ณ เวลานั้น…

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอปท (26) ณ เวลานั้น… วันศุกร์ที่11 พฤศจิกายน พ.ศ.2559 เวลา 13.31  น. ผมลงจากรถไฟฟ้าสายBTS สถานีสีลม เพื่อเข้าโรงพยาบาลจุฬาฯตามหมอนัด ขณะเดินบนสถานีรถไฟลอยฟ้าอยู่นั้น สายตาทอดไปบนโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ของธนาคารไทยพาณิชย์…สะดุดตา…สะดุดใจ…สะดุดความคิด “สืบพระราชปณิธาน   สานศรัทธา ตามรอยแห่งปรัชญา   พ่อแผ่นดิน”   สืบพระราชปณิธาน สานศรัทธา ปุจฉา:      ทำอย่างไรพระปณิธานของพ่อหลวงจะขยายผลและผลิตผลต่อไปอย่างมิรู้วาย วิสัชนา: ต้องวิจัย เผยแพร่ ทำให้ดู อบรม ประเมินผล   ปรัชญา            ในภาษาไทยเข้าใจกันอย่างนานาจิตตัง ดังต่อไปนี้ คำคม เช่น “ผู้ที่รู้ว่าไม่รู้นั่นแหละรู้” ความคิดแปลกๆ เช่น 1 + 1 = 1 ก็ทราย 1 กองรวมกับทรายอีก 1 กอง ได้ทราย 1 กอง เป้าหมาย เช่น ปรัชญาของโรงเรียนนี้คือ รู้จริงทำจริง วิธีการ เช่น เรียนรู้จากการลองทำ ความคิดใหม่ เช่น ปรัชญาของไอน์สไตน์ ความคิดใหม่ที่ไม่สังกัดวิชาอื่นๆ เช่น … Continue reading ณ เวลานั้น…

ความสุขในปรัชญาธรรมาภิบาล

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอปท. (24) ความสุขในปรัชญาธรรมาภิบาล สามชั่วโมงแรกแห่งการอบรมให้เริ่มด้วยประโยชน์อันนำความสุขสู่มหาชนชาวสยามและคนทั้งโลก เริ่มจากความเป็นจริงแห่งชีวิต คือ ทุกชีวิตจะทำอะไรย่อมมุ่งหาความสุขเป็นเป้าหมายสุดท้าย ความสุขในความหมายกว้างที่สุดของปรัชญาคือการได้ตอบสนองสัญชาตญาณ จึงมีความหมายได้หลายอย่างตามชนิดของสัญชาตญาณ หากสสารมีความสุขได้มันก็ต้องมีสัญชาตญาณในระดับสสาร สสารพูดไม่ได้ว่าเมื่อไรสสารมีความสุข แต่เราใช้ปัญญาของเราสังเกตได้ว่าสสารทุกก้อนที่เรียกว่า 1 เทห์มีพลังเฉื่อย คือมีสภาพอย่างไรก็อยากคงสภาพอย่างนั้น เช่น อยู่นิ่งก็อยากอยู่นิ่งเรื่อยไป หากวิ่งก็อยากวิ่งเรื่อยไป หากไม่มีพลังอื่นมาบังคับ มันจะไม่เปลี่ยนแปลงและมันแสดงอาการต่อต้านการเปลี่ยนแปลงทุกอย่างในตัวมันอยู่ตลอดเวลา จึงสรุปได้ว่ามันมีสัญชาตญาณต่อต้านการเปลี่ยนแปลงและมีความสุขกับการได้ใช้พลังเฉื่อยของมันตามสบาย ไม่ต้องถูกรบกวนให้ต้องเปลี่ยนแปลงใดๆในตัวเอง ภายนอกตัวมันจะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นสักเท่าใด อย่างไร หากไม่กระทบถึงการเปลี่ยนแปลงในตัวมัน มันไม่มีปฏิกริยาใดๆต่อต้าน ต้องกระทบถึงตัวมัน มันจึงแสดงว่าไม่ชอบ ในทำนองเดียวกันเราสังเกตได้ว่าพืชทุกชีวิตมีสัญชาตญาณหาอาหารซึ่งรวมถึงน้ำ อากาศ แสงแดด และสิ่งแวดล้อม มันมีความสุขตามประสาพืชที่ได้ตอบสนองสัญชาตญาณพืช แต่ขณะเดียวกันพืชก็มีส่วนหนี่งเป็นสสารและมีสัญชาตญาณสสาร จึงมีความสุขได้ 2 ระดับคือระดับสสารและระดับพืช ในทำนองเดียวกันสัตว์สามารถมีความสุขได้3ระดับ คือ สสาร พืช และอารักขายีนของสัตว์ มนุษย์เราสุดยอดจริงๆ มีถึง 4 สัญชาตญาณจึงมึความสุขได้ 4 ระดับ คือ สสาร พืช อารักขายีน และปัญญาอันได้แก่การสร้างสรรค์ ปรับตัว ร่วมมือ และแสวงหา มนุษย์โดยเฉพาะอย่างยิ่งมหาชนชาวสยามเรา จึงต้องรู้จักบริหารพลังจากสัญชาตญาณทั้ง 4 ด้วยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง คือ ไม่ขาดไม่เกิน จึงจะมีความสุขได้ตามพระปณิธาน มนุษย์เรามีร่างกายซึ่งเป็นสสาร มันจึงมีสัญชาตญาณสสารคือไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง … Continue reading ความสุขในปรัชญาธรรมาภิบาล

