ความสุขแท้นำด้วยเมตตา

อ.ดร.สิริกร อมฤตวาริน

กระบวนทรรศน์หลังนวยุคสายกลางมีความเชื่อพื้นฐานหนึ่งว่า ความสุขแท้ตามความเป็นจริงของมนุษย์อยู่ที่การกระทำความดีด้วยการพัฒนาคุณภาพชีวิต มนุษย์ไม่พอใจกับความสุขปลอม ไม่พอใจกับความสุขในฝัน หรือในความเพ้อฝัน แต่ต้องการความสุขแท้ตามความเป็นจริง กีรติ บุญเจือ (2546) จึงชี้ถึงความสุขแท้คือความสุขบนความสุขของผู้อื่น ความสุขที่แท้จริงนั้นก็คือความสุขของทั้งสองฝ่าย  ทั้งผู้อื่นและตัวเอง หากต้องทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเดือดร้อน อันสาเหตุมาจากความทุกข์ใด ๆ ย่อมไม่ใช่ความสุขที่แท้จริง

ปรัชญาหลังนวยุคที่มุ่งเป้าอยู่ที่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนแต่ละคนและทุกคนในสังคมให้มีระดับคุณภาพชีวิตที่ดีและมีความสุข ย่อมถือได้ว่าเป็นความปรารถนาของผู้ที่เชื่อมั่นในหลักปรัชญาและจริยศาสตร์ที่จะให้ผู้อื่นได้มีความสุขโดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทน  ความปรารถนาให้ผู้อื่นมีความสุขโดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทนนี้คือเมตตาในหลักพรหมวิหาร 4 ซึ่งพระธรรมปิฎก (2551) และพระธรรมกิตติวงศ์ (2548)ได้ให้ความหมายไว้ใกล้เคียงกัน นั่นคือ เมตตาเป็นธงนำ เพื่อให้ผู้ที่ประพฤติตามปรัชญาหลังนวยุคได้มีความสุขบนความสุขของผู้อื่น เป็นระดับคุณภาพของความสุขแท้ตามความเป็นจริงที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ หากแต่การให้ความเมตตานั้น คนส่วนใหญ่มองเป็นการเสียสละให้ (ปริจาคะ) ซึ่งไม่ตรงกับความหมายของการตีความ ทั้งนี้ ผู้เขียนได้ตีความเมตตาออกมาเป็น 6 ด้าน (สิริกร อมฤตวาริน, 2558) คือ เมตตาต่อตนเอง เมตตาต่อลูกหลาน เมตตาต่อญาติมิตร ผู้มีพระคุณใกล้ตัว เมตตาต่อบริวาร เมตตาต่อโลกและเมตตาต่อศัตรู โดยหากมนุษย์ถือเมตตาเป็นธงนำและใช้ปรัชญาหลังนวยุคแล้ว เขาย่อมมิใช่ผู้มีความทุกข์บนความทุกข์ผู้อื่น มิใช่ผู้มีความทุกข์บนความสุขผู้อื่น และมิใช่ผู้มีความสุขบนความทุกข์ของผู้อื่น เพราะเขาจะเข้าใจธรรมชาติของความเป็นจริงและเมตตาจะแสดงผลอย่างรอบคอบ เหมาะสมและส่งผลให้ผู้ได้รับเมตตานั้นเกิดสำนึกและปรารถนาให้ผู้อื่นมีความสุขด้วยเมตตาเช่นเดียวกัน

การเมตตาต่อตนเองทำให้ปฏิบัติตนได้ตามหลักปรัชญา ไม่ว่าจะเป็นปรัชญาหลังนวยุคสายกลาง ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ปรัชญาชีวิตของอริสโตเติล ต่างก็เน้นการดำเนินชีวิตในทางสายกลาง (golden mean) ไม่ทำตัวเองให้ลำบาก และก็ไม่ได้ฟุ้งเฟ้อรักสบาย เพราะผู้ที่คิดเมตตาย่อมคิดถึงผู้อื่นด้วยเสมอ แต่เขาจะไม่ทำอะไรเกินกำลังของตัว ชีวิตจึงมีความสมดุล

การเมตตาต่อลูกหลาน แม้ดูจะเป็นการเสริมความสุขดำรงวงศ์ตระกูล โดยเน้นการให้เพื่อให้เขาได้สืบทอดทรัพย์สมบัติ ชื่อเสียง และดำรงวงศ์ตระกูลต่อไป แต่ความเมตตาที่สำคัญสำหรับลูกหลานคือ การให้ความใกล้ชิดเพื่อที่จะได้เข้าใจและสามารถชี้แนะ สอนสั่งเขาอย่างเหมาะสม

