เหตุผลหรืออารมณ์

อ.ดร.เอนก สุวรรณบัณฑิต

ลัทธิปัญญานิยมเน้นว่าถ้าจุดหมายปลายทางชีวิตมนุษย์อยู่ที่ความสุขแล้ว มนุษย์ก็มีค่าเสมอกับสัตว์ เพราะสัตว์ก็แสวงหาความสุข แต่ด้วยความสามารถในการใช้เหตุผลเพื่อแสวงหาความจริงนั้นเองที่เป็น คุณสมบัติทำให้มนุษย์ต่างจากสัตว์  ความสุขจึงมี 2 ระดับ คือ 1) ความเพลิดเพลิน  ความสุขระดับการรับรู้เกี่ยวกับโลกภายนอก เช่น การรับรู้ในรสอาหาร  ความพอใจทางประสาทสัมผัส การรับรู้ในระดับนี้ ทำให้มนุษย์แสวงหาความสุขสำราญได้มากขึ้น เป็นความสุขระดับเดียวกันกับสัตว์ทั้งหลาย  และ 2) ความสุขที่เกิดจากกิจกรรมทางปัญญาเป็นความสุขที่เป็นผลจากการปฏิบัติคุณธรรมของบุคคล

ด้วยการมุ่งความสุขทางปัญญาเช่นนี้ คนทุกคนมีแนวโน้มที่จะทำความดี แต่หากขาดความรู้ คือ ไม่รู้ว่าอะไรดี อะไรไม่ดี เขาก็จะไม่สามารถเข้าถึงความสุขในระดับที่ 2 ได้ ความรู้จึงเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าเราเข้าใจธรรมชาติของมนุษย์อย่างแท้จริง มนุษย์ก็จะเข้าใจว่าควรทำอะไรในฐานะที่เป็นมนุษย์   และถ้ามนุษย์มีวิญญาณเป็นอิสระจากร่างกาย จะทำให้มนุษย์เข้าถึงโลกแห่งความจริง ดังนั้นมนุษย์ควรหลีกเลี่ยงหรือเกี่ยวข้องให้น้อยกับความสุขทางกาย เพราะไม่มีอะไรจะดีและมีค่าสำหรับมนุษย์ยิ่งไปกว่าการแสวงหาความรู้ เพื่อเพิ่มพูนปัญญาและใช้ปัญญาไตร่ตรองเพื่อแสวงหาหลักในการดำรงชีวิต

มนุษย์ย่อมตัดสินใจทำดีได้ตามมโนธรรมของตน คานท์ได้เสนอการทำดีโดยหน้าที่ (Kant, 1969) การทำดีเกิดจากเหตุผลบริสุทธิ์คือความรู้เกิดจากการใช้ปัญญาของมนุษย์ และเหตุผลปฏิบัติ คือ มโนธรรมในการอยู่ร่วมกันในอย่างเท่าเทียม เมื่อมนุษย์ได้ใช้ปัญญาพิจารณาเหตุผลได้แล้วย่อมเกิดเป็นคำสั่งเด็ดขาด (categorical imperative) และมุ่งมั่นที่จะทำดี คือ เป็นหน้าที่ที่จะทำความดี การใช้เหตุผลทางศีลธรรมของมนุษย์เป็นการใช้เหตุผลเพื่อตัดสินว่าควรจะปฏิบัติตนอย่างไรให้อยู่ในกรอบหรือกฎเกณฑ์ที่เป็นอุดมคติของสังคม