ยุทธศาสตร์20ปีหลังรัฐธรรมนูญ59

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอปท (23) ยุทธศาสตร์20ปีหลังรัฐธรรมนูญ59             เราได้รัฐธรรมนูญแล้วเรียบร้อย เป็นรัฐธรรมนูญของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน เพื่อให้เป็นไปตามพระปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงครองแผ่นดินโดยธรรม ตลอดเวลา 70 ปีถึงปีนี้ และต่อๆไปคู่กับผืนแผ่นดินไทย ก็ไม่พ้นที่จะต้องถือเอาปรัชญาธรรมภิบาลของพระองค์ทูนไว้เหนือเกล้าเหนือกระหม่อม จะได้ไม่รู้ลืมเลือน ด้องทำโครงการปฏิบัติเหมือนอย่างที่พระองค์ทรงปฏิบัติให้ดูเป็นตัวอย่าง คือปฏิบัติไปปรับปรุงให้มีคุณภาพดีขึ้นๆเรื่อยไปด้วยการสร้างสรรค์ ปรับตัว ร่วมมือ และแสวงหา เพื่อค้ำประกันความกระตือรือร้นแห่งการปฏิบัติก็ต้องมีหน่วยประเมินผลด้วยตัวชี้วัด 6 ข้อแห่งธรรมาภิบาล คือ จริยธรรม นิติธรรม  ความโปร่งใส ความรับผิดชอบ การมีส่วนร่วมของมวลชน และความคุ้มค่า สุดท้ายเพื่อให้ผู้ปฏิบัติทุกคนมีความสุขกับการปฏิบัติจะได้ไม่เบื่อหน่ายในการทำดี ก็ต้องมีผู้รู้ช่วยอบรมให้ตื่นตัวอยู่เสมอ ต้องอบ รม บ่ม เพาะ ปลูก ฝัง จนเป็นนิสัยและมีความสุข ผู้อบรมในเรื่องนี้มิใช่สักแต่มีงบประมาณก็ตั้งอัตรารับใครก็ได้เข้าประจำการ สักแต่เล่นละครตบตาแล้วรายงานสักแต่เป็นตัวอักษรให้วัดผลและเป็นหลักฐานว่าได้ทำตามเป้าหมายแล้ว ก็คงจะเป็นอีกฉากหนี่งแห่งการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำกันอย่างมโหฬารฉากหนึ่งฝากไว้ในประวัติศาสตร์เท่านั้น กระผมได้รับฉันทานุมัติจากท่านอธิการบดีแห่งมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาให้เปิดหลักสูตรปรัชญาและจริยศาสตร์มหาบัณฑิต (รับนักศึกษาจบปริญญาตรีจากทุกสาขามาสอนปรัชญาตั้งแต่ก.ไก่ข.ไข่จนทำวิจัยเนื้อหาปรัชญาธรรมาภิบาลได้) และหลักสูตรปรัชญาและจริยศาสตร์ดุษฏีบัณฑิต (รับนักศึกษาปริญญาโทจากทุกสาขามาสอนปรัชญาตั้งแต่ก.ไก่ข.ไข่จนสามารถมองวิทยานิพนธ์ที่ทำในปริญญาโทของตนเองให้เป็นปรัชญาธรรมาภิบาลตามพระราชปณิธาน) ว่างๆก็นั่งฝัน ไม่ใช่เพ้อฝัน ว่าอยากให้ชาติของเรามีใครสัก 10คนที่ทุ่มเทชีวิตจิตใจให้กับการวิจัยปรัชญาธรรมาภิบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลฯ และช่วยกันเป็นที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต เพื่อให้มีผู้จบปรัชญาดุษฎีบัณฑิตตามหลักสูตรนี้สัก 100 คนที่รวมตัวกันเป็นกลุ่มเล็กๆเปิดสอนและสร้างดุษฎีบัณทิตธรรมาภิบาลให้ได้สัก 1,000 คนที่สามารถเปิดสอนและสร้างปรัชญามหาบัณฑิตสัก 10,000 คนที่สามารถสอนวิชาปรัชญาธรรมาภิบาลอันจะถูกกำหนดให้เป็นวิชาบังคับอย่างน้อย 1 วิชาในทุกหลักสูตรปริญญาตรีทั่วราชอาณาจักรไทย เพื่อว่าผู้ผ่านหลักสูตรปริญญาตรีไม่ว่าหลักสูตรใดที่รัฐบาลไทยรับรอง จะสามารถอบรมประชาชนได้ทั่วประเทศไม่ว่าจะมีการจัดอบรมหลักสูตรใดในทุกระดับตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด … Continue reading ยุทธศาสตร์20ปีหลังรัฐธรรมนูญ59

