การทดสอบความสมเหตุสมผลด้วยตารางความจริง

truth – table การทดสอบความสมเหตุสมผลด้วยตารางความจริง ผู้แต่ง : พระปรียะพงษ์ คุณปัญญา ผู้ปรับแต่ง : รวิช ตาแก้ว ในการพิสูจน์ชุดของการอ้างเหตุผลโดยตารางนั้น เราจะต้องเริ่มจากการสมมติข้อความเชิงเดี่ยวแต่ละข้อความ ด้วยสัญลักษณ์พร้อมด้วยเครื่องหมายสันธานที่ถูกต้อง แล้วทำเป็นตารางขึ้นแทนด้วยสัญลักษณ์ตลอดถึงตรวจสอบถึงความถูกต้อง ความสมเหตุสมผล ที่มีความเป็นไปได้หรือเป็นจริง สมมติว่าข้อเสนอนั้นจริงทุกประการแล้ว ข้อสรุปก็คงต้องจริงทุกกรณีโดยไม่มีข้อยกเว้น ในกรณีดังกล่าวนี้ก็ถือได้ว่าเป็น เป็นชุดของการอ้างเหตุผลที่สมเหตุสมผล แต่ถ้ามีข้อเท็จเพียงกรณีเดียว นั้นก็หมายความว่า ชุดการอ้างเหตุผลดังกล่าวนั้น ไม่มีความสมเหตุสมผล เป็นเท็จ เหตุผลประเภทนี้เรียกว่า เหตุผลเงื่อนไข (conditional reasoning) นั่นก็หมายความว่า ถ้าชุดของการอ้างเหตุผลทั้งหมดนั้นจริงทั้งหมดแล้ว ข้อสรุปต้องเป็นจริงทุกกรณีเสมอไป ตัวอย่างที่หนึ่ง จงทดสอบความสมเหตุสมผลต่อไปนี้ ถ้าข้าพเจ้าจบปริญญาเอก ข้าพเจ้าก็จะต้องมีงานทำ แต่ทว่าข้าพเจ้าไม่ได้จบปริญญาเอก ข้าพเจ้าก็จะไม่มีมีงานทำ / (สมมติ ก = ข้าพเจ้าจบปริญญา ข = ข้าพเจ้าจะต้องมีงานทำ ) อธิบายชุดของการอ้างเหตุผล ในชุดการอ้างเหตุผลดังกล่าว มีข้อความเชิงเดี่ยว 2 ข้อความ ซึ่งแต่ละข้อความก็จะมีความเป็นไปได้ของตน โดยเฉพาะที่แตกต่างกันออกไป เมื่อนำทั้ง 2 กรณีมารวมเข้าด้วยกันแล้วก็จะเกิดชุดของการอ้างเหตุผลที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ทั้งหมด 4 กรณี จากตารางช่องที่ 5 จะสังเกตเห็นได้ว่าเป็นข้อสรุปนั้นมีกรณีที่ 1 … Continue reading การทดสอบความสมเหตุสมผลด้วยตารางความจริง

