ธรรมาภิบาลกับบทบาทการสอนธรรมะของวัด

พระครูโอภาสสราธิคุณ (ชาตรี อาสโภ)

พระพุทธศาสนาเกิดขึ้นบนความเพียรพยายามที่จะแก้ปัญหาของสังคมที่กำลังเปลี่ยนแปลงของยุคพุทธกาล เมื่อศาสนาพุทธและพระสงฆ์ได้เข้ามาเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของสังคมไทยมาตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบัน และที่สำคัญก็คือ คำสอนในศาสนาพุทธได้ทำหน้าที่กล่อมเกลาในทางสังคม สร้างค่านิยมและแบบอย่างของพฤติกรรมให้กับคนในสังคม โดยมีธรรมของผู้ครองเรือน เช่น การรักษาความสุขในครอบครัว ความสัมพันธ์ในครอบครัว การประกอบธุรกิจค้าขาย ซึ่งทั้งหลายทั้งปวงนี้ก็มีอยู่ในคำสอนของพระพุทธศาสนา จึงควรที่จะให้วัดได้ตระหนักตนและมีบทบาทในการสอนหลักพุทธปรัชญาแก่พุทธบริษัทในการดำรงชีวิตในสมดุล มีความสงบสุขและมีปัญญาในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ทุกระดับ ซึ่งหากยิ่งเข้าใจการเปลี่ยนแปลงทางสังคม หลักการปกครองแห่งรัฐ และหลักปรัชญาได้อย่างเพียงพอ ก็ย่อมจะมีส่วนสำคัญในการชี้นำสังคมในปัจจุบันอีกด้วย

Continue reading “ธรรมาภิบาลกับบทบาทการสอนธรรมะของวัด”

ปัญหาเกี่ยวกับอุเบกขาและการตีความ

นายเจตนิพัทธ์ พิธิยานุวัฒน์

ปัจจุบันนี้ มีบางคนเข้าใจ อุเบกขา ด้วยภาษาสามัญ  โดยแปล อุเบกขาว่า วางเฉย  นิ่งเฉย  เพ่งเฉย หรือนิ่งอยู่เฉย ๆ   จึงทำให้เข้าใจความหมายของอุเบกขาตามการแปลความนั้น นั่นคือ มองอุเบกขาและธรรมที่มีอุเบกขาเข้าไปเกี่ยวข้องว่า เป็นส่วนที่ทำอะไรไม่ได้  ได้แต่นิ่งเฉย ไม่ปรากฏผลใด ๆ ทำให้เกิดทรรศนะในทางลบกับหลักอุเบกขา  นัยแห่งปัญหาต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับหลักธรรมเรื่องอุเบกขาจึงมีดังนี้

1. ปัญหาเกี่ยวกับความเข้าใจเรื่องอุเบกขาธรรมผิด ส่งผลให้เกิดการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้องตามมา พุทธศาสนิกชนส่วนหนึ่ง ยังปฏิบัติอุเบกขาธรรม ไม่สอดคล้องกับความหมายที่แท้จริงตามหลักของพระพุทธศาสนา เมื่อเข้าใจและตีความหมายผิด จึงส่งผลให้ปฏิบัติกันอย่างผิดๆ

2. ปัญหาเกี่ยวกับความเข้าใจเรื่องอุเบกขาธรรมถูกต้อง แต่ก็ละเว้นที่จะปฏิบัติ โดยในประเด็นนี้ พุทธศาสนิกชนมักจะคิดว่าเป็นหน้าที่โดยตรงของพระสงฆ์เท่านั้นที่จะสามารถปฏิบัติอุเบกขาธรรมได้

Continue reading “ปัญหาเกี่ยวกับอุเบกขาและการตีความ”

