การพัฒนาคุณภาพชีวิตกับพุทธปรัชญา

พ.อ. ดร. ไชยเดช แก่นแก้ว … การพัฒนาคุณภาพชีวิตเป็นหัวข้อที่สำคัญสำหรับโลกในปัจจุบัน และหลายภาคส่วนมองว่า การพัฒนาคุณภาพชีวิตมีอยู่แล้วในพุทธปรัชญา  ทั้งนี้ แนวความคิดการดำรงชีวิตในวิถีพุทธสำหรับปุถุชนเน้น 1) การมองเข้ามาในตัวตนอย่างใคร่ครวญตามหลักปฏิจจสมุปบาทและ 2) มองออกนอกตัวตนเพื่อทำความเข้าใจบุคคลประเภทต่าง ๆ ที่เราต้องเกี่ยวข้องสัมพันธ์หรือทิศหก และสังคมเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่เกื้อกูลกับธรรมชาติ ซึ่งเป็นแนวทางในการพัฒนาคุณภาพชีวิตโดยเนื้อแท้

Brahmacariya in postmodern hermeneutics

ดร.อุบาสิกา ณัฐสุดา เชี่ยวเวช … การพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักปรัชญาหลังนวยุคสายกลางนั้นมิใช่เพียงการตีความ แต่เป็นการวิเคราะห์ด้วยปัญญา วิจักษ์ในคุณค่าความดีและวิธานไปปฏิบัติด้วยพลังแห่งการสร้างสรรค์ การปรับตัว การร่วมมือและการแสวงหา ซึ่งจะทำให้ระดับคุณภาพชีวิตของมนุษย์นั้นดีมากขึ้นไปเรื่อย ๆ เพื่อความสุขแท้ในโลกนี้ โดยใช้หลักอรรถปริวรรต ดังนั้น จึงย่อมสามารถนำมาตีความพุทธปรัชญาและหลักธรรมด้วยหลักการ “ย้อนอ่านใหม่หมด ไม่ลดอะไรเลย” เพื่อเก็บข้อมูลที่สำคัญแท้จริงให้เห็นว่าเป็นไปเพื่อประโยชน์ในปัจจุบันอันเป็นประโยชน์สุขในการพัฒนาคุณภาพชีวิตบนสัญชาตญาณปัญญา

ปรัชญาความสุขตามกระบวนทรรศน์หลังนวยุคสายกลาง

พ.อ. ดร.ไชยเดช แก่นแก้ว … การที่มนุษย์ได้พัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักกระบวนทรรศน์ปรัชญาหลังนวยุคสายกลางเป็นความสุขแท้ กระบวนทรรศน์ปรัชญาหลังนวยุคสายกลางเป็นกระบวนทรรศน์ทางความคิดล่าสุดของมนุษย์ที่เป็นความเชื่อพื้นฐานที่มีในจิตใจของมนุษย์ทุกคน เป็นสมรรถนะเข้าใจและเชิญชวนให้เจตจำนงตัดสินใจตามเกณฑ์วิทยาของกระบวนทรรศน์นั้น ผู้ที่อยู่ใน  กระบวนทรรศน์ใดย่อมมีทัศนคติต่อแง่มุมต่าง ๆ ของชีวิต ค่านิยม การพัฒนาวัฒนธรรมและอารยธรรมของมนุษยชาติที่สอดคล้องกับกระบวนทรรศน์ปรัชญานั้น กระบวนทรรศน์ปรัชญาหลังนวยุคสายกลาง (กีรติ บุญเจือ, 2546) มีมุมมองว่าการพัฒนาคุณภาพชีวิตเป็นสารัตถะของกระบวนทรรศน์ปรัชญาหลังนวยุค กระบวนทรรศน์หลังนวยุคสายกลางมีจุดเด่นที่การไม่ยึดมั่นในทฤษฎีตายตัว ความคิดใด เมื่อนำไปปฏิบัติแล้วเกิดประโยชน์ให้ถือว่าจริง ถ้าไม่เกิดประโยชน์ถือว่าเท็จ โดยมุ่งเป้าหมาย (goal) เดียวกันคือ สันติภาพโลก และมีวิถี… Read more “ปรัชญาความสุขตามกระบวนทรรศน์หลังนวยุคสายกลาง”

