Altruism การเอาใจเขามาใส่ใจเรา

Altruism การเอาใจเขามาใส่ใจเรา

ผศ.(พิเศษ) ดร.เอนก สุวรรณบัณฑิต

altruism บัญญัติศัพท์ไว้ว่าเป็น “ปรัตถนิยม” บ้างก็ว่า “อัญญนิยม” โดยถือเป็นทฤษฎีทางจริยศาสตร์ที่สำคัญ โดยมีภววิทยาจากทวินิยม เน้น กายและจิต โดยเห็นว่า มนุษย์มีความเห็นแก่ตน มีโลกทรรศนะวางอยู่บนตนเอง (I-centered, Self-centered) อะไรที่เป็นประโยชน์แก่ตนถือว่า ถูกต้อง ดี อะไรที่ไม่เป็นประโยชน์แก่ตนถือว่า ผิด ไม่ดี ทั้งนี้ หากเห็นแก่ตนเป็นสำคัญจนเข้าขั้นเห็นแก่ตัว เรียกว่า egoism (อัตนิยม) หากเห็นแก่ตนโดยทำให้ผู้อื่นและส่วนรวมดีด้วย เรียกว่า altruism (ปรัตถนิยม) ทั้งนี้ altruism เป็นศัพท์ใหม่ที่ใช้โดย Auguste Comte (1798-1857) จากคำว่า altrui (of/to the other) ซึ่งมีรากลาตินว่า alteri, alter (other) เพื่อใช้ในความหมายถึง ความไม่เห็นแก่ตัว (unselfishness) และการอุทิศตนเพื่อความสวัสดีของผู้อื่น (welfare of others)

เมื่อพิจารณาจากแนวคิดนี้ด้วยการตีความใหม่ โดยจะเริ่มจาก the self (ego) ซึ่งรู้สึก กระทำ และคิด (feel, act and think) ซึ่งเท่ากับเป็น I นั่นเอง อาจเรียกว่าเป็น egoity โดยที่มนุษย์มองหาและกระทำสิ่งที่จะทำให้ตนมีความสุข (pleasure) และมีความน่าสนใจ (advance interest) ซึ่งแตกต่างไปจาก egotism ซึ่งเป็นการกระทำที่เห็นแก่ตนเพื่อตนเองอย่างยิ่งยวด (self-centeredness, extensive use of I) ซึ่งนักปรัชญาทั้งหลายต่างมองว่า egotism นั้นมีลัทธินำสำคัญคือ hedonism (รตินิยม) ที่มุ่งแสวงหาความสุขส่วนตัว เห็นว่าทำอะไรแล้วนำมาซึ่งความสุขส่วนตน ไม่ว่าจะระยะสั้นหรือระยะยาวก็ทำทั้งหมด ไม่มีข้อจำกัด แต่คนทั่วไปมักมองว่า รตินิยมเน้นแต่ความสุขระยะสั้น ความสุขชั่วครั้งชั่วคราวของร่างกาย แต่รตินิยมยังสนใจชื่อเสียง เกียรติยศ ความมั่งคั่งร่ำรวยในระยะยาวด้วย จึงเกิดช่องว่างในทางจริยศาสตร์ว่าเป็นความชั่วคราวหรือไม่ หากเป็นผู้กระทำการเสียสละ ด้วยเห็นว่าจะทำให้มีชื่อเสียงจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ จะเป็นการเห็นแก่ตัวหรือไม่ การเห็นแก่ผู้อื่น จำต้องละทิ้งความเห็นแก่ตนไปทั้งหมดหรือไม่ ซึ่งเป็นปัญหาจริยศาสตร์ของทุกยุคสมัยให้ขบคิดกัน

ถ้าทุกคนมีแรงจูงใจในการกระทำ หลักจริยศาสตร์ก็ควรอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริงนี้ นั่นคือ คนต้องกระทำสิ่งต่างๆ อย่างไม่ขัดกับธรรมชาติ คือ ให้ทำเพื่อประโยชน์ส่วนตน แต่ altruism ก็ไม่ได้ให้มนุษย์ทำสิ่งที่ไม่อาจทำได้ แต่ให้ใช้ความรู้สึก การกระทำและความคิดมาตัดสินว่า มีบางการกระทำที่จูงใจตนเองให้กระทำเพื่อประโยชน์ของผู้อื่น เป็นเรื่องของความปรารถนาดี ความเมตตากรุณา ความมีน้ำใจ

