การมีความสุขจากปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

อ.ดร.สิริกร อมฤตวาริน

….

การวิเคราะห์เชิงปรัชญาผ่านปรัชญากระบวนทรรศน์ที่เน้นกระบวนทรรศน์ของมนุษยชาติในแต่ละยุค ตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์ ยุคโบราณ ยุคกลาง ยุคสมัยใหม่ และยุคปัจจุบัน พบว่ามนุษย์ในทุกกระบวนทรรศน์ต่างก็มุ่งแสวงหาความสุขตามลัทธิความเชื่อของยุคสมัยนั้น โดยเชื่อว่าเมื่อประพฤติตามย่อมได้รับความสุขแท้ ลัทธิซาฟฟิสม์ ลัทธิรตินิยม ลัทธิเอพพิคิวเริส ได้ชี้ให้มนุษญ์แสวงหาความสุขมากที่สุด ยาวนานที่สุด มนุษยนิยมและจิตวิทยายิ่งเสริมกำลังให้เชื่อได้ว่ามนุษย์มีความต้องการที่หลากหลายและไม่เหมือนกัน จึงไม่มีความสุขใดที่มีฐานะสูงสุดกว่ากัน 

ผู้วิจัยศึกษามโนคติทางปรัชญาจนมองเห็นเหตุผลของฝ่ายตรงข้ามว่าย่อมเชื่อว่าแม้ปฏิบัติตนตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพียงใดย่อมไม่สามารถนำมาซึ่งความสุขแท้แก่มนุษย์ได้ เพราะมนุษย์ต้องการความสุขที่แตกต่างกันไป ความต้องการความสุขนั้นจึงเป็นเรื่องเฉพาะของมนุษย์ที่ต้องการคุณภาพชีวิตที่ดีในแบบของตนเอง ผู้วิจัยขอแสดงเหตุผลอย่างสมเหตุสมผลในการยืนยันว่า มนุษย์จะได้ความสุขแท้จากการประพฤติตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงได้อย่างแน่นอนเพราะเหตุผลสนับสนุนคำตอบ ดังนี้

ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญาจริยะ กีรติ บุญเจือได้ชี้ว่าเจตนาของเศรษฐกิจพอเพียงนั้นเป็นปรัชญาจริยะที่ต้องการให้เข้าใจในทำนองปรัชญาและนำมาปฏิบัติในอย่างจริยศาสตร์ เพราะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงระบุว่าปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวการดำรงอยู่และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับ เป็นหลักการแห่งความพอดี ไม่ได้นิ่งเฉยหรือกำหนดความพอว่าเป็นเท่าใด ทั้งยังพร้อมที่จะกล้าเผชิญปัญหาของโลก ปัญหาที่เกิดจากวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดและแผ่กระจายผ่านกระแสโลกาภิวัตน์อีกด้วย

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญากระบวนทรรศน์หลังนวยุค ก็ด้วยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเน้นเป้าหมายเพื่อความสุขและการดำเนินชีวิตด้วยทางสายกลาง มีความพอประมาณ ความมีเหตุมีผล และมีภูมิคุ้มกัน ด้วยเงื่อนไขความรู้และคุณธรรม  ก็ย่อมแสดงได้ว่าปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเน้นกำกับการตัดสินใจในการกระทำสิ่งต่างๆ เพื่อให้เกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นไปเรื่อย ๆ เพื่อความสุข อันเป็นหลักการสำคัญของปรัชญากระบวนทรรศน์หลังนวยุค

