เหตุผลหรืออารมณ์

อ.ดร.เอนก สุวรรณบัณฑิต

ลัทธิปัญญานิยมเน้นว่าถ้าจุดหมายปลายทางชีวิตมนุษย์อยู่ที่ความสุขแล้ว มนุษย์ก็มีค่าเสมอกับสัตว์ เพราะสัตว์ก็แสวงหาความสุข แต่ด้วยความสามารถในการใช้เหตุผลเพื่อแสวงหาความจริงนั้นเองที่เป็น คุณสมบัติทำให้มนุษย์ต่างจากสัตว์  ความสุขจึงมี 2 ระดับ คือ 1) ความเพลิดเพลิน  ความสุขระดับการรับรู้เกี่ยวกับโลกภายนอก เช่น การรับรู้ในรสอาหาร  ความพอใจทางประสาทสัมผัส การรับรู้ในระดับนี้ ทำให้มนุษย์แสวงหาความสุขสำราญได้มากขึ้น เป็นความสุขระดับเดียวกันกับสัตว์ทั้งหลาย  และ 2) ความสุขที่เกิดจากกิจกรรมทางปัญญาเป็นความสุขที่เป็นผลจากการปฏิบัติคุณธรรมของบุคคล Continue reading “เหตุผลหรืออารมณ์”

บุคลิกภาพคือภาคแสดงของจิตใจ

อ.ดร.เอนก สุวรรณบัณฑิต

anek04

มนุษย์มีพลังที่สำคัญอย่างหนึ่งคือ พลังคิด (mental powers) ยิ่งมีพลังที่ทำให้คิดได้ไว คิดได้เฉียบแหลม คิดได้ถูกต้อง ก็จะสามารถทะลุทะลวงอุปสรรคต่างๆ ในบททดสอบแห่งชีวิตได้ Continue reading “บุคลิกภาพคือภาคแสดงของจิตใจ”

ความดี [การตีความ]

อ.ดร.เอนก สุวรรณบัณฑิต

ผู้เขียนได้ทำการการทดลองตีความ “ความดี” ผ่าน EOCR thinking system (ระบบคิด EOCR, เอนก สุวรรณบัณฑิตม 2559)

เมื่อคิดตาม EOCR system จะทำให้เรามีร่องรอยความคิดหรือกรอบความคิดของเราเองในเรื่องต่างๆ ตรงจุดนี้จะกลายเป็นมโนทรรศน์ (concept) ของเราต่อเรื่องนั้นๆ ซึ่งจุดนี้จะกลายเป็นองค์ความรู้ของเรา EOCR thinking system จึงจะนำไปสู่ EOCR knowledge block ที่เป็นฐานความรู้ในตัวของเราเอง

Continue reading “ความดี [การตีความ]”

Philosophy of Knowledge

อ.ดร.เอนก สุวรรณบัณฑิต

เมื่อกล่าวถึง “ปรัชญาความรู้” ย่อมทำให้ย้อนนึกไปถึงศาสตร์สำคัญคือ ญาณวิทยา (epistemology) ที่เป็นวิชาว่าด้วยความรู้ หรือที่ฝ่ายนักปรัชญาในยุคใหม่เรียกว่า ทฤษฎีความรู้ (theory of knowledge) สิ่งที่สนใจในวงรอบความคิดนี้ย่อมไม่พ้นขอบเขตการศึกษาของญาณวิทยา ทั้งนี้ย่อมศึกษาผ่านประวัติศาสตร์การวิวัฒนาการของวิชาการความรู้ (science of knowledge) ในฐานะบริบทเชิงมโนทรรศน์ของความรู้ (conceptual context of knowledge) ในแต่ละยุค แต่ละกระบวนทรรศน์ความคิด (paradigm of thought) ซึ่งสรุปลงเป็นแต่ละลัทธิทางปรัชญา โดยขบคิดกันใน 2 บริบทสำคัญคือ วิธีการได้มาซึ่งความรู้และประเภทของความรู้ที่เกิดขึ้น

Continue reading “Philosophy of Knowledge”

Vitalism

ศ.กีรติ บุญเจือ

Vitalism (ลัทธิชีวิตนิยม) เป็นลัทธิที่มีผลสืบเนื่องมาจาก อิมมานูเอล คานท์ ที่บอกว่าความรู้ของเราต้องผ่านโครงสร้างของสมอง ดังนั้นเราจึงไม่สามารถรู้ความเป็นจริง เรารู้แต่ความจริงเท่านั้น

