Category: ปรัชญามนุษย์

การศึกษาเพื่อปัญญากำลังจะหายไป

การศึกษาเพื่อปัญญากำลังจะหายไป

ผศ.(พิเศษ) ดร.เอนก สุวรรณบัณฑิค

การศึกษาในโลกมีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงไปจากอดีต โดยมีปัจจัยสำคัญคือ อุตสาหกรรมการศึกษา และค่านิยมในการศึกษาที่เปลี่ยนแปลงไป นั่นคือ การเปลี่ยนเป้าหมายทางการศึกษาจากการศึกษาเพื่อพัฒนาปัญญา (การศึกษาสายศิลป์ liberal art education) ไปสู่การอบรมเพื่ออาชีพ (pre-professional training) ตั้งแต่ช่วงปี 2000 เป็นต้นมา เนื่องจาก มาตรฐานการศึกษาเน้นย้ำภาวะการมีงานทำของบัณฑิต (ผู้จบการศึกษา) และความต้องการของผู้ปกครองและนักศึกษาในการตอบสนองความต้องการส่วนตนในการมีงานประจำทำหลังเรียนจบ การมีรายได้ที่ดี ทำให้หลักสูตรจำนวนมากเน้นการฝึกฝนทักษะไม่ว่าจะเป็นทักษะที่สอนได้ วัดผลได้ (hard skill) หรือทักษะในการทำงานกับผู้อื่นได้ (soft skill) โดยเน้นว่า ทักษะสำคัญกว่าความรู้ เพราะ ความรู้สามารถสืบค้นหาได้จากแหล่งข้อมูลที่มีอยู่จำนวนมากผ่านเครื่องมือสำคัญคือ อินเตอร์เน็ท

Continue reading “การศึกษาเพื่อปัญญากำลังจะหายไป”
diversity in unity

diversity in unity

ผศ.(พิเศษ) ดร.เอนก สุวรรณบัณฑิต

เมื่อปรารถถึงความเป็นจริงของโลกในทางปรัชญามีหลักการ 2 อย่างที่มักจะเข้าใจว่าเหมือนกัน แต่ก็แตกต่างกัน นั่นคือ เอกภาพในความหลากหลาย (unity in diversity) และ ความหลากหลายในเอกภาพ (diversity in unity) ซึ่งกระแสของโลกปัจจุบันมุ่งไปที่เอกภาพในความหลากหลาย ด้วยเห็นว่า ความเป็นจริงต่างๆ ของโลกและสังคมโลกปรากฎความหลากหลาย จึงต้องกำกับหรือเน้นย้ำความเป็นเอกภาพเพื่อไม่ให้เกิดความแตกต่างจนนำไปสู่ความขัดแย้ง

Continue reading “diversity in unity”
Altruism การเอาใจเขามาใส่ใจเรา

Altruism การเอาใจเขามาใส่ใจเรา

ผศ.(พิเศษ) ดร.เอนก สุวรรณบัณฑิต

altruism บัญญัติศัพท์ไว้ว่าเป็น “ปรัตถนิยม” บ้างก็ว่า “อัญญนิยม” โดยถือเป็นทฤษฎีทางจริยศาสตร์ที่สำคัญ โดยมีภววิทยาจากทวินิยม เน้น กายและจิต โดยเห็นว่า มนุษย์มีความเห็นแก่ตน มีโลกทรรศนะวางอยู่บนตนเอง (I-centered, Self-centered) อะไรที่เป็นประโยชน์แก่ตนถือว่า ถูกต้อง ดี อะไรที่ไม่เป็นประโยชน์แก่ตนถือว่า ผิด ไม่ดี ทั้งนี้ หากเห็นแก่ตนเป็นสำคัญจนเข้าขั้นเห็นแก่ตัว เรียกว่า egoism (อัตนิยม) หากเห็นแก่ตนโดยทำให้ผู้อื่นและส่วนรวมดีด้วย เรียกว่า altruism (ปรัตถนิยม) ทั้งนี้ altruism เป็นศัพท์ใหม่ที่ใช้โดย Auguste Comte (1798-1857) จากคำว่า altrui (of/to the other) ซึ่งมีรากลาตินว่า alteri, alter (other) เพื่อใช้ในความหมายถึง ความไม่เห็นแก่ตัว (unselfishness) และการอุทิศตนเพื่อความสวัสดีของผู้อื่น (welfare of others)

Continue reading “Altruism การเอาใจเขามาใส่ใจเรา”
การพัฒนาคุณภาพชีวิตกับพุทธปรัชญา

