คุณค่าของความสุข

อ.ดร.สิริกร อมฤตวาริน…

กระบวนทรรศน์ปรัชญาหลังนวยุค (postmodern philosophical paradigm) ส่งเสริมแนวคิดมนุษยนิยม (Humanism) เพื่อการยอมรับความแตกต่างหลากหลาย   และชี้ว่าความดีสูงสุดที่ควรแสวงหาและยึดถือเป็นอุดมคติของชีวิตนั้นมีมากมายหลายสิ่ง  ไม่ว่าจะเป็นความสุขกาย  ความสบายใจ  ปัญญาความรู้  ความหลุดพ้น การได้พักผ่อนและการได้ชื่นชมศิลปะ การมีเพื่อน การได้รับการยอมรับจากสังคม  สิ่งเหล่านี้มีค่าในตัวเอง  ไม่มีอะไรฐานะสูงสุดกว่ากัน การเน้นความสุขปัญญาของฝ่ายปัญญานิยม (Intellectualism) ด้วยการอ้างว่ามนุษย์มีสัญชาตญาณปัญญา และต้องแสวงหาความสุขปัญญาจึงจะพบสุขแท้ สุขอื่นๆ เป็นความสุขไม่แท้จึงเป็นสิ่งที่ขัดแย้งกับหลักมนุษยนิยมหรือไม่ เพราะทำให้เกิดการแบ่งแยกระดับของความสุข และทำให้เกิดการเปรียบเทียบและลดคุณค่าความสุขของผู้อื่นว่าเป็นสิ่งต่ำต้อย  ไม่ดี ไม่สูงส่งเท่ากับความสุขปัญญา มนุษย์ที่นิยมและชื่นชมความสุขอื่นๆ ย่อมถูกทำให้แตกแยก แตกต่างและถูกลดคุณค่าลงไปด้วยเช่นกัน ส่งผลลบต่อความหลากหลายของพหุสังคมได้     

จากข้อคำนึงเช่นนี้ จำเป็นจะต้องพิจารณาฐานความคิดที่มาว่าเกิดจากกระบวนทรรศน์ใด และลัทธิความคิดใด การไม่ต้องการให้มีความแตกต่าง ย่อมเป็นแนวทางของลัทธิไม่แตกต่าง (indifferentism)  เมื่อนำมาขยายหลักมนุษยนิยม จึงมองว่ามนุษย์มีความต้องการไม่แตกต่างกัน ล้วนเป็นการต้องการความสุขเหมือนกันทั้งสิ้น ในจุดนี้ เป็นความถูกต้อง (true) ตามแนวคิดไม่แตกต่าง แต่ ความสุขแท้ที่ผู้อยู่ในลัทธิปัญญานิยมยกขึ้นเป็นความสุขแท้นั้น ไม่ได้พิจารณาจากระดับของความสุขว่ามีลำดับขั้นของความสุขต่างกัน หากแต่พิจารณาจากคุณภาพของความสุข (quality aspect) ความสุขใดมีคุณภาพดีย่อมเป็นความสุขที่อยู่ได้ยาวนานและมนุษย์ย่อมแสวงหาความสุขนั้นอยู่เนือง ๆ เป็นประจำ สม่ำเสมอ จนเกิดเป็นความประพฤติ จริยศาสตร์จึงบัญญัติความประพฤติดีนั้นไว้เป็นคุณธรรม เมื่อพิจารณาด้วยปรัชญากระบวนทรรศน์ ย่อมวิเคราะห์ได้ว่ามนุษย์ในแต่ละกระบวนทรรศน์ต่างต้องการความสุข และมีความแตกต่างหลายหลายของวิถี (mean) ในการได้มาซึ่งความสุข และความพอใจต่าง ๆ ทั้งนี้ มนุษย์ได้ทดลองความสุขต่าง ๆ และแสดงไว้แล้วว่าอะไรเป็นความสุขของมนุษย์ เช่น ความสุขในการพักผ่อน ความสุขในการกินอิ่ม นอนหลับ ความสุขในการมีความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ความสุขในการมีมิตรไมตรี มีเพื่อนมีครอบครัว ความสุขจากการมีชื่อเสียงเกียรติยศ และความสุขในการรู้จักตนเอง ดังที่นักจิตวิทยาหลาย ๆ คนได้นำเสนอไว้เป็นประเภท ๆ หากแต่นักจิตวิทยาเหล่านั้นก็ยกย่องความสุขในการรู้จักตนเองเป็นความสุขที่มีระดับคุณภาพมาก ดังนั้นสำหรับความสุขแล้ว นักปรัชญาย่อมไม่มีหน้าที่กำหนดประเภทหรือระดับ แต่นักปรัชญาสนใจในคุณภาพของความสุข ความคงตัว ความคงที่ของความสุขซึ่งนักปรัชญาได้คิด วิเคราะห์กันมาตลอดประวัติศาสตร์อารยธรรมของมนุษยชาติ

