เครือข่ายโครงสร้างสังคมหลังนวยุคสายกลาง

ผศ.(พิเศษ) ดร.เอนก สุวรรณบัณฑิต

หลังนวยุคสุดขั้ว (postmodern in extreme way) ได้ชี้ให้เห็นภัยของการมีเครือข่ายเชิงโครงสร้างที่ครอบงำสังคมเอาไว้ จึงได้มุ่งทำการรื้อถอน (deconstruction) โครงสร้างเหล่านี้โดยจี้ปัญหาเชิงระบบต่างๆ ด้วยวาทกรรมที่ชวนให้สะดุดคิดและทำให้เกิดการเคลื่อนไหวในหลายประเทศจนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทิศทางของประเทศและประชาชนไปตามอุดมคติของแต่ละคนด้วยมโนทรรศน์ที่ก็ยังไม่แน่ใจว่าจะออกมาในรูปไหน ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้หลังนวยุคสายกลาง (postmodern in moderate way) มองย้อนว่า นี่ก็เป็นปัญหาอย่างใหม่เช่นกัน คือ การไม่มีคำตอบที่ชัดเจนว่าควรจะทำอะไร และแน่นอนว่า หลังนวยุคสายกลางก็ไม่อาจให้คำตอบได้เช่นกัน การจัดการสังคมเป็นเรื่องที่นวยุค (modernism) มีความชำนาญกว่า เพราะเป็นเรื่องของระบบ แต่หลังนวยุคสายกลางสนใจการเข้าใจที่ลึกซึ้งกว่าเดิมเพื่อที่จะได้เสนอแนะการแก้ไขปัญหาให้ได้รอบคอบยิ่งขึ้น การศึกษาและการเรียนรู้ต่างๆ จึงมิใช่เพื่อการวิพากษ์ แต่เป็นการใช้วิจารณญาณเพื่อให้เกิดการวิเคราะห์ให้แยบคาย การวิจักษ์ข้อดีข้อเสียและการวิธานเพื่อการประยุกต์ใช้ โดยมองไปที่การประยุกต์เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนและการพัฒนาคุณภาพสังคม

Continue reading “เครือข่ายโครงสร้างสังคมหลังนวยุคสายกลาง”