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนำไปสู่ความสุขตามสัญชาตญาณปัญญาจึงเป็นความสุขแท้ของมนุษย์  ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมีลักษณะของปัญญากระบวนทรรศน์หลังนวยุค  โดยมิได้ตั้งประจันกับความสุขในระดับสัญชาตญาณระดับรอง เพียงแต่ชี้ว่าไม่ใช่ความสุขแท้และส่งเสริมการดำรงชีวิตและการปฏิบัติเพื่อให้ได้ความสุขแท้  นั่นคือส่งเสริมสัญชาตญาณปัญญาเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ใช้ได้กับทุกยุคทุกสมัย ทุกสังคม ทุกเชื้อชาติ เป็นหลักยึดเหนี่ยวที่ไม่ส่งเสริมการยึดติด ยึดเหนี่ยวไว้แล้วได้พัฒนาคุณภาพชีวิตไปเรื่อย ๆ พัฒนาไปพร้อมกับปรับตัวไปเรื่อย ๆ เลยขั้นหนึ่งแล้วก็แสวงหาขั้นต่อไป โดยไม่ยึดติดแต่ยึดเหนี่ยวเพื่อเป็นขั้นกลางให้พัฒนาสู่ขั้นที่สูงขึ้น เป็นวิถีพัฒนาคุณภาพชีวิตตามขั้นตอนของคุณธรรม ให้ใช้ความรอบคอบ รอบรู้พิจารณาระดับของความพอมี พอกิน พอใช้ และการแบ่งปัน เพื่อให้มนุษย์ได้ทำดี ได้เมตตา แบ่งบันแก่ผู้อื่น เมื่อเขามีความสุข เราก็มีสุขด้วย และเป็นสุขแท้

ความสุขแท้นำด้วยเมตตา ความสุขแท้คือความสุขบนความสุขของผู้อื่น ความสุขที่แท้จริงนั้นก็คือความสุขของทั้งสองฝ่าย ทั้งผู้อื่นและตัวเอง หากต้องทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเดือดร้อน อันสาเหตุมาจากความทุกข์ใด ๆ ย่อมไม่ใช่ความสุขที่แท้จริง ผู้ที่เชื่อมั่นในปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงย่อมมุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตตนเองและต้องการให้ทุกคนในสังคมพัฒนาคุณภาพชีวิตของเขาให้ดีในระดับที่แตกต่างกันไปตามบริบทเพื่อความผาสุกของสังคม ความปรารถนาให้ผู้อื่นมีความสุขโดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทนนี้คือเมตตา ดังนั้น เมื่อเดินตามวิถีปรัชญาจริยะของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงแล้วย่อมต้องยึดหลักเมตตาไว้ด้วยพร้อมกันนั่นเอง

ความสุขแท้เน้นวิจารณญาณตามองค์ประกอบคุณธรรม 4 ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญาจริยะที่เน้นความประพฤติดี ไม่ได้มุ่งเน้นคุณธรรมข้อหนึ่งข้อใดโดยเฉพาะ ความประพฤติดีย่อมต้องดำเนินไปบนทางสายกลางอย่างเหมาะสม มโนธรรมกำกับความประพฤติดีจึงต้องเน้นการใช้วิจารณญาณพิจารณาการกระทำต่างๆ ด้วยองค์ประกอบคุณธรรม 4 (cardinal virtue) คือ มีความรอบคอบรอบด้าน มีความกล้าหาญ มีความพอเพียงและมีการแบ่งปัน ซึ่งการกระทำใดที่สอดคล้องตามหลักองค์ประกอบคุณธรรม 4 ย่อมได้ชื่อว่าเป็นคุณธรรม ซึ่งเมื่อได้ประพฤติจนเคยชินย่อมประสานเสริมกันเพื่อให้เกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้มีระดับคุณภาพสูงยิ่งขึ้นไปกว่าเดิมได้เรื่อยๆ

