ภววิทยาของปัญหาในศาสนาพุทธของประเทศไทย

ผศ.(พิเศษ). ดร.เอนก สุวรรณบัณฑิต

การมองเห็นปัญหาที่ผู้อื่นมองไม่เห็น และการแสวงหาคำตอบเท่าที่เป็นไปได้ ไม่ว่าจะเป็นคำตอบใหม่หรือคำตอบเก่าแต่แสดงเหตุผลดีกว่าเดิม หรือต่างไปจากเดิม ถือเป็นหน้าที่อย่างสำคัญของผู้สนใจปรัชญาจนถึงระดับนักปรัชญา กระนั้น การเข้าใจปัญหานั้นจะต้องมองสถานภาพ (status) ของปัญหาให้ชัดเจน มองเห็นสารัตถะ (essence) หรือแก่นแท้ภายในของปัญหา และมองลักษณะปรากฎ (character) ของปัญหานั้น ซึ่งได้มีการแนะนำวิธีไว้หลายอย่าง เช่น อุปมานิท้ศน์ การแขวนความหมาย การทำใจเป็นกลาง และปรากฎการณ์วิทยา ซึ่งวิธีเหล่านี้ล้วนมุ่งไปสู่การมองสิ่งที่เป็นปัญหานั้นในระดับภววิทยา (ontological perspective) เพื่อให้เข้าใจความเป็นจริงอย่างที่ปรากฎ

Continue reading “ภววิทยาของปัญหาในศาสนาพุทธของประเทศไทย”

Seeing, Judging, Acting

ศาสตราจารย์กีรติ บุญเจือ…

ปรัชญาของคาร์ล มากซ์เป็นปัจจัยสำคัญในการเปลี่ยนสังคมรัสเซียในปี 1917 (การปฏิวัติรัสเซีย) เหตุเรื่มตั้งแต่เฮเกลเปิดสอนปรัชญาปฏิพัฒนาการ (dialectic) ที่มหาวิทยาลัยเบอร์ลินระหว่างปี 1818-31 มีผู้กล่าวว่าในชั่วโมงสอนปรัชญาของเฮเกลนั้นจะไม่มีใครสอนปรัชญาในกรุงเบอร์ลิน เพราะผู้สนใจปรัชญาจะพากันไปจองที่นั่งฟังเฮเกลกันหมด เนื่องจากชอบที่เฮเกลพยากรณ์ว่าเชื้อสายอารยันอย่างเยอรมันเป็นผู้จุติเข้มข้นที่สุดจากจิตปฏิพัฒนาการของเอกภพ หากรวมตัวกันเป็นชาติเมื่อใดจะเป็นเจ้าโลก

Continue reading “Seeing, Judging, Acting”

แนวคิดวิจารณญาณ

ผศ.(พิเศษ) ดร.เอนก สุวรรณบัณฑิต

แนวคิดวิจารณญาณ (Critical Theory) เกิดจากการรวมตัวกันของนักปรัชญาเยอรมันในช่วงปี 1920 เป็น the Frankfurt School ซึ่งมีแนวคิดบนฐานของมาร์กซิสต์แบบยุโรปตะวันตก (Western European Marxist tradition) ผ่าน the Project of Critical Theory โดยเน้นการใช้แนวทางปรัชญา จริยศาสตร์ ปรัชญาการเมือง ปรัชญาประวัติศาสตร์ เข้าไปสร้างคำอธิบายเพื่อความเข้าใจในสถานการณ์ เรื่องราวต่าง ๆ เพื่อที่จะลดการชี้นำทางสังคม เพิ่มพูนเสรีภาพ และชี้แนะแนวทางที่ปฏิบัติได้ (practical sense)

Continue reading “แนวคิดวิจารณญาณ”

วจนศูนย์นิยม

ผศ.(พิเศษ) ดร.เอนก สุวรรณบัณฑิต..

กระบวนทรรศน์นวยุคได้รวบยอดผ่านอภิปรัชญาของลัทธิปรัชญาวิเคราะห์ (Analytic Philosophy) ซึ่งเป็นการพัฒนาลัทธินิรันดรนิยม (Perennialism) ซึ่งเพลโทว์มองว่าความรู้ที่ได้จากโลกนี้เป็นความรู้ที่เป็นจริงสูงสุดไม่ได้ ความรู้อยู่ที่จิตมนุษย์ในการเข้าใจความจริงสูงสุดได้ ความจริงสูงสุด คือ มโนมติ (Ideas) ส่วนแอร์เริสถาทเถิล เห็นว่าทุกสิ่งอย่างในโลกมี 2 ส่วน คือ matter และ form และมีความเป็นนิรันดร์ แต่ทั้งเพลโทว์และแอเริสถาทเถิลต่างเห็นว่า จิตหรือปัญญาของมนุษย์เข้าถึงความจริงแท้สูงสุดได้ และความรู้ได้มาจากเหตุผลมากกว่าจากประสาทสัมผัส ดังนั้น จึงต้องศึกษาสิ่งที่คงที่ ถาวร ไม่เปลี่ยนแปลง เป็นนิรันดร มีคุณค่าของเหตุผลและคุณค่าของศาสนา และลัทธิสารัตถะนิยม (Essentialism) ที่ยึดเนื้อหา (subject matter) เป็นหลักสำคัญและเนื้อหาที่สำคัญนั้นก็ต้องได้มาจากมรดกทางวัฒนธรรมที่ควรได้รับการถ่ายทอดต่อไป หล่อหลอมความคิดของมโนคนิยม (Idealism) และ สัจนิยม (Realism) เชื่อว่า ความเป็นจริง (reality) เป็นความนึกคิด (Mind) และเป็นจินตภาพ (Idea) หรือ แบบ (form) ที่มีอยู่ในจินตนาการของเรา โลกแห่งความเป็นจริงอันสูงสุด (ultimate reality) จึงเป็นโลกแห่งจินตนาการ (A world of mind) จากพื้นฐานความจริงนี้ จึงเชื่อต่อไปว่า การล่วงรู้ความจริงได้ต้องอาศัยจิต (mind) หรือปัญญา (intellect) เพื่อเข้าถึงความเป็นจริงที่มีอยู่ในจิตนภาพ เราใช้ปัญญาและความคิดในการรับรู้ความเป็นจริง เมื่อปัญญาล่วงรู้สิ่งที่เป็นจริงแล้วก็หมายถึงเรามีความรู้

