การศึกษาเพื่อปัญญากำลังจะหายไป

การศึกษาเพื่อปัญญากำลังจะหายไป

ผศ.(พิเศษ) ดร.เอนก สุวรรณบัณฑิค

การศึกษาในโลกมีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงไปจากอดีต โดยมีปัจจัยสำคัญคือ อุตสาหกรรมการศึกษา และค่านิยมในการศึกษาที่เปลี่ยนแปลงไป นั่นคือ การเปลี่ยนเป้าหมายทางการศึกษาจากการศึกษาเพื่อพัฒนาปัญญา (การศึกษาสายศิลป์ liberal art education) ไปสู่การอบรมเพื่ออาชีพ (pre-professional training) ตั้งแต่ช่วงปี 2000 เป็นต้นมา เนื่องจาก มาตรฐานการศึกษาเน้นย้ำภาวะการมีงานทำของบัณฑิต (ผู้จบการศึกษา) และความต้องการของผู้ปกครองและนักศึกษาในการตอบสนองความต้องการส่วนตนในการมีงานประจำทำหลังเรียนจบ การมีรายได้ที่ดี ทำให้หลักสูตรจำนวนมากเน้นการฝึกฝนทักษะไม่ว่าจะเป็นทักษะที่สอนได้ วัดผลได้ (hard skill) หรือทักษะในการทำงานกับผู้อื่นได้ (soft skill) โดยเน้นว่า ทักษะสำคัญกว่าความรู้ เพราะ ความรู้สามารถสืบค้นหาได้จากแหล่งข้อมูลที่มีอยู่จำนวนมากผ่านเครื่องมือสำคัญคือ อินเตอร์เน็ท

การศึกษาได้วางอยู่บนฐานของการผลิตแรงงานความรู้ ซึ่งเป็นผู้ใช้ความรู้ในการทำงาน จึงเน้น การใช้ความรู้ และการทำงานได้จริง โดยเชื่อว่า วิถีทางเช่นนี้จะตอบสนองต่อความต้องการของตนเองในการมีงานทำ เติมเต็ม security needs มีความมั่นคงในชีวิตทั้งด้านการงาน การเงิน และยิ่งเป็นการศึกษาในด้านที่ตรงตามความต้องการของตลาดแรงงาน ยิ่งมีพลังในการดึงดูดผู้เรียนมากยิ่งขึ้นไปอีก การศึกษาเพื่อการพัฒนาปัญญาส่วนตน เพื่อความรู้ และเพื่ออารยธรรมของมนุษยชาติกำลังจะหายไป กระแสการไม่แบ่งแยกสายศิลป์สายวิทย์ที่กำลังเกิดขึ้น แม้จะทำให้ดูเหมือนว่าจะเปิดโอกาสในทุกวิชาได้แสดงศักยภาพและเชิญชวนผู้เรียน แต่ความอยากมีชีวิตที่มั่งคั่งร่ำรวย สุขสบายก็ยังทำให้ผู้เรียนเลือกเรียนวิชาที่จะเสริมเติมเต็มให้เขาได้มีงานทำโดยเฉพาะงานที่มีรายได้ดี และเป็นแรงต้านสำคัญของการเรียนในสาขาวิชาที่มุ่งพัฒนาปัญญาความรู้แต่ไม่มีงานรองรับ สาขาวิชาเหล่านี้จึงค่อยๆ เล็กลง มีผู้เรียนน้อยลง และอาจถูกยุบรวมไปกับสาขาวิชาอื่นๆ จนเหลือเพียงความเป็น รายวิชา (subject) เท่านั้น

