ภววิทยาของปัญหาในศาสนาพุทธของประเทศไทย

ผศ.(พิเศษ). ดร.เอนก สุวรรณบัณฑิต

การมองเห็นปัญหาที่ผู้อื่นมองไม่เห็น และการแสวงหาคำตอบเท่าที่เป็นไปได้ ไม่ว่าจะเป็นคำตอบใหม่หรือคำตอบเก่าแต่แสดงเหตุผลดีกว่าเดิม หรือต่างไปจากเดิม ถือเป็นหน้าที่อย่างสำคัญของผู้สนใจปรัชญาจนถึงระดับนักปรัชญา กระนั้น การเข้าใจปัญหานั้นจะต้องมองสถานภาพ (status) ของปัญหาให้ชัดเจน มองเห็นสารัตถะ (essence) หรือแก่นแท้ภายในของปัญหา และมองลักษณะปรากฎ (character) ของปัญหานั้น ซึ่งได้มีการแนะนำวิธีไว้หลายอย่าง เช่น อุปมานิท้ศน์ การแขวนความหมาย การทำใจเป็นกลาง และปรากฎการณ์วิทยา ซึ่งวิธีเหล่านี้ล้วนมุ่งไปสู่การมองสิ่งที่เป็นปัญหานั้นในระดับภววิทยา (ontological perspective) เพื่อให้เข้าใจความเป็นจริงอย่างที่ปรากฎ

Continue reading “ภววิทยาของปัญหาในศาสนาพุทธของประเทศไทย”

revitalization of culture

ผศ.(พิเศษ) ดร.เอนก สุวรรณบัณฑิต…

คุณค่าทางวัฒนธรรม (cultural values) เกิดขึ้นจากชุมชนใดชุมชนหนึ่ง ไม่ใช่เรื่องเฉพาะตัวของคนใดคนหนึ่ง แต่สมาชิกคนหนึ่ง ๆ ในชุมชนนั้น ๆ อาจมองข้ามค่านิยมเหล่านี้และอาจถือว่าเป็นแต่เรื่องของทัศนคติส่วนตัวก็ได้

Continue reading “revitalization of culture”

พุทธศาสนากับบริบทพหุนิยมของปรัชญาไทย

ศาสตราจารย์กีรติ บุญเจือ

จากคำชี้แจงท้ายสารานุกรมศัพท์ปรัชญาของคำว่า Buddhism ของราชบัณฑิตยสภาที่เขียนว่า “อย่างไรก็ตามพระพุทธศาสนาไม่ได้มุ่งสอนให้ทุกคนประพฤติปฏิบัติตนให้เข้าถึงนิพพานหรือพ้นทุกข์อย่างเดียว ยังมีคำสอนอันเป็นประโยชน์สำหรับบุคคลที่เลือกดำเนินชีวิตแบบปุถุชนทั่วไปอีกด้วย”

Continue reading “พุทธศาสนากับบริบทพหุนิยมของปรัชญาไทย”

Indistinctness in Thai word for philosophy

ศาสตราจารย์กีรติ บุญเจือ…

ความคลุมเครือของภาษาไทยเมื่อใช้ในงานวิชาการทางปรัชญาเป็นปัญหามาอย่างต่อเนื่อง เช่น คำว่า “พหุ” ซึ่งมีการใช้อย่างแพร่หลาย ก็ทำให้เกิดความสับสนได้ เช่น
พหุนิยม (Pluralism) เป็นศัพท์ปรัชญาศาสนา หมายถึง การยอมรับให้สังคมของตนมีหลายศาสนาโดยที่สมาชิกของสังคมมีเสรีภาพในการเลือกนับถือศาสนาใดศาสนาหนึ่งเพียงศาสนาเดียวและมีพันธะผูกพันที่จะเคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของกันและกันด้วยความเกรงใจไม่ล่วงละเมิดเงื่อนไขที่ศาสนาอื่นสงวนไว้สำหรับสมาชิกของศาสนาของตนเท่านั้น เช่น ไม่ล่วงล้ำย่างเท้าเข้าในบริเวณศักดิ์สิทธิ์ที่สงวนไว้สำหรับบุคคลพิเศษในศาสนาของตนเท่านั้น ไม่ปฏิบัติหรือกระทำบางอย่างที่สงวนไว้สำหรับพิธีกรรมบางอย่างของศาสนาของตนโดยเฉพาะ