เมตตาต่อญาติมิตร ผู้มีพระคุณใกล้ตัวให้เมตตาด้วยการดูแลให้เขามีความสุข ให้เกียรติกันจะทำให้ผู้รับมีความสุขอย่างพอสมควร และผู้ให้ก็มีความสุข

เมตตาต่อบริวารด้วยการชี้แนะ ชี้นำให้เขาได้ทำงานเต็มกำลังและได้รับผลตอบแทนการทำงานที่เหมาะสม และให้เขาได้ใช้ชีวิตอย่างพอประมาณ ไม่ฟุ้งเฟ้อ เขาก็จะมีความสุขในการดำรงชีวิตและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

เมตตาต่อโลกหมายรวมถึงการเมตตาต่อผู้อื่นทั่วไป คน สัตว์ สิ่งของ สิ่งแวดล้อม ชุมชน สังคม ประเทศชาติ ธรรมชาติและโลกใบนี้ด้วยการให้เขามีความสมดุล เป็นไปตามธรรมชาติ ให้วัฏจักรเดินหน้าของมันไปอย่างเหมาะสม ส่วนใดเสียหายไม่สมดุลก็เข้าไปช่วยแก้ไข ทำนุบำรุงให้เขาสามารถช่วยตัวเองได้เข้าสู่สมดุลอย่างเหมาะสม โลกก็จะพัฒนาไปสู่คุณภาพที่ดียิ่งขึ้น

และสุดท้าย เมตตาต่อศัตรู เขาคือคนที่ทำให้เราทุกข์ ความเมตตานี้มิใช่ต้องให้หรือเสียสละสิ่งใด แต่ต้องรู้จักเมตตาศัตรูด้วยความสงสารที่เขายังหลงอยู่กับสุขไม่แท้ และต่อยอดความเมตตานี้ด้วยความกรุณาเพื่อให้เขาได้พ้นทุกข์ ได้พบและรู้จักกับสุขแท้ในการดำรงชีวิต  ซึ่งแนวทางอย่างสำคัญล้วนชี้ไว้ในปรัชญาหลังนวยุค เราย่อมที่จะชี้ถึงหลักปรัชญาจริยะที่มีความกระจ่างชัดในแนวทางการประพฤติดีอันจะนำไปสู่ความสุขแท้ตามความเป็นจริง ความปรารถนาดีให้ผู้อื่นมีความสุขโดยปราศจากการสิ่งใดตอบแทนนี้จะเป็นเมตตาสูงสุดที่เรามีซึ่งจะนำเราให้มีความสุขแท้ตามความเป็นจริงเช่นกัน

ในอีกนัย ปรัชญาจริยะที่เน้นความประพฤติดีด้วยพลังแห่งกระบวนทรรศน์หลังนวยุคที่มุ่งการสร้างสรรค์ ปรับตัว ร่วมมือและแสวงหา ทำให้มนุษย์ได้เห็นถึงแนวทางในการพัฒนาคุณภาพชีวิตเพื่อพบความสุขแท้ ด้วยเมตตาที่เป็นธงนำทำให้มีความปรารถนาให้ผู้อื่นมีสุขร่วมเป็นสำนึกสำคัญที่จะผลักดันปรัชญหลังนวยุคไปสู่การปฏิบัติทั้งในระดับปัจเจก ระดับชุมชน ระดับสังคม เมือง ประเทศและประชาชาติต่างๆ ระดับการปฏิบัติที่ต่างกันจำเป็นต้องมีสำนึกคุณธรรมที่ต่างกัน หากแต่ปรัชญาจริยะไม่ได้มุ่งเน้นคุณธรรมข้อหนึ่งข้อใดโดยเฉพาะ ความประพฤติดีย่อมต้องดำเนินไปบนทางสายกลางอย่างเหมาะสม นั่นคือ ต้องพิจารณาจากสังคม เศรษฐกิจ การเมือง วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วัฒนธรรมและอารยธรรม โดยปรัชญาจริยะได้นำเสนอแนวทางกำกับเพื่อให้การประพฤติดีเป็นไปอย่างเหมาะสมด้วยหลักองค์ประกอบคุณธรรม 4 (cardinal virtues) เพื่อประกอบวิจารณญาณตามสัญชาตญาณปัญญาของมนุษย์ให้ได้ตัดสินใจเลือกวิถีในการปฏิบัติอย่างเสรี เกิดเป็นความสำนึกที่เรียกว่ามีมโนธรรม