ยุทธศาสตร์ 20 ปี

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอปท (22) ยุทธศาสตร์ 20 ปี ได้ยินด้วยความตื่นเต้นว่าจะมีการวางแผนการบริหารประเทศชาติระยะยาวถึง 20 ปี ก็อย่าลืมให้เป็นธรรมาภิบาลจริงๆครบวงจร อย่าให้เสียของและเสียเวลาอย่างที่แล้วๆมา แล้วจะให้ทำอย่างไรล่ะ ก็อยากให้ตั้งสติกันสักหน่อยว่า มองไกลแล้วให้ดูใกล้บ้าง ก็เรากำลังเฉลิมฉลอง 70 ปีการครองราชย์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเราใช่ไหมล่ะ ซึ่งประชาชนคนไทยผู้จงรักภักดีต่อพระองค์ท่านพร้อมใจกันสนับสนุนและให้ความร่วมมืออย่างดีอยู่แล้ว เพื่อแสดงความกตัญญูต่อพระองค์และเชิดชูพระบารมีของพระองค์ ก็คงจะไม่มีอะไรดีเท่าหวนกลับไปสำรวจดูพระปณิธานที่ทรงประทานไว้เมื่อประทับบนบัลลังก์เป็นพระปฐมบรมราชโองการว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” ซึ่งเป็นพิมพ์เขียวแห่งรัชสมัยของพระองค์ พระองค์ได้ประทานพิมพ์น้ำเงินกำกับลงมาเป็นระยะๆด้วยพระดำรัสต่างๆไม่ขาดสาย ทั้งยังได้ทรงปฏิบัติเป็นตัวอย่างอย่างครบถ้วนกระบวนการ ก็หมายความว่าพระองค์ได้ประทานการบริหารเชิงธรรมาภิบาลด้วยองค์ประกอบ 3 อย่างครบถ้วน คือ พิมพ์เขียว (โครงการหรือโรดแมพ) พิมพ์น้ำเงิน (การอบรมเป็นช่วงๆไม่ขาดสาย) และปฏิบัติจนเป็นโครงการหลวงในประวัติศาสตร์ชาติไทยไม่ต่ำกว่า 4,000 โครงการซึ่งส่วนมากร่วงโรยไปกับกาลเวลา ปีนี้เป็นปีมหามงคลครบ 70 ปีทรงครองราชย์ เอาฤกษ์ด้วยการปัดฝุ่นโครงการพระราชดำริที่ยังเป็นที่ต้องการอยู่ ก็น่าจะมีความหมายและเป็นมงคลแก่ผู้คิดชอบดำริชอบ จะคิดโครงการใหม่เพื่อเสริมความต้องการใหม่ๆก็ชอบธรรมอยู่ ประเด็นสำคัญไม่อยู่ที่ปรับโครงการเก่าหรือสร้างโครงการใหม่ และไม่ขึ้นอยู่กับจำนวนโครงการที่จะทำ ประเด็นสำคัญจริงๆอยู่ที่ว่าได้ตอบสนองพระราชปรัชญาธรรมาภิบาลให้ครบ 3 องค์ประกอบให้ได้ คือ 1.มีพิมพ์เขียว(กำหนดโครงการให้ชัดเจนและพร้อมปรับปรุงให้ดีขึ้นอยู่เสมอเมื่อพบว่ายังไม่ดีพอ โดยมีโครงการตามพระราชดำรินำร่อง) 2.มีพิมพ์น้ำเงินกำกับครบทุกด้านของราชธรรมาภิบาล อันได้แก่นิติธรรม คุณธรรมจริยธรรม ศีลธรรม วัฒนธรรมอารยธรรม และจรรยาบรรณธรรม โดยจัดให้มีวิทยากรอบรมสม่ำเสมอเป็นระยะๆไม่เบื่อหน่ายและแหนงหน่าย ทั้งนี้โดยอ้างและอ้างอิงพระดำรัสในโอกาสต่างๆเป็นหลักและแนวทางอบรม 3. มีการปฏิบัติจริงและติดตามผลตามเกณฑ์วัดมาตรฐานสากล 6 ข้อซึ่ง ท่านนายกรัฐมนตรีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาได้เคยประกาศรับรองไว้ คือ หลักนิติธรรม … Continue reading ยุทธศาสตร์ 20 ปี

