บุคลิกภาพคือภาคแสดงของจิตใจ

อ.ดร.เอนก สุวรรณบัณฑิต

anek04

มนุษย์มีพลังที่สำคัญอย่างหนึ่งคือ พลังคิด (mental powers) ยิ่งมีพลังที่ทำให้คิดได้ไว คิดได้เฉียบแหลม คิดได้ถูกต้อง ก็จะสามารถทะลุทะลวงอุปสรรคต่างๆ ในบททดสอบแห่งชีวิตได้ พลังคิดเช่นนี้เป็นสิ่งที่ฝึกฝน ฝึกหัดได้ เมื่อเราเรียนรู้ในชั้นเรียน นอกห้องเรียน เรียนรู้ร่วมในขณะดูรายการเกมโชว์ พลังคิดของเราก็ทำงาน เราอาจคิดคำตอบของคำถามในรายการได้เร็วกว่าผู้เข้าแข่งขันเสียด้วยซ้ำ เราอาจมองเห็นภาพรวมของเกมต่อภาพจิ๊กซอว์ได้ดีกว่าคนที่ต่อจิ๊กซอว์เสียอีก พลังคิดยังกระตุ้นให้เรามีคุณสมบัติสำคัญของสติปัญญานั่นคือ ความอยากรู้อยากเรียน (curiosity) ซึ่งทำให้เราแสวงหาความรู้ต่างๆ เข้ามาเป็นฐานคิดให้กว้างขวางยิ่งขึ้น ในด้านหนึ่งก็เพื่อให้พลังคิดมีกำลังแรงยิ่งขึ้น การใช้พลังคิดมีประสิทธิภาพขึ้น และผลของพลังคิดนี้ก็คือ ประโยชน์ต่อการทำสิ่งต่างๆ ในชีวิตได้สำเร็จอย่างง่ายดาย หรือ ล้มเหลวเท่าไรก็มีกำลังที่จะลุกขึ้นเดินใหม่ได้ พลังคิดในระดับนี้จะมีคุณสมบัติเพิ่มเติมคือ ความยืดหยุ่น (mental flexibility) ทำให้เราไม่ยึดติดกับฐานคิดบางอย่างจนถึงขั้นยึดมั่นถือมั่น แต่ก็ไม่ใช่ไม่ยึดอะไรเลย ความยืดหยุ่นนี้จะทำให้เราเป็นคนไม่ยึดมั่นถือมั่น แต่เป็นคนมีหลักยึดเหนี่ยวที่จะคอยฉุดดึงเราให้ลุกขึ้นสู้กับปัญหาหรือเดินหน้าต่อไปได้

คุณภาพของความยืดหยุ่นของจิตใจนั้นเป็นองค์ประกอบหนึ่งของสติปัญญา (intelligence) ซึ่งเป็นส่วนที่นำไปสู่ทักษะของการลื่นไหลไปตามเหตุการณ์ นั่นคือ การปรับตัวได้ง่าย ที่มนุษย์มีต่อปัญหาและสถานการณ์ต่างๆ ในขณะเดียวกันก็เป็นการคิดทางเลือกได้จำนวนมากบนข้อปัญหาเดียว ไม่ตีบตันอยู่กับคำตอบใดคำตอบหนึ่ง

คุณภาพของความยืดหยุ่นในจิตใจนี้แสดงออกผ่านบุคลิกภาพของมนุษย์ บุคลิกภาพที่มีความยืดหยุ่นทางความคิดนี้ ไม่มีแบบแผนตายตัว ไม่ขึ้นกับอายุ ไม่ขึ้นกับความฉลาด อีกทั้งกลายเป็นว่า ยิ่งอายุมากขึ้น ยิ่งฉลาดมากขึ้นก็มักไม่ลื่นไหล แต่เน้นความมั่นคงถาวร เป็นการตกผลึกบนความรู้ (crystallized intelligence) ซึ่งนั่นก็แสดงออกเป็นบุคลิกภาพในอีกด้านหนึ่ง

แนวคิดเช่นนี้ทำให้มีการวัดบุคลิกภาพในแบบทดสอบต่างๆ เพื่อหาแนวคุณลักษณะของบุคลิกภาพ (trait) ของแต่ละคน มีการจำแนกประเภทกันหลากหลายตามแนวคิดนี้  ผู้ที่มีสติสำนึกสูง (higher consciousness) จะบันทึกจดจำได้ดีกว่า จัดระเบียบความคิดและความรู้ได้ดีกว่า ในขณะที่คนที่มีสติสำนึกต่ำ (lower consciousness) จะกลายเป็นคนที่วิกตกังวลที่จะคิดวนอยู่กับปัญหา ไม่อาจนำความรู้ที่มีมาใช้ประโยชน์ได้ ยิ่งวิตกกังวลยิ่งขาดระเบียบความคิดมากขึ้นไปเรื่อยๆ