Continue reading “Vitalism”

paradigm of thought

อ.ดร.เอนก สุวรรณบัณฑิต

กระบวนทรรน์ทางความคิด

ปรัชญากระบวนทรรศน์ทางความคิด (paradigm of thought) เป็นหลักการพัฒนาการทางปัญญาของมนุษย์ชาติที่พิจารณาได้ตามการเปลี่ยนยุคของปรัชญา (กีรติ บุญเจือ, 2546) มนุษย์ในแต่ละกระบวนทรรศน์จะมีความเชื่อที่เป็นพื้นฐานอยู่ในจิตใจทุกยุคทุกสมัยแตกต่างกันไป   ทั้งนี้ กระบวนทรรศน์นั้นไม่ใช่สมรรถนะในการใช้ตัดสินใจ (decision competency) เพราะสมรรถนะในการใช้ตัดสินใจคือ เจตจำนง (will)

กระบวนทรรศน์เป็นสมรรถนะในการเข้าใจ (understanding) และชักนำให้เจตจำนงตัดสินใจตามกระบวนทรรศน์ที่มนุษย์เองเข้าใจ จึงเป็นเพียงแนวโน้มการตัดสินใจ (decision potentiality)

Continue reading “paradigm of thought”

ระดับการรู้

อ.ดร.เอนก สุวรรณบัณฑิต

เนื้อหาของญาณปรัชญาเน้นที่การจำแนกความรู้ ซึ่งแยกไว้ 3 ระดับ ซึ่งในระบบคุณค่า มนุษย์ได้นำความรู้มาใช้เพื่อการพัฒนาตนเอง

คนๆ หนึ่งจะมีการพัฒนาการตนเองอย่างต่อเนื่อง เราอาจแบ่งการพัฒนาการของคนออกเป็นระดับต่างๆ 10 ระดับ

ได้แก่

1. การรับรู้ตามอวัยวะรับสัมผัสต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง (sensory motor : basic perception)
2. การใช้อารมณ์ในการจินตนาการภาพต่างๆ จากสิ่งเร้าที่เข้ามากระตุ้นได้ (emotion)
3. การคิดสิ่งต่างๆ ที่เป็นรูปสัญลักษณ์ (symbol) และสร้างเป็นกรอบความคิด (concept) โดยยึดตนเองเป็นหลัก คิดว่าถ้าเป็นตนเองจะทำเรื่องนั้นอย่างไร (symbolic , internal logus of control)
4. การเชื่อว่ามีสิ่งต่างๆ ที่มีอำนาจมากกว่าคอยกำกับเรื่องราวอีกที ตัวเขาเองไม่สามารถทำอะไรได้ทุกอย่าง (rule/mythic , external logus of control)
5. การคิดถึงสิ่งต่างๆ โดยยึดถือหลักฐาน เหตุผล ข้อมูลและความเข้าใจ มีการคิดอย่างเป็นระบบ (rational)
6. การใช้ปัญญาไตร่ตรอง เปิดกว้าง เข้าใจและยอมรับต่อทัศนะต่าง ๆทั้งที่เหมือนและแตกต่างไปจากตนเอง (vision)
7. สามารถวางตนเองให้คิดถึงสิ่งต่างๆ โดยไม่ยึดติดกับความเป็นตนเอง ไม่คิดหวังเพื่อตนเอง มองทุกอย่างในภาพรวม และไม่ยึดติด (psyche, gestalt)
8. มีความเชื่อ ศรัทธาอย่างลึกซึ้งต่อเรื่องราวใดเรื่องราวหนึ่ง และมีความมุ่งมั่นต่อสิ่งนั้น (subtle, faith)
9. เข้าใจถึงหลักเหตุผลในระดับของความแปรปรวนไม่สิ้นสุด (chaos) และเข้าในแนวทางความว่างเปล่า ไร้ขอบเขต (formless)
10. สามารถตระหนักรู้อย่างแท้จริง ไม่คาดเดาอย่างใช้ตรรกะ แต่มุ่งที่การรู้จริง (insight)

แต่อย่างไรก็ตาม ระดับของความรู้อาจมีการเกิดขึ้นข้ามไปข้ามมาได้ หากแต่จะยั่งยืนถ้ามีการพัฒนการอย่างต่อเนื่อง