อย่างไรก็ตาม altruism อาจมองได้ว่าเป็นการเห็นแก่ตนเพื่อส่วนรวม (I-centered for the others) การเห็นแก่ตนนี้ หมายถึง การมีระบบความคิด อุดมคติ อุดมการณ์ของตนเอง ที่ใช้เป็นหลักยึดเหนี่ยว เป็นหลักการสำคัญที่ตนเชื่อว่า ถูกต้อง ดี มีประโยชน์ โดยชี้ชวน ชักนำ ชักพา และกระทำเพื่อให้เกิดขึ้นจริง โดยเชื่อว่า สิ่งนั้นจะเป็นคุณประโยชน์ เป็นผลดีแก่ผู้อื่น (benefit to the others) สิ่งที่ตนจะเชื่อว่าดีนั้น ย่อมต้องเป็นสิ่งที่ตนประเมินแล้วว่าดี มี self evaluation ซึ่งต้องใช้ตนเองเป็นผู้ประเมิน จึงต้องมีความเป็นตนเอง (I-centered) ร่วมอยู่ด้วย ซึ่งสิ่งดีที่จะทำเพื่อผู้อื่นย่อมต้องเป็นสิ่งดีที่เราเองชอบหรือสนใจ หลักการเช่นนี้ ก็คือ การเอาใจเขามาใส่ใจเรา นั่นคือ การจินตนาการว่าถ้าตนเป็นคนอื่นคนนั้น ในสถานการณ์หรือสภาวะแวดล้อมนั้นจะต้องการอะไร คิดอะไร ซึ่งจะทำให้เราเอาสิ่งที่เราต้องการ เราชอบ เราสนใจ มาเป็นแนวทางในการจัดให้มี (provide) เพื่อคนอื่น ในทางหนึ่ง อาจมองว่าเป็นการคิดแทน (representative) ที่วางอยู่บนความปรารถนาดีต่อผู้อื่น

ในยุคหลัง มีทรรศนะอย่างใหม่ว่า ไม่ควรคิดแทนคนอื่นว่าเขาต้องการอะไร ทำอะไร แต่ให้ถามจากเขา เขาต้องการอะไร ก็ให้สิ่งนั้น ไม่ต้องคิดไปมากกว่านั้น ซึ่งก็ตรงตามความต้องการของผู้รับดี หากเขาคิดได้กว้าง รอบคอบและระยะยาว ก็ถือว่า ดี แต่ในอีกทางหนึ่ง ผู้อื่นนั้นก็มักจะไม่อาจคิดได้กว้าง รอบคอบ และระยะยาว หากเราไม่คิดแทนบ้าง ก็จะเป็นเพียงการทำเพื่อส่วนรวมแบบชั่วคราว เป็นภาวะชั่วคราว (temporary) และสิ่งดีที่จะเกิดขึ้นก็จะเป็นเพียงภาวะที่จะมาถึงแต่ไม่มาถึง (becoming state) เช่น เขาตกงาน ต้องการเงินเพื่อใช้จ่าย ชำระหนี้สิน เราก็ให้เงินเขาไปใช้ ไปชำระหนี้ ก็ตรงจุด ผู้รับก็มีความสุข แต่มันก็คือการทำเพียงชั่วคราว ไม่ได้รอบคอบและเป็นระยะยาว หากคิดอย่างรอบคอบและระยะยาว เราต้องทำให้เขามีอาชีพที่พอเลี้ยงตัวเองได้ ไม่ก่อหนี้เพิ่ม ซึ่งตรงนี้ก็เป็นหลักที่ได้จากการคิดบนตัวเอง จึงมีความเห็นแก่ตนเป็นเบื้องหลัง เพราะถ้าจะเอาจริงเอาจังกับการไม่คิดแทน เราทำได้เพียงถามไปว่า ต่อไปเขาจะทำอะไร เขาจะทำอาชีพอะไร เขาต้องการมีรายได้เท่าไร ถึงจะพอใจเขา แล้วช่วยเหลือเขาตามนั้น ซึ่งจุดนี้ย่อมไม่อาจประมาณได้ เป็นปลายเปิด ในทางการตัดสินใจปฏิบัติจึงมักจะมีข้อขัดข้องเพราะทำไม่ได้จริง สุดท้าย ผลลัพธ์ก็ไม่อาจช่วยเหลือเขาได้จริง