ความล้ำยุคของพระปฐมบรมราชโองการ

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอปท (21) ความล้ำยุคของพระปฐมบรมราชโองการ             5 พฤษภาคม 2559 ตอนค่ำ ผมและภริยาได้รับเชิญไปร่วมงานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในวันฉัตรมงคลครบรอบ 66 ปีแห่งการขึ้นครองราชย์ ผมไปเพื่อแสดงความภักดีต่อบัลลังก์ เพื่อแสดงกตัญญุตาที่ได้ดำรงตำแหน่งราชบัณฑิตและศาสตราจารย์มาจนทุกวันนี้ และที่สำคัญที่สุดก็คือหวังพระบารมีส่องปัญญาให้เข้าใจปรัชญาที่อยู่เบื้องหลังพระปฐมบรมราชโองการ “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” เพื่อนำไปสอนให้เป็น้ราชปรัชญาไทยให้ลึกซึ้งยิ่งๆขึ้นเท่าที่จะมีปัญญาทำได้ ก็ได้ตั้งจิตอธิษฐานไว้เช่นนั้นก่อนออกจากบ้าน ระหว่างทางก็ทบทวนที่เห็นแล้วว่าเป็นปรัชญาที่เหมาะกับสังคมไทยในขณะนี้อย่างยิ่ง คือ 1.เป็นปรัชญาอภิบาลปกครองตน ปกครองคน และปกครองงานที่ทันสมัยอย่างยิ่ง 2.เป็นปรัชญาธรรมาภิบาลแบบสหวิทยาการครบวงจรอันประกอบด้วยนิติธรรม จริยธรรม ศีลธรรม วัฒนธรรม อารยธรรม และจรรยาบรรณธรรม 3.เป็นปรัชญาสุขธรรมาภิบาลแท้ตามความเป็นจริงของชาวสยาม แล้วจะเอาอะไรมากกว่านี้ สาธุ! รุ่งขึ้นเตรียมสอนหลักสูตรปรัชญาและจริยศาสตร์บัณฑิตศึกษาที่มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา เพื่อถวายเกียรติแด่พระนางเจ้าสุนันทาเทวีผู้เป็นเจ้าของสถานที่ (ท่านกรณ์ ทัพรังสี นายกสภาฯได้ให้นโยบายไว้ว่า ให้วิจัยและเผยแพร่จุดเด่นของราชปรัชญา รับนักศึกษาจบปริญญาตรีและ/หรือโทจากทุกสาขามาเข้าเรียนต่อได้หากมีความสนใจพอ) คิดว่าจะอภิปรายเรื่องปรัชญาหลังนวยุคที่ทันสมัยระดับโลกต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งความคิดของบาดีอูดาวรุ่งล่าสุด หยิบได้หนังสือของ Ed Pluth: Alain Abidou (2010)  อ่านตั้งแต่คำนิยมและคำนำเลย จับประเด็นได้ว่า บาดิอูเก่งคณิตศาสตร์ สุนทรียศาสตร์ รัฐศาสตร์ เอามารวมกันเป็นปรัชญาเฉพาะตัว คุณเอดพลุธสรุปรวบยอดความคิดของบาดิอูก่อนจะขยายความว่าเป็นปรัชญาเพื่อความสุขของมวลมนุษยชาติโดย 1.ใช้ความสามารถเชิงคณิตศาสตร์นำเอาทฤษฎีอนันตภาพมาสร้างอภิปรัชญาให้เป็นที่พอใจแก่นักหลังนวยุคสายกลางและมีความสุขที่จะขยายผลปรัชญาที่ชาวโลกต้องการต่อไป อันเป็นปรัชญาที่เดินสายกลางพัฒนาคุณภาพชีวิต 2.ใช้ความสามารถทางการเมืองตามอุดมการณ์มากซิสต์ใหม่ปรับให้เป็นการเมืองแบบพหุนิยมเดินสายกลางไม่ยึดมั่นถือมั่นเพื่อให้ชาวโลกทุกคนมีความสุข 3. ใช้ความสามารถทางสุนทรียภาพเขียนนวนิยาย บทวิจารณ์ภาพยนต์ บทวิจารณ์ดนตรี ที่พัฒนคุณภาพชีวิตด้วยการสร้างสรรค์ ปรับตัว ร่ามมือ และแสวงหา … Continue reading ความล้ำยุคของพระปฐมบรมราชโองการ

