ฮันทิงทันกับการอบรมคุณธรรมจริยธรรมแผนใหม่

เหตุการณ์ที่สร้างความระทึกใจแก่คนทั้งโลกไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการถล่มเมืองฮิโรชิมาด้วยระเบิดปรมาณู เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2488 (ค.ศ. 1945) ก็คือการที่กำแพงเบอร์ลินถูกเจาะทะลุโดยไม่เสียเลือดเนื้อเมื่อวันที่ 9 พ.ย. 2532 (ค.ศ.1989) คือ 44 ปีต่อมา อันถือได้ว่า เป็นวันสิ้นสุดสงครามเย็นที่สร้างความหวาดผวาแก่คนทั้งโลกที่มีอารมณ์ค้างแขวนอยู่บนเส้นด้ายว่าสงครามโลกครั้งที่ 3 จะระเบิดขึ้น ณ วินาทีใดก็ได้ เพราะถ้าสงครามดังกล่าวเกิดขึ้นจริงวันนั้นก็จะเป็นจุดจบของมนุษยชาติ เพราะผู้ที่อยู่ในข่ายของความขัดแย้ง รู้สึกมั่นใจว่า ตนจะต้องสูญเสียชีวิตไปพร้อมกับคนดีและสิ่งดีทั้งหลายที่อารยธรรมของมนุษยชาติได้สะสมมา การที่ต้องรอความตายฉับพลันโดยไม่รู้วันและเวลาอย่างนี้ ย่อมสร้างความเครียดแก่คนทั่วโลกไม่มากก็น้อย มีการจัดปาฐกถากันบ่อย ๆ เพื่อเตือนความจาว่าไม่มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

Continue reading “ฮันทิงทันกับการอบรมคุณธรรมจริยธรรมแผนใหม่”

กลุ่มความคิดทางปรัชญา

ravich01
ดร.รวิช ตาแก้ว

การเรียนรู้ปรัชญาเป็นการเรียนรู้ระบบความคิดและความเชื่อของนักปรัชญาที่ได้พยายามคิดค้นระบบความคิดขึ้นเพื่อการสืบค้นหาความจริง ความดีและความงาม ระบบคิดและวิธีคิดที่ถูกคิดขึ้นอย่างเป็นระบบตามแนวคิดและความเชื่อของนักปรัชญาเอง ทำให้เห็นภาพรวมของระบบความคิดในโลกว่า มีลักษณะแตกต่างกันไปตามความเชื่อและระบบคิดของแต่ละกลุ่มนักปรัชญา

Continue reading “กลุ่มความคิดทางปรัชญา”

อัตถิภาวะนิยมกับสัญชาตญาณความสุข

ศ.กีรติ บุญเจือ :

ลัทธิอัตถิภาวะนิยมได้มีคำตอบอย่างสำคัญไว้ว่า มนุษย์มิได้เป็นก้อนหินเพียงอย่างเดียว  มีเกิดแก่เจ็บตายและรู้สึกนึกคิด ซึ่งก้อนหินไม่มีความสุขแท้ของก้อนหิน จึงไม่ใช่ความสุขแท้ของมนุษย์   ซาตร์บอกว่ามนุษย์ที่พยายามทำตัวเป็นก้อนหินคือ อยากเป็นภาวะในตัวเอง (being-in-itself) จึงผิดหวังเพราะผิดธรรมชาติ  ไม่มีความสุขแท้ตามความเป็นจริงของมนุษย์  คนฉลาดจึงรู้จักวางแผนชีวิตให้ดีกว่านั้น  ซาตร์อธิบายไว้ว่าภาวะในตัว คือ เกิดมาอย่างไรก็พอใจอยู่แค่นั้น  ไม่มีความใฝ่ฝันทะเยอทะยานจะให้ได้ดิบได้ดีอะไรขึ้นมามากกว่าที่เป็นอยู่  ก้อนหินมันอยู่ของมันอย่างนั้นได้เพราะมันไม่มีสมรรถนะตัดสินใจเลือกอะไรที่ดีกว่านั้นหรือเลือกอะไรที่เลวกว่านั้น  มันจึงไม่เดือดร้อนที่จะอยู่ต่อไปอย่างนั้นอย่างมีความสุขตามประสาของมัน  ผิดกับมนุษย์ที่มีสมรรถนะเลือกว่าจะอยู่อย่างเดิมก็ได้  จะปรับตัวให้ดีกว่าเดิมก็ได้หรือจะปล่อยตัวให้เลวลงกว่าเดิมก็ได้  มนุษย์รู้อย่างนี้แล้วไม่ยอมเลือกไม่ได้  เพราะ “การเลือกเป็นกิจกรรมของมนุษย์”  ต้องเลือกจึงจะมีความสุขเพราะได้ทำกิจกรรมเยี่ยงมนุษย์พึงกระทำ  หากไม่เลือกนับว่าฝืนธรรมชาติของมนุษย์  จะเกิดอาการเบื่อ เซ็ง เหงา  หงุดหงิด  อะไรผ่านมาก็ไม่พอใจทั้งสิ้น  เป็นอาการทางประสาทของผู้ทำผิดธรรมชาติมนุษย์  อยากมีความสุขอย่างก้อนหินก็มีไม่ได้  ความสุขตามประสามนุษย์ที่มีได้ก็ไม่คิดไขว่คว้า กลายเป็นคนอมทุกข์

Continue reading “อัตถิภาวะนิยมกับสัญชาตญาณความสุข”

