ปรัชญาหลังนวยุคสายกลางกับภาวะหลายพรรคการเมือง

ผศ.(พิเศษ) ดร.เอนก สุวรรณบัณฑิต

การพัฒนาคุณภาพชีวิตเป็นเป้าประสงค์ตามแนวทางกระบวนทรรศน์ปรัชญาหลังนวยุคสายกลาง คุณภาพชีวิตอย่างหนึ่งที่สำคัญในแนวคิดนี้ก็คือ การอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขของผู้คนในสังคมที่มีความหลากหลายทางความคิด ความเชื่อ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม จนถึงระดับพหุวัฒนธรรม อันเป็นการยอมรับการมีอยู่ของวัฒนธรรมย่อยในฐานะค่านิยม ขนบธรรมเนียมของกลุ่มชาติพันธุ์ กลุ่มคน สังคมและประเทศ โดยที่สอดคล้องและอยู่ร่วมกับวัฒนธรรมหลักได้อย่างสงบสุข ทั้งนี้ มนุษย์หวังในความสุขสงบสันติ จึงควรทบทวนตนเอง ย้อนพิจารณาประสบการณ์ต่างๆ ที่ผ่านมาในชีวิต หาจุดที่สงบสุข หรือจุดที่ตนมีสันติที่ชัดเจน แล้ววางเป็นภาพจำหรือภาพตัวแทนเพื่อกำหนดแนวทางของการมีใจที่จะดำรงความสันติและร่วมมือในการสร้างสันติภาพแก่โลก

อะไรที่ทำให้มนุษย์เราไม่ก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยกันในกระแสแห่งการพัฒนาคุณภาพชีวิต สิ่งแรกที่คิดได้ก็คือ การคิดเห็นไม่เหมือนกัน อะไรที่ทำให้คิดเห็นไม่เหมือนกัน ก็คือ ยึดมั่นถือมั่นว่าสิ่งที่ตนคิดถูกต้องที่สุด ความยึดมั่นถือมั่นนี้ทำให้ยึดติด ไม่เปิดใจ จึงไม่พร้อมเดินไปกับผู้อื่น แต่หากเรามีปัญญามากขึ้น ฉลาดคิดมากขึ้น เราก็จะเข้าใจคนอื่นว่าเขาคิดอะไร เช่นนั้น เราก็พอที่จะเดินไปกับคนอื่นได้ เดินเคียงข้างกันไป พร้อมๆ กับที่จะมีสิ่งใหม่ได้เกิดขึ้นพร้อมๆ กันอีกด้วย เมื่อรวมตัวของความคิดของปัจเจกที่สอดคล้องต้องกันเข้าด้วยกัน ก็จะเกิดกลุ่มทางการเมืองที่อิงอาศัยอยู่ร่วมกับกลุ่มอื่น แต่ก็มีความเป็นตัวของตัวเองที่แตกต่างจากกลุ่มอื่น กลุ่มเหล่านี้ก็พัฒนาไปเป็นกลุ่มทางการเมือง ทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ กลุ่มไม่เป็นทางการต่างเข้าไปเกี่ยวข้องกับการพัฒนาสังคมในฐานะ “การมีส่วนร่วม” และกลุ่มทางการเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการพัฒนาสังคมในฐานะ “พรรคการเมือง”

