ปรัชญาความสุขตามกระบวนทรรศน์หลังนวยุคสายกลาง

พ.อ. ดร.ไชยเดช แก่นแก้ว

การที่มนุษย์ได้พัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักกระบวนทรรศน์ปรัชญาหลังนวยุคสายกลางเป็นความสุขแท้ กระบวนทรรศน์ปรัชญาหลังนวยุคสายกลางเป็นกระบวนทรรศน์ทางความคิดล่าสุดของมนุษย์ที่เป็นความเชื่อพื้นฐานที่มีในจิตใจของมนุษย์ทุกคน เป็นสมรรถนะเข้าใจและเชิญชวนให้เจตจำนงตัดสินใจตามเกณฑ์วิทยาของกระบวนทรรศน์นั้น ผู้ที่อยู่ใน  กระบวนทรรศน์ใดย่อมมีทัศนคติต่อแง่มุมต่าง ๆ ของชีวิต ค่านิยม การพัฒนาวัฒนธรรมและอารยธรรมของมนุษยชาติที่สอดคล้องกับกระบวนทรรศน์ปรัชญานั้น กระบวนทรรศน์ปรัชญาหลังนวยุคสายกลาง (กีรติ บุญเจือ, 2546) มีมุมมองว่าการพัฒนาคุณภาพชีวิตเป็นสารัตถะของกระบวนทรรศน์ปรัชญาหลังนวยุค กระบวนทรรศน์หลังนวยุคสายกลางมีจุดเด่นที่การไม่ยึดมั่นในทฤษฎีตายตัว ความคิดใด เมื่อนำไปปฏิบัติแล้วเกิดประโยชน์ให้ถือว่าจริง ถ้าไม่เกิดประโยชน์ถือว่าเท็จ โดยมุ่งเป้าหมาย (goal) เดียวกันคือ สันติภาพโลก และมีวิถี (means) คือ การอยู่ร่วมอย่างเอื้ออาทรต่อกันระหว่างมวลมนุษย์บนพื้นฐานแห่งการเคารพศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์

เมื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตเป็นสารัตถะของมนุษย์ ก็เป็นอภิปรัชญาที่เป็นภาวะความเป็นจริงของมนุษย์และเป็นคำตอบของเกณฑ์ความจริงในยุคนี้ การพัฒนาคุณภาพชีวิตขับเคลื่อนไปด้วยพลังของการสร้างสรรค์ ปรับตัว ร่วมมือและแสวงหา โดยใช้วิจารณญาณตามกระบวนทรรศน์หลังนวยุคสายกลางในการแก้ปัญหาต่าง ๆ โดยมีขั้นตอนของการวิเคราะห์และการประเมินค่าเป็นส่วนสำคัญ  เมื่อปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้วย่อมก่อให้เกิดความรับผิดชอบในการปฏิบัตินั้น ส่งเสริมการร่วมมือกันในการพัฒนาคุณภาพชีวิต ในลักษณะการทำดีแก่กันและกัน และเปิดพื้นที่เพื่อนำไปสู่การแสวงหาความสุขแท้เชิงศาสนาอีกด้วย

