การพัฒนาคุณภาพชีวิตกับพระราชปณิธาน

การพัฒนาคุณภาพชีวิตกับพระราชปณิธาน

พ.อ. ดร.ไชยเดช แก่นแก้ว

….

การพัฒนาคุณภาพชีวิตเป็นไปตามพระปฐมบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร ทรงมีพระปฐมบรมราชโองการว่า

เราจะครองแผ่นดินโดยธรรมเพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม

แสดงให้เห็นว่าพระองค์ทรงให้ความสำคัญกับความสุขของพสกนิกรของพระองค์ และพระองค์ยังไม่ใช้คำว่า “ปกครอง” แผ่นดิน แต่ทรงใช้คำว่า “ครอง” แผ่นดินแทน ซึ่งจะเห็นได้ว่าพระองค์ทรงใช้ธรรมเป็นแนวทางในการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ประชาชนของพระองค์มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความอยู่ดีกินดี ชีวิตมีความสุข การพัฒนาคุณภาพชีวิตจึงเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการบ้านเมือง ไม่ใช่คำนึงถึงแต่ประโยชน์ ความร่ำรวย หรือความเจริญทางวัตถุเท่านั้น แต่ความสุขของประชาชนถือเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน ซึ่งพระบาทสมเด็จปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตรทรงใช้หลักการบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดี โดยยึดหลักคุณธรรม (Virtue) และ จริยธรรม (Ethic or Morality) ทั้งสองประการนี้ปกครองบ้านเมืองมาโดยตลอด ทั้งนี้ สอดคล้องกับหลักธรรมของพระราชาอัน ได้แก่ ทศพิธราชธรรม ราชสังคหวัตถุ และ จักรวรรดิวัตร ที่ทรงมุ่งเน้นการใช้ปัญญา ศีลธรรม จริยธรรม และคุณธรรม  ในการบริหาร ปกครอง  ทั้งการปกครองตน ปกครองคนและปกครองงาน

ในการครองแผ่นดินเพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยามนั้น ประเด็นที่ทรงดำริไว้เป็นสำคัญ คือ ประเทศได้ดำเนินการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในทางวัตถุในระดับประเทศผ่านทางการพัฒนาที่เน้นการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศเป็นหลักนั้นแต่เพียงอย่างเดียวอาจจะเกิดปัญหาได้ การพัฒนาประเทศในช่วงระยะเวลากว่าเกือบครึ่งศตวรรษนี้ ได้สร้างความเจริญทางวัตถุอย่างมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญของการพัฒนาประเทศ อย่างไรก็ตาม ภายใต้กระบวนการพัฒนาที่ขาดสมดุลและขาดการพิจารณาปัญหาอย่างเป็นองค์รวม ทำให้การพัฒนาในส่วนอื่นไม่สามารถก้าวทันความเจริญทางวัตถุ เช่น การศึกษา การพัฒนาระบบประชาธิปไตย การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เป็นต้น จึงต้องดำเนินการปรับตัวเสียใหม่ให้เป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่มุ่งตรงสู่ความสุขของประชาชน ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงถือเป็นพระราชภารกิจที่จะดำรงไว้ซึ่งการครองแผ่นดินโดยธรรมเพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยามอย่างแท้จริง และได้พระราชทานปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไว้เป็นฐานคิด

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร ทรงชี้ว่าปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญาจะต้องเข้าใจอย่างปรัชญา และมีพระราชดำริชี้แนะแนวทาง การดำเนินชีวิตแก่พสกนิกรในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับครอบครัว ชุมชน จนกระทั่งการพัฒนาประเทศ ครอบคลุมทุกภาคส่วน สิ่งสำคัญ คือ ความพอเพียงในการดำรงชีวิต ซึ่งเป็นเงื่อนไขพื้นฐานที่ทำให้คนไทยสามารถพึ่งตนเอง และดำเนินชีวิตไปได้อย่างมีศักดิ์ศรีภายใต้อำนาจและความมีอิสระ ในการกำหนดชะตาชีวิตของตนเอง ความสามารถในการควบคุมและจัดการเพื่อให้ตนเองได้รับการสนองตอบต่อความต้องการต่าง ๆ รวมทั้งความสามารถในการจัดการปัญหาต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง

พระราชดำริว่าด้วยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ว่า

“…การพัฒนาประเทศจำเป็นต้องทำตามลำดับขั้น ต้องสร้างพื้นฐานคือ ความพอมี พอกิน พอใช้ของประชาชนส่วนใหญ่เบื้องต้นก่อน โดยใช้วิธีการและอุปกรณ์ที่ประหยัดแต่ถูกต้องตามหลักวิชาการ เมื่อได้พื้นฐานความมั่นคงพร้อมพอสมควร และปฏิบัติได้แล้ว จึงค่อยสร้างค่อยเสริมความเจริญ และฐานะทางเศรษฐกิจขั้นที่สูงขึ้นโดยลำดับต่อไป….”