From One2Three to EOCR knowledge system

ผศ.(พิเศษ) ดร.เอนก สุวรรณบัณฑิต

เมื่อเราสนใจความเป็นอยู่ของสรรพสิ่ง เราย่อมต้องเริ่มจากการมีอยู่ของสิ่งนั้น การมีอยู่แรกสุด คือ 1 (one) การมีอยู่แรกสุดนี้ สิ่งที่มีอยู่นี้ถือเป็น การมีอยู่เริ่มต้นของสิ่งอื่น ถ้าไม่มีสิ่งแรกย่อมไม่มีสอง สาม สี่ได้ สำหรับสิ่งแรกสิ่งที่เราจะรู้ได้มีเพียง สารัตถะ (substance: essence) อันเป็นเนื้อแท้ของสิ่งนั้น เราไม่สามารถรู้อะไรได้มากกว่านั้น

แต่เมื่อมี 2 สิ่ง เราสามารถเปรียบเทียบได้ว่า สิ่งนั้นเหมือนหรือต่างจากสิ่งเดิม ถ้าเหมือนกันก็เป็นพวกเดียวกัน (sameness) ถ้าต่างกันก็เป็นสิ่งใหม่ อะไรที่ต่างกัน (difference) สิ่งนั้นก็ได้แก่ ปริมาณ (quantity) คุณภาพ (quality) รูปร่าง (shape) และสภาวะมี (condition) และเมื่อมี 2 สิ่ง ก็จะมีระยะระหว่างกัน เราจึงต้องระบุตำแหน่ง (place) ของแต่ละสิ่ง และต้องถามอีกว่า อะไรมาก่อนกัน (time) เพื่อชี้ว่าอะไรคือ สิ่ง 1 อะไรคือ สิ่ง 2 เพื่อไม่ให้สับสน

หลังจากนั้นหากมีสิ่งที่ 3 เราต้องตัดสินใจว่าสิ่งที่ 3 นี้ เหมือนสิ่ง 1 หรือ สิ่ง 2 หรือ ไม่เหมือนเลย เป็นสิ่งใหม่ เป็นสิ่ง 3 หากเป็นสิ่ง 3 ตรงนี้จะทำให้เกิดเป็นลำดับความสัมพันธ์ (relative) ว่าสิ่ง 3 นี้ใกล้เคียงกับ 1 หรือ 2 มากกว่ากัน เป็นเรื่องของพวก (group) เป็นการแบ่งกลุ่ม เมื่อมีกลุ่มเช่นนี้ก็จะต้องดูว่า 3 มีผลอะไรกับ 1 และ 2 ด้วย (affection) หลังจากนั้น ไม่ว่าจะมี 4, 5 หรือ 6 หรือเท่าไรเกิดขึ้น ก็ใช้หลักเดียวกันกับการพิจารณา 1-2-3 นี้

Continue reading “From One2Three to EOCR knowledge system”

การพัฒนาคุณภาพชีวิตกับพุทธปรัชญา

พ.อ. ดร. ไชยเดช แก่นแก้ว

การพัฒนาคุณภาพชีวิตเป็นหัวข้อที่สำคัญสำหรับโลกในปัจจุบัน และหลายภาคส่วนมองว่า การพัฒนาคุณภาพชีวิตมีอยู่แล้วในพุทธปรัชญา  ทั้งนี้ แนวความคิดการดำรงชีวิตในวิถีพุทธสำหรับปุถุชนเน้น 1) การมองเข้ามาในตัวตนอย่างใคร่ครวญตามหลักปฏิจจสมุปบาทและ 2) มองออกนอกตัวตนเพื่อทำความเข้าใจบุคคลประเภทต่าง ๆ ที่เราต้องเกี่ยวข้องสัมพันธ์หรือทิศหก และสังคมเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่เกื้อกูลกับธรรมชาติ ซึ่งเป็นแนวทางในการพัฒนาคุณภาพชีวิตโดยเนื้อแท้ Continue reading “การพัฒนาคุณภาพชีวิตกับพุทธปรัชญา”

Postmodern epistemology

พ.ท.หญิง ดร.สุดารัตน์ น้อยแรม

….

