การพัฒนาสังคมด้วยปรัชญากระบวนทรรศน์หลังนวยุค

การพัฒนาสังคมด้วยปรัชญากระบวนทรรศน์หลังนวยุค

อ.ดร.เอนก สุวรรณบัณฑิต

การพัฒนาสังคมด้วยปรัชญากระบวนทรรศน์หลังนวยุคในยุคนี้เน้นการเผยแพร่ผ่านอินเตอร์เน็ตเพื่อให้สร้างความเข้าใจร่วมกัน   กระแสโลกาภิวัตน์เป็นเสมือนเครื่องขยายสัญญาณขนาดใหญ่ที่ได้ขยายประเด็นต่าง ๆ ให้มีขนาดที่ใหญ่โตขึ้น คือ ไม่ใช่เป็นเพียงระดับชุมชน สังคม แต่ขยายให้เป็นประเด็นระดับภูมิภาค ประเทศ หรือระหว่างประเทศก็ได้  ดังนั้น การพัฒนาสังคมคุณภาพจึงจะต้องส่งเสริมการจัดการให้ประชาชนมีความรู้ในคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ต และเปิดโอกาสให้สามารถเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ อย่างเท่าเทียมกันด้วย 

การพัฒนาสังคมให้คนในสังคมมีความรู้และสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ได้อย่างเท่าเทียมกันเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของตน การพัฒนาย่อมเดินหน้าไปด้วยพลังของการสร้างสรรค์ ปรับตัว ร่วมมือและแสวงหา  มนุษย์เราได้ใช้พลังสร้างสรรค์เพื่อสร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ ที่ได้สร้างประโยชน์มากมาย แต่ก็สร้างสิ่งที่เป็นโทษซึ่งสามารถทำลายทุกสิ่งทุกอย่างได้จนถึงขั้นพบว่า หากสร้างสรรค์ต่อไปโดยไม่มีการปรับตัว พลังสร้างสรรค์อันตาบอดนั้นอาจจะทำลายมนุษยชาติลงเสียอย่างสิ้นเชิง มนุษย์ได้พัฒนาพลังปรับตัวขึ้นแก้