การพัฒนาคุณภาพชีวิตตามแนวคิดเสรีนิยมใหม่

พ.อ. ดร.ไชยเดช แก่นแก้ว … มนุษยชาติในยุคปัจจุบันได้ส่งเสริมความเป็นมนุษย์ นั่นคือ เน้นหลักการตามหลักลัทธิมนุษย์นิยม ยอมรับความสุขว่ามีหลายระดับ แต่ทุกระดับมีคุณค่าที่เท่ากัน เพราะฉะนั้นความสุขแท้กับความสุขไม่แท้ไม่แตกต่างกันเลย (จึงเป็นความเท่าเทียมกัน )

ความสุขคือการมีผลประโยชน์สูงสุด

อ.ดร.สิริกร อมฤตวาริน … มนุษย์โดยทั่วไปย่อมต้องการชีวิตที่มีความสุข ความสะดวกสบาย จากนั้นย่อมต้องการให้มีความสุขสะดวกสบายให้นานที่สุด จึงต้องการความมั่งคั่ง ความมั่นคง ดังนั้น ย่อมต้องพิจารณาว่าเมื่อได้ลงแรงทำสิ่งได้ย่อมต้องประเมินแล้วว่าได้ผลตอบแทนที่จะกลับมาแก่ตนเองคุ้มค่าหรือมากที่สุด ความสุขเช่นนี้ เมื่อมองตามรตินิยมและประโยชน์นิยมแล้ว ก็คือ ความสุขในการได้รับผลประโยชน์สูงสุดและผลประโยชน์สูงสุดนั้นก็คือการได้ถือครองทรัพย์สินเป็นส่วนตน

การตีความด้วยครอบฟ้าวัฒนธรรม

อ.ดร.รวิช ตาแก้ว … การตีความ “คำ” ด้วยข้อมูลเชิงวัฒนธรรมนำไปสู่การสรุปตามความเข้าใจของผู้ตีความ เป็นครอบฟ้าความรู้ของผู้ตีความ  ถ้าการตีความคลาดเคลื่อนก็จะนำไปสู่การสรุปเพื่อเข้าใจที่คลาดเคลื่อนไปด้วย ข้อมูลส่วนย่อยที่นำใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานทางความคิดจึงต้องตระหนักถึงความสำคัญในการสืบค้นข้อมูลที่สอดคล้องกับทรรศนะของเกิทช์ (Clifford J Geertz, 1926-2006) ที่กล่าวว่า วัฒนธรรมเป็นสัญญะชุดหนึ่งที่กำหนดกรอบชีวิตที่สังคมนั้นพอใจร่วมกัน ดังนั้น การตีความใดๆ จึงเป็นผลผลิตทางวัฒนธรรม จึงเป็นการตีความสัญญะที่ถูกสื่อความหมายไว้กับสิ่งนั้น ดังนั้น ข้อมูลส่วนย่อยของวัฒนธรรมที่นำมากล่าวไว้จึงเป็นเสมือนครรลองทางความคิดที่นำไปสู่กรอบความคิดที่อยู่เบื้องหลังของความคิดดังกล่าว เพราะภาษาไม่จำเป็นต้องแสดงเหตุผลเสมอไป ซึ่งความคิดและความเข้าใจไม่จำเป็นต้องอยู่ในขอบข่ายของเหตุผลทุกครั้งเช่นกัน

Gaia Hypothesis

อ.ดร.เอนก สุวรรณบัณฑิต … มนุษย์โบราณเชื่อว่า โลกมีกฎเกณฑ์และกฎเกณฑ์นั้นตายตัว ทำให้เกิดความเชื่อมั่นต่อโลกธรรมชาติ และเชื่อว่าธรรมชาติไม่ล้มเหลว แต่เมื่อโลกในยุคปัจจุบันมีปัญหาภัยพิบัติมากมาย ผู้ที่เชื่อว่าโลกมีกฎเกณฑ์ไม่เพียงจะยังเชื่ออยู่ แต่ยังได้พัฒนาไปสู่แนวคิด “การดำเนินไปอย่างปกติของโลก” แนวคิดนี้ได้รับการตั้งมโนคติใหม่ โดยพัฒนามาจากทฤษฎีทางนิเวศวิทยาสมัยใหม่ ในชื่อ พระแม่ธรณี (Mother Gaia, Mother Earth) ซึ่งเป็นเทพตามเทววิทยากรีก พระแม่ธรณีเป็นผู้ให้กำเนิดโลกและจักรวาลทั้งหมด โดยตั้งเป็น “สมมติฐานไกอา” (Gaia hypothesis)