ข้อคำนึงต่อศตวรรษแห่งอินเตอร์เน็ต

ข้อคำนึงต่อศตวรรษแห่งอินเตอร์เน็ต

ผศ.(พิเศษ) ดร.เอนก สุวรรณบัณฑิต

Concerning on Century of Internet

มนุษย์มีความก้าวหน้าบนพื้นฐานของปัญญาและความรู้ เกิดเทคโนโลยีเพื่ออำนวยความสะดวกในชีวิต เทคโนโลยีในที่นี้คือ ผลสรุปของปัญญาที่สามารถใช้การหยั่งรู้สร้างสรรค์สิ่งที่พอใจ โดยที่ techne มาจาก ars ซึ่งหมายถึง ความรู้ ไม่ใช่เพียงแค่ เทคนิค เมื่อมองไปถึงเทคโนโลยีแห่งยุค ยุคดึกดำบรรพ์ ย่อมมีขวานหินเป็นเทคโนโลยีให้มนุษย์บุกเบิกพงไพรและล่าสัตว์ ยุคโบราณมีเทคโนโลยีด้านการวิศวกรรมที่ก้าวหน้าจนสร้างอาคารและบ้านเมืองได้อย่างใหญ่โต รองรับความเป็นชุมชนเมืองขนาดใหญ่ ยุคกลางมีเทคโนโลยีดินปืน กังหันลมและด้านจักรกลทำให้เพื่อพูนความสามารถในการผลิต นวยุคมีเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และสารสนเทศ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของมนุษย์ได้ก้าวกระโดดจากการผลิตไฟฟ้า (1752) การประดิษฐ์โทรเลข ( 1792) โทรศัพท์ (1844) มาเป็นปัจจัยสำคัญในการขนส่งและสื่อสารในยุคศตวรรษก่อน ทำให้เกิดการแข่งขันทางการเมือง การทหาร สังคม เศรษฐกิจ ที่ยิ่งรุนแรงจนกระทั่งขัดแย้งกันเองและได้กลายเป็นสงครามโลกถึง 2 ครั้ง แม้มีผู้ชนะแต่ความเสียหายก็ไม่อาจประเมินค่าได้ ตามมาด้วยสงครามเย็นซึ่งสิ้นสุดไปเมื่อปี ค.ศ. 1989 โดยมีความก้าวหน้าด้านการสื่อสารผ่านดาวเทียม (1986) วัฒนธรรมโทรทัศน์ (1920) และการพัฒนาอินเตอร์เน็ตที่คิดค้นในประเทศสหรัฐอเมริกา ค.ศ. 1960 และพัฒนาสู่การบริการอินเตอร์เน็ตข้ามแดน ค.ศ. 1986  ทำให้มนุษย์พัฒนาอุตสาหกรรม ยานยนต์และการสื่อสารอย่างกว้างขวางเกิดโลกไร้พรมแดน เมื่อก้าวเข้าสู่ศตวรรษใหม่ หลัง ค.ศ. 2000 หลังนวยุคมีเทคโนโลยีดิจิทัล   อินเตอร์เน็ตได้ครอบครองส่วนแบ่งการสื่อสารโทรคมนาคมถึง 50% และหลัง ค.ศ. 2007 ก็ได้เป็นแม่ข่ายการสื่อสารโทรคมนาคมถึง 97% ของการสื่อสารของโลก การสั่งการผ่านอินเตอร์เน็ตและปัญญาประดิษฐ์ที่เข้ามาเป็นพื้นฐานในการดำเนินชีวิตและการทำงานด้านต่างๆ

มนุษย์กับเทคโนโลยี

มนุษย์ยอมรับเทคโนโลยีด้วยพื้นฐานความเชื่อกระบวนทรรศน์นวยุคที่ว่า เทคโนโลยีมาจากวิทยาศาสตร์ และวิทยาศาสตร์จะแก้ปัญหาทุกอย่างของมนุษย์ได้ วิทยาศาสตร์จะค้นพบวิธีรักษาโรคได้ทุกชนิด ขจัดความตายและชราภาพ และเป็นหนุ่มสาวตลอดกาล วิธีการทางวิทยาศาสตร์จะช่วยวางระเบียบสังคม และมนุษยชาติจะแบ่งสันปันส่วนความสุขกันอย่างยุติธรรม แต่ละคน ทำงานน้อยที่สุดและใช้เวลาที่เหลือส่วนใหญ่หาความบันเทิงอย่างไร้ความกลัวและความกังวลใด ๆ ทั้งสิ้น กระบวนการวิทยาศาสตร์และเทคนิคได้กลายเป็นหลักความถูกต้องที่ครอบกลืนระบบคุณค่าอื่นและชี้นำสังคมมนุษย์ให้มีกระบวนทรรศน์นวยุคยิ่งขึ้นไปอีก หากแต่แล้วเทคโนโลยีก็จะได้มีภววิทยาของตนเอง ด้วยการมีวัตถุทางเทคโนโลยี (technological objects) คือ สิ่งประดิษฐ์ที่มนุษย์สร้างขึ้น ซึ่งกลายเป็นสิ่งรวมใจ (focal thing) ที่มนุษย์แสวงหาให้มีเพื่อการเติมเต็มทางจิตใจ ไม่ใช่เพียงเพื่อการใช้งานให้เกิดประโยชน์อีกต่อไป และกลายเป็นอำนาจเชิงสาเหตุ (causal power) ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคมในชื่อกระแสตัดแทรก (disruption movement) ที่เปลี่ยนแปลงสังคมและการทำงานต่างๆ อย่างฉับพลัน และเกิดการละเมอทางเทคโนโลยี (technological somnambulism) ที่ทำให้มนุษย์ในสังคมต่างๆ ทำตามๆ กันในการดำเนินชีวิตและระบบการทำงานโดยมีเทคโนโลยีมาเกี่ยวข้องด้วยให้มากที่สุด ทำให้เกิดทรรศนะต่อเทคโนโลยีเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่