กระบวนทรรศน์หลังนวยุคสายกลางเน้นการอยู่ร่วมอย่างเอื้ออาทรต่อกันระหว่างมวลมนุษย์บนพื้นฐานแห่งการเคารพศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ เสนอให้มนุษย์หันมองดูตัวเองและสร้างเสรีภาพแท้จริง คือ มีโอกาสเลือกและมีความรับผิดชอบต่อสังคม มีความเป็นอิสระในทางความคิด ตัวเราสามารถเป็นตัวเองอย่างที่ใจปรารถนา เมื่อมีเสรีภาพแล้วย่อมต้องมาพร้อมกับความรับผิดชอบ มีรูปแบบดำเนินชีวิต เน้นคิดใหม่ทำใหม่ให้เกิดการพัฒนา และแสวงหาความรู้เพื่อแนวทางใหม่ในการดำเนินชีวิตที่ดี  นั่นคือ การพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยถือว่าเป็นสารัตถะของมนุษย์ เป็นอภิปรัชญาที่เป็นภาวะความเป็นจริงของมนุษย์ และเป็นคำตอบของเกณฑ์ความจริงในยุคนี้ และกระบวนทรรศน์หลังนวยุคสายกลางยังเน้นการปฏิบัติหรือการลงมือกระทำ โดยเน้นการนำความคิดให้ไปสู่การกระทำ  การดำรงชีวิตที่ดีต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของการคิดที่ดีและการกระทำที่เหมาะสม เน้นการได้เรียนรู้จากการลงมือทำ  อีกทั้งยังเน้นความสำคัญของประชาธิปไตย จริยธรรม ศาสนา และศิลปะอีกด้วย เพื่อให้มนุษย์ได้รับประสบการณ์และเรียนรู้จากการคิด การลงมือทำและ        การแก้ปัญหาด้วยตนเองเพื่อให้ได้ผลคือการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามสัญชาตญาณปัญญา       เพื่อความสุขแท้ตามความเป็นจริง พัฒนาถึงขั้นใดก็จะเล็งเห็นด้วยสัญชาตญาณว่าควรทำอะไรและอย่างไรต่อไป โดยไม่จำเป็นต้องมีคนบอก แต่ละคนมีความสุขที่จะทำมัน เมื่อทำแล้วก็มีความสุขและรู้ว่าทำอะไรต่อไปแล้วจะมีความสุขยิ่ง ๆ ขึ้น โดยต้องใช้วิจารณญาณถึงพฤติกรรมของตนว่ากระทำสิ่งต่าง ๆ ไปด้วยหลักการใด 1) ทำเพราะเป็นหน้าที่ของมนุษย์ เป็นหน้าที่รับผิดชอบเป็นของตนเองที่ต้องกระทำให้สมบูรณ์ 2) ทำเพราะเป็นอุดมการณ์สูงสุดของชีวิต  อะไรควรทำอะไร ไม่ควรทำอะไร อุดมการณ์ของชีวิตจะทำให้สามารถยืนหยัดอยู่ได้อย่างภาคภูมิ และรู้สึกได้ว่าชีวิตของตนมีคุณค่า  3) ทำเพราะเป็นความดีอันสูงสุด ใช้วิจารณญาณเข้ามาร่วมวิเคราะห์จะทำให้การประเมินค่านั้นพฤติกรรมที่จะกระทำนั้นมีความถูกต้องมากขึ้น ทั้งนี้ สามารถประยุกต์ใช้หลักการนี้บนแนวทางพัฒนาศักยภาพตนเองตามแนวทางปรัชญาพุทธ ในสิกขา 3 ฝึกหัดอบรมกาย วาจา จิตใจ และปัญญา โดยกำกับกามคุณ 5 เพื่อลดความอยากอันเป็นผลจากสัญชาตญาณก้อนหิน สัญชาตญาณพืช สัญชาตญาณอารักขายีน อันนำไปสู่ความสุขไม่แท้ ส่งเสริม พละ 5 อันได้แก่ สัญชาตญาณปัญญาให้ถึงเต็มที่ตามศักยภาพคิดของมนุษย์ และดำรงตนตามหลักมรรค 8       ทางสายกลางอันเป็นข้อปฏิบัติอันพอดีที่จะนำไปสู่การดับทุกข์ ปลอดปัญหา และด้วยปัญญาก็ทำให้ ดำรงอยู่ในสันโดษ มีความยินดี ความพอใจ ความยินดีด้วยของของตนซึ่งได้มาด้วยเรี่ยวแรงความเพียรโดยชอบธรรม

การบริหารตนยังสามารถใช้พลังแห่งหลังนวยุคในการสร้างสรรค์ ปรับตัว ร่วมมือ และแสวงหาเพื่อยกระดับการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป โดยที่นำหลักสัปปุริสธรรม 7    อันเห็นเครื่องทำให้เป็นคนดีมาเป็นกรอบความคิด นั่นคือ รู้จักเหตุ รู้จักผล รู้จักตน รู้ประมาณ รู้กาล รู้ชุมชนและบุคคล อันเป็นสมรรภาพคิดที่สำคัญของปัญญาและการปฏิบัติได้ในระดับจริยธรรม โดยมี สังคหวัตถุ 4 พรหมวิหาร 4 เป็นเครื่องมือสำคัญในการส่งเสริมการปรับตัวและร่วมมือในการอยู่ร่วมกับผู้อื่น การแสวงหาในระดับที่สูงขึ้นไปนั้น อาจใช้สติปัฎฐาน 4 เพื่อให้สติกำหนดพิจารณา  สิ่งทั้งหลายให้รู้เห็นตามความเป็นจริง เข้าใจในปฏิจจสมุปบาท ความเป็นเหตุปัจจัยของสิ่งต่าง ๆ ทั้งหลายตามความเป็นจริง การดำรงตนจึงจะมีสติสัมปชัญญะ ระลึกรู้สึกตัวทุกเมื่อในการพูด    การคิด และการกระทำ เพื่อประโยชน์สุขของบ้านเมืองและคนภายใต้ปกครองการกระทำใด ๆ อย่างมีสติสัมปชัญญะเสมอนั้น จะทำให้ผิดพลาดได้น้อย เป็นหลักการบริหารตนให้ตั้งมั่นในความไม่ประมาท และยังนำพาองค์การและผู้อื่นถึงความสำเร็จโดยปลอดภัยไร้กังวล ทั้งนี้ ความไม่ประมาทถือเป็นบทสุดท้ายที่จะทำให้การพัฒนาคุณภาพชีวิตเป็นไปด้วยพลังอย่างแท้จริง ประคับประคองตนให้พ้นไปจากความผิดพลาดทุกอย่าง จะนำตนหรือบริหารตนเองประสบผลสำเร็จทุกประการทีเดียว