ความประพฤติดีที่มีมโนธรรมกำกับย่อมแสดงออกเป็นคุณธรรมต่างๆ ซึ่งจะเป็นไปตามหลักปรัชญาหลังนวยุคได้อย่างเหมาะสมและเป็นการดำเนินชีวิตได้อย่างสมดุลนั้น ผู้เดินตามปรัชญาหลังนวยุคจะต้องเป็นผู้ที่พิจารณาทุกสิ่งที่จะประพฤติและกระทำด้วยความรอบคอบ รอบรู้ นั่นคือ แสวงหาความรู้มากเท่าที่เป็นไปได้ รับฟังความคิดเห็นผู้อื่น แล้วใช้วิจารณญาณเลือกวิถีปฏิบัติที่มุ่งตรงสู่เป้าหมายของชีวิตคือ การพัฒนาคุณภาพชีวิต  เมื่อกำหนดวิถีปฏิบัติได้แล้วต้องใช้ความกล้าหาญในการลงมือกระทำการ พร้อมรับผิดชอบต่อสิ่งที่ได้ตัดสินใจเลือกกระทำและมุ่งมั่นกระทำอย่างเต็มความสามารถ โดยที่ต้องใช้วิจารณญาณมองหาความพอเพียงที่จะกระทำสิ่งนั้นไม่ให้ขาดและไม่ให้เกิน เพื่อป้องกันไม่เกิดผลร้ายที่จะเป็นทุกข์แก่ตนเองหรือแก่ผู้อื่น และความประพฤติบนวิถีนั้นจะต้องเน้นการดูแล นั่นคือ การให้ตามที่เห็นว่าเหมาะสม คือการปฏิบัติที่ไม่เหมือนกันแต่มีความเท่าเทียมในการปฏิบัติ การปฏิบัติโดยการแบ่งอย่างเท่ากันอาจไม่เท่าเทียมได้ ดังนั้นการประพฤติดีอย่างเท่าเทียมจึงปฏิบัติในระดับแตกต่างกันได้ โดยอาจพิจารณาจากหลักเมตตาที่ได้วิเคราะห์ไว้มาเป็นส่วนสำคัญให้การดูแลและแบ่งปันให้เป็นไปอย่างเหมาะสม การดำเนินชีวิตของมนุษย์ด้วยหลักปรัชญาเช่นนี้ย่อมเป็นไปในทางสายกลาง มีสมดุล เมื่อขยายไปในชุมชน สังคมก็จะได้สังคมที่มีคุณภาพเป็นสังคมแห่งความสุข

แม้ว่าโลกในปัจจุบันจะเดินหน้าไปด้วยพลังขับเคลื่อนของระบบเศรษฐกิจการเมือง แต่ในทุกสังคมต่างก็เดินตามหลักปรัชญาหลักใดหลักหนึ่ง หากมีการตีความบนฐานกระบวนทรรศน์ปรัชญาหลังนวยุคสายกลางก็จะมีความมั่นคงที่พร้อมปรับตัวให้สอดคล้องแต่แข็งแกร่งกับภาวะเศรษฐกิจโลก และในระดับประเทศและในระดับโลกย่อมได้ความยั่งยืนของสังคมโลกที่ทุกคนสังกัดเป็นพลเมืองนี้ได้  ซึ่งอาจกำหนดเป็นชุดคุณธรรมสำหรับสังคมนั้น ซึ่งเมื่อพิจารณาองค์ประกอบคุณธรรมแล้วย่อมแสดงแนวความประพฤติดีที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีของมนุษย์ แต่ชุดคุณธรรมนั้นมีไว้เพื่อเป็นตัวเลือกในการประพฤติดี มิใช่มีไว้เพื่อบังคับให้เป็นดังเช่นในยุคก่อนๆ คนรุ่นใหม่ที่มีปํญญาและด้วยกระแสพลังหลังนวยุค เขาก็จะมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตไปเรื่อย ๆ อย่างไม่หยุดยั้ง และการกำกับให้เกิดการประพฤติดีตามเกณฑ์องค์ประกอบคุณธรรม 4 ประการ ในทุกระดับ กระแสปรัชญาและจริยศาสตร์เช่นนี้จะทำให้ทุกคน ทุกครอบครัว ทุกชุมชน ทุกสังคม ทุกประเทศ และนานาประเทศต่างก็ได้พบความสุขแท้ตามความเป็นจริงได้

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s