การตีความด้วยครอบฟ้าวัฒนธรรม

อ.ดร.รวิช ตาแก้ว

การตีความ “คำ” ด้วยข้อมูลเชิงวัฒนธรรมนำไปสู่การสรุปตามความเข้าใจของผู้ตีความ เป็นครอบฟ้าความรู้ของผู้ตีความ  ถ้าการตีความคลาดเคลื่อนก็จะนำไปสู่การสรุปเพื่อเข้าใจที่คลาดเคลื่อนไปด้วย ข้อมูลส่วนย่อยที่นำใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานทางความคิดจึงต้องตระหนักถึงความสำคัญในการสืบค้นข้อมูลที่สอดคล้องกับทรรศนะของเกิทช์ (Clifford J Geertz, 1926-2006) ที่กล่าวว่า วัฒนธรรมเป็นสัญญะชุดหนึ่งที่กำหนดกรอบชีวิตที่สังคมนั้นพอใจร่วมกัน ดังนั้น การตีความใดๆ จึงเป็นผลผลิตทางวัฒนธรรม จึงเป็นการตีความสัญญะที่ถูกสื่อความหมายไว้กับสิ่งนั้น ดังนั้น ข้อมูลส่วนย่อยของวัฒนธรรมที่นำมากล่าวไว้จึงเป็นเสมือนครรลองทางความคิดที่นำไปสู่กรอบความคิดที่อยู่เบื้องหลังของความคิดดังกล่าว เพราะภาษาไม่จำเป็นต้องแสดงเหตุผลเสมอไป ซึ่งความคิดและความเข้าใจไม่จำเป็นต้องอยู่ในขอบข่ายของเหตุผลทุกครั้งเช่นกัน

ด้วยเหตุที่คนเรามีสัญชาตญาณอยากมีความมั่นใจในความคิดและการตัดสินใจของตนเอง และอยากให้ผู้อื่นเชื่อถือความคิดและการตัดสินใจของตน จึงชอบหาข้ออ้างมาสนับสนุน เราจึงแสดงเหตุผลของเราออกมาด้วยภาษาเหตุผล (Reasoning) การอ้างเหตุผลนั้นไม่จำเป็นจะต้องอ้างเพื่อจูงใจคนอื่นเท่านั้น บางครั้งเราอ้างในใจของเราเองเพื่อความมั่นใจว่าเราตัดสินใจดีแล้ว ข้อมูลเบื้องต้นที่นำมาเสนอไว้จึงเป็นการตรวจสอบความคิดในขั้นเบื้องต้นของผู้ตีความว่า กรอบความคิดและทิศทางในการตีความไปในทิศทางใด   ซึ่งดิลเธย์  (Wilhelm Dilthey, 1833-1911 อ้างใน กีรติ บุญเจือ, 2549,หน้า 45) ได้ยืนยันว่าการตีความภาษา เพื่อให้เข้าใจความหมายและการตีความเป็นความพยายามเข้าใจสิ่งใดสิ่งหนึ่งตามขอบฟ้าของผู้ตีความ  และชลายเออร์มาเคอร์ (Friedrich Schleiermacher, 1768-1834 อ้างใน Craig, E.,1998,Vol.8 p.  633-634) ได้ให้ความคิดเห็นไว้ว่า การตีความให้แยกตีความเป็น 2 ระดับคือ 1) ระดับไวยากรณ์ (grammatical interpretation) หรือเรียกว่าตีความตามตัวอักษร หรือตีความโดยพยัญชนะ (literal interpretation) 2) ระดับจิตวิทยา (psychological interpretation) คือ  การเดาใจผู้แต่ง โดยเดาจากการรู้เบื้องหลังและสภาพจิตใจของผู้แต่งขณะแต่งเรื่องนั้น ๆ ทั้งนี้  ต้องพิจารณาไปถึงบริบททางสังคมที่ผู้แต่งสังกัดด้วย

ทรรศนะที่ทำให้เกิด “คำ” นั้นเกิดจากกระบวนการหล่อหลอมทางความคิดของผู้คนที่รวมกันภายในกรอบบริบทเดียวกันที่ต้องการสื่อสารกับผู้คนในสังคม ดังนั้น อรรถปริวรรต (การตีความ) จึงเป็นการค้นหาความหมายของคำที่ใช้ตามบริบทภาษาที่ใช้สื่อสาร และเป็นการตีความจากสัญญะที่ใช้สื่อสาร ดังนั้น กรอบความคิดที่นำมาเป็นข้อมูลพื้นฐานจึงเป็นข้อมูลที่ต้องการค้นหาว่ากรอบความคิดของคำที่ใช้สื่อสารและสัญญะที่แฝงไปด้วยกับคำนั้น ชัดเจนถูกต้องตามกรอบความคิดที่ต้องการหรือไม่ ซึ่งเป็นการใช้ข้อมูลเพื่อการยืนยันเชิงคุณค่า ซึ่งไม่ใช่การยืนยันความเป็นจริงตามแนวคิดอภิปรัชญา

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s