The weakening of democracy

อ. ดร.เอนก สุวรรณบัณฑิต

หลักการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่ดูจะตอบโจทย์การปกครองที่ดีที่สุด เชื่อว่า พบในสหรัฐ โดยเฉพาะจากวาทกรรมของประธานาธิบดี ลินคอล์น ใน Getysburg Address ที่ว่า

” Government of the people,by the people,for the people shall not perish from the earth”

ประชาธิปไตยได้ถูกยกว่าเป็นระบอบการปกครองที่เลวน้อยที่สุด เพราะ เคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และมีหลักยึดเหนี่ยวโดยใช้คนเป็นศูนย์กลางการบริหารบ้านเมือง

ช่วงท้ายศตวรรษที่ 20 ประชาธิปไตยคือพระเอก แต่เมื่อย่างเท้าผ่าน Y2K เข้าสู่ศตวรรษที่21 ท่ามกลางความก้าวหน้าของโลกไร้พรมแดน โลกาภิวัตน์ เทคโนโลยีสารสนเทศและปัญญาประดิษฐ์

ทุกอย่างในโลกกลับดูปั่นป่วน วุ่นวาย ไม่ว่าจะเป็นวิถีชีวิต วิธีคิด การผลิต การค้า การเมือง จนดูเหมือนว่า ประเทศที่ปกครองด้วยระบบประชาธิปไตยต่างพากันกระโดดลงจากไหล่เขาของการปกครองประชาธิปไตยที่ดีไปสู่เหวแห่งความมืด

นโยบาย “อเมริกามาก่อน” ของ ประธานาธิบดี ทรัมป์ ทำให้ประชาธิปไตยกลายเป็นพื้นที่ของคนวิปลาส เกิดความขัดแย้งไปทั่วทุกภูมิภาคของโลก

สิ่งที่เกิดขึ้นสอดคล้องกับแนวคิดในหนังสือ How Democracies Die ของ Steven Levitsky และ Daniel Ziblatt (2018) ที่ว่า

“tragic paradox of the electoral route to authoritarianism is that democracy’s assassins use the very institutions of democracy…gradually, subtly, and even legally… to kill it”

ประชาธิปไตยจึงดูเหมือนจะมีจุดอ่อนที่เรียกว่า “สนิมภายใน” คือสถาบันประชาธิปไตยกำลังฆ่าตัวตายเอง

รัฐบาลประชาธิปไตยส่วนใหญ่มิได้ถูกทำลายเพราะปัจจัยภายนอก เช่น การปฏิวัติรัฐประหาร แต่เกิดจากภายใน

การถือหลักเสียงส่วนใหญ่ผ่านการหย่อนบัตรเลือกตั้ง ทำให้เกิดผู้มีอิทธิพลรายใหญ่เข้ามาครอบงำสถาบันต่างๆ ผ่านการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย เกิดเผด็จการนโยบาย เผด็จการรัฐสภา

แผนพัฒนาประเทศที่กลั่นกรองจากสมองของนักวิชาการถูกละทิ้ง แต่ส่งเสริมนโยบายที่เรียกคะแนนนิยมให้แก่ตนเองและพรรค

วาทกรรมด้านความสงบสุข การแข่งขันทางเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต ถูกนำมาประโคมโหมเพื่อชี้ปัญหาการปกครองและเป็นคำตอบสุดท้ายสำหรับการแก้ปัญหาไปในตัว

สัญญานที่เป็นผลของการอ่อนแอลงของประชาธิปไตย ได้แก่

1.การปฏิเสธหลักการของการปกครองระบอบประชาธิปไตย ทั้งด้วยวาจา และการกระทำ

2.การไม่ยอมรับความชอบธรรมของคู่แข่งทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน ทั้งตามกฎหมายหรือจารีตปกครองก็ตาม

3.การยอมให้มีการใช้ความรุนแรงและการยั่วยุให้เกิดการใช้ความรุนแรงต่อกัน

4.การใช้ความเหนือกว่าตัดทอนสิทธิเสรีภาพของคู่แข่งทางการเมือง, สื่อมวลชน, ประชาชน

5.การปกครองกันด้วยกฏหมายดูเหมือนจะเข้มงวดขึ้น แต่ก็มีความเสื่อมโทรมลงของความยุติธรรม

จุดอ่อนเหล่านี้ เป็นผลจากการยึดมั่นถือมั่นในระบบเครือข่ายที่ตนเชื่อว่าถูกต้องที่สุดและเป็นประโยชน์ต่อฝ่ายตนมากที่สุด

จุดอ่อนนี้แก้ไขได้ง่ายที่สุดแต่แก้ไขสำเร็จยากที่สุด นั่นคือ การไม่ยึดมั่นถือมั่น มีหลักยึดเหนี่ยวแต่ไม่ยึดติด แต่ให้มุ่งไปที่ผลลัพธ์การปกครองที่มิใช่คนส่วนใหญ่ แต่เป็นคนทั้งหมด

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s