บทบาทของตรรกวิทยา

หมวด ตรรกวิทยา เรื่อง : บทบาทของตรรกวิทยา Topic: logic, the role of ผู้แต่ง : กันต์สินี สมิตพันธ์ ตรรกวิทยา เป็นวิชาที่เป็นประโยชน์ ช่วยให้คนเราสามารถค้นพบสิ่งที่เป็นความรู้ทั้งหลายทั้งปวงได้ นักวิทยาศาสตร์อาศัยกฎเกณฑ์ของเหตุผลนี้อธิบายปรากฏการณ์ธรรมชาติได้อย่าง ถูกต้อง นักประดิษฐ์คิดสร้างสิ่งประดิษฐ์ขึ้นได้ก็โดยอาศัยกฎเกณฑ์ของเหตุผลเช่นกัน นายแพทย์สามารถวินิจฉัยโรคของคนไข้ได้ก็ด้วยความคิดที่เป็นเหตุผล และนักปกครองอาจแก้ปัญหาของบ้านเมืองให้ลุล่วงไปได้ด้วยดี ก็เพราะความคิดที่เป็นเหตุผลนี้เอง อาจกล่าวได้ว่าตรรกวิทยาเป็นเครื่องมือสำหรับช่วยแนะแนวทางให้ทุกคนทำงานไปได้ในทางที่ถูกต้อง เราเรียนจริยศาสตร์ เพื่ออยากจะรู้ความหมายของ “การทำดี” หรือ “ความชอบธรรม” เราเรียนปรัชญาการเมือง เพื่อยากรู้ความหมายของ “ประชาธิปไตย” หรือ “ความยุติธรรม” ในอีกแง่มุมหนึ่ง ตรรกวิทยา หมายถึง ระบบวิชาความรู้ที่เกี่ยวข้องกับความคิด โดยความคิดที่ว่านี้ เป็นความคิดที่เกี่ยวข้องกับการให้เหตุผล มีกฎเกณฑ์ของการใช้เหตุผลอย่างสมเหตุสมผล ในชีวิตประจำวันทุกคนล้วนคิดแบบตรรกวิทยา คือคิดแบบอาศัยข้อแน่ใจและอาศัยประสบการณ์เป็นรากฐานอยู่เสมอ ฉะนั้น หากเราทราบระเบียบการคิดที่ดีของตรรกวิทยา ก็จะคิดอย่างมีระเบียบและประเมินความคิดของตนและผู้อื่นได้ ว่าการใช้ความคิดแต่ละครั้งน่าเชื่อถือเพียงใดหรือไม่ ซึ่งน่าจะดีกว่าการใช้ความคิดตามสามัญสำนึก ปราศจากการตรวจสอบโดยระเบียบของการใช้ความคิด ระเบียบวิธีคิดแบบตรรกวิทยาหากนำไปใช้อย่างถูกต้อง ย่อมสนับสนุนความเป็นอยู่ในชีวิตประจำวัน มีคำกล่าวที่น่าฟังว่า “คนที่เรียนตรรกะก็ไม่จำเป็นต้องเป็นคนมีเหตุผล แต่คนที่จะมีเหตุผลที่ดีจะต้องเรียนตรรกะ” อย่างไรก็ตามต้องยอมรับความจริงว่าแท้ที่จริงแล้ว มนุษย์ทุกคนมีตรรกะอยู่ในความคิดตั้งแต่เกิดแล้ว พูดง่าย ๆ ก็คือว่าตรรกะมีติดตัวมาพร้อมกับการเกิดของแต่ละคนแล้ว เนื่องจาก ตรรกวิทยาเป็นวิชาที่ว่าด้วยกฎเกณฑ์ของการใช้เหตุผล จึงเป็นพื้นฐานสำหรับการศึกษาศาสตร์อื่น ๆ เช่น ปรัชญา … Continue reading บทบาทของตรรกวิทยา