ธรรมาภิบาลต้องมีทั้งพิมพ์เขียวและพิมพ์น้ำเงิน

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอปท (20) ธรรมาภิบาลต้องมีทั้งพิมพ์เขียวและพิมพ์น้ำเงิน จะสร้างอาคารใหญ่ราคาแพงต้องมีพิมพ์เขียว (blue print) จะปฏิรูปประเทศต้องมีทั้งพิมพ์เขียวและพิมพ์น้ำเงิน (blue print) ฝรั่งใช้blue print คำเดียวแต่แปลเป็นภาษาไทยได้ 2 คำ พลเอกกิตติศักดิ์ รัฐประเสริฐ ได้เผยแพร่แล้วเผยแพร่อีก หลักธรรมาภิบาล 6 ประการของท่านอันประกอบด้วย 1.หลักคุณธรรม (Principle of Morality) 2.หลักนิติธรรม (Principle of Law)  3.หลักความโปร่งใส (Principle of Accountability)  4.หลักการมีส่วนร่วมของประชาชน (Principle of Participation) 5.หลักความรับผิดชอบ (Principle of Responsibility) 6.หลักความคุ้มค่า (Principle of Cost-effectiveness) นี่คือตัวอย่างของพิมพ์เขียวที่ผมกล่าวถึงข้างต้น และเป็นพิมพ์เขียวที่ดีมากสำหรับใช้เป็นประเด็นตรวจสอบผู้บริหารงานทุกอย่างของหน่วยงานต่างๆของรัฐและเอกชนรวมทั้งหน่วยงานต่างๆของอปทด้วย เพื่อขจัดความทุจริตที่เราตั้งเป้าไว้ว่าการทุจริตคอร์รัปชั่นทั้งหลายจะสูญพันธุ์ไปจากผืนแผ่นดินไทย แต่พลเมืองไทยไม่ใช่อาคาร ไม่ใช่วัตถุครับ ถ้าเป็นอาคารมีพิมพ์เขียวดีเหมือนมีบล๊อกดีๆ หล่อออกมากี่แท่งๆก็ดีเหมือนกันหมด แต่คนมิเป็นเช่นนั้น พิมพ์เขียวไม่สำคัญเท่าพิมพ์น้ำเงิน เชื่อเถอะ! ต่อให้พิมพ์เขียวดีสมบูรณ์แบบสักปานใด ต่อให้ออกกฎหมายมาควบคุมและลงโทษเอาจริงจังสักปานใด หากประชาชนไม่ชอบ ไม่ให้การสนับสนุน ก็ไม่อาจบรรลุความสำเร็จ ดีไม่ดีจะมีผู้ฉลาดเหนือเมฆ กลับถือกฎหมายคอร์รัปชั่นไว้ในมือเพื่อใช้เป็นเครื่องมือคอร์รัปชั่นได้อย่างเหนือเมฆก็ยังมีตัวอย่างให้ศึกษา มีพิมพ์เขียวดีๆนั้นวิเศษแล้ว ในเมื่อต้องใช้กับมนุษย์ก็ต้องมีพิมพ์น้ำเงินกำกับและประกบ พิมพ์น้ำเงินนั้นเป็นฉันใด ต่างกับพิมพ์เขียวอย่างไร … Continue reading ธรรมาภิบาลต้องมีทั้งพิมพ์เขียวและพิมพ์น้ำเงิน

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอปท. (18)

