การพัฒนาคุณภาพชีวิตตามแนวคิดเสรีนิยมใหม่

พ.อ. ดร.ไชยเดช แก่นแก้ว

มนุษยชาติในยุคปัจจุบันได้ส่งเสริมความเป็นมนุษย์ นั่นคือ เน้นหลักการตามหลักลัทธิมนุษย์นิยม ยอมรับความสุขว่ามีหลายระดับ แต่ทุกระดับมีคุณค่าที่เท่ากัน เพราะฉะนั้นความสุขแท้กับความสุขไม่แท้ไม่แตกต่างกันเลย (จึงเป็นความเท่าเทียมกัน )

มนุษยนิยม (humanism) มีแนวคิดว่า ความดีสูงสุดที่ควรแสวงหาและยึดถือเป็นอุดมคติของชีวิตนั้นมีมากมายหลายสิ่ง  ไม่ว่าจะเป็นความสุขกาย ความสบายใจ ปัญญาความรู้  ความหลุดพ้น การได้พักผ่อนและการได้ชื่นชมศิลปะ การมีเพื่อน การได้รับการยอมรับจากสังคม พื้นฐานของชีวิตอยู่ได้ด้วยวัตถุต้องตอบสนองความต้องการส่วนตน แต่ต้องควบคุมให้พอเหมาะ มนุษยนิยมเชื่อว่า มนุษย์วิวัฒนาการมาจากสัตว์  แต่คนกับสัตว์ต่างกันโดยคุณภาพ มนุษย์ได้มาจนถึงระดับหนึ่งที่สามารถลิ้มรสสิ่งต่าง ๆ ได้หลายสิ่ง  ไม่ว่าจะเป็นอาหาร เครื่องดื่ม มีความชื่นชมกับประสบการณ์บางอย่างที่สัตว์อื่นไม่มี เช่น ศาสนา  ศีลธรรม ศิลปะ การผจญภัย การใช้สติปัญญา ความรู้ การมีลูกหลานและเห็นความสำเร็จของเขา การสืบทอดชื่อเสียงและตระกูลให้ยาวนาน สิ่งเหล่านี้มีค่าในตัวเอง ไม่มีอะไรฐานะสูงสุดกว่ากัน  คนที่มีชีวิตที่สมบูรณ์ คือคนที่พอใจในสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ และแสวงหาสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสมกลมกลืน ไม่มีความขัดแย้งหรือมีก็น้อยที่สุด สังคมที่สมบูรณ์คือสังคมที่สนองความต้องการของสิ่งเหล่านี้อย่างทั่วถึง และเปิดโอกาสให้มนุษย์แสวงหา ชื่นชมกับสิ่งเหล่านี้ได้ตามความพอใจของแต่ละคน

มนุษยนิยมยืนยันว่าความสุขของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เพราะมันไม่มีมาตรฐานกลางหรือมาตรฐานสากล ความสุขจึงเป็นอัตวิสัย ความสุขเป็นสิ่งที่ดีที่สุด แต่คุณภาพของความสุขเหมือนกันหมด เราจึงควรแสวงหาความสุขให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงคุณภาพของความสุขว่าจะเป็นเช่นไร ความสุขจากการกินอาหาร ฟังดนตรี อ่านหนังสือ และการทำความดีล้วนมีค่าเท่าเทียมกัน เพราะต่างก็เป็นความสุขเหมือนกัน มนุษย์ควรที่จะคำนึงถึงคุณภาพของความสุขในฐานะที่เท่าเทียม ทุก ๆ คนมีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกันหรือมีความสำคัญเท่ากัน และก็ต้องการความสุขและแสวงหาความสุขด้วยกันทุกคน ความสุขที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเกิดขึ้นกับใคร ก็เป็นสิ่งที่ดีทั้งนั้น แต่ความสุขที่มีปริมาณมาก ย่อมมีค่ามากกว่าและความสุขที่เกิดขึ้นแก่คนจำนวนมากยิ่งมีค่ามากกว่าความสุขที่เกิดขึ้นแก่คนเพียงคนเดียว ผู้ที่ทำให้เกิดความสุขมากที่สุดสำหรับคนจำนวนมากที่สุดจึงจะถูกเรียกว่าเป็นคนดี

ความเป็นอยู่ที่ดีหรือความสงบสุขของสังคม เมื่อจะกระทำอะไรอย่างใดอย่างหนึ่ง ให้พิจารณาว่าจะก่อให้เกิดความสุขให้แก่สังคม หรือมนุษยชาติหรือไม่ แต่มนุษย์จะอยู่ได้อย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดีจะต้องอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี ดังนั้น มนุษย์จึงมีหน้าที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์โลกไว้สำหรับมนุษย์ทุกคนที่จะอยู่ร่วมกันได้อย่างเท่าเทียมกัน ความสุขจึงได้แก่ความเจริญก้าวหน้าของบ้านเมือง ถนนหนทาง การคมนาคมที่สะดวก การติดต่อสื่อสาร อาคารที่อยู่อาศัย และอาหารที่มากมายเพียงพอ และยิ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ตราบเท่าที่วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจะบันดาลให้ก้าวหน้าต่อไปไม่มีที่สิ้นสุด