ตรรกวิทยาในฐานะศิลปะแห่งการจูงใจ

เรื่อง :  ตรรกวิทยาในฐานะศิลปะแห่งการจูงใจ Topic: logic as an art of persuasion ผู้แต่ง : ศุภชัย ศรีศิริรุ่ง ผู้ปรับปรุง: กีรติ บุญเจือ ตรรกวิทยาคือวิชาว่าด้วยกฎเกณฑ์การใช้เหตุผล เป็นการค้นคว้าหาหลักเกณฑ์และวิธีการพิสูจน์ต่าง ๆ ที่จะสร้างความแน่ใจให้แก่ข้อความที่ยังไม่แน่ใจ แบ่งออกเป็น ๒ ภาค คือ อุปนัยและนิรนัย การอ้างข้อความหนึ่งไปสนับสนุนอีกข้อความหนึ่งเรียกว่าวิธีนิรนัย (deduction) ส่วนการใช้ข้อมูลบางหน่วยเพื่อสรุปคลุมถึงทุกหน่วย เรียกว่า วิธีอุปนัย (induction) นักวิทยาศาสตร์และนักคณิตศาสตร์ ต่างยึดมั่นในตรรกวิทยาว่าเป็นคุณสมบัติของสมองที่มีอยู่ตรงกันกับความเป็นจริงภายนอก จึงเชื่อว่ามนุษย์สามารถที่จะรู้ความเป็นจริงได้ผ่านทางการสังเกตและทดลองทางวิทยาศาสตร์ร่วมกับการคิดคำนวณทางคณิตศาสตร์ที่มีพื้นฐานวิธีพิสูจน์ความจริงด้วยวิธีอุปนัยและนิรนัยตามลำดับ เมื่อพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว จะพบว่า วิธีอุปนัยให้ความแน่ใจในระดับความน่าจะเป็น (probability)เท่านั้น ไม่มีวันจะถึงความแน่นอน (certainty) ได้เลย เพราะการสำรวจเพียงบางหน่วยและสรุปคลุมถึงทุกหน่วยนั้น เราไม่อาจมั่นใจได้ถึงกรณีที่ยังไม่สำรวจอีกมากมายว่า จะไม่เป็นไปตรงกันข้าม นอกจากนั้นการพิสูจน์ด้วยวิธีอุปนัยยังมีตัวการที่ทำให้คลาดเคลื่อนได้ ๓ กรณี คือ ๑. ตัวการไม่เกี่ยว (irrelevant factor) ได้แก่กรณีไม่จำเป็นต้องสำรวจ แต่เรากลับให้ความสำคัญเกินความเป็นจริง และยึดเอาเป็นตัวการเกี่ยวข้องไปตามความรู้สึก ๒. ตัวการรอดพ้นสายตา (unnoticed factor) เป็นเรื่องที่ตรงข้ามกับกรณีแรก คือที่ควรสำรวจก็ไม่สำรวจเพราะนึกว่าไม่เกี่ยวข้อง ๓. อ้างสาเหตุผิด (false … Continue reading ตรรกวิทยาในฐานะศิลปะแห่งการจูงใจ

การอ้างเหตุผลผิดแบบอ้างอำนาจบาตรใหญ่

เรื่อง : การอ้างเหตุผลผิดแบบอ้างอำนาจบาตรใหญ่ Topic: Ipse Dixit (appeal to authority) ผู้แต่ง : กันต์สินี สมิตพันธ์ ผู้ปรับปรุง: กีรติ บุญเจือ การวิจารณ์เป็นการสร้างสรรค์ให้เกิดความคิดที่จะปรับปรุงแก้ไขสิ่งที่บกพร่องให้ดีขึ้น มีเหตุผลในการเลือกการวิจารณ์ในแบบต่าง ๆ ได้ถูกต้อง การวิจารณ์ที่ดีนั้นจะสะท้อนให้เห็นถึงการพินิจพิจารณาอย่างลึกซึ้งของผู้วิจารณ์ ที่มีต่อความต้องการของผู้ถูกวิจารณ์ในเรื่องที่เกี่ยวกับการนับถือตนเอง การได้รับการยอมรับนับถือ ความน่าเชื่อมั่นและการเห็นด้วยหรือไม่ของบุคคลอื่น ผู้วิจารณ์ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะมองข้ามศักดิ์ศรีหรือความสำคัญของผู้ถูกวิจารณ์ การแสดงความโกรธ เยาะเย้ยหรือขบขันต่อความผิดพลาดของผู้ถูกวิจารณ์จะไม่เป็นการสร้างสรรค์ใด ๆ ทั้งสิ้น ตรงกันข้ามกลับจะทำให้เกิดทัศนคติที่ไม่ดีต่อผู้วิจารณ์เสียอีก ตามปกติแล้ว เมื่อจะวิจารณ์สิ่งใด จะต้องผ่านขั้นตอนและกระบวนการของการวิเคราะห์ และประเมินค่า ให้ชัดเจนเสียก่อนแล้ว จึงวิจารณ์แสดงความเห็นออกมาอย่างมีเหตุมีผลให้น่าคิด น่าฟังและเป็นคำวิจารณ์ที่เชื่อถือได้ การวิจารณ์ก็คือ การตั้งข้อสังเกตหรือข้อสงสัยที่ดี และใช้ทักษะการวิเคราะห์ เพื่อช่วยให้เราสามารถพิจารณาความน่าเชื่อถือด้วยการที่สิ่งที่วิจารณ์นั้น วางอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง หรือมีเหตุผลที่ดี ตรรกะเป็นทั้งกระบวนการของการใช้เหตุผล และเป็นกฎเกณฑ์ในการจัดการกับกระบวนการดังกล่าว เราจึงใช้ตรรกะในการจำแนกระหว่างข้อสรุปที่ถูกต้องกับข้อสรุปที่มีความบกพร่อง รวมถึงการชั่งน้ำหนักความน่าเชื่อถือของการอ้างเหตุผลด้วย ส่วนการมีความเห็นคล้อยตาม หรือการอ้างคำพูดของผู้อื่นที่เคยกล่าวไว้ ไม่ใช่ความคิดที่เป็นการวิจารณ์ เช่น “การทำแท้งเป็นสิ่งที่ผิดศีลธรรมเพราะพระสันตะปาปาตรัสไว้” เป็นต้น สิ่งที่เราต้องทำเมื่อพบการใช้เหตุผลแบบนี้คือ ละทิ้งตำแหน่งของสิ่งที่เป็นข้ออ้าง (พระ สันตะปาปา) แล้วพิจารณาว่าข้อสรุปเป็นไปอย่างมีเหตุมีผลหรือไม่ สรุปแล้วเราสามารถใช้ความคิดที่เป็นการวิจารณ์ในชีวิตประจำวันได้ เพราะเราต้องอธิบายการกระทำหรือความคิดของเราให้แก่ผู้อื่นอยู่เสมอ ๆ ยิ่งกว่านั้น เรามักจะพยายามสร้างความเชื่อถือให้แก่สิ่งที่เราอ้างด้วย การวิจารณ์ที่ดีต้องไม่ยึดมั่นในสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนเกินไป ควรยอมรับความเปลี่ยนแปลงใหม่ … Continue reading การอ้างเหตุผลผิดแบบอ้างอำนาจบาตรใหญ่