จากแนวคิดของคานท์ย่อมเห็นได้ว่าทั้งสองฝ่ายต่างยึดมั่นในการทำดีตามหน้าที่และถือเป็นความดีสูงสุดตามเหตุผลบริสุทธิ์และเหตุผลปฏิบัติ ซึ่งไม่อาจหักล้างกันลงได้หมด ความขัดแย้งในการทำดี จึงเกิดขึ้นและสร้างศัตรูมากกว่ามิตร  จุดนี้เป็นปัญหาจริยศาสตร์และเป็นปัญหาในระดับโลก เพราะเหตุใดความดี 2 ฝ่ายจึงไม่ตรงกัน คำถามนี้  ไฮดต์ (Jonathan Haidt, 2012) ชี้ว่าอารมณ์เป็นปัจจัยสำคัญของการเเยกเเยะผิด-ถูก ชั่ว-ดีของมนุษย์ ซึ่งฝ่ายเหตุผลนิยม (rationalism) มักจะเน้นว่าก่อนที่มนุษย์จะตัดสินใจใด ๆ ในการคิดดี-ชั่ว ถูก-ผิด ชอบ-ไม่ชอบจะต้องมีเหตุผลมารองรับก่อนเป็นอันดับแรก อารมณ์ความรู้สึกเกิดตามมาหลังเหตุผล ซึ่งกลายเป็นฐานสำคัญทำให้มนุษย์สามารถยอมรับได้กับความไม่เท่าเทียมกันของคน การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม เพราะเห็นว่ามีเหตุผลเบื้องหลังค้ำประกันอยู่  แต่งานวิจัยของไฮดต์ชี้ว่า มโนคติของฝ่ายเหตุผลนิยมนั้นผิด  โดยไฮดต์ได้ตั้งคำถามถึงการที่พี่น้องจะมีเพศสัมพันธ์กันเอง โดยกำหนดสถานภาพคำถามว่าได้มีการคุมกำเนิดและทั้งสองคนรักกัน กลุ่มตัวอย่างได้พยายามแสดงเหตุผลต่างๆ ที่จะแสดงว่าการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องเป็นสิ่งผิด จนคำตอบสุดท้ายคือมีความรู้สึกว่าไม่ถูกต้อง คำตอบวิจัยของไฮดต์ชี้ชัดว่า

อารมณ์เป็นรากฐานของการตัดสินผิด-ถูกของมนุษย์ ไม่ใช่เหตุผล

นั่นคือ ในขั้นตอนของการตัดสินถูก-ผิดนั้น มนุษย์มักจะใช้อารมณ์ที่มาจากจิตใต้สำนึกของตนเป็นตัวชี้นำในการตัดสิน ก่อนที่จะหาเหตุผลมาเพื่อมาสนับสนุนว่าทำไมถึงรู้สึกอย่างนั้น ถ้าเหตุผลเเรกถูกอีกฝ่ายใช้เหตุผลอื่นที่ดีกว่ามาหักล้างก็จะทำการหาเหตุผลอื่น ๆ มาสนับสนุนความรู้สึกของตนเองต่อไปจนกระทั่งถึงทางตัน เมื่อหมดเหตุผลที่จะใช้อ้างแล้วก็ยังคงมีความรู้สึกไม่ชอบหรือยอมรับสิ่งนั้นว่าถูกไม่ได้อยู่นั่นเอง และด้วยความยึดมั่นถือมั่นในคำตอบนี้ ก็เป็นการยากมากที่อีกฝ่ายจะสามารถใช้เหตุผลหักล้างที่ดีกว่าในการทำให้ยอมรับความถูกต้องตามเหตุผลของฝ่ายตรงข้ามได้ ดังนั้น ความขัดแย้งทางความคิดต่างๆ จึงมีอารมณ์มาเป็นฐานในการตัดสินถูก-ผิด จึงเป็นการยากที่จะทำให้ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องต้องกันได้ด้วยเหตุผล ในทางปฏิบัติมนุษย์ชอบจะอยู่ในพื้นที่ที่ตนสบายใจ (comfort zone) จึงทำการด้วยอารมณ์นี้และยกอ้างเหตุผลฝ่ายตนและไม่ยอมรับเหตุผลฝ่ายตรงข้าม