การพัฒนาคุณภาพชีวิตเน้นการใช้ปัญญาไตร่ตรองการกระทำต่าง ๆ เพื่อให้เลือกประพฤติดีและมีความสุขในชีวิตได้อย่างปกติ แนวคิดนี้ได้กลายเป็นวัฒนธรรมทางความคิด   ความเชื่อที่สืบทอดมาโดยมีแกนกลางอยู่ที่การพัฒนาคุณภาพชีวิตด้วยปัญญา มีความสากล       ในการใช้ปัญญาคิดเท่าที่สมรรถภาพคิดของมนุษย์กระทำได้เพื่อเรียนรู้และเข้าใจ และประยุกต์ใช้เพื่อการพัฒนากิจกรรมทางปัญญาเพื่อให้เกิดความรู้ยิ่งขึ้น และคุณภาพชีวิตก็ได้ถูกพัฒนาไปเป็นขั้น ๆ อย่างต่อเนื่อง มีความแตกต่างกันไปตามวัฒนธรรมถิ่น แต่ก็มีแกนหลักร่วมกัน และเมื่อมนุษย์      ในกระบวนทรรศน์หลังนวยุคสายกลางได้เน้นการย้อนอ่านใหม่ทั้งหมด โดยไม่ทิ้งสิ่งใดเลย            ก็เท่ากับเป็นการเพิ่มกิจกรรมทางปัญญาแก่มนุษยชาติ คนรุ่นใหม่จึงแสวงหาความรู้จากเอกสาร หลักฐาน สื่อ หนังสือ ตำรา และช่องทางต่าง ๆ อย่างเต็มกำลัง เป็นกระแสที่ขยายไปในทุก ๆ พื้นที่เป็นวัฒนธรรมแกนหลักของสังคมในปัจจุบัน ไม่ว่าจะทำอะไร หรือเกี่ยวข้องกับอะไรก็จะต้องเชื่อมโยงไปกับการพัฒนาคุณภาพชีวิต คนทั้งหลายในยุคสมัยปัจจุบันจึงดำเนินชีวิตบนวัฒนธรรมนี้ หากทำงานใด ๆ แล้วไม่เป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตก็จะไม่ทำ เลือกทำแต่สิ่งที่เป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิต ดังนั้น การบริหารคนจึงต้องชี้แนะให้เห็นถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตด้วยสัญชาตญาณปัญญา    เพื่อเป้าหมายเป็นความสุขแท้ตามความเป็นจริง เมื่อคนมาอยู่ร่วมกันมากย่อมมีปฏิสัมพันธ์ต่อกัน มีผลของการกระทำต่อกัน การบริหารจึงต้องส่งเสริมให้ใช้สัญชาตญาณปัญญาให้มาก เพื่อให้ระลึกในกุศลมูล 3 ความไม่อยากได้ ความไม่คิดประทุษร้าย ความไม่หลง ซึ่งเกิดจากการที่มนุษย์ติดอยู่ในสัญชาตญาณระดับต่ำกว่า การจะใช้สัญชาตญาณปัญญานั้นต้องใช้สมรรถนะคิดเพื่อให้เห็นโทษของอกุศลมูล 3 ความอยากได้ ความคิดประทุษร้าย และความหลง ซึ่งนำไปสู่ทุจริต 3 ความประพฤติชั่วทางกาย วาจา ใจ อันจะทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างกัน การบริหารคนจะต้องส่งเสริมให้การปฏิบัติตนของแต่ละคนดำเนินไปตามอัตถะ 3 อันได้แก่ ประโยชน์ใน 3 ทางคือ ประโยชน์ตน ประโยชน์ผู้อื่นและประโยชน์ทั้งสองฝ่าย อันนำไปสู่การมีความสุขบนความสุขของผู้อื่นซึ่งเป็นวิถีของความสุขแท้