อย่างไรก็ตาม พรรคการเมืองมักจะถูกสื่อมวลชนนำเสนอในภาพของแหล่งกำเนิดแห่งการทุจริตหรือไม่ก็เป็นแหล่งรวมของคนไร้ความสามารถ และพรรคการเมืองนั่นเองที่มักจะเห็นเป็นสาเหตุของการหยุดชะงักของการทำงานของรัฐ หรือทำให้เกิดความล้มเหลวของรัฐ พรรคการเมืองกลายเป็นเครื่องมือของฝ่ายทุนในการแสวงหาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ที่ง่ายและมีประสิทธิภาพและหลายฝ่ายก็ต่างพยายามที่จะครองพรรคการเมืองเพื่อเข้าสู่กระบวนการทางการเมืองเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว ในขณะที่ฝ่ายนักวิชาการหรือนักสังคมนิยมต่างก็แสวงหาการควบคุมทางการเมืองผ่านกระบวนการเคลื่อนไหวต่างๆ เพื่อให้กระแสแห่งการเมืองการปกครองมุ่งไปตามเป้าหมายทางการปกครองตามอุดมการณ์ของฝ่ายตนเอง และถึงขั้นเป็นขั้วตรงข้ามกับพรรคการเมืองที่มีอยู่ก็ได้ แม้ปัญหาพรรคการเมืองและผลสะท้อนในเชิงลบของพรรคการเมืองจะมีอยู่จริง แต่กระนั้น พรรคการเมืองก็ยังเป็นตัวแทนของกลุ่มหนึ่งๆ อยู่ ในฐานะกลุ่มทางสังคม มิได้หมดสิ้นสภาพของกลุ่มลงไป พรรคการเมืองยังเป็นเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการประชาธิปไตย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายซ้าย ฝ่ายขวา เสรีนิยมหรืออนุรักษ์นิยม อิสรนิยมหรืออำนาจนิยม ก็ล้วนมีพรรคการเมืองเป็นของตน มีอุดมการณ์ มีความเชื่อของฝ่ายตนจนรวมกันเป็นพรรคได้ หากไม่มีพรรคการเมืองก็ไม่มีประชาธิปไตยสมัยใหม่ ดังนั้น ความจำเป็นของพรรคการเมืองจึงยังคงมีอยู่ด้วยความชอบธรรมของระบบประชาธิปไตย

โดยทั่วไปแล้วพรรคการเมืองถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อสะท้อนมุมมองความสนใจและความต้องการของประชาชนตั้งแต่อุดมคติสูงสุดไปจนถึงสัญชาตญาณพื้นฐาน พรรคการเมืองในระบอบประชาธิปไตยที่มีการเลือกตั้งมักจะทำหน้าที่ร่วมกันเพื่อสร้าง “ความสมดุล” หรือ “ประนีประนอม” ระหว่างความเห็นที่เป็นปฏิปักษ์และต่างกัน พรรคการเมืองยังเป็นช่องทางในการสร้างแรงบันดาลใจและระดมผู้มีสิทธิเลือกตั้งและผู้ไม่มีสิทธิเลือกตั้งเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองขั้นพื้นฐานได้ ในปัจจุบันพลเมืองมีอุดมการณ์ทางการเมือง อุดมการณ์ทางสังคม หรืออุดมการณ์อื่นๆ แตกต่างกัน แต่ก็มีการติดต่อสื่อสารกันทั้งในโลกจริงและโลกเสมือนจริงเพื่อต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลง บางส่วนก็หันไปหาพรรคการเมืองเพื่อดำเนินการดังกล่าว บางส่วนก็ใช้การรณรงค์หรือกิจกรรมเคลื่อนไหวในระดับต่างๆ กระนั้น ก็เพื่อส่งผ่านข้อมูลไปสู่พรรคการเมืองเพื่อนำเข้าสู่กระบวนการออกกฎหมายหรือบริหารประเทศ

ในทางการเมือง มีแนวทางการปกครองด้วยพรรคการเมืองเดียว ระบบสองพรรคการเมือง และระบบหลายพรรคการเมือง แต่ละระบบต่างมีวิธีการและพลังในการเปลี่ยนแปลงสังคมแตกต่างกันไป อย่างไรก็ตาม กระบวนทรรศน์ปรัชญาหลังนวยุคสายกลางซึ่งส่งเสริมความหลากหลายทางความคิดพหุสังคมและพหุวัฒนธรรม ย่อมมองได้ว่า การยอมให้มีอยู่ของความหลากหลายนั้นย่อมจะสะท้อนได้อย่างเด่นชัดในระบอบประชาธิปไตยที่มีหลายพรรคการเมือง(ที่แท้จริง) ระบบหลายพรรคการเมืองสะท้อนว่าประชาชนมีอิสระที่จะรวมตัวกันเป็นองค์กรทางการเมือง และแข่งขันกันนำเสนออุดมการณ์ของตนต่อสาธารณะ การจัดตั้งพรรคการเมืองควรเป็นอิสระ ไม่มีข้อบังคับมากจนเกินไป แต่ก็ไม่ควรง่ายต่อถูกใช้ประโยชน์โดยกลุ่มคนบางกลุ่มที่มุ่งแสวงหาผลประโยชน์ของตนเองหรือถูกผูกขาดให้ยึดโยงกับแนวอุดมกาณ์เดียว หรือเป็นพรรคลูกโดยการอุปถัมภ์จากแหล่งทุนเดียวกัน ซึ่งจะทำให้เกิดขั้วทางการเมืองที่ตรงข้ามกัน และนำไปสู่ความขัดแย้ง มิใช่การสร้างความสมดุลหรือการประนีประนอมเพื่อเป้าหมายในการพัฒนาประเทศ

