การกำกับควบคุมคอร์รัปชั่น

ดร.พจนา มาโนช.. (self control on the anticorruption)

คอร์รัปชั่นเป็นภาวะความเป็นจริงที่อยู่คู่กับสังคมมนุษย์มาแต่อดีต สืบทอดยาวนานในทุกระนาบของประวัติศาสตร์ ปัจจัยหลายอย่างได้ส่งเสริมให้มีคอร์รัปชั่นยิ่งขึ้น ได้แก่  การมีอภิสิทธิชน ความไม่เท่าเทียมกัน ระบบอุปถัมภ์ ซึ่งยิ่งคอร์รัปชั่นเกิดขึ้นในวงกว้างก็ยิ่งทำให้เกิดปัญหาในประเทศนั้นๆ เช่น การบั่นทอนการพัฒนาเศรษฐกิจ การบิดเบือนการจัดสรรทรัพยากร การเพิ่มความเหลื่อมล้ำทางสังคมและยังเป็นส่วนหนึ่งที่ทำลายกระบวนการประชาธิปไตยในทุกระดับ มนุษยชาติยอมรับได้ว่าคอร์รัปชั่นมีอยู่จริง แต่ในทางอุดมคติย่อมต้องชี้นำและนำเสนอต่อสังคมให้สร้างสังคมที่ปราศจากคอร์รัปชั่น

Continue reading “การกำกับควบคุมคอร์รัปชั่น”

พุทธธรรมมาภิบาล

พระครูโอภาสสราธิคุณ (ชาตรี อาสโภ) ;

 “พุทธธรรมาภิบาล” ปรากฏครั้งแรกในเอกสารการประชุมวิชาการระดับนานาชาติ The 8th conference of the United Nations Day of Vesak จัดขึ้น ณ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดย อุทัย สติมั่น (2554) ในหัวข้อ พุทธธรรมาภิบาลสำหรับผู้นำยุคโลกาภิวัฒน์  บนแนวคิดว่าการศึกษาหลักธรรมาภิบาลตามแนวคิดของ อุทัย สติมั่น เรียกว่า “พุทธธรรมาภิบาล” (Buddhist good governance) ซึ่งปรากฎในพระไตรปิฎก อัคคัญสูตร ทีฆนิกาย เกี่ยวกับกำเนิดมนุษย์ที่ไม่มีความแตกต่างทางชนชั้น (อุทัย สติมั่น, 2554 น.133) โดยมีทรรศนะว่า ธรรมาภิบาลแบบตะวันตกมีจุดอ่อนคือ เป็นแนวคิดแบบวัตถุนิยมหรือประโยชน์นิยม กระบวนการธรรมาภิบาลให้ความสำคัญกับผู้นำหรือผู้บริหารมากกว่าพนักงานหรือประชาชน รวมถึงโครงสร้าง มีการใช้กฎหมาย กฎบัตรหรือกติการ่วมเป็นเครื่องมือมากกว่าจะเริ่มต้นที่ภายในจิตใจซึ่งมีความละเอียดลึกซึ้ง โดยมองว่า ธรรมาภิบาลดังกล่าวมีลักษณะหยุดนิ่ง มุ่งเพียงสันติภาพภายนอก ไม่เอื้อต่อการเข้าถึงธรรมหรืออุดมคติที่สูงขึ้นไปอีก ในขณะที่พระพุทธศาสนามีอุดมการณ์และเป้าหมายสูงส่งและแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืนอย่างแท้จริง โดยสังฆสังคมเป็นต้นแบบแห่งพุทธธรรมาภิบาลและได้วิเคราะห์หลักพุทธธรรมาภิบาลตามกรอบธรรมาภิบาล 6 ประการโดยจัดกลุ่มตามกรอบแนวคิดเชิงระบบ กับพุทธธรรมาภิบาลตามหลักมรรคมีองค์ 8 อีกด้วย

Continue reading “พุทธธรรมมาภิบาล”

ธรรมะกับการปกครอง

พระมหาสุริยา สุเมโธ (ด้วงติลี)

สังคมปัจจุบันที่ผู้นำขาดคุณธรรมจริยธรรมกันมาก ไม่สามารถนำพาองค์กรด้วยความชอบธรรมได้ แม้ว่าจะสามารถนำพาองค์กรให้อยู่รอดได้ แต่ความมั่นคงทางใจ และความสุขในการทำงานอาจน้อยลงอันมีส่วนมาจากความคลาดเคลื่อนจากธรรมของคนในองค์กรที่อยู่ในระบบของการถูกบีบคั้นให้คอร์รัปชั่น ชิงดีชิงเด่น ปกป้องตำแหน่งและฐานอำนาจ กอบโกยผลประโยชน์ให้กับตนเองและพวกพ้อง

Continue reading “ธรรมะกับการปกครอง”

ท่าทีใหม่ต่อพุทธธรรมาภิบาล

พระครูโอภาสสราธิคุณ (ชาตรี อาสโภ)