หากแต่ในเชิงจริยศาสตร์แล้ว เมื่อวิถีมีความบกพร่องจะต้องยอมรับและปรับปรุง (กีรติ บุญเจือ, 2551) ทั้งนี้ก็เพื่อความสุข ในขณะเดียวกัน มนุษย์มีสัญชาตญาณปัญญาอันเป็นคุณภาพเฉพาะของมนุษย์  มนุษย์ย่อมตัดสินใจทำดีได้ตามมโนธรรมของตน คานท์ (Imanuel Kant อ้างในกีรติ บุญเจือ, 2561) ได้เสนอการทำดีโดยหน้าที่ การทำดีเกิดจากเหตุผลบริสุทธิ์คือ ความรู้เกิดจากการใช้ปัญญาของมนุษย์ และเหตุผลปฏิบัติคือ มโนธรรมในการอยู่ร่วมกันอย่างเท่าเทียม เมื่อมนุษย์ได้ใช้ปัญญาพิจารณาเหตุผลได้แล้วย่อมเกิดเป็นคำสั่งเด็ดขาด (categorical imperative) และมุ่งมั่นที่จะทำดี คือ เป็นหน้าที่ ๆ จะทำความดี การใช้เหตุผลทางศีลธรรมของมนุษย์เป็นการใช้เหตุผลเพื่อตัดสินว่าควรจะปฏิบัติตนอย่างไรให้อยู่ในกรอบหรือกฎเกณฑ์ที่เป็นอุดมคติของสังคม  จากแนวคิดของคานท์ย่อมเห็นได้ว่าทุกฝ่ายต่างยึดมั่นในการทำดีตามหน้าที่ และถือเป็นความดีสูงสุดตามเหตุผลบริสุทธิ์และเหตุผลปฏิบัติของตนซึ่งไม่อาจหักล้างกันลงได้หมด ความขัดแย้งในการทำดีจึงเกิดขึ้นและสร้างศัตรูมากกว่ามิตร

เพราะเหตุใดความดี 2 ฝ่ายจึงไม่ตรงกัน คำถามนี้ โจนาธาน ไฮดต์ ชี้ว่าอารมณ์เป็นปัจจัยสำคัญของการเเยกเเยะผิด-ถูก ชั่ว-ดีของมนุษย์ (Haidt, 2012) แม้มนุษย์จะมีเหตุผลเบื้องหลังค้ำประกันมโนธรรมของคนอยู่ แต่เมื่อต้องตัดสินก็จะใช้อารมณ์เป็นสำคัญ ในอีกด้านหนึ่งก็สามารถตีความได้ว่า ในขั้นตอนของการตัดสินถูก-ผิดนั้น มนุษย์มักจะใช้อารมณ์ที่มาจากจิตใต้สำนึกของตนเป็นตัวชี้นำในการตัดสิน ก่อนที่จะหาเหตุผลมาเพื่อมาสนับสนุนว่าทำไมถึงรู้สึกอย่างนั้น เเละถ้าเหตุผลเเรกถูกอีกฝ่ายใช้เหตุผลอื่นที่ดีกว่ามาหักล้าง ก็จะทำการหาเหตุผลอื่น ๆ มาสนับสนุนความรู้สึกของตนเองต่อไปจนกระทั่งถึงทางตัน เมื่อหมดเหตุผลที่จะใช้อ้างแล้วก็ยังคงมีความรู้สึกไม่ชอบหรือยอมรับสิ่งนั้นว่าถูกไม่ได้อยู่นั่นเอง และด้วยความยึดมั่นถือมั่นในคำตอบนี้ก็เป็นการยากมากที่อีกฝ่ายจะสามารถใช้เหตุผลหักล้างที่ดีกว่าในการทำให้ยอมรับความถูกต้องตามเหตุผลของฝ่ายตรงข้ามได้ ดังนั้น ความขัดแย้งในทางจริยศาสตร์จึงมีอารมณ์มาเป็นฐานในการตัดสินถูก-ผิด จึงเป็นการยากที่จะทำให้ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องต้องกันได้ด้วยเหตุผล ในทางปฏิบัติ หลักธรรมทางศาสนาจึงยังมีความสำคัญ และก็มีความเป็นอัตวิสัยอย่างยิ่งเช่นกัน

Haidt, J.  (2012).  The righteous mind: why good people are divided by politics and religion.  New York : Pantheon.

กีรติ บุญเจือ.  (2561).  ปรัชญาและจริยศาสตร์เบื้องต้น  . กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา.

กีรติ บุญเจือ.  (2551).  คู่มือจริยศาสตร์ตามหลักวิชาการสากล. กรุงเทพฯ : ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาพลังแผ่นดินเชิงคุณธรรม.

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s