พรรคการเมืองที่สําคัญหลักๆ ย่อมเป็นตัวแทนของอุดมการณ์ที่แตกต่างกันของพลเมืองส่วนใหญ่ของประเทศ ต่างก็มีชุดของความคิดเกี่ยวกับบทบาทของรัฐบาลและองค์กรของสังคมหนึ่งๆ ตามความคิดหลักของฝ่ายตน แนวคิดอุดมการณ์ “ขวา” และ “ซ้าย” ถูกนํามาใช้เพื่อระบุสองด้านหลักของสเปกตรัมทางการเมือง เช่น ผู้ที่ต้องการรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ตามรัฐธรรมนูญ กลุ่มทางการเมืองที่สนับสนุนการรักษาลําดับชั้นของสถาบันและสังคม กลุ่มอนุรักษ์นิยมที่ปกป้องประเพณีทางการเมือง เศรษฐกิจและสังคม และศาสนา กลุ่มเสรีนิยมซึ่งสนับสนุนหลักการทางเศรษฐกิจตลาดเสรี กลุ่มที่สนับสนุนเสรีภาพทางโลกโดยไม่ยึดกับศีลธรรมทางศาสนา กลุ่มสังคมนิยมที่สนับสนุนบทบาทของรัฐที่แข็งแกร่งในระบบเศรษฐกิจ กลุ่มที่ให้ความสําคัญกับการปกป้องและรักษาสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ และกลุ่มอุดมการณ์อื่น ๆ ทั้งนี้ มีองค์กรระหว่างประเทศสําหรับแต่ละกลุ่มอุดมการณ์เหล่านี้ที่เปิดให้มีแลกเปลี่ยนกลยุทธ์และคําแนะนําหรือเป็นตัวแทนในหน่วยงานระดับภูมิภาคหรือข้ามภูมิภาคเพื่อขยายอุดมการณ์ของฝ่ายตนในระดับต่างๆ และเชิญชวนให้พลเมืองเข้าร่วมกับอุดมการณ์ของพรรคหรือสนับสนุนพรรคในด้านต่างๆ

อย่างไรก็ตาม ยังมีการเคลื่อนไหวของอุดมการณ์บางอย่างผ่านแนวคิดยูโทเปีย เป็นสังคมอุดมคติตามแนวทางของฝ่ายตนฝ่ายเดียว ฝ่ายอื่นไม่อาจสร้างยูโทเปียได้ แนวคิดนี้กลับเป็นฐานสำคัญของการอ้างเหตุผลสำหรับการรัฐประหาร การปฏิวัติ ไม่ว่าจะด้วยความรุนแรงหรือไม่ก็ตาม แต่ก็เป็นการแทรกแซงกระบวนการสมดุลหรือประนีประนอมของระบอบประชาธิปไตย เพราะไม่ยอมรับความคิดของฝ่ายอื่น จึงมุ่งรวบอำนาจไว้แต่ฝ่ายตน ไม่ว่าจะซ้ายหรือขวา หากละเลยการสร้างสมดุลและการประนีประนอมแล้ว ก็เท่ากับข้ามออกนอกกรอบนอกสุดของระบอบประชาธิปไตย เท่ากับ เป็นฝ่ายอำนาจนิยมนั่นเอง