เมื่อย้อนกลับมาถึงวิชาที่ดูเหมือนจะเป็นที่ต้องการแต่ก็พร้อมจะหายไปในขณะเดียวกัน ก็คือ วิชาปรัชญา เพราะสังคมต้องการนักคิด นักวิพากษ์ ผู้มีความคิดสร้างสรรค์ เป็นผู้รู้คิดอย่างมีตรรกะ เป็นผู้รู้ถูกผิด มีคุณธรรม ซึ่งย่อมได้จากการศึกษาแนวคิดทั้งหลายในอารยธรรมของมนุษยชาติอย่างที่วิชาปรัชญาดำเนินการมาตลอด แต่ในขณะเดียวกัน วิชาปรัชญาถูกเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าเป็นวิชาท่องจำประวัติศาสตร์ความคิดของมนุษย์ และเป็นวิชาที่ไม่ใช่สาขาวิชาที่มีอาชีพจำเพาะ จึงไม่มีการฝึกอบรมหรือการสอนทักษะเฉพาะ แต่มีหลายทักษะที่จะต้องพัฒนาไปตลอดเวลาในการเรียนและภายหลังจบการศึกษาอีกด้วย เช่น การคิดวิจารณญาณ และทักษะการคิดขั้นสูง (higher order thinking) ซึ่งก็แตกต่างกันไปตามแต่ละสถาบันการสอน จึงดูหลากหลายจนไม่อาจวางเป็นมาตรฐานได้ชัดเจน บางทักษะใช้ได้เพียงบางประเด็นและบางสถานการณ์เท่านั้น จึงแทบจะไร้ค่าเมื่อจะนำไปใช้ในกรณีทั่วไป ปรัชญาจึงไม่ได้เพื่มความน่าสนใจของตนด้วยการขายการฝึกอบรมทักษะการคิด ในขณะที่ระบบการฝึกอบรม การโค้ช ดึงทักษะการคิดของปรัชญาที่เขาเห็นว่ามีประโยชน์กับกลุ่มผู้เรียน (จำเพาะ) ไปใช้เป็นผลิตภัณฑ์สำหรับสอน ทั้งยังดึงเอาคำสอน คำคมสำคัญของนักปรัชญาไปใช้เป็นหลักสำหรับฝึกอบรมได้เป็นอย่างดี

อย่างไรก็ตาม การเรียนปรัชญาโดยตัววิชาเองมีเนื้อหาจำนวนมากและมีการสอนทักษะการคิดที่หลากหลายจนทำให้เป็นการเรียนที่ไม่ง่ายและไม่จบลงแค่เรียนครบตามหลักสูตร แต่ต้องศึกษาหาความรู้ด้วยตัวเองต่อไป (self education) ซึ่งปรัชญาชี้นำทิศทางนี้แก่นักศึกษาของตน ซึ่งก็เป็นการเตรียมผู้จบปรัชญาให้สามารถไปทำงานในสาขาอาชีพต่างๆ ได้มากมาย แต่เป็นที่น่าเศร้าว่าไม่มีอาชีพใดที่ตั้งฐานว่าต้องการนักปรัชญาโดยเฉพาะ ยกเว้นเพียง อาจารย์สาขาปรัชญา จึงทำให้การประเมินความสำคัญของหลักสูตรปรัชญาไม่ว่าจะเป็นระดับใดก็ตาม ก็เป็นเพียง วิชาความรู้ทั่วไป (general education) และ เป็นสาขาหลักที่ไร้ค่า (useless major) ซึ่งก็ย้อนกับมาที่ปรัชญาคุณค่านั่นเอง

อีกทั้ง ปรัชญาก็มีหลายสาย หลายสำนัก ซึ่งแตกต่างกัน และไม่อาจร่วมมือทางวิชาการกันได้บนฐานคิดที่ต่างกัน แต่กระนั้น การร่วมเป็นพันธมิตร เป็นเพื่อนที่ช่วยเหลือกัน ยังคงมีอยู่ได้บนฐานแห่งความเป็นนักปรัชญา ด้วยพลังแห่งความร่วมมือที่ยังมีอยู่ ปรัชญาจึงไม่ได้จะเปลี่ยนแปลงไปจนจะหายไป แต่กลับจะต้องย้อนทวนให้ทุกฝ่าย ทั้งผู้สอน ผู้เรียน ผู้ปกครอง และสังคม ได้เห็นว่า การศึกษาเพื่อการพัฒนาปัญญาเป็นรากฐานสำคัญของมนุษย์ที่ไม่อาจขาดไปได้จากชีวิตและจะเป็นส่วนที่ช่วยสนับสนุนให้มนุษย์ตอบสนองความต้องการในชีวิตในระดับที่สูงขึ้นไปกว่าแค่การดำรงอยู่ แต่เป็นการดำรงความเป็นมนุษย์อย่างมีคุณภาพสำหรับทุกสังคมและสำหรับโลกในปัจจุบันและอนาคตด้วย

อ้างอิง https://www.americamagazine.org/politics-society/2020/08/06/want-good-job-major-philosophy?fbclid=IwAR1f88d6UO1ubrZItPDN8JxtrvFYmpdVk8i0kcMKuN-J0onT0lXdOUdOBTY

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s