(18 กรกฎาคม 2517)

อีกทั้ง สิริกร อมฤตวาริน (2558) ได้เสนอไว้ว่า   มนุษย์ย่อมได้ความสุขแท้จากการประพฤติตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ทั้งนี้ เพราะมนุษย์พึงแสวงหาความสุขตามสัญชาตญาณปัญญา (intellectual instinct) ของมนุษย์เพื่อให้ได้ความสุขสูงสุด ปรัชญากระบวนทรรศน์หลังนวยุคสายกลาง (moderate postmodern paradigm) เสนอให้มนุษย์มุ่งกระทำเพื่อความสุขแท้ตามความเป็นจริงเป็นความสุขสูงสุดด้วยการพัฒนาคุณภาพชีวิต เมื่อมนุษย์ประพฤติตนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอันเป็นปรัชญาจริยะที่นำไปสู่ความสุขจากการดำรงชีวิตด้วยความพอเพียง มนุษย์ย่อมต้องคิดอ่านหาวิถีการดำรงชีวิตให้เหมาะสมซึ่งย่อมจะได้เกิดความสุขตามสัญชาตญาณปัญญา คือ การได้คิดนั่นเอง และด้วยพลังแห่งปรัชญาหลังนวยุค คือ การสร้างสรรค์ ปรับตัว ร่วมมือและแสวงหา จะทำให้มนุษย์ได้คิดได้อย่างหลากหลายและการพอเพียงที่ส่งเสริมการแบ่งปันย่อมเน้นการที่มนุษย์จะดำเนินชีวิตด้วยความเมตตาซึ่งจะทำให้มนุษย์มุ่งสู่การมีความสุขบนความสุขของผู้อื่น

ดังนั้น การพัฒนาคุณภาพชีวิตจึงเป็นไปตามพระปฐมบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร

ในอีกด้านหนึ่ง ข้อคำนึงด้วยมุมมองของปรัชญากระบวนทรรศน์นวยุค ระมัดระวังต่อความยึดมั่นถือมั่น หากผู้ตีความมีความยึดมั่นถือมั่น ย่อมทำให้เกิดการตีความพระปฐมบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตรตามอักษรเป็นสำคัญ หากตีความตามตัวอักษรย่อมทำให้การพัฒนาคุณภาพชีวิตนั้นมีความตายตัว ไม่ยืดหยุ่น และใช้ชุดความรู้เดียวในการพัฒนาคุณภาพชีวิต การพัฒนาคุณภาพชีวิตก็ย่อมจะไม่เกิดความสร้างสรรค์อย่างหลากหลายจนนำไปสู่ความเป็นวัฒนธรรมของผู้คนได้  แต่กลายเป็นเพียงกระบวนการพัฒนาที่รัฐมีหน้าที่ส่งมอบให้ประชาชนเท่านั้น การปรับตัวจึงเกิดเพียงจากการยอมทำตามด้วยความจนใจ มิใช่ด้วยความเต็มใจ การร่วมมือจึงเป็นการกะเกณฑ์ให้เกิดภาพเกินจริงของการเข้าร่วม มิใช่การร่วมมือด้วยใจจิตอาสา และนั่นย่อมไม่ทำให้เกิดการแสวงหาสิ่งที่ดีกว่า การรักษาระดับคุณภาพชีวิตที่ได้รับมอบมาจากรัฐตามการตีความตามตัวอักษรกลายเป็นกรอบสำคัญของการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ยึดมั่นถือมั่นของผู้อยู่ในกระบวนทรรศน์ปรัชญานวยุค (modern paradigm) ที่ไม่อนุญาตให้ผู้หนึ่งผู้ใดคิดแปลกแยกแตกต่างไปได้ ทำให้ไม่อาจคิดจินตนาการไปสู่ระดับคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งกว่าเดิม อันเป็นการผิดหลักการของการพัฒนาคุณภาพชีวิต  ทำให้ความสร้างสรรค์ก็ไม่เกิดอย่างแท้จริง