แม้จะมองได้ว่าระบบหลายพรรคดูจะเหมาะสมกับแนวคิดตามกระบวนทรรศน์ปรัชญาหลังนวยุคสายกลาง แต่ระบบหลายพรรคเองนั้นก็มักถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงการเกิดขึ้นของความขัดแย้งของพรรคเล็กพรรคน้อยในทางการเมืองส่งผลให้มีการปิดกั้นทางการเมือง จากจุดอ่อนเช่นนี้ การแก้ไขปัญหาจึงควรเป็นฝ่ายต่างๆ จัดการให้ผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน/ส่วนเกี่ยวข้อง มารวมตัวกันผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมและจัดให้มีเวทีสำหรับการอภิปรายประเด็นสำคัญและนโยบายสาธารณะ ประชาชนภาคส่วนต่างๆ มีโอกาสแสดงความคิดเห็นวิพากษ์หรือสนับสนุนในเวทีนโยบายของฝ่ายตน

แม้โลกแห่งความทันสมัยได้หนุนหลังแนวคิดในการเพิ่มประสิทธิภาพในทุกสิ่ง และได้สร้างบรรยากาศและระบบขึ้นมารายล้อมมนุษย์ให้ต้องเร่งตนเองให้มีประสิทธิภาพในทุกด้าน แม้แต่ในการดำรงชีวิตประจำวัน โดยชี้ถึงการได้ผลลัพธ์ในสิ่งที่ตนต้องการเป็นเป้าหมาย หากแต่การเร่งประสิทธิภาพนี้ทำให้เกิดการแข่งขันอย่างยิ่งยวด ทุกอย่างต้องมีคู่เทียบ คู่แข่ง และเราต้องเอาชนะให้ได้ เมื่อต้องการเอาชนะ จึงฉกฉวยทุกอย่างที่เป็นประโยชน์แก่ฝ่ายตน และระแวงไม่ไว้ใจสิ่งใดอีกต่อไป เพราะหากชะล่าใจ ย่อมอาจถูกเอาเปรียบได้ทุกเมื่อง แต่ละคนจึงเหมือนจะเชื่อเฉพาะตนเองเท่านั้น ตนเองเท่านั้นที่ถูกต้องที่สุด ดีที่สุด ผู้อื่นนั้นล้วนผิดทั้งสิ้น เช่นนี้ ความสุขสงบในชีวิตย่อมมลายหายไปโดยไม่มีตนเองก็ไม่ทันสังเกตเช่นกัน ดังนั้น ระบบหลายพรรคจึงมิได้มุ่งไปที่แข่งขันแล้วได้ชัยชนะเพื่อครองอำนาจได้ยาวนานที่สุด แต่มุ่งไปสู่การหมุนเวียนอำนาจระหว่างฝ่ายต่างๆ ในระดับประจำ เพื่อป้องกันการยึดอำนาจและแนวโน้มที่จะเกิดคอรัปชั่นและระบบอุปถัมภ์ต่างๆ ในท้ายที่สุดแล้วระบบหลายพรรคบนพื้นฐานประชาธิปไตยต้องอาศัยความเคารพจากแต่ละฝ่าย แต่ละพรรคเป็นตัวแทนเจตจำนงของประชาชน และอาศัยความเข้าใจว่า ไม่ว่าจะอยู่ฝ่ายไหน ก็ไม่อาจละเมิดสิทธิของอีกฝ่ายได้

ความเป็นไปได้ต่างๆ ทางการเมืองนั้น กระบวนทรรศน์ปรัชญาหลังนวยุคสายกลางได้เพิ่มพื้นที่แห่งการยอมรับการเกิดขึ้นของความรู้ใหม่ที่อยู่ระหว่างความเป็นนวยุค (modernism) กับความเป็นหลังนวยุค (postmodernism) นั่นคือ สิ่งดีมีอยู่ทั่วไปในทุกรูปแบบและเป็นความเป็นจริงที่รายล้อมมนุษย์ ความคิดที่แหวกแนว ความคิดประนีประนอม ความหวือหวาและเรียบง่าย ต่างก็เป็นสิ่งดี ขอเพียงเป็นการประกอบร่วมขึ้นมาด้วยด้วยพลังแห่งปัญญา เมื่อนำเสนอในทางการเมืองแล้ว ย่อมมีผู้สนใจและเห็นด้วย ซึ่งย่อมส่งผ่านไปสู่อุดมการณ์ของพรรคการเมือง ด้วยหลักแห่งการสมดุลและประนีประนอม ย่อมพอที่จะนำไปสู่ความสุขสงบแก่มนุษย์และสรรพสิ่งอย่างแท้จริง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s