  • กลุ่มเป็นกลางทางเทคโนโลยี มองว่าเทคโนโลยีเป็นเพียงเครื่องมือ ดีชั่วอยู่ที่ผู้ใช้
  • กลุ่มนิยมเทคโนโลยี เทคโนโลยีคือ ชัยชนะของการคิดเชิงคำนวณและการคิดเชิงเทคนิคที่เข้ามาช่วยจัดระเบียบสิ่งต่างๆ ให้จัดระเบียบต่อๆ กันไป
  • กลุ่มไม่นิยมเทคโนโลยี เทคโนโลยีคุกคามและครอบงำวิถีการดำเนินชีวิตของมนุษย์

หลังนวยุคแห่งอินเตอร์เน็ต

ในปัจจุบันเป็นยุค Internet Century ดั่งความฝันถึง internet of things (IoT) ที่ถูกกล่าวถึงครั้งแรกๆ ในบทความ “The Computer for the 21st Century” ของ Mark Weiser นักวิจัยจาก Xerox PARC ตั้งแต่ปี 1991 ที่ฝันถึงอนาคตที่แต่ละห้องจะมีคอมพิวเตอร์นับร้อยตัว สื่อสารกับผู้คนตลอดเวลาในรูปแบบที่เป็นธรรมชาติ และไม่ได้แยกตัวออกมาว่าเป็นคอมพิวเตอร์ส่วนตัวที่เป็นอุปกรณ์แปลกแยกจากสิ่งอื่นๆ ในบ้าน แต่คอมพิวเตอร์กลายเป็นส่วนหนึ่งของอุปกรณ์แทบทุกอย่างจนกลายเป็นฉากหลังของการทำงาน โดยเรียกแนวคิดนี้ว่า Ubiquitous Computing (UC) ซึ่งมีภาพสำคัญคือ การดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนไปเมื่อทุกที่มีคอมพิวเตอร์ เมื่อเราตื่นขึ้นมา ไฟแสงสว่างก็จะติดขึ้นมาทันที เครื่องทำกาแฟจะถามด้วยเสียงว่าเราต้องการกาแฟหรือไม่ เพียงแต่พูดบอกเครื่องทำกาแฟก็จะทำงานตามคำสั่งทันที โทรทัศน์ก็จะเปิดขึ้นมาเพื่อรายงานข่าวยามเช้า รวมถึงหน้าจอแสดงพยากรณ์อากาศประจำวัน เมื่อเราออกจากบ้าน รายงานสภาพจราจรก็จะแสดงได้ตามเวลาจริง เมื่อเราใกล้ถึงที่ทำงาน คอมพิวเตอร์ที่ทำงานจะเปิดเครื่องรอการล็อกอินและดาวน์โหลดไฟล์ต่างๆ ที่เราน่าจะใช้งานไว้ให้พร้อมแล้ว

แนวคิด UC จะเป็นจริงได้ต้องอาศัยโครงสร้างระบบดิจิทัลที่ทำหน้าที่เชื่อมให้องคาพยพต่างๆ เช่น คน สังคม เศรษฐกิจ การเมือง กฏหมาย สิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี และการศึกษา ได้ร้อยเรียงและสัมพันธ์กันบนฐานข้อมูล มีการการจัดวางโครงสร้างระบบดิจิทัลได้อย่างประสานสอดคล้องกันบนเทคโนโลยีหลายอย่าง เช่น พลังการประมวลผลระดับสูงเพื่อการรับคำสั่งด้วยเสียงและสังเคราะห์เสียงตอบโต้กับผู้ใช้ การเชื่อมต่อตลอดเวลา ฐานข้อมูลขนาดใหญ่สำหรับการเก็บข้อมูลจำนวนมาก และกระบวนการเข้ารหัสที่มีความปลอดภัยสูงจะทำให้ระบบงานและกลไกต่างๆ ในสังคมสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข ซึ่งจำเป็นจะต้องมีการลงทุนขนาดใหญ่ของชาติรัฐต่างๆ โดยมีกระแสสำคัญ 3 กระแสคือ

  • เร่งพัฒนาเพื่อให้ไล่ทันประเทศพัฒนาแล้ว
  • เรียกร้องให้ถ่ายโอนเทคโนโลยี
  • สร้างเองบนพื้นฐานโครงสร้างสังคม