Continue reading “วจนศูนย์นิยม”

ภววิทยา

ผศ.(พิเศษ) ดร.เอนก สุวรรณบัณฑิต…

ภววิทยา (Ontology) เป็นการศึกษาเรื่อง สภาวะแห่งสิ่งเป็นอยู่/สิ่งมีอยู่ (Being state) โดยมองว่า สิ่งเป็นอยู่ (Being) มีอยู่จริง และมีเพียงสิ่งไม่มีอยู่ (nothingness) ที่ไม่มีอยู่จริง สรรพสิ่งล้วนอุบัติขึ้น ดำรงอยู่ และมีความสัมพันธ์กับสิ่งอื่น (relation) ผ่านการรวมกลุ่มหรือสัมพันธ์ในรูปแบบต่างๆ โดยที่ตัวของมันเองต้องทนรับกับการดึงรั้ง การบีบคั้น การหน่วงเหนี่ยว (tension) จากรอบข้าง ในขณะที่ตัวของมันเองมีศักยภาพ (potentiality) ในการวิวัฒนาการไปสู่ที่สุด (ultimate) ของตัวมันเองได้ โดยในขณะปัจจุบัน มันแสดงตนปรากฎอย่างไร (actuality) และจะมีการแปรสภาพ (becoming) ไปอย่างไร โดยการสอดประสานและการแทกแซงอย่างต่อเนื่อง (continuity) เพื่อให้สิ่งต่างๆ ดำเนินไปสู่ความสมดุล เป็นวัฎจักรของการเป็นอยู่ตามความเป็นจริง (อุดมคตินิยม/idealism)

Continue reading “ภววิทยา”

Altruism การเอาใจเขามาใส่ใจเรา

ผศ.(พิเศษ) ดร.เอนก สุวรรณบัณฑิต

altruism บัญญัติศัพท์ไว้ว่าเป็น “ปรัตถนิยม” บ้างก็ว่า “อัญญนิยม” โดยถือเป็นทฤษฎีทางจริยศาสตร์ที่สำคัญ โดยมีภววิทยาจากทวินิยม เน้น กายและจิต โดยเห็นว่า มนุษย์มีความเห็นแก่ตน มีโลกทรรศนะวางอยู่บนตนเอง (I-centered, Self-centered) อะไรที่เป็นประโยชน์แก่ตนถือว่า ถูกต้อง ดี อะไรที่ไม่เป็นประโยชน์แก่ตนถือว่า ผิด ไม่ดี ทั้งนี้ หากเห็นแก่ตนเป็นสำคัญจนเข้าขั้นเห็นแก่ตัว เรียกว่า egoism (อัตนิยม) หากเห็นแก่ตนโดยทำให้ผู้อื่นและส่วนรวมดีด้วย เรียกว่า altruism (ปรัตถนิยม) ทั้งนี้ altruism เป็นศัพท์ใหม่ที่ใช้โดย Auguste Comte (1798-1857) จากคำว่า altrui (of/to the other) ซึ่งมีรากลาตินว่า alteri, alter (other) เพื่อใช้ในความหมายถึง ความไม่เห็นแก่ตัว (unselfishness) และการอุทิศตนเพื่อความสวัสดีของผู้อื่น (welfare of others)

Continue reading “Altruism การเอาใจเขามาใส่ใจเรา”

Brahmacariya in postmodern hermeneutics

ดร.อุบาสิกา ณัฐสุดา เชี่ยวเวช

การพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักปรัชญาหลังนวยุคสายกลางนั้นมิใช่เพียงการตีความ แต่เป็นการวิเคราะห์ด้วยปัญญา วิจักษ์ในคุณค่าความดีและวิธานไปปฏิบัติด้วยพลังแห่งการสร้างสรรค์ การปรับตัว การร่วมมือและการแสวงหา ซึ่งจะทำให้ระดับคุณภาพชีวิตของมนุษย์นั้นดีมากขึ้นไปเรื่อย ๆ เพื่อความสุขแท้ในโลกนี้ โดยใช้หลักอรรถปริวรรต ดังนั้น จึงย่อมสามารถนำมาตีความพุทธปรัชญาและหลักธรรมด้วยหลักการ “ย้อนอ่านใหม่หมด ไม่ลดอะไรเลย” เพื่อเก็บข้อมูลที่สำคัญแท้จริงให้เห็นว่าเป็นไปเพื่อประโยชน์ในปัจจุบันอันเป็นประโยชน์สุขในการพัฒนาคุณภาพชีวิตบนสัญชาตญาณปัญญา Continue reading “Brahmacariya in postmodern hermeneutics”