ญาณปรัชญาหลังนวยุค

ภาวะความเป็นอยู่ตามที่อภิปรัชญาสอน นักหลังนวยุควิพากย์ว่าเป็นเพียงจินตนาการ ความเพ้อฝัน เป็นอภิเรื่องเล่า (meta-narrative) เป็นเรื่องเหลวไหล นักคิดกลุ่มรื้อถอนนิยม (deconstructionism) จะหยุดอยู่ตรงนี้ แต่นักคิดกลุ่มรื้อสร้างใหม่นิยม (reconstructionism) จะดำเนินการสร้างใหม่ โดยเสนอว่าความเป็นจริงใหม่ที่ควรสนใจศึกษาแทนอภิปรัชญาเดิม ญาณปรัชญาของหลังนวยุคคือการใช้วิจารณญาณและอรรถปริวรรต ชี้ถึงความเป็นความจริงที่อยู่ใกล้ตัวและถูกมองข้ามว่าเป็นเรื่องควรสนใจศึกษา ความจริงใหม่ของชาวหลังนวยุคคือ ความหมายของสิ่งและเรื่องราวต่าง ๆ ที่พบเห็นรอบ ๆ ตัวเราและทั่ว ๆ ไป เป็นความจริงที่อยู่ในประสบการณ์ของทุกคน พบเห็นอยู่ทุกหนทุกแห่ง สร้างปัญหาอยู่เป็นประจำ เป็นของสามัญเกินไปจึงไม่ได้รับความสนใจ มีความสำคัญมาก ควรเป็นเนื้อหาอภิปรัชญาได้เป็นอย่างดี ในฐานะเป็นความจริงในประสบการณ์ของมนุษย์ทุกคน

Continue reading “Postmodern epistemology”

รู้จักชาวปรัชญาสวนสุนันทา

ผศ.(พิเศษ) ดร.เอนก สุวรรณบัณฑิต

คนที่สนใจปรัชญาเรียกว่า “ชาวปรัชญา” ก็คือ คนที่สนใจ อยากรู้ อยากเรียน อยากฉลาด ซึ่งเป็นพื้นฐานของการเรียนปรัชญา โดยไม่มองว่าเรียนปรัชญาเพื่อเป็น “นักปรัชญา” การเรียนปรัชญาเพื่อเป็นนักปรัชญาเป็นเรื่องของความฉลาดของแต่ละคนที่จะเข้าใจปรัชญาเรื่องนั้นได้อย่างลึกซึ้งและเป็นความสามารถเฉพาะตัวจริงๆ ใครที่สามารถบอกได้ว่าตนเป็นนักปรัชญา ผู้นั้นก็ต้องยืนยันตนเองให้ได้เช่นกัน

Continue reading “รู้จักชาวปรัชญาสวนสุนันทา”

corruption and definition

ดร.พจนา มาโนช

        การนิยามคอร์รัปชั่นเป็นการนิยามเฉพาะหน่วย (definition in particular) ซึ่งทำให้จะต้องพิจารณาเรื่องการคอร์รัปชั่นในมุมมองที่กว้างที่แตกต่างกันในแต่ละบริบท สังคม วัฒนธรรม และผลลัพธ์ของการกระทำ ซึ่งย่อมเป็นปัญหาสำคัญสำหรับผู้ที่สนใจในประเด็นคอร์รัปชั่น เมื่อมองผ่านอรรถปริวรรต พบว่า คอร์รัปชั่นเป็นการทับศัพท์ในภาษาอังกฤษ Corruption มาจากภาษาลาตินว่า Corruptus มีรากคำมาจากคำว่า rumpere ที่แปลว่า destroy-ทำลาย กับ spoil-ปล่อยปละละเลย ซึ่ง 2 คำนี้เป็นเสมือน “ภาวะ” ที่สามารถแสดงให้เห็นความหมายในเชิงบริบทว่า คอร์รัปชั่นเป็นการทำลายระบบที่มีอยู่และเป็นการปล่อยปละละเลยระบบ ทำให้ระบบไม่หย่อนยานไม่เป็นไปตามที่ระบบควรจะเป็น มุมมองของคอร์รัปชั่นจึงแบ่งออกเป็น  2 บริบท ได้แก่ บริบทสากลและบริบทสังคมไทย ดังนี้ Continue reading “corruption and definition”