อุปนัย

เรื่อง : อุปนัย Topic: induction ผู้แต่ง : กันต์สินี สมิตพันธ์ ผู้ปรับปรุง: กีรติ บุญเจือ มนุษย์ใช้เหตุผล เพื่อสนับสนุนความเชื่อหรือเพื่อหาความจริง หรือข้อสรุปในเรื่องใดเรื่องหนึ่งมาแต่ครั้งโบราณ อีกอย่างการแก้ปัญหาของมนุษย์ เป็นการคิดค้นและพยายามที่จะแก้ปัญหาเพื่อความอยู่รอด ซึ่งความรู้ที่ได้ก็มาจากความเป็นจริงในธรรมชาติ ต่อมามนุษย์ได้อาศัยกระบวนการของการใช้เหตุผลมาช่วยในการแสวงหาความรู้ใหม่ และมีความสนใจในการใช้เหตุผลในแต่ละขั้นตอน ในการสร้างความรู้ใหม่นั้น ต้องอาศัยสมมติฐานบางอย่าง โดยที่สมมติฐานนี้อาจจะได้มาจากการสังเกตจากปรากฏการณ์ธรรมชาติ หรือประเพณีวัฒนธรรมที่ปฏิบัติติดต่อกันมาตลอดจนเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปแล้ว จึงนำมาเป็นข้อสรุป ตัวอย่างเช่น “เราเห็นนิสิตจุฬาฯ 20 คน สวมเสื้อขาว เราอนุมานว่า นิสิตจุฬาฯ ทุกคนสวมเสื้อขาว” (หน้าที่ 62 บรรทัดที่ 11) การใช้เหตุผลแบบอุปนัย คือการนำเหตุย่อยๆ แต่ละเหตุมารวมกัน เพื่อนำไปสู่ผลสรุปเป็นกรณีทั่วไป หรือเป็นวิธีการสรุปผลค้นหาความจริงจากการสังเกตหรือทดลองหลาย ๆ ครั้ง จากกรณีย่อย ๆ แล้วสรุปเป็นความรู้แบบทั่วไป ข้อดีของการใช้เหตุผลแบบอุปนัย อย่างแรก คือ เป็นการนำความจริงจากประสบการณ์ต่าง ๆ หรือจากการทดลองหลาย ๆ ครั้งมาสรุปทำให้เกิดทฤษฎีบทขึ้นมา อย่างที่สอง สามารถทำให้เกิดวิธีการค้นพบความรู้ใหม่ ทำให้วิทยาการต่าง ๆ ก้าวหน้า เพราะเป็นการทดลองหาความจริงจากข้อมูลต่าง ๆ จนได้ข้อสรุป เช่น นักวิทยาศาสตร์ชอบค้นหาความจริงในธรรมชาติโดยจะเริ่มสังเกตธรรมชาติก่อนและจะเชื่อเมื่อได้ทดสอบหลาย … Continue reading อุปนัย