การศึกษาเพื่อปัญญากำลังจะหายไป

ผศ.(พิเศษ) ดร.เอนก สุวรรณบัณฑิค การศึกษาในโลกมีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงไปจากอดีต โดยมีปัจจัยสำคัญคือ อุตสาหกรรมการศึกษา และค่านิยมในการศึกษาที่เปลี่ยนแปลงไป นั่นคือ การเปลี่ยนเป้าหมายทางการศึกษาจากการศึกษาเพื่อพัฒนาปัญญา (การศึกษาสายศิลป์ liberal art education) ไปสู่การอบรมเพื่ออาชีพ (pre-professional training) ตั้งแต่ช่วงปี 2000 เป็นต้นมา เนื่องจาก มาตรฐานการศึกษาเน้นย้ำภาวะการมีงานทำของบัณฑิต (ผู้จบการศึกษา) และความต้องการของผู้ปกครองและนักศึกษาในการตอบสนองความต้องการส่วนตนในการมีงานประจำทำหลังเรียนจบ การมีรายได้ที่ดี ทำให้หลักสูตรจำนวนมากเน้นการฝึกฝนทักษะไม่ว่าจะเป็นทักษะที่สอนได้ วัดผลได้ (hard skill) หรือทักษะในการทำงานกับผู้อื่นได้ (soft skill) โดยเน้นว่า ทักษะสำคัญกว่าความรู้ เพราะ ความรู้สามารถสืบค้นหาได้จากแหล่งข้อมูลที่มีอยู่จำนวนมากผ่านเครื่องมือสำคัญคือ อินเตอร์เน็ท การศึกษาได้วางอยู่บนฐานของการผลิตแรงงานความรู้ ซึ่งเป็นผู้ใช้ความรู้ในการทำงาน จึงเน้น การใช้ความรู้ และการทำงานได้จริง โดยเชื่อว่า วิถีทางเช่นนี้จะตอบสนองต่อความต้องการของตนเองในการมีงานทำ เติมเต็ม security needs มีความมั่นคงในชีวิตทั้งด้านการงาน การเงิน และยิ่งเป็นการศึกษาในด้านที่ตรงตามความต้องการของตลาดแรงงาน ยิ่งมีพลังในการดึงดูดผู้เรียนมากยิ่งขึ้นไปอีก การศึกษาเพื่อการพัฒนาปัญญาส่วนตน เพื่อความรู้ และเพื่ออารยธรรมของมนุษยชาติกำลังจะหายไป กระแสการไม่แบ่งแยกสายศิลป์สายวิทย์ที่กำลังเกิดขึ้น แม้จะทำให้ดูเหมือนว่าจะเปิดโอกาสในทุกวิชาได้แสดงศักยภาพและเชิญชวนผู้เรียน แต่ความอยากมีชีวิตที่มั่งคั่งร่ำรวย สุขสบายก็ยังทำให้ผู้เรียนเลือกเรียนวิชาที่จะเสริมเติมเต็มให้เขาได้มีงานทำโดยเฉพาะงานที่มีรายได้ดี และเป็นแรงต้านสำคัญของการเรียนในสาขาวิชาที่มุ่งพัฒนาปัญญาความรู้แต่ไม่มีงานรองรับ สาขาวิชาเหล่านี้จึงค่อยๆ เล็กลง มีผู้เรียนน้อยลง และอาจถูกยุบรวมไปกับสาขาวิชาอื่นๆ จนเหลือเพียงความเป็น รายวิชา (subject) … Continue reading การศึกษาเพื่อปัญญากำลังจะหายไป

วจนศูนย์นิยม

ผศ.(พิเศษ) ดร.เอนก สุวรรณบัณฑิต..

กระบวนทรรศน์นวยุคได้รวบยอดผ่านอภิปรัชญาของลัทธิปรัชญาวิเคราะห์ (Analytic Philosophy) ซึ่งเป็นการพัฒนาลัทธินิรันดรนิยม (Perennialism) ซึ่งเพลโทว์มองว่าความรู้ที่ได้จากโลกนี้เป็นความรู้ที่เป็นจริงสูงสุดไม่ได้ ความรู้อยู่ที่จิตมนุษย์ในการเข้าใจความจริงสูงสุดได้ ความจริงสูงสุด คือ มโนมติ (Ideas) ส่วนแอร์เริสถาทเถิล เห็นว่าทุกสิ่งอย่างในโลกมี 2 ส่วน คือ matter และ form และมีความเป็นนิรันดร์ แต่ทั้งเพลโทว์และแอเริสถาทเถิลต่างเห็นว่า จิตหรือปัญญาของมนุษย์เข้าถึงความจริงแท้สูงสุดได้ และความรู้ได้มาจากเหตุผลมากกว่าจากประสาทสัมผัส ดังนั้น จึงต้องศึกษาสิ่งที่คงที่ ถาวร ไม่เปลี่ยนแปลง เป็นนิรันดร มีคุณค่าของเหตุผลและคุณค่าของศาสนา และลัทธิสารัตถะนิยม (Essentialism) ที่ยึดเนื้อหา (subject matter) เป็นหลักสำคัญและเนื้อหาที่สำคัญนั้นก็ต้องได้มาจากมรดกทางวัฒนธรรมที่ควรได้รับการถ่ายทอดต่อไป หล่อหลอมความคิดของมโนคนิยม (Idealism) และ สัจนิยม (Realism) เชื่อว่า ความเป็นจริง (reality) เป็นความนึกคิด (Mind) และเป็นจินตภาพ (Idea) หรือ แบบ (form) ที่มีอยู่ในจินตนาการของเรา โลกแห่งความเป็นจริงอันสูงสุด (ultimate reality) จึงเป็นโลกแห่งจินตนาการ (A world of mind) จากพื้นฐานความจริงนี้ จึงเชื่อต่อไปว่า การล่วงรู้ความจริงได้ต้องอาศัยจิต (mind) หรือปัญญา (intellect) เพื่อเข้าถึงความเป็นจริงที่มีอยู่ในจิตนภาพ เราใช้ปัญญาและความคิดในการรับรู้ความเป็นจริง เมื่อปัญญาล่วงรู้สิ่งที่เป็นจริงแล้วก็หมายถึงเรามีความรู้