การบริหารคนยังต้องส่งเสริมให้แก่ละคนดำรง ทิฏฐัมมิกัตถสังวัตตนิกธรรม 4 ในทางปฏิบัติจริง ลงมือกระทำด้วยความหมั่นเพียร รู้จักเก็บรักษาทรัพย์และรักษาผลงานไว้ให้ดี คนเพื่อนที่ดี มีมิตรที่ดี และดำรงชีวิตด้วยความเหมาะสมกับกลุ่ม รวมไปถึง การปฏิบัติดีต่อกันในทิศ 6      ซึ่งจะทำให้เกิดความรักใคร่ สามัคคีกัน และสามารถแสวงหาหนทางของการอยู่ร่วมกันที่ดีขึ้นด้วยหลักกุศลกรรมบท 10 และการรักษาศีล 5 เพื่อให้หมู่คณะเป็นผู้ประพฤติดี ชุมชนสังคมก็จะเกิดความสุขสันติ ปรองดองกัน

การพัฒนาคุณภาพชีวิตมีคุณค่าบนพื้นฐานของการไม่แก่งแย่งแข่งขันหรือเชื่อว่าตนเองถูกฝ่ายเดียว ฝ่ายอื่นผิดทั้งหมด  แสวงหาความร่วมมือและพร้อมที่จะช่วยเหลือผู้อื่น การประยุกต์ใช้หลักการพัฒนาคุณภาพชีวิตก็จะสามารถปรับใช้ให้เหมาะกับตน คน งาน และองค์การ ไม่จำกัดว่าผู้ใดจะนำมาใช้ ทั้งไม่จำกัดโอกาส เวลา สถานที่ด้วย ซึ่งจะเน้นการบริหารตน บริหารคน บริหารงาน โดยนำเอาหลักปรัชญา หลักธรรมคำสอนของศาสนาต่าง ๆ และหลักวิชาการต่าง ๆ มาบูรณาการร่วมกันได้ทำให้เกิดแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่เปิดกว้างและหลากหลายด้วยปรัชญาหลังนวยุคสายกลาง ใช้สมรรถภาพคิดอย่างเต็มที่ ใช้วิจารณญาณในทุกสิ่ง และมุ่งแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เพื่อตอบสนองสัญชาตญาณปัญญา ซึ่งมนุษย์พบเจอได้จากงาน การวางแผนกำหนด ตัดสิน รวมทั้งประเมินแนวทางในการทำงานเพื่อความสำเร็จของงานทั้งต่อหน้าที่ส่วนตัวและหน้าที่ต่อองค์การ การใช้ความคิดถูกวิธี คือ การกระทำในใจ โดยแยบคายมองสิ่งทั้งหลายด้วยความคิดพิจารณาสืบค้นถึงต้นเค้า สาวหาเหตุผลจนตลอดสาย แยกแยะออกพิเคราะห์ด้วยปัญญาที่คิดเป็นระเบียบและโดยอุบายวิธี ให้เห็นสิ่งนั้น ๆ หรือปัญหานั้น ๆ ตามสภาวะและตามความสัมพันธ์แห่งปัจจัย ข้อนี้เป็นองค์ประกอบภายในและเป็นฝ่ายปัญญา ซึ่งตรงกันกับ 10 วิธีคิดตามหลักโยนิโสมนสิการ และการรับผลของงานตามความเป็นจริง การบริหารงานจะต้องไม่ยึดมั่นถือมั่นในความสำเร็จของงานว่าต้องสำเร็จทั้งหมดหรือว่างานนั้นวางรากฐานไว้แล้วจะไม่เปลี่ยนแปลงไปอีก การบริการงานจะต้องชี้แจงด้วยปัญญาให้ทุกฝ่ายเข้าใจในไตรลักษณ์ ว่าทุกสิ่งเป็นความไม่เที่ยง ความไม่เที่ยงเป็นทุกข์ และ ความเป็นของไม่ใช่ตน แต่ให้ทุกคนทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ  ตามศักยภาพของแต่ละคน งานที่ได้ย่อมจะมีความสร้างสรรค์ มีการปรับตัวและร่วมมือกัน รวมไปถึงการแสวงหางานและผลของงานที่ดีขึ้นกว่าเดิม การทำงานร่วมกันต้องใช้ปัญญา ใช้วิจารณญาณในการทำงาน ลดละอคติ 4 ลดละอัตตา ความถือตนเป็นใหญ่ เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งจนงานเสียหายได้