อย่างไรก็ตาม การพัฒนาในปัจจุบันยังคงมีข้อบกพร่อง นั่นคือ ฐานข้อมูลขนาดใหญ่นั้น ยังคงเป็นเพียงมหาสมุทรแห่งข้อมูล (ocean of data) ที่มีข้อมูลอยู่มากมายแต่ยังไม่มีทิศทางอย่างชัดเจน และยังขาด การทำ Big data ที่ต้องการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมาก ให้เกิดเป็นสารที่มีประโยชน์ (information) และนั่นจึงจะสามารถเป็นสำนึกพื้นฐานของโลกได้ (fundamentally sense of the world)

ข้อบกพร่องบนการพัฒนาไปบนกระบวนทรรศน์นวยุค ที่ปรากฎคือ

  • การขาดทักษะเข้าใจและใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (digital illiteracy) คนจำนวนมากยังไม่เข้าใจเทคโนโลยีและยัง “ใช้”  ไม่เป็น ดังที่มักพบสำนวน “เล่น” สำหรับเทคโนโลยีอยู่บ่อยๆ
  • การทำซ้ำงานศิลปะและวาทกรรม (copying and repetition) ผ่านการส่งต่อไปโดยไม่รู้ที่มาที่ไปและทำซ้ำๆ จนเสมือนเป็นจริงเกินกว่าของดั้งเดิม
  • ความไม่ปลอดภัยของเครือข่าย (unsecured IoT) ที่สามารถถูกแทรกแซงได้จากผู้เชี่ยวชาญในโลกมืด
  • อาชญากรรมทางดิจิทัลและไซเบอร์ (digital crime & cyber warfare) ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมากมายและหลากหลายรูปแบบ
  • เรื่องเล่าดีที่ไม่เป็นจริง (hoax) พัฒนามาจากนิทาน ตำนาน และเรื่องเล่าต่างๆ โดยมุ่งสอนบางอย่าง แต่เกิดการอ้างอิงคน เหตุการณ์ บางอย่างที่ไม่เคยมีอยู่หรือเกิดขึ้นจริง
  • โฆษณาชวนเชื่อ (propaganda) เป็นการล่อลวงให้เชื่อตาม ซึ่งทำให้เกิดความต้องการ (demand) ปลอมในด้านต่างๆ ของสังคม
  • ข่าวลวง (fake news) เป็นการสร้างข่าว หรือ สร้างแหล่งข่าว ที่นำเสนอข้อมูลข่าวสารอันเป็นเท็จเพื่อจงใจใส่ร้ายคู่แข่งในทางการเมือง สังคม และเศรษฐกิจ เป็นต้น
  • ปฏิบัติการข่าวสาร (information operation) เป็นยุทธการที่ใช้เนื้อหาและช่องทางดิจิทัลเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและกระแสความได้เปรียบแก่ฝ่ายตน โจมตี ปลุกปั่น ยั่วยุ ฝ่ายตรงข้าม

อย่างไรก็ตาม เมื่อมองด้วยกระบวนทรรศน์หลังนวยุคสายกลาง ก็ต้องยอมรับในข้อดีของศตวรรษแห่งอินเตอร์เน็ตว่ายังเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันสังคมคุณภาพอย่างใหม่ (new quality society) และสร้างรูปแบบการดำรงชีวิตรูปแบบใหม่ที่มีคุณภาพ โดยต้องเป็นความความก้าวหน้าของการเปลี่ยนแปลงของทั้งโลกในด้านสังคม เศรษฐกิจ การเมือง วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี  ทั้งนี้ ต้องใช้มุมมองที่มุ่งเน้นให้มีความเข้ากันได้ระหว่างกัน (intercompatibility) และการชดเชย (compensation) ของการพัฒนาต่อการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความกลมกลืน (harmonization) ในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านเทคโนโลยี เศรษฐกิจ การพัฒนาทางการเมืองและการเปลี่ยนแปลงทางสังคมซึ่งอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในระดับวัฒนธรรม ดังจะพบเห็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง (continuation) ของการสร้างและการพัฒนาสังคมไปในส่วนต่าง ๆ เช่น ด้านเศรษฐกิจ วัฒนธรรมและระบบการศึกษาในระดับต่างๆ จนถึงระดับสากล โดยที่การพัฒนาอย่างต่อเนื่องของสังคมคุณภาพนี้จะเกิดขึ้นภายใต้สภาวะที่สำคัญคือ สังคมได้มีการให้การศึกษา (nurture) แก่คนส่วนใหญ่ถึงความสำคัญของคุณค่าของความรู้ ส่วนการพัฒนาต่อยอดไปสู่ความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้ เมื่อสังคมนั้นมีปัจจัยพื้นฐานทางสังคม เช่น โครงสร้างพื้นฐานทางสาธารณูปโภค สวัสดิการทางสังคมที่ดี แนวโน้มทางเศรษฐกิจที่ดี ร่วมกับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องอย่างมีความรับผิดชอบ (accountability) เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและมีความเสี่ยงต่ำสุด

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s