การพัฒนาคุณภาพชีวิตกับพุทธปรัชญา

พ.อ. ดร. ไชยเดช แก่นแก้ว

การพัฒนาคุณภาพชีวิตเป็นหัวข้อที่สำคัญสำหรับโลกในปัจจุบัน และหลายภาคส่วนมองว่า การพัฒนาคุณภาพชีวิตมีอยู่แล้วในพุทธปรัชญา  ทั้งนี้ แนวความคิดการดำรงชีวิตในวิถีพุทธสำหรับปุถุชนเน้น 1) การมองเข้ามาในตัวตนอย่างใคร่ครวญตามหลักปฏิจจสมุปบาทและ 2) มองออกนอกตัวตนเพื่อทำความเข้าใจบุคคลประเภทต่าง ๆ ที่เราต้องเกี่ยวข้องสัมพันธ์หรือทิศหก และสังคมเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่เกื้อกูลกับธรรมชาติ ซึ่งเป็นแนวทางในการพัฒนาคุณภาพชีวิตโดยเนื้อแท้ Continue reading “การพัฒนาคุณภาพชีวิตกับพุทธปรัชญา”

Listening against the conflicts

Listening against the conflicts

การฟังเพื่อรับมือความขัดแย้งต่างๆ

ผศ.(พิเศษ) ดร.เอนก สุวรรณบัณฑิต

….

สังคมโลกกำลังผจญกับปัญหาหลายด้านพร้อมๆ กัน ทั้งปัญหาที่มีสาเหตุชัดเจน เช่น ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาโรคระบาด ปัญหาการพัฒนามนุษย์และสังคม ในขณะเดียวกัน ก็มีปัญหาที่เกิดจากความคิดเห็นต่างของผู้คน นำไปสู่กระแสต่อต้าน กระแสวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งทับซ้อนให้เป็นปัญหามากยิ่งขึ้น หลายปัญหาจึงดูเหมือนไร้ทางออก เพราะทางออกใดก็ดูเหมือนจะไม่เป็นที่พอใจของทุกฝ่าย ทำให้เกิดการไม่เชื่อใจในทางออก และถูกสรุปรวมเป็นปัญหาสังคมที่เป็นเชื้อปะทุไปสู่ความขัดแย้งในอนาคต

ภาวะปัญหาสังคมที่เกิดจากทรรศนะและมุมมองต่อโลกที่แตกต่างกันย่อมเกี่ยวข้องกับกระบวนทรรศน์ทางความคิดของมนุษยชาติอย่างแน่นอน คนรุ่นใหม่มีกระบวนทรรศน์ทางความคิดเป็นกระบวนทรรศน์นวยุค (modern philosophy paradigm) และกระบวนทรรศน์หลังนวยุคสุดขั้ว (extreme postmodern paradigm) เป็นส่วนใหญ่จึงมี 2 วิถีชีวิต คือ แสวงหาและใช้งานเทคโนโลยีสื่อสารอย่างเต็มที่แบบนวยุค และการวิพากษ์และปฏิเสธเทคโนโลยีแบบหลังนวยุคสุดขั้ว กีรติ บุญเจือ (2561) ได้อธิบายว่า มนุษย์นั้นมีกระบวนทรรศน์ทางความคิด และในยุคนี้กระบวนทรรศน์ที่มีอิทธิพลทางความคิดคือ กระบวนทรรศน์นวยุค (modern paradigm) แต่กระบวนทรรศน์นวยุคเน้นการเสริมเครือข่ายความรู้ให้แน่นหนา หากยังไม่แน่นหนาพอก็ให้ออกกฎ ระเบียบเพิ่มขึ้น แต่นั่นย่อมไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหา แต่อาจเป็นการเริ่มต้นของปัญหาใหม่ๆ และคนก็วิ่งตามไม่ทัน ดังเช่น ความพยายามที่จะพัฒนาเทคโนโลยีสื่อสารโทรคมนาคมที่มีประสิทธิภาพ ก็เป็นความพยายามในการแก้ปัญหาด้วยกระบวนทรรศน์ชุดเดิมกับที่ได้สร้างปัญหาขึ้นมา   นวัตกรรมเหล่านี้สามารถแก้ปัญหาบางอย่างได้ แต่กลับเพิ่มความสลับซับซ้อนและสร้างปัญหาใหม่ๆ ให้แก่มนุษย์ โทรศัพท์มือถือและอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงทำให้ข้อมูลท่วมโลก ทุกคนกลายเป็นสื่อและคอลัมนิสต์ที่แสดงความคิดเห็นของตนผ่านช่องทางสื่อสารเสมือนจริง ในขณะเดียวกันคนตัวเล็กๆ ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบมากขึ้น เพราะทรัพยากรธรรมชาติถูกแย่งชิงไปใช้ในการพัฒนา สร้างความเจริญเพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์จนเกินพอดี Continue reading “Listening against the conflicts”