ลากอง (Jacques Lacan, 1901-1981) มองว่ามนุษย์เป็นเพียงภาชนะที่บรรจุความว่างเปล่า (nothingness) มนุษย์ต้องผ่านกระบวนการบันทึกความรู้หรือกระบวนการทำให้เป็นมนุษย์ใน 3 ประการ ซึ่งส่งผลให้มนุษย์มีความแปลกแยกในตัวเอง หรือมี 3 ตัวตนในร่างเดียว

  1. ตัวตนแรกเกิดขึ้นในกระบวนการบันทึกจินตนาการ จึงมีนิสัยเพ้อฝัน ชอบคิดเข้าข้างตัวเอง และตัดสินอะไรจากภายนอก
  2. ตัวตนที่สองเกิดในกระบวนการบันทึกสัญลักษณ์เป็นเด็กดี ชอบอ้างเหตุผล กฎหมาย และศีลธรรม
  3. ตัวตนที่สามเกิดขึ้นในกระบวนการบันทึกความจริง จึงเป็นคนอารมณ์อ่อนไหว ชอบหมกมุ่นอยู่กับอารมณ์ และความรู้สึกของตัวเอง ดื้อรั้น เก็บตัว

แต่ทั้งสามตัวตนนี้มีนิสัยเหมือนกันตรงที่ ก้าวร้าว หลงตัวเอง บ้าอำนาจ เห็นแก่ตัว และไม่เคยรักใครเลย ตัวตนของมนุษย์แท้จริงคือความเป็นลบ (negativity) ที่ซ่อนลึกอยู่ในจิต และมนุษย์แสดงอัตลักษณ์ออกมากโดยการเลียนแบบจากภาพของสิ่งอื่นหรือกระบวนการขัดเกลาทางสังคม (social dialectic) ทำให้มนุษย์กลายเป็นวัตถุ (objectify) คือ กลายเป็นผู้ถูกกระทำ มนุษย์มิใช่ผู้กระทำ(subject) อย่างแท้จริง เพราะในทุกการกระทำของมนุษย์เป็นผลมาจากการถูกกระทำของสังคม กฎเกณฑ์  อุดมคติ ค่านิยม วาทกรรม  จิตไร้สำนึกของมนุษย์จึงเต็มไปด้วยวาทกรรมของสิ่งอื่นหรือของสังคม มนุษย์จึงมีจินตภาพของตัวตน (self-image) ที่เป็นตัวตนในอุดมคติ (ideal ego) ทั้งนี้ มนุษย์ได้ดำเนินการพัฒนาตัวตนใน 2 ทางตรงกันข้ามกัน (binary opposition) คือ 1) การคงสภาพ (preservation) เป็นตัวเอง (Id) ไว้ให้มากที่สุด และ 2) การทำให้สูงส่ง (sublimation) เป็นตัวเองในอุดมคติ (ego) ให้มากที่สุด โดยตัวตนนั้นจะมี 3 ตัวตนใน 1 คน ได้แก่

  1. ตัวตนที่เราคิด (self concept) เราจะรวบรวมข้อมูลของตัวตนของเราตามที่เราเห็นหรือเรานึกได้ หรือปรากฏออกมาให้คนอื่นเห็น เริ่มจากรูปร่างหน้าตา ลักษณะนิสัย ความคิดอ่าน
  2. ตัวตนตามจริง (real self) คือ ตัวตนที่คนอื่นสังเกตเห็น หรือให้ข้อมูลกับเรา
  3. ตัวตนตามอุดมคติ (ideal self) คือ ตัวตนที่เราอยากเป็น

ตัวตนนี้มีความเป็นพลวัต เปลี่ยนแปลงไปได้เรื่อยๆ ตามกรอบมโนทรรศน์ที่เปลี่ยนไปของเรา ตัวตนที่คงตัวจะแสดงออกเป็นอัตลักษณ์ (self-identity) ซึ่งจะสอดคล้องกลมกลืนกัน จนกลายเป็นบุคลิกภาพ และมองได้ว่า การที่แต่ละคนมีบุคลิกภาพแตกต่างกันนั้น มีผลจากการทำงานของสมองในส่วนปัญญา และส่งผลตลอดช่วงชีวิตของคนๆ นั้น

อ้างอิง The Key to a Sharp Mind May Just Be Your Personality

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s