เมื่อใช้วิจารณญาณในเบื้องต้นว่า สิ่งมีอยู่ทั้งหลายล้วนมีสายใยของชีวิตเชื่อมโยงถึงกันหมด และดำรงอยู่ในลักษณะของสิ่งที่บูรณาการในระบบองค์รวม โดยที่แต่ละส่วนมีที่อยู่และมีการแสดงซึ่งอยู่ในขอบเขตของความสมดุล สิ่งมีอยู่ล้วนแต่ดำรงอยู่ในสายใยแห่งชีวิตสายเดียวกัน  โดยที่ชีวิตทุกชีวิตมีความสำคัญ มีคุณค่า และสามารถพัฒนาศักยภาพของตนเองให้สูงขึ้นได้ เมื่อได้ตระหนักรู้ มีโอกาสที่จะพัฒนา และขยายทรรศนะเพิ่มเติมว่าความสุขขั้นพื้นฐานของมนุษย์คือ ความต้องการวัตถุมาหล่อเลี้ยงชีวิต ซึ่งเป็นความสุขที่ยึดเอาตนเองเป็นจุดศูนย์กลาง อันเป็นหัวใจจสำคัญของแนวคิดมนุษยนิยม หากแต่เมื่อใดมนุษย์ได้พัฒนาศักยภาพของตนก็จะสามารถขยายขอบข่ายความเมตตาออกไปยังบุคคลอื่น ๆ   ตลอดจนสรรพสิ่งในจักรวาล มนุษย์ย่อมพัฒนาศักยภาพของตนออกไปได้สูงสุด เขาจึงได้รับความสุขที่มีระดับคุณภาพสูงสุดเช่นกัน

หากแต่ผู้ที่ชื่นชอบลัทธิไม่แตกต่างนั้น เพียงใช้ถ้อยคำว่าที่แสดงการยอมรับความแตกต่างหลากหลาย (variety) มาเป็นตัวแทนของความไม่แตกต่าง เพื่ออ้างที่จะได้ทำอะไรตามใจตน รวมไปถึงการไม่ต้องเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาตนเอง อาจถึงขั้นใช้สัญชาตญาณก้อนหินเพื่อให้ตนเองมีความสุขกับการไม่เปลี่ยนแปลงต่างๆ ซึ่งนำไปสู่การไร้สมรรถนะของความเป็นมนุษย์ได้ การชื่นชอบสิ่งต่างๆ โดยถือว่าไม่แตกต่างกันนั้นย่อมทำให้ไม่เกิดการพัฒนาคุณภาพขึ้น เพราะไม่ว่าจะมีคุณภาพอย่างไร ก็ต้องยอมรับได้เนื่องจากมีความเชื่อเบื้องต้นว่าสิ่งต่างๆ ล้วนไม่แตกต่างกัน ความสุขในคุณภาพเช่นไรก็ย่อมไม่ต่างกัน มนุษย์ก็คงต้องยอมรับความเป็นจริง และอยู่กับสิ่งรายล้อมรอบตัวต่างๆ ด้วยถือว่าเป็นความสุขแล้ว เขาก็จะไม่แสดงศักยภาพใดๆ ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตซึ่งเป็นหลักหมายสำคัญของปรัชญาหลังนวยุคเช่นกัน