อุปนัย

เรื่อง : อุปนัย Topic: induction ผู้แต่ง : พระปรียะพงษ์ คุณปัญญา ผู้ปรับปรุง : กีรติ บุญเจือ อุปนัย ( induction ) คือ วิธีการหาเหตุผลโดยการพิสูจน์จากประสบการณ์เฉพาะหน่วยเพื่อยืนยันถึงความน่าเชื่อถือความรู้ทั่วไปที่เรายังไม่แน่ใจ ความสมเหตุสมผลของอุปนัย ( validity of induction ) คือ จะต้องเกิดจากประสบการณ์ตรงและมีลักษณะที่ผู้พบเห็นสิ่งนั้นๆ ปักใจเชื่อ ( assent ) คือ หมายรู้ว่า ลักษณะดังกล่าวนั้นเป็นลักษณะเฉพาะของสิ่งนั้น เช่น คนไทยทุกคนเคยเห็นต้นมะพร้าวมาตั้งแต่เกิดแล้ว ซึ่งลักษณะเฉพาะของต้นมะพร้าวดังกล่าวนั้น ไม่มีกิ่งก้านเหมือนต้นไม้อื่นๆ คนไทยทุกคนก็จะคิดโดยการอนุมานลักษณะทั่วไปของต้นมะพร้าวด้งกล่าวได้ว่า “ เป็นต้นไม้ชนิดหนึ่งที่ไม่แตกกิ่งก้านสาขา ” กรณีนี้เรามีสิทธิปักใจเชื่อได้มากที่สุด เพราะว่าเราอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีธรรมชาติ แต่ถึงกะนั้นก็ยังไม่เพียงพอ สำหรับกรณีที่มีประสบการณ์ที่น้อยเกินไป หรือหาตัวอย่างในการที่นำมาเป็นตัวกำหนดในการปักใจเชื่อยังไม่เพียงพอ ทำให้ขาดการอนุมานในกรณีดังกล่าว ซึ่งจะเห็นได้ว่าวิธีอุปนัยมีกฏความสมเหตุสมผลเพียงกฏเดียวก็จริง แต่ในรูปของการลงมือปฏิบัติแล้ว ตัดสินความสมเหตุสมผลได้ยากกว่าหลักเกณฑ์การตัดสินแบบนิรนัยมาก เพราะว่าวิธีการอุปนัยนั้นจำต้องอาศัยหรือกำหนดให้ได้อนุมานที่แน่นอนว่า เมื่อไรจึงจะปักใจได้ ทั้งนี้ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญไหวพริบ การเป็นคนชังสังเกต ของผู้ที่ปฏิบัติวิธีอุปนัยเป็นปัจจัยสำคัญในการอนุมาน ดังนั้น การหาเหตุผลอย่างถูกต้องตามหลักเกณฑ์อุปนัยนั้น ก็ยังไม่อาจสามารถให้ความแน่นอนในผลสรุปที่เกิดขึ้นได้อย่างเบาใจนัก เป็นแต่เพียงว่าเป็นการให้ความน่าจะเป็น ( probability ) ถึงความเป็นไปได้ของสิ่งนั้นๆมากน้อยเพียงใด เท่านั้นเอง … Continue reading อุปนัย