Continue reading “วจนศูนย์นิยม”

รู้จักชาวปรัชญาสวนสุนันทา

ผศ.(พิเศษ) ดร.เอนก สุวรรณบัณฑิต

คนที่สนใจปรัชญาเรียกว่า “ชาวปรัชญา” ก็คือ คนที่สนใจ อยากรู้ อยากเรียน อยากฉลาด ซึ่งเป็นพื้นฐานของการเรียนปรัชญา โดยไม่มองว่าเรียนปรัชญาเพื่อเป็น “นักปรัชญา” การเรียนปรัชญาเพื่อเป็นนักปรัชญาเป็นเรื่องของความฉลาดของแต่ละคนที่จะเข้าใจปรัชญาเรื่องนั้นได้อย่างลึกซึ้งและเป็นความสามารถเฉพาะตัวจริงๆ ใครที่สามารถบอกได้ว่าตนเป็นนักปรัชญา ผู้นั้นก็ต้องยืนยันตนเองให้ได้เช่นกัน

Continue reading “รู้จักชาวปรัชญาสวนสุนันทา”

Listening against the conflicts

การฟังเพื่อรับมือความขัดแย้งต่างๆ

ผศ.(พิเศษ) ดร.เอนก สุวรรณบัณฑิต

….

สังคมโลกกำลังผจญกับปัญหาหลายด้านพร้อมๆ กัน ทั้งปัญหาที่มีสาเหตุชัดเจน เช่น ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาโรคระบาด ปัญหาการพัฒนามนุษย์และสังคม ในขณะเดียวกัน ก็มีปัญหาที่เกิดจากความคิดเห็นต่างของผู้คน นำไปสู่กระแสต่อต้าน กระแสวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งทับซ้อนให้เป็นปัญหามากยิ่งขึ้น หลายปัญหาจึงดูเหมือนไร้ทางออก เพราะทางออกใดก็ดูเหมือนจะไม่เป็นที่พอใจของทุกฝ่าย ทำให้เกิดการไม่เชื่อใจในทางออก และถูกสรุปรวมเป็นปัญหาสังคมที่เป็นเชื้อปะทุไปสู่ความขัดแย้งในอนาคต