ปรัชญาความสุขตามกระบวนทรรศน์หลังนวยุคสายกลาง

ปรัชญาความสุขตามกระบวนทรรศน์หลังนวยุคสายกลาง

พ.อ. ดร.ไชยเดช แก่นแก้ว

การที่มนุษย์ได้พัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักกระบวนทรรศน์ปรัชญาหลังนวยุคสายกลางเป็นความสุขแท้ กระบวนทรรศน์ปรัชญาหลังนวยุคสายกลางเป็นกระบวนทรรศน์ทางความคิดล่าสุดของมนุษย์ที่เป็นความเชื่อพื้นฐานที่มีในจิตใจของมนุษย์ทุกคน เป็นสมรรถนะเข้าใจและเชิญชวนให้เจตจำนงตัดสินใจตามเกณฑ์วิทยาของกระบวนทรรศน์นั้น ผู้ที่อยู่ใน  กระบวนทรรศน์ใดย่อมมีทัศนคติต่อแง่มุมต่าง ๆ ของชีวิต ค่านิยม การพัฒนาวัฒนธรรมและอารยธรรมของมนุษยชาติที่สอดคล้องกับกระบวนทรรศน์ปรัชญานั้น กระบวนทรรศน์ปรัชญาหลังนวยุคสายกลาง (กีรติ บุญเจือ, 2546) มีมุมมองว่าการพัฒนาคุณภาพชีวิตเป็นสารัตถะของกระบวนทรรศน์ปรัชญาหลังนวยุค กระบวนทรรศน์หลังนวยุคสายกลางมีจุดเด่นที่การไม่ยึดมั่นในทฤษฎีตายตัว ความคิดใด เมื่อนำไปปฏิบัติแล้วเกิดประโยชน์ให้ถือว่าจริง ถ้าไม่เกิดประโยชน์ถือว่าเท็จ โดยมุ่งเป้าหมาย (goal) เดียวกันคือ สันติภาพโลก และมีวิถี (means) คือ การอยู่ร่วมอย่างเอื้ออาทรต่อกันระหว่างมวลมนุษย์บนพื้นฐานแห่งการเคารพศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ Continue reading “ปรัชญาความสุขตามกระบวนทรรศน์หลังนวยุคสายกลาง”

อัตถิภาวะนิยมกับสัญชาตญาณความสุข

ศ.กีรติ บุญเจือ :

ลัทธิอัตถิภาวะนิยมได้มีคำตอบอย่างสำคัญไว้ว่า มนุษย์มิได้เป็นก้อนหินเพียงอย่างเดียว  มีเกิดแก่เจ็บตายและรู้สึกนึกคิด ซึ่งก้อนหินไม่มีความสุขแท้ของก้อนหิน จึงไม่ใช่ความสุขแท้ของมนุษย์   ซาตร์บอกว่ามนุษย์ที่พยายามทำตัวเป็นก้อนหินคือ อยากเป็นภาวะในตัวเอง (being-in-itself) จึงผิดหวังเพราะผิดธรรมชาติ  ไม่มีความสุขแท้ตามความเป็นจริงของมนุษย์  คนฉลาดจึงรู้จักวางแผนชีวิตให้ดีกว่านั้น  ซาตร์อธิบายไว้ว่าภาวะในตัว คือ เกิดมาอย่างไรก็พอใจอยู่แค่นั้น  ไม่มีความใฝ่ฝันทะเยอทะยานจะให้ได้ดิบได้ดีอะไรขึ้นมามากกว่าที่เป็นอยู่  ก้อนหินมันอยู่ของมันอย่างนั้นได้เพราะมันไม่มีสมรรถนะตัดสินใจเลือกอะไรที่ดีกว่านั้นหรือเลือกอะไรที่เลวกว่านั้น  มันจึงไม่เดือดร้อนที่จะอยู่ต่อไปอย่างนั้นอย่างมีความสุขตามประสาของมัน  ผิดกับมนุษย์ที่มีสมรรถนะเลือกว่าจะอยู่อย่างเดิมก็ได้  จะปรับตัวให้ดีกว่าเดิมก็ได้หรือจะปล่อยตัวให้เลวลงกว่าเดิมก็ได้  มนุษย์รู้อย่างนี้แล้วไม่ยอมเลือกไม่ได้  เพราะ “การเลือกเป็นกิจกรรมของมนุษย์”  ต้องเลือกจึงจะมีความสุขเพราะได้ทำกิจกรรมเยี่ยงมนุษย์พึงกระทำ  หากไม่เลือกนับว่าฝืนธรรมชาติของมนุษย์  จะเกิดอาการเบื่อ เซ็ง เหงา  หงุดหงิด  อะไรผ่านมาก็ไม่พอใจทั้งสิ้น  เป็นอาการทางประสาทของผู้ทำผิดธรรมชาติมนุษย์  อยากมีความสุขอย่างก้อนหินก็มีไม่ได้  ความสุขตามประสามนุษย์ที่มีได้ก็ไม่คิดไขว่คว้า กลายเป็นคนอมทุกข์

Continue reading “อัตถิภาวะนิยมกับสัญชาตญาณความสุข”