จากการศึกษาแนวคิดธรรมาภิบาลกับแนวคิดในพระพุทธศาสนาด้านการปกครอง มักมีจะมีทรรศนะตรงกันว่า มีฐานคิดที่เป็นจุดมุ่งเน้นที่แตกต่างกัน  นั่นคือ ธรรมาภิบาลเป็นหลักการเชิงกฎ มุ่งเน้นระบบ กฎ ในขณะที่พระพุทธศาสนาในด้านการปกครองมุ่งเน้นที่ตัวคน ได้แก่ คุณสมบัติของผู้ปกครอง ในขณะที่เมื่อพิจารณาในระดับบริสุทธิ์แล้ว พุทธธรรมาภิบาล มิได้มีขอบข่ายเพียงเท่านั้น แต่ยังมีธรรมอันเป็นหลักในการประพฤติเพื่ออยู่ร่วมกัน และธรรมอันเป็นพื้นฐานประพฤติดีของแต่ละคน เป็นสำคัญ โดยถือว่า ผู้ปกครองจะต้องเป็นคนดีมีคุณธรรม ทำหน้าที่ปกครองได้อย่างดี จึงจะสามารถปกครองชุมชน สังคม หรือประเทศชาติได้อย่างสันติสุขและเจริญก้าวหน้าได้ ธรรมสำหรับการอยู่ร่วมกันในสังคม ธรรมสำหรับเกื้อกูลในการดำรงอยู่ร่วมกัน และธรรมที่เกื้อกูลในการบำเพ็ญภาวนา

Continue reading “ท่าทีใหม่ต่อพุทธธรรมาภิบาล”

ทบทวนคิดเรื่องการปกครองที่ดี

พระครูโอภาสสราธิคุณ (ชาตรี อาสโภ)

คนทั่วไปทำงานทำการต่างๆ ก็เพื่อให้มีเสื้อผ้าสวมใส่ มีข้าวปลาอาหารกิน เลี้ยงปากท้องตนและคนในครอบครัว เพื่อจะได้มีครอบครัวที่สมบูรณ์และอบอุ่น ทำให้ชีวิตที่เรียบง่ายของตนเองผ่านไปอย่างตลอดรอดฝั่ง สิ่งที่ต้องการจากการปกครองจึงเป็นการค้ำประกันการดำรงอยู่เช่นนี้ การค้ำประกันนี้ต้องเป็นระบบและยั่งยืน ทำให้ผู้ปกครองเน้นความสำคัญไปที่ความมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์ และความมั่นคงของประเทศ จึงใส่ใจในการสร้าง การผลิตและการใช้ ทั้งสิ่งของ และสถานที่ เพื่อจะแสดงถึงความมั่งคั่ง (wealthy) เมื่อมีความมั่งคั่งและความมั่นคงแล้ว การปกครองเมืองจึงราบรื่น เรียบร้อย อันเป็นอุดมคติ

Continue reading “ทบทวนคิดเรื่องการปกครองที่ดี”

ธรรมาภิบาลกับบทบาทการสอนธรรมะของวัด

พระครูโอภาสสราธิคุณ (ชาตรี อาสโภ)

พระพุทธศาสนาเกิดขึ้นบนความเพียรพยายามที่จะแก้ปัญหาของสังคมที่กำลังเปลี่ยนแปลงของยุคพุทธกาล เมื่อศาสนาพุทธและพระสงฆ์ได้เข้ามาเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของสังคมไทยมาตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบัน และที่สำคัญก็คือ คำสอนในศาสนาพุทธได้ทำหน้าที่กล่อมเกลาในทางสังคม สร้างค่านิยมและแบบอย่างของพฤติกรรมให้กับคนในสังคม โดยมีธรรมของผู้ครองเรือน เช่น การรักษาความสุขในครอบครัว ความสัมพันธ์ในครอบครัว การประกอบธุรกิจค้าขาย ซึ่งทั้งหลายทั้งปวงนี้ก็มีอยู่ในคำสอนของพระพุทธศาสนา จึงควรที่จะให้วัดได้ตระหนักตนและมีบทบาทในการสอนหลักพุทธปรัชญาแก่พุทธบริษัทในการดำรงชีวิตในสมดุล มีความสงบสุขและมีปัญญาในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ทุกระดับ ซึ่งหากยิ่งเข้าใจการเปลี่ยนแปลงทางสังคม หลักการปกครองแห่งรัฐ และหลักปรัชญาได้อย่างเพียงพอ ก็ย่อมจะมีส่วนสำคัญในการชี้นำสังคมในปัจจุบันอีกด้วย

Continue reading “ธรรมาภิบาลกับบทบาทการสอนธรรมะของวัด”

corruption and definition

ดร.พจนา มาโนช

        การนิยามคอร์รัปชั่นเป็นการนิยามเฉพาะหน่วย (definition in particular) ซึ่งทำให้จะต้องพิจารณาเรื่องการคอร์รัปชั่นในมุมมองที่กว้างที่แตกต่างกันในแต่ละบริบท สังคม วัฒนธรรม และผลลัพธ์ของการกระทำ ซึ่งย่อมเป็นปัญหาสำคัญสำหรับผู้ที่สนใจในประเด็นคอร์รัปชั่น เมื่อมองผ่านอรรถปริวรรต พบว่า คอร์รัปชั่นเป็นการทับศัพท์ในภาษาอังกฤษ Corruption มาจากภาษาลาตินว่า Corruptus มีรากคำมาจากคำว่า rumpere ที่แปลว่า destroy-ทำลาย กับ spoil-ปล่อยปละละเลย ซึ่ง 2 คำนี้เป็นเสมือน “ภาวะ” ที่สามารถแสดงให้เห็นความหมายในเชิงบริบทว่า คอร์รัปชั่นเป็นการทำลายระบบที่มีอยู่และเป็นการปล่อยปละละเลยระบบ ทำให้ระบบไม่หย่อนยานไม่เป็นไปตามที่ระบบควรจะเป็น มุมมองของคอร์รัปชั่นจึงแบ่งออกเป็น  2 บริบท ได้แก่ บริบทสากลและบริบทสังคมไทย ดังนี้ Continue reading “corruption and definition”

Website Powered by WordPress.com.

Up ↑