Continue reading “Indistinctness in Thai word for philosophy”

Seeing, Judging, Acting

ศาสตราจารย์กีรติ บุญเจือ…

ปรัชญาของคาร์ล มากซ์เป็นปัจจัยสำคัญในการเปลี่ยนสังคมรัสเซียในปี 1917 (การปฏิวัติรัสเซีย) เหตุเรื่มตั้งแต่เฮเกลเปิดสอนปรัชญาปฏิพัฒนาการ (dialectic) ที่มหาวิทยาลัยเบอร์ลินระหว่างปี 1818-31 มีผู้กล่าวว่าในชั่วโมงสอนปรัชญาของเฮเกลนั้นจะไม่มีใครสอนปรัชญาในกรุงเบอร์ลิน เพราะผู้สนใจปรัชญาจะพากันไปจองที่นั่งฟังเฮเกลกันหมด เนื่องจากชอบที่เฮเกลพยากรณ์ว่าเชื้อสายอารยันอย่างเยอรมันเป็นผู้จุติเข้มข้นที่สุดจากจิตปฏิพัฒนาการของเอกภพ หากรวมตัวกันเป็นชาติเมื่อใดจะเป็นเจ้าโลก

Continue reading “Seeing, Judging, Acting”

learning philosophy for all

ศ.กีรติ บุญเจือ…

ปรัชญาคือ การเรียนรู้ตลอดชีวิต

คำว่าปรัชญาอาจเป็นคำที่ทำให้นึกถึงนักปรัชญาที่มักใช้คำพูดแปลก ๆ และดูเหมือนว่าจะเป็นคำพูดที่ขัดแย้งในตัวเอง หรือการใช้คำพูดสะดุดใจเพื่อให้ขบคิด ทำให้มองได้ว่าเป็นข้อคิดคำคมสอนใจ ใครพูดคำคม ๆ ก็เป็นนักปรัชญา คิดอย่างนี้ก็ไม่ผิด แต่ก็ไม่ถูกเสียทั้งหมด คำว่า philosophy มีความหมายตามรากศัพท์ภาษากรีกว่า ความรักหรือ “ความปรารถนาจะเป็นปราชญ์” นั่นคือ รู้ตัวเองว่ายังไม่ฉลาดแต่อยากจะฉลาด หรือแปลอย่างรวบรัดว่า “ความอยากรู้อยากเรียนอยากฉลาด” และ philosopher ที่เราแปลกันว่านักปรัชญานั้น ก็ต้องแปลว่า “ผู้อยากรู้อยากเรียนอยากฉลาด” ส่วนคนที่ฉลาดแล้ว เป็นนักปรัชญาตามความหมายของภาษาไทยนั้น ต้องใช้คำว่า “Sophist”

Continue reading “learning philosophy for all”

Emergence of Ancient Philosophy

ศ.กีรติ บุญเจือ…

ปรัชญาตะวันตก พิจารณาได้ว่าเกิดในยุคโบราณ มีจุดเริ่มต้นจาก เธลิส (Thales) ซึ่งถือว่าเป็นคนแรกของปรัชญาตะวันตกเท่าที่รู้  ที่คิดว่าโลกมีกฎเกณฑ์ในตัวของมันเอง ขณะนั้นทุกคนยังคิดแบบดึกดำบรรพ์ คือ เชื่อว่าภัยธรรมชาติและเหตุการณ์ทั้งหลายที่เกิดขึ้นเกิดจากน้ำพระทัยของเบื้องบน เธลิสเองในระยะแรกก็คิดเช่นนั้น อยู่มาวันหนึ่งเธลิสเกิดเห็นปัญหาใหม่ขึ้นมาว่า” เราจะอธิบายเหตุการณ์ทั้งหลายโดยไม่อ้างเบื้องบนจะได้หรือไม่”[1]

Continue reading “Emergence of Ancient Philosophy”