ปรัชญาหลังนวยุคยอมรับมนุษยนิยมเพื่อเปิดกว้างต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของแต่ละคนในแนวทางที่แตกต่างกันไป ไม่บีบแคบ บังคับจนเกิดเป็นมนุษย์ในมิติเดียวดังเช่นที่กระบวนทรรศน์ปรัชญานวยุค (modern philosophical paradigm)ได้กระทำมา แต่ความแตกต่างหลากหลายนั้นมิได้ยอมให้มนุษย์หยุดพัฒนา หรือถอยหลังลงไปใช้ชีวิตเยี่ยงสัตว์ เพราะเขาย่อมมีคุณภาพชีวิตที่ลดคุณภาพลง ปรัชญาหลังนวยุคไม่ได้สนใจว่ามนุษย์จะเริ่มจากระดับคุณภาพใด แต่ชี้นำให้พัฒนาไปข้างหน้าตามแต่ความคิดเห็นของแต่ละคนว่าพัฒนาไปในทางใดจึงจะดีที่สุด เมื่อพัฒนาแล้วก็มุ่งไปในทางสร้างสรรค์ เมื่อพบผลเชิงลบก็ต้องปรับตัว มีการร่วมมือกับคนอื่นเพื่อให้อยู่ร่วมกันในสังคมได้ และนำไปสู่การแสวงหาระดับคุณภาพที่ดีขึ้นไปเรื่อยๆ ซึ่งปรัชญาหลังนวยุคได้เข้ามามีบทบาทอย่างสำคัญในการชี้นำการแสวงหา (requisitivity) ถึงระดับคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเดิมแก่มนุษยชาติ

เมื่อตีความปรัชญาไปสู่จริยศาสตร์ ย่อมมุ่งให้เกิดการปฏิบัติจนเคยชิน เกิดเป็นความประพฤติดีในด้านให้คุณ คือ เกิดเป็นประโยชน์ มีความสำเร็จ มีความเจริญ จึงมีพลังแห่งการมุ่งไปข้างหน้าในทางที่จะสร้างสรรค์ การปรับตัว การร่วมมือและการแสวงหาสิ่งที่ดีกว่าไปเรื่อย ซึ่งย่อมพิจารณาความสุขต่างๆ อย่างเท่าเทียมแต่ไม่เท่ากัน คือ สามารถพิจารณาถึงคุณประโยชน์แท้ของความสุขต่าง ๆ ที่ได้รับ และเลือกที่จะมุ่งไปสู่ความสุขที่ดีกว่า โดยมนุษย์ย่อมมุ่งไปสู่ความสุขแท้ตามความเป็นจริง (authentic happiness according to reality: AHAR) ซึ่งเป็นความเฉพาะของมนุษย์แต่ละคนนั่นเอง การรู้ปรัชญาเป็นการเปิดช่องแห่งการพัฒนาให้ก้าวหน้าไปเรื่อยๆ ปรัชญาหลังนวยุคสายกลางที่เน้นปัญญาจึงไม่ได้ยกความสุขสูงสุดของระดับปัญญามากดทับความสุขอื่นใดให้ลดคุณค่าลง หากแต่ชี้ชวนและส่งเสริมให้มนุษย์มุ่งไปข้างหน้าด้วยปัญญาเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตไปตามความต้องการ ความจำเป็นและความพอใจของแต่ละคนได้อย่างเต็มศักยภาพ และให้มนุษย์ได้กระทำตนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมุ่งหวังให้มนุษย์สามารถได้พบวิถีไปสู่ความสุขแท้ตามความเป็นจริงได้ และนั่นจะทำให้มนุษย์อยู่ร่วมกันได้ด้วยความสุข สังคมโลกจึงจะดำรงอยู่ต่อไปได้ด้วยดี

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s