การพัฒนาคุณภาพชีวิตจึงต้องสอดคล้องกับหลักมนุษยนิยมที่เปิดเสรีให้มนุษย์พัฒนาคุณภาพชีวิตของตนได้อย่างไม่จำกัด การแข่งขันในการแสวงหาเป็นลักษณะโดยธรรมชาติของมนุษย์ โดยประชาธิปไตยเป็นระบบที่เปิดให้มีการแข่งขันนี้อย่างเสรี แต่ก็ไม่ยอมให้เอาเปรียบกันจนเกินไป  โดยรัฐมีนห้าที่คุ้มครองสิทธินี้ให้แก่พลเมืองของตนอย่างเต็มที่ตามหลักเสรีนิยมใหม่ (neoliberalism) โดยที่การแข่งขันกันแสวงหาคุณภาพชีวิตที่ดีจะทำให้เกิดการพัฒนาตนเอง เพิ่มพูนศักยภาพของตนเองให้เต็มกำลัง เมื่อประกอบร่วมกันนกับเศรษฐกิจระบบตลาดเสรีและการบริหารบ้านเมืองที่ดี ย่อมทำให้เกิดการกระจายทรัพยากรอย่างเท่าเทียมได้ในที่สุด

การแบ่งแยกความสุขแท้หรือความสุขไม่แท้เป็นกระบวนการทำให้เกิดวัตถุวิสัย ความเป็นรูปธรรมที่จับต้องได้ ด้วยเกณฑ์ที่กำหนดขึ้นตามหลักการ ซึ่งทำให้เกิดการอยู่เหนือกว่า และการอยู่ต่ำกว่า เท่ากับเป็นการตีตราและทำให้ลดคุณค่าความสุขบางอย่างลง  การแบ่งแยกการพัฒนาคุณภาพชีวิตเป็นพวก ๆ นั้น ย่อมทำให้เกิดฝ่ายที่เห็นด้วยและฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย นำไปสู่ความแตกแยก และกลายเป็นความขัดแย้งซึ่งนำสู่ปัญหาต่าง ๆ ยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม การพัฒนาคุณภาพชีวิตโดยสรุปจึงมีหลายระดับตามสัญชาตญาณของมนุษย์ มนุษย์ในกระบวนทรรศน์ใดเห็นความสุขใดสำคัญเพราะตอบสนองสัญชาตญาณได้ก็พัฒนาไป แตกต่างกันไป จนกระทั่งมนุษย์เข้าใจสัญชาตญาณปัญญา เขาก็จะพัฒนาคุณภาพชีวิตด้วยปัญญาในกระบวนทรรศน์ที่เหมาะสมกับยุคสมัยนั้น ๆ ในปัจจุบันมนุษย์อยู่ในกระบวนทรรศน์หลังนวยุค (postmodernity) การพัฒนาคุณภาพชีวิตจึงมีไม่ตายตัว มีการจำแนกความสุขแต่ไม่แบ่งแยกเพื่อกดข่มกัน ให้ความเท่ากันในแง่คุณค่า แต่สนใจในคุณภาพของความสุข การแบ่งเป็นความสุขแท้และความสุขไม่แท้ จึงต้องแบ่งบนคุณภาพ ไม่ใช่แบ่งแยกแตกต่าง ทั้งนี้ ความสุขนั้นย่อมต้องดำเนินไปบนหลักการ เช่น การพัฒนาคุณภาพชีวิตกาย ใจ จิตวิญญาณ     การพัฒนาคุณภาพชีวิตเพื่อความสุขแท้ เป็นต้น การจำแนกแจกแจงเป็นไปเพื่อให้เกิดหลักคิดและมุมมองที่ง่ายต่อความเข้าใจและมองเห็นช่องว่างเพื่อการพัฒนา ทำให้การพัฒนาคุณภาพชีวิต  ไม่หยุดนิ่งและพัฒนาไปได้เรื่อย ๆ การแจกแจงจึงไม่ใช่การแบ่งแยกเพื่อให้เกิดการแตกต่างเพื่อกีดกัน หรือกดข่มแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างใดอย่างหนึ่งให้ตกไปอยู่ชายขอบ แต่มุ่งเน้นให้เกิดการพัฒนาต่อยอดกัน ความต่อเนื่องของการพัฒนาคุณภาพชีวิตจึงจะเกิดขึ้นได้จริงตามหลักปรัชญาหลังนวยุคสายกลาง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s