หากแต่การพัฒนาคุณภาพชีวิตเพื่อความสุขแท้ (authentic happiness) ควรที่จะมองด้วยs]ydปรัชญากระบวนทรรศน์หลังนวยุคสายกลางที่เน้น “หลักยึดเหนี่ยวแต่ไม่ยึดติด” นั่นย่อมพบว่าพระปฐมบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร เน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตในหลายส่วน อาทิเช่น การปกครองแผ่นดินโดยธรรมเพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยามนั้น มิได้มุ่งเพียงประโยชน์ของการพัฒนาในเชิงวัตถุ แต่มุ่งไปที่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนอันเป็นมหาชนชาวสยามให้ได้ประโยชน์สุข คือ ดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุข มีความพอมีพอกิน มีสิทธิและเสรีภาพตามหลักมนุษยธรรม มีความเป็นอิสระในการคิด มีเสรีภาพในการแสดงออก มีโอกาสในการศึกษาเพื่อการพัฒนาปัญญา และเมื่อปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงได้เผยแพร่เป็นฐานคิดสำคัญของสังคมไทยและในหลายประเทศ การใช้ปัญญาเพื่อการดำรงตนบนหลักการพึ่งพาตนเอง (self – sufficing) ซึ่งแตกขยายความคิดเป็นการพึ่งพาตนเองในระดับครอบครัวและในระดับชุมชนเป็นลำดับแรกก่อน เมื่อเกิดความมั่นคงและเข้มแข็งแล้วจึงขยายไปสู่ภายนอก โดยเน้นรูปแบบการพัฒนาที่ต้องบูรณาการให้เหมาะสมกับปัจจัยทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ตลอดจนสภาพทางภูมิศาสตร์ของชุมชนนั้นเพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน อันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศโดยรวม

การพัฒนาคุณภาพชีวิตจึงปรากฏอยู่ในแนวคิด หลักการ และการปฏิบัติจริง    โดยมีหลักสำคัญในการพัฒนาคือ การพัฒนาอย่างค่อยเป็นค่อยไปตาม “ลำดับความจำเป็น”    มีความเรียบง่ายและประหยัด การประยุกต์มีความหลากหลายเป็นไปตามภูมิศาสตร์และภูมิสังคมหรือลักษณะทางภูมิศาสตร์และสังคมวัฒนธรรม การส่งเสริมความรู้และเทคนิคทางวิชาการที่เหมาะสม ส่งเสริมการใช้ปัญญาคิดหาหนทางประกอบสัมมาอาชีพอย่างมีเหตุมีผล และคิดอย่างรอบคอบเพื่อเป็นภูมิคุ้มกันเอาไว้ให้มีระดับคุณภาพชีวิตที่ดี นั่นคือ ทำงานเพื่อให้มีทรัพย์สินเงินทองไว้มากเพียงพอที่จะค้ำประกันได้ว่าชีวิตของเขามีความมั่นคง และเมื่อใช้วิจารณญาณจากแนวพระราชดำริว่าด้วยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ว่า

“…การพัฒนาประเทศจำเป็นต้องทำตามลำดับขั้น ต้องสร้างพื้นฐานคือ ความพอมี พอกิน พอใช้ของประชาชนส่วนใหญ่เบื้องต้นก่อน โดยใช้วิธีการและอุปกรณ์ที่ประหยัดแต่ถูกต้องตามหลักวิชาการ เมื่อได้พื้นฐานความมั่นคงพร้อมพอสมควร และปฏิบัติได้แล้ว จึงค่อยสร้างค่อยเสริมความเจริญ และฐานะทางเศรษฐกิจ     ขั้นที่สูงขึ้นโดยลำดับต่อไป…”

(18 กรกฎาคม 2517)

จะพบว่าเป็นการส่งเสริมสัญชาตญาณปัญญาบนกระบวนทรรศน์หลังนวยุคสายกลางเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต หลักการของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจึงใช้ได้กับทุกยุค ทุกสมัย ทุกสังคม ทุกเชื้อชาติ เป็นหลักยึดเหนี่ยวที่ไม่ส่งเสริมการยึดติด นั่นคือ ให้มนุษย์ยึดเหนี่ยวไว้แล้วได้พัฒนาคุณภาพชีวิตไปเรื่อย ๆ พัฒนาไปพร้อมกับปรับตัว เมื่อเลยขั้นหนึ่งแล้วก็แสวงหาขั้นต่อไป โดยไม่ยึดติด แต่ยึดเหนี่ยวเพื่อเป็นขั้นกลางให้พัฒนาสู่ขั้นที่สูงขึ้น เป็นวิถีพัฒนาคุณภาพชีวิตตามขั้นตอนของคุณธรรม ให้ใช้ความรอบคอบ รอบรู้พิจารณาระดับของการดำรงชีวิตให้ความพอมี พอกิน พอใช้ และการแบ่งปัน เพื่อให้มนุษย์    ได้ทำดี ได้เมตตา แบ่งบันแก่ผู้อื่น นั่นคือเมื่อตนเองได้พัฒนาคุณภาพชีวิตและมีความสุข ก็แบ่งปันผู้อื่นให้เขามีความสุข เราก็ย่อมมีความสุขด้วย และความสุขเช่นนี้จึงเป็นความสุขแท้ตามความเป็นจริง

ดังนั้น การพัฒนาคุณภาพชีวิตจึงเป็นไปตามพระปฐมบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร ที่ทรงให้ความสำคัญแก่ การพัฒนาคุณภาพชีวิตเพื่อความสุขแท้ตามความเป็นจริงให้ประชาชนได้บรรลุความสุขตามสัญชาตญาณปัญญาอันเป็นความสุขแท้ของมนุษย์

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s