการมีอยู่ของวัฒนธรรมย่อยในฐานะค่านิยม ขนบธรรมเนียมของกลุ่มชาติพันธุ์ กลุ่มคน สังคมและประเทศ โดยที่สอดคล้องและอยู่ร่วมกับวัฒนธรรมหลักได้อย่างสงบสุข ทั้งนี้ มนุษย์หวังในความสุขสงบสันติ จึงควรทบทวนตนเอง ย้อนพิจารณาประสบการณ์ต่างๆ ที่ผ่านมาในชีวิต หาจุดที่สงบสุข หรือจุดที่ตนมีสันติที่ชัดเจน แล้ววางเป็นภาพจำหรือภาพตัวแทนเพื่อกำหนดแนวทางของการมีใจที่จะดำรงความสันติและร่วมมือในการสร้างสันติภาพแก่โลก

คุณค่าของความสุข

อ.ดร.สิริกร อมฤตวาริน… กระบวนทรรศน์ปรัชญาหลังนวยุค (postmodern philosophical paradigm) ส่งเสริมแนวคิดมนุษยนิยม (Humanism) เพื่อการยอมรับความแตกต่างหลากหลาย   และชี้ว่าความดีสูงสุดที่ควรแสวงหาและยึดถือเป็นอุดมคติของชีวิตนั้นมีมากมายหลายสิ่ง  ไม่ว่าจะเป็นความสุขกาย  ความสบายใจ  ปัญญาความรู้  ความหลุดพ้น การได้พักผ่อนและการได้ชื่นชมศิลปะ การมีเพื่อน การได้รับการยอมรับจากสังคม  สิ่งเหล่านี้มีค่าในตัวเอง  ไม่มีอะไรฐานะสูงสุดกว่ากัน การเน้นความสุขปัญญาของฝ่ายปัญญานิยม (Intellectualism) ด้วยการอ้างว่ามนุษย์มีสัญชาตญาณปัญญา และต้องแสวงหาความสุขปัญญาจึงจะพบสุขแท้ สุขอื่นๆ เป็นความสุขไม่แท้จึงเป็นสิ่งที่ขัดแย้งกับหลักมนุษยนิยมหรือไม่ เพราะทำให้เกิดการแบ่งแยกระดับของความสุข และทำให้เกิดการเปรียบเทียบและลดคุณค่าความสุขของผู้อื่นว่าเป็นสิ่งต่ำต้อย … Read more “คุณค่าของความสุข”

ชีวิตที่ดี

ผศ.(พิเศษ) ดร.เอนก สุวรรณบัณฑิต: เมื่อมนุษย์สามารถอยู่รอดเป็นชีวิตได้แล้ว ก็ย่อมต้อง อะไรมีเป้าหมายที่มาจากสัญชาตญาณคือ ไม่ได้คิดเองแต่ธรรมชาติผลักดันให้ทำเพราะมีเป้าหมายตามสัญชาตญาณเพื่อเอาตัวรอดและการดำรงอยู่ของมนุษยชาติ มนุษย์ก็จะกระทำสิ่งนั้น อาจถูกผิด ดีชั่ว หรือไม่ยังไม่ต้องพิจารณาเพราะในระดับนี้ยังไม่มีปัญญาพิจารณาได้ มนุษย์ต้องเรียนรู้จนมีปัญญา เมื่อมีปัญญามนุษย์ก็จะมีเป้าหมายจากปัญญาของตนเองที่เข้าใจตนเองซึ่งจะแตกต่างกันไปตามบุคคล

Attachment in Cause-Effect and Reasoning

ผศ.(พิเศษ) ดร.เอนก สุวรรณบัณฑิต เมื่อมนุษย์เรียนรู้สรรพสิ่ง ต้องการอธิบายสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น แต่ไม่รู้ว่าสิ่งนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร เพราะเห็นแต่ผล จึงรู้ว่ามีผลเช่นนี้ ก็ได้พยายามหาคำอธิบายที่พอฟังได้มาใช้อธิบาย เรียกว่า เหตุผล (reasoning) คำอธิบายนี้พอฟังได้ในช่วงเวลาหนึ่ง แต่เมื่อมีความรู้เพิ่มขึ้น บางคำอธิบายก็ฟังไม่ขึ้น การให้เหตุผลจึงเน้นความสมเหตุสมผล (reasonable) โดยใช้ตรรกะมาเป็นแนวทาง นำไปสู่การใช้เทคนิควิธีในการชวนเชื่อให้เชื่อ เป็นวาทศิลป์ จึงมีฝ่ายที่เห็นว่า เราไม่ควรยึดติดในหลักเหตุผล ไม่ใช่ไม่สนใจเหตุผล แต่อย่าติดอยู่ในหลักตรรกะที่ใช้มาค้ำประกันคำอธิบายในเรื่องนั้นๆ แต่ให้แสวงหาคำอธิบายที่ดูสมเหตุสมผลยิ่งขึ้น เพื่อเป็นการเพิ่มพูนปัญญา

การพัฒนาคุณภาพชีวิตบุคคลตามหลักปรัชญาปารมิตา

บรรพตี รำพึงนิตย์ จากการศึกษาค้นคว้าหลักธรรมในปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตร พบว่ามีหลักธรรมที่สามารถนามาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์กับบุคคลและสังคมได้ในหลายด้าน ประการแรกคือ ฝึกให้ผู้ปฏิบัติคิด วิเคราะห์ แยกแยะ ปัญหาที่เข้ามาในชีวิตอย่างได้อย่างมีสติด้วยการใช้ปัญญาพิจารณา มีวิจารณญาณ พิจารณาทุกสิ่งอย่างสุขุมรอบคอบตามความเป็นจริง และยังฝึกให้เป็นผู้มีใจเมตตามีความกรุณา ซึ่งลักษณะสำคัญของปรัชญาปารมิตาที่นำมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิต

ทำไมการคิดจึงสำคัญ

ผศ.(พิเศษ) ดร.เอนก สุวรรณบัณฑิต มนุษย์มีสมรรถนะคิด ด้วยสมรรถนะคิดนี้ มนุษย์จึงใช้ปัญญาคิดปัญหาปรัชญา มองหาคำถามที่คนอื่นไม่คิดแล้ว หรือ มีคนกำลังคิดปัญหานั้นอยู่ แต่ยังไม่มีคำตอบ หรือ การมองปัญหาเก่าที่มีคำตอบแล้ว ก็เอาปัญหานั้นมาคิดใหม่ได้ หรือ มองปัญหาใหม่ ๆ ที่คนอื่นมองไม่เห็น จึงต้องฝึกมองให้เห็นปัญหาไว้ให้มาก ย่อมได้เปรียบผู้ที่มองไม่เห็นปัญหา