คนค้ำประกันซวยหรือเสียสละ เห็นมีความพยาายามมากมายที่จะนิยามให้ได้รัฐธรรมนูญที่ดี มีความคิดเห็นเสนอกันหลากหลายซึ่งก็ดีๆ ทั้งนั้นก็อยากจะสรุปเป็นหลักการเชิงปรัชญาไว้บ้าง กฎหมายคือ กติกาของสังคม เหมือนกติกาฟุตบอลมีไว้สำหรับให้การเล่นฟุตบอลเป็นการแสดงความสามารถของนักกีฬาและให้ความบันเทิงแก่ผู้ชมความสามารถ หากกติกาเคร่งครัดหยุมหยิมมากเกินไป แม้จะสามารถแสดงความสามารถของผู้เล่นได้ชัดเจน แต่ก็ไม่เปิดช่องโหว่ให้ใช้ไหวพริบได้เลย ผู้ชมก็คงไม่รู้สึกสนุกสนานและบันเทิงเท่าที่ควร และถ้าเปิดช่องโหว่จนผู้เล่นรู้สึกคุ้มที่จะเล่นผิดกติกา ก็คงไม่เปิดโอกาสให้ผู้เล่นได้แสดงฝีไม้ลายมือได้มากนักและตัดสินความเก่งได้ยาก เพราะผู้เล่นจะมุ่งแต่จะหาทางเอาเปรียบกันจากการเสี่ยงผิดกติกา กฎหมายคือ กติกาการอยู่ร่วมกันในสังคมเดียวกัน ก็เช่นกัน หากมีช่องโหว่ให้เอาเปรียบกันได้จนน่าเกลียด คนไม่กลัวความน่าเกลียดก็จะจ้องใช้ช่องโหว่เพื่อการได้เปรียบแทนการสร้างสรรค์ด้วยฝีมือ และหากปิดช่องโหว่มากไปจนกระดิกตัวไม่ได้เลย สังคมนั้นจะขาดการสร้างสรรค์อย่างมหันต์ ทางสายกลางที่พอดิบพอดีเป็นสิ่งพึงปรารถนาอย่างยิ่ง รัฐธรรมนูญเป็นเพียงนโยบายแห่งกติกา ไม่ควรยาวยืดยาดจนดูเหมือนทำหน้าที่เป็นกฎหมายเสียเอง รัฐธรรมนูญจึงควรยาวเท่าที่จำเป็น และสั้นเท่าที่ต้องการ คือไม่สั้นเกินไปจนไม่ครอบคลุม และไม่ยาวเกินไปจนไม่เป็นนโยบาย กรณีอื้อฉาวเรื่องการค้ำประกันทุนการศึกษาและถูกเบี้ยว ทุนเป็นของรัฐบาลหรือหน่วยงานของรัฐบาล รัฐบาลไทยก็คือประชาชนคนไทยส่วนหนึ่งที่ขันอาสาทุ่มเทความรู้ความสามารถและเวลาเพื่อขจัดทุกข์บำรุงสุขของประชาชนคนไทยทึ่เหลือทั้งหมด