ปรัชญากรีกยุครุ่งเรือง

อ.ดร.เอนก สุวรรณบัณฑิต:

sophist

ปรัชญากรีกยุครุ่งเรือง เป็นช่วงเร่งหากฎความจริง  (ก.ค.ศ.450-322) ยุคสั้นๆ ตั้งแต่ Socrates จนถึง Aristotle และเหล่า Sophists แห่งกรุงเอเธนส์ สนใจมาตรการความจริง จึงเกิดคำถามสำคัญคือ ความจริงที่แน่นอนตายตัวมีหรือไม่ มีมาตรการสากลหรือไม่ ถ้าไม่มีทำไมจึงไม่มี ถ้ามีอยู่ที่ไหน

  1. Sophists ต่างตอบว่า ไม่มี เพราะโครงสร้างสมองของมนุษย์แต่ละคนไม่เหมือนกัน
  2. Socrates ตอบว่า มี อยู่ในสมองของมนุษย์ เพราะโครงสร้างสมองของมนุษย์เหมือนกัน
  3. Plato ตอบว่ามี อยู่ใน world of Idea เพราะสมองของเราไม่สามารถค้ำประกันความสากลได้
  4. Aristotle ตอบว่ามี อยู่ในโลกนี้ เพราะโลกแห่งมโนคติเป็นสิ่งสมมติ

Continue reading “ปรัชญากรีกยุครุ่งเรือง”

ลัทธิฟาเจีย (นิตินิยม)

อ.ดร.สิริกร อมฤตวาริน:

 

ยุคราชวงศ์แห่งโจว (Zhou dynasty, ก.ค.ศ.1046-771) การปกครองมีลักษณะของความเป็นรัฐชัดขึ้น มีการสร้างเมืองหลวงใหม่ การก่อสร้างบ้านเรือนเพิ่มมากขึ้น มีการกำหนดตำแหน่งขุนนาง ยังริเริ่มการปูนบำเหน็จความชอบด้วยที่ดินและทรัพย์สินแก่ขุนนาง และมีการตราระบบสืบสายราชวงศ์ขึ้นใช้อย่างชัดเจนเป็นครั้งแรก กำหนดตำแหน่งกษัตริย์หรือเจ้านครรัฐต่างๆต้องสืบทอดเฉพาะบุตรคนโตของภรรยาเอกเท่านั้น บุตรที่เหลือจะรับการแต่งตั้งในตำแหน่งต่ำลงไปตามลำดับ

ในด้านการปกครอง ใช้หลักการปกครองด้วย 2 หลัก คือ

หลี คือ จรรยามารยาท หลักนี้ใช้กับชนชั้นสูง เป็นระบบกฏหมายที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร ใช้วิธีชมเชยและประณามมาควบคุมความประพฤติของพวกชนชั้นผู้ดี หรือวิญญูชน

สิง คือ โทษทัณฑ์ หลักนี้ใช้กับสามัณชนที่กระทำผิด ใช้ควบคุมความประพฤติของสามัญชนที่เรียกว่าคนเลว ซึ่งตั้งโทษทัณฑ์ไว้ 5 ลำดับวิธีตามโทษเบาไปจนโทษหนัก

  1. การสักหมึก
  2. การตัดจมูก
  3. การตัดขา
  4. การทำลายอวัยะเพศ
  5. การประหารชีวิต

Continue reading “ลัทธิฟาเจีย (นิตินิยม)”

ปรัชญาหลังนวยุคสายกลาง

ทรรศนะต่อปรัชญาหลังนวยุคสายกลาง

ศ.กีรติ บุญเจือ

 

ปรัชญาหลังนวยุค แบบสายกลางเป็นการเอาจริยศาสตร์มาเป็นปรัชญาบริสุทธิ์

วิชาจริยศาสตร์กับวิชาปรัชญาบริสุทธิ์รวมอยู่ด้วยกันเป็นสิ่งเดียวกันคือคุณลักษณะของปรัชญาหลังนวยุค

จุดเริ่มต้นของ Post Modern เริ่มต้นที่Saussure (โซสซู)ได้ให้ข้อสังเกตไว้ว่า เรื่องของความคิดนั้นได้เริ่มต้นมาจากข้อเตือนใจของ Saussure ที่บอกว่าภาษาอารยัน เป็นภาษาที่แสดงความคิดของมนุษย์ได้อย่างตรงไปตรงมา ทำให้วิเคราะห์ได้ว่าภาษาเราที่เราใช้นั้นต้องทำบทบาท 3 อย่าง คือ 1) บทบาทแสดงอารมณ์ 2) แสดงความคิด   และ 3) แสดงเหตุผล  แต่นักหลังนวยุคได้พิจารณาแล้วมีความเห็นว่าความคิดกับเหตุผลน่าจะเป็นเรื่องเดียวกัน

Continue reading “ปรัชญาหลังนวยุคสายกลาง”

ปรัชญาคือ วิชาว่าด้วยปัญญา

P-E

ปรัชญาคือ วิชาว่าด้วยปัญญา

ปรัชญาคือ ความพยายามของปัญญาที่จะเข้าใจตัวเองอย่างมีความสุข ในระดับนี้เรียกว่าปรัชญาบริสุทธิ์ มี 2 ขั้นตอน ขั้นตอนแรกสนใจอยากรู้ว่าในบรรดาความรู้ภายนอกตัวเองนั้น อะไรมีอยู่จริงและตัวเองมั่นใจได้อย่างไรว่ามีอยู่จริง เมื่อมั่นใจได้ก็มีความสุข ขั้นตอนนี้คือ อภิปรัชญา (metaphysics) ขั้นตอนหลังสนใจอยากรู้ว่า มั่นใจได้เพราะเกณฑ์ใด ขั้นตอนนี้เรียกว่า ญาณปรัชญา (epistemology) เมื่อเชื่อเกณฑ์ใดก็มีความสุข Continue reading “ปรัชญาคือ วิชาว่าด้วยปัญญา”

Website Powered by WordPress.com.

Up ↑