ภาวะปัญหาสังคมที่เกิดจากทรรศนะและมุมมองต่อโลกที่แตกต่างกันย่อมเกี่ยวข้องกับกระบวนทรรศน์ทางความคิดของมนุษยชาติอย่างแน่นอน คนรุ่นใหม่มีกระบวนทรรศน์ทางความคิดเป็นกระบวนทรรศน์นวยุค (modern philosophy paradigm) และกระบวนทรรศน์หลังนวยุคสุดขั้ว (extreme postmodern paradigm) เป็นส่วนใหญ่จึงมี 2 วิถีชีวิต คือ แสวงหาและใช้งานเทคโนโลยีสื่อสารอย่างเต็มที่แบบนวยุค และการวิพากษ์และปฏิเสธเทคโนโลยีแบบหลังนวยุคสุดขั้ว กีรติ บุญเจือ (2561) ได้อธิบายว่า มนุษย์นั้นมีกระบวนทรรศน์ทางความคิด และในยุคนี้กระบวนทรรศน์ที่มีอิทธิพลทางความคิดคือ กระบวนทรรศน์นวยุค (modern paradigm) แต่กระบวนทรรศน์นวยุคเน้นการเสริมเครือข่ายความรู้ให้แน่นหนา หากยังไม่แน่นหนาพอก็ให้ออกกฎ ระเบียบเพิ่มขึ้น แต่นั่นย่อมไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหา แต่อาจเป็นการเริ่มต้นของปัญหาใหม่ๆ และคนก็วิ่งตามไม่ทัน ดังเช่น ความพยายามที่จะพัฒนาเทคโนโลยีสื่อสารโทรคมนาคมที่มีประสิทธิภาพ ก็เป็นความพยายามในการแก้ปัญหาด้วยกระบวนทรรศน์ชุดเดิมกับที่ได้สร้างปัญหาขึ้นมา   นวัตกรรมเหล่านี้สามารถแก้ปัญหาบางอย่างได้ แต่กลับเพิ่มความสลับซับซ้อนและสร้างปัญหาใหม่ๆ ให้แก่มนุษย์ โทรศัพท์มือถือและอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงทำให้ข้อมูลท่วมโลก ทุกคนกลายเป็นสื่อและคอลัมนิสต์ที่แสดงความคิดเห็นของตนผ่านช่องทางสื่อสารเสมือนจริง ในขณะเดียวกันคนตัวเล็กๆ ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบมากขึ้น เพราะทรัพยากรธรรมชาติถูกแย่งชิงไปใช้ในการพัฒนา สร้างความเจริญเพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์จนเกินพอดี Continue reading “Listening against the conflicts”

ปรัชญาศึกษา: บทที่ 9 ปรัชญาหลังนวยุค-2

ลัทธิรื้อสร้างใหม่ (Reconstruction) เริ่มรู้กันในราวปี 1942 ต่อมา Richard D. Mosier จากหนังสืง The Philosophy of Reconstructionism, Educational Theory 1 ในปี 1951  โดยเสนอการรื้อสร้างใหม่ในด้านตรรกะ ศีลธรรม การศึกษา และปรัชญา ในยุคสมัยใหม่ ทั้งนี้ Theodore Branmeld นักปรัชญาการศึกษาเป็นแนวหน้าในการสนับสนุนแนวคิดนี้เป็นอย่างมาก ในขณะเดียวกันในทางศาสนาได้เกิดเป็นท่าทีต่อการปรับตัวอย่างสร้างสรรค์ของศาสนายิวโดยเน้นการบ่มเพาะประเพณีและวิถีชีวิตชาวยิว สำหรับชาวคริสต์เน้นการพิจารณากฎตามคัมภีร์ไบเบิลที่เป็นพื้นฐานของกฎหมายแห่งรัฐและศีลธรรมของสังคม รวมไปถึงท่าทีในการยอมรับการรื้อฟื้นความเชื่อและการปฏิบัติในศาสนาโบราณต่างๆ อีกด้วย Continue reading “ปรัชญาศึกษา: บทที่ 9 ปรัชญาหลังนวยุค-2”

ปรัชญาศึกษา: บทที่ 13 ปรัชญาธรรมาภิบาล

ความเป็นมาของธรรมาภิบาล

ธรรมาภิบาล เป็นศัพท์ประดิษฐ์ที่นักวิชาการไทยได้บัญญัติขึ้นใช้จากคำว่า Good Governance  โดยมีชุดคำที่ใช้ทดแทนกันได้แก่ ธรรมาภิบาล ประชารัฐ ธรรมรัฐ ระบบบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดี การปกครองโดยธรรม กรอบการกำกับดูแลที่ดี บรรษัทภิบาล เป็นต้น ซึ่งต่อมาได้มีการตกลงโดยคณะรัฐมนตรี เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2542 ให้ใช้คำว่า ระบบการบริหารและการจัดการบ้านเมืองที่ดีหรือธรรมาภิบาล ซึ่งใช้กับการบริหารจัดการที่ดีในภาครัฐ Continue reading “ปรัชญาศึกษา: บทที่ 13 ปรัชญาธรรมาภิบาล”