โดยมีงบประมาณและกฎหมายเป็นเครื่องมือ หากงบประมาณไม่พอก็ขอเพิ่มการเก็บภาษีอากรได้ หากกฎหมายไม่พอก็ออกกฎหมายเพิ่มเติมได้ หากนโยบายจากรัฐธรรมนูญไม่ครอบคลุมก็ขอขยายนโยบายได้ แล้วจะเอาอะไรอีก คำที่ว่า”ประชาชนเดือดร้อนเรื่องนี้ รัฐบาลไม่เกี่ยว ไปแก้ไขปัญหาเอาเอง” ไม่น่าจะหลุดออกจากปากของผู้ขันอาสาแก้ปัญหาของชาติ ปัญหาเรื่องทันตแพทย์หนีทุนควรเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจ เพราะเป็นส่วนได้ส่วนเสียของชาติใหญ่หลวงนัก น่าเป็นห่วงมากที่วงการรัฐบาลเองรับว่ากรณีเช่นนี้มีมาแล้วมากมายโดยไม่ได้รับการแก้ไขโดยคนของหน่วยงานรัฐบาลที่ต้องรับผิดชอบ การให้ประชาชนมีส่วนรับผิดชอบด้วยการค้ำประกันนับว่าเป็นนโยบายที่ดีมากอยู่แล้ว เป็นไปตามนโยบายให้ส่วนรวมมีส่วนร่วมรับผิดชอบ เห็นว่าจะออกกฎให้ญาติใกล้ชิดเท่านั้นเป็นผู้ค้ำประกัน ผมกลัวว่าจะเกาไม่ถูกที่คัน จะกลายเป็นว่าลูกคนรวยเท่านั้นที่จะได้ทุน และพวกนี้ก็ไม่น่าจะยื่นขอทุนอยู่แล้ว ควรสงวนไว้ให้ลูกคนจนเสนอตัวรับทุน แล้วลูกคนจนก็หาญาติใกล้ชิดมาค้ำประกันไม่ได้อีก ลูกคนจนที่ได้รับทุนโดยคนรวยยอมค้ำประกันเรียนจนจบแล้วกลับมาช่วยชาติพัฒนาประเทศปีละมากๆเรือนพันนั้นจะเหือดหายไปในอนาคต ลูกคนรวยเรียนจบแล้วส่วนมากก็ไม่ค่อยชอบทำงานรับใช้ประชาชน จะออกกฎหมายอะไรออกมาควบคุมคุณสมบัติของผู้ค้ำประกันก็ขอให้ตระหนักถึงผลได้ผลเสียให้รอบคอบด้วยครับ ไม่ใช่แก้ปัญหาด้านเดียวเสียหายด้านอื่นๆไม่รู้เท่าไร ขอเสนอความเห็นเพื่อรักษาความสุขของมหาประชาชนครับ Continue reading ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอปท. (18)