หลักการเช่นนี้เมื่อขยายระดับไปสู่ชุมชน สังคม ประเทศชาติ ในฐานะที่เรียกว่า ส่วนรวม (public) เราก็จะเห็นได้ว่า ไม่อาจคิดออกมาเป็นนโยบายได้ เป็นแต่เพียงหลักการของการมีส่วนร่วมเพื่อให้สะท้อนความต้องการของสังคม แต่ไม่อาจจัดให้ได้จริงตามนั้น ต้องมีการคิดแทนของนักวิชาการ/ฝ่ายดำเนินการเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ได้จริง เป็นผลดี รอบคอบและระยะยาว (ไม่เป็นภาระสังคม) อย่างมีเหตุมีผล ทั้งนี้ จะพิจารณาได้จากลัทธิประโยชน์นิยมซึ่งมีทั้ง  ประโยชน์นิยมเชิงการกระทำ (act utilitarianism) และ  ประโยชน์นิยมเชิงกฎ (rule utilitarianism)

ประเด็นที่น่าสนใจบนฐานการเห็นแก่ตนอีกประการ คือ ทุกคนมีหน้าที่ทางจริยธรรมที่จะต้องดูแลสุขทุกข์ของผู้อื่นหรือไม่ หมายความว่า เรามีหน้าที่ดูแลสุขทุกข์ของผู้อื่น แต่ในขณะเดียวกัน ก็จะมีคนอื่นมาดูแลสุขทุกข์ของเรา นั่นย่อมบานปลายไปได้ว่า ไม่มีใครมีหน้าที่ทางจริยธรรมในอันที่จะดูแลความสุขทุกข์ของตนเองเพราะมีคนอื่นต้องมาดูแลอยู่แล้ว แต่ถ้าแม้แต่ตนเองไม่ดูแลสุขทุกข์ที่ตนเผชิญแล้วคนอื่นทำไมต้องมีหน้าที่ในการดูแลสุขทุกข์ของเราด้วย Herbert Spencer(1820-1903) มองว่าการแบ่งแยกระหว่างตนเองกับผู้อื่นทำได้ยาก เพราะการทำเพื่อตนเองก็เป็นการทำเพื่อผู้อื่น เนื่องจากเป็นไปได้ที่การทำเพื่อผู้อื่นโดยไม่คำนึงถึงประโยชน์ตนเอง อาจจะส่งผลกระทบต่อประโยชน์ต่อตนเองและคนอื่นที่เกี่ยวข้องกับตนเอง หรือ ประโยชน์ของคนอีกกลุ่มหนึ่งเลยก็ได้ ดังนั้น ไม่อาจมองว่า การทำเพื่อส่วนรวม ต้องไม่ทำเพื่อส่วนตน

จากการตีความและการวิเคราะห์เชิงปรัชญาจะเห็นได้ว่า altruism มีหลักการบนพื้นฐานของการเห็นแก่ตนเพื่อส่วนรวม แต่ไม่ใช่ความเห็นแก่ตัว โดยเป็นทรรศนะ ความรู้สึก และการกระทำเพื่อผู้อื่น เพื่อสาธารณะ โดยมีตนเป็นศูนย์กลาง แต่ก็เป็นการเป็นศูนย์กลางแบบที่คลายการยึดมั่นถือมั่น ด้วยการมองผู้อื่นตามความเป็นจริง และมุ่งไปสู่ความสุขแท้ของตนเอง นั่นคือ การมีความสุขบนความสุขของผู้อื่น

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s