งานที่ดียังต้องการพี่เลี้ยงช่วยแนะนำสั่งสอน การเรียนรู้งาน การฝึกฝนปฏิบัติ ซึ่งจะทำให้เกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตของแต่ละคนจากการทำงานไปพร้อม ๆ กัน การสอนงานจึงเป็นเรื่องสำคัญ พี่เลี้ยงจะต้องใช้เทศนาวิธี 4 คือ สอนโดยการชี้แจงให้ชัดเจน ชวนให้อยากปฏิบัติตาม      เร้าใจให้กระตือรือร้น เกิดอุตสาหะ ทำงานด้วยความแข็งขัน และ ชี้ให้เห็นผลของงานเพื่อให้รู้สึกถึงคุณค่าของแต่ละคน ประกอบกับการส่งเสริมอิทธิบาท 4 ย่อมทำให้งานนั้นประสบความสำเร็จได้ เมื่อมีปัญหาในงานก็แก้ไขด้วยหลักอริยสัจ 4 ทั้งนี้ กระบวนการทั้งหมดล้วนเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตและทุกคนจะมีความสุขจากการทำงานต่าง ๆ ได้

เมื่อกระบวนทรรศน์ปรัชญาหลังนวยุคสายกลางได้ดำเนินไปเช่นนี้ ย่อมทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนค่านิยมและทำให้การพัฒนาคุณภาพชีวิตกลายเป็นวัฒนธรรมของผู้คนที่มีอยู่ร่วมกันของผู้ถือกระบวนทรรศน์หลังนวยุคสายกลาง และเป็นวัฒนธรรมร่วมของมนุษยชาติ        เป็นวัฒนธรรมแกนหลักของสังคมในปัจจุบัน เป็นหลักยึดเหนี่ยวที่ไม่ใช่หลักยึดติด นั่นคือ ไม่ว่าจะทำอะไร หรือเกี่ยวข้องกับอะไรก็จะต้องเชื่อมโยงไปกับการพัฒนาคุณภาพชีวิต แต่ก็เปิดโอกาสให้มีความหลากหลาย แตกต่างกันไปตามพื้นที่ เชื้อชาติ ชนชาติได้ และเมื่อเจตจำนงตัดสินใจของผู้ถือกระบวนทรรศน์ปรัชญาหลังนวยุคสายกลางใช้การพัฒนาคุณภาพชีวิตเป็นเกณฑ์สำคัญ ย่อมเกิดปรัชญาจริยะและมาตรการจริยะที่สอดคล้องกัน ผู้คนย่อมศรัทธาในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและปฏิบัติตามด้วยความเต็มใจ เพราะได้ความสุขแท้จากการปฏิบัติเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต การพัฒนาคุณภาพชีวิตจึงมีคุณค่าเท่ากับเป้าหมายในระดับศาสนา และสามารถเรียกได้ว่าเป็นศาสนากระบวนทรรศน์ปรัชญาหลังนวยุค แต่เป็นศาสนาที่ไม่เรียกร้องสมาชิก ไม่แก่งแย่งแข่งขันหรือเชื่อว่าตนเองถูกฝ่ายเดียว ฝ่ายอื่นผิดทั้งหมด การพัฒนาคุณภาพชีวิตจึงเป็นหลักศาสนาที่แสวงหาความร่วมมือและพร้อมที่จะช่วยเหลือศาสนาอื่นในฐานะหลักการสำคัญในการดำรงตนตามหลักศาสนานั้น ๆ อีกด้วย ทั้งนี้ ก็เพราะการพัฒนาคุณภาพชีวิตเป็นความสุขแท้ตามสัญชาตญาณปัญญาของมนุษย์ สัญชาตญาณปัญญาของมนุษย์ที่กระทำการอย่างเข้มข้นที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นก็จะได้ความสุขแท้ตามความเป็นจริง และ การกระทำความดีด้วยการพัฒนาคุณภาพชีวิตจะนำไปสู่ความสุขแท้ตามความเป็นจริง     ทางศาสนาด้วยเช่นเดียวกัน ด้วยหลักปรัชญาเช่นนี้ ทำให้สรุปได้อย่างมั่นใจว่า มนุษย์จะได้ความสุขแท้ตามความเป็นจริงจากการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักกระบวนทรรศน์ปรัชญาหลังนวยุคสายกลาง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s