ทั้งนี้ ยังมีเหตุผลเหนือกว่า แนวคิดทางปรัชญาอื่นๆ ดังนี้

  • แม้มนุษยนิยมจะชี้ว่าไม่มีความสุขใดมีฐานะสูงสุดไปกว่ากัน แต่ความสุขมีระดับคุณภาพต่างกันได้ และผู้ที่ถือลัทธิไม่แตกต่าง (indifferentism) มักอ้างมนุษยนิยมเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับการอยู่เฉยๆ รักสบายของตัวเอง
  • ความสันโดษเน้นการยอมรับความจริงตามธรรมชาติ ด้วยจิตใจที่เป็นธรรม แล้วยินดีพอใจในสิ่งที่มี ที่เป็น ที่หามาได้ ความสันโดษย่อมเป็นคุณภาพชีวิตอย่างหนึ่งที่มนุษย์แสวงหา แต่ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงได้เปิดกว้างต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของมนุษย์โดยเพียงกำกับให้กระทำด้วยความพอประมาณ มีเหตุมีผล และมีภูมิคุ้มกันมิให้ตกไปอยู่ในฝ่ายแสวงหาความสุขไม่แท้เท่านั้น
  • คนที่ถือกระบวนทรรศน์ต่างกันตีความความสุขต่างกัน แต่เมื่อปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญากระบวนทรรศน์นวยุคเสียแล้ว เมื่อมนุษย์ได้ลองปฏิบัติตามเขาย่อมจะพบว่าเคว้งคว้างหากมุ่งความสุขตามกระบวนทรรศน์อื่น และเมื่อเขาเริ่มปรับตัวและใช้ศักยภาพด้วยพลังของหลังนวยุคเขาก็จะพบการพัฒนาคุณภาพชีวิตซึ่งทำให้เขามุ่งหน้าไปสู่ความสุขแท้ได้
  • การไม่สร้างความสุขแก่คนร่ำรวย คนรวยมีเงินมากมักทุกข์ ไม่สุข มีปัญหาต่างๆรุมเร้า เพราะเขาทำงานมาก ไม่มีเวลาดูแลตัวเอง ไม่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ใคร แต่หากเขาใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เขาจะเข้าใจทางสายกลาง ความพอประมาณ ความมีเหตุมีผลและการมีภูมิคุ้มกัน เขาทำธุรกิจได้โดยมีผลกำไรพอสมควร ไม่น้อยจนเสี่ยงต่อการขาดทุน เขารู้คิดที่จะเมตตาคนอื่น เมตตาตนเอง เขาก็จะมีความสุขยิ่งขึ้นกว่าเดิม
  • การต้องอบรมจนถึงการหมดความอยากเพื่อให้คนไม่เบียดเบียนกันหรือเป็นอภิมนุษย์อย่างนิชเฌอ แต่การอบรมเช่นนี้ย่อมทวนกระแสความต้องการและความพอใจของมนุษย์ ดังเช่นที่ลัทธิไซนิกก็ได้เสนอไว้ให้ใช้ชีวิตอย่างสุนัข ไม่แสวงหาทางกาย แต่ควรแสวงหาสัจธรรม ซึ่งก็เชื่อได้ว่ามีคนจำนวนน้อยเท่านั้นที่บรรลุธรรม แต่คนส่วนใหญ่ที่ยึดถือเช่นนี้มักจะกลายเป็นคนที่ขาดความกระตือรือร้นไปเสีย กลายเป็นการหยุดพัฒนาตนเองและหมดสมรรถนะในที่สุด
  • การต้องเน้นการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แทนเมตตาเพื่อให้เผยแพร่ได้ง่าย แต่การเอื้อเฟื่อเผื่อแผ่เป็นปรัตถนิยมเชิงจริยศาสตร์ยังอยู่ในกรอบของประโยชน์นิยม เกณฑ์ค้ำประกันคือประโยชน์สูงสุดของคนจำนวนมากที่สุด ซึ่งทำให้ต้องเสียสละมากกว่าที่จะเป็นการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ รวมไปถึงการตีคุณค่าประโยชน์ที่ไม่ตรงกันระหว่างฝ่ายผู้ให้กับฝ่ายผู้รับซึ่งอยู่บนความยึดมั่นถือมั่น ในขณะที่เมตตานั้นได้ขยายของเขตไปสู่การเมตตาต่อศัตรูซึ่งจะทำให้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงแสดงพลังของปรัชญาหลังนวยุคได้ดีกว่า

ดังนั้น ด้วยวิจารณญาณของปรัชญาหลังนวยุคผ่านปรัชญากระบวนทรรศน์ได้ว่ามนุษย์แต่ละกระบวนทรรศน์แสวงหาความสุขต่างกัน โดยมีสัญชาตญาณมนุษย์เป็นสิ่งค้ำประกันความสุข และความสุขแท้คือความสุขบนความสุขของผู้อื่นซึ่งตรงกันกับหลักเมตตา ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงซึ่งเป็นปรัชญาจริยะย่อมนำผู้ปฏิบัติตามให้พบกับความสุขแท้ได้ เมื่อได้หลักเมตตาเมาประสานแสริมย่อมทำให้มนุษย์ได้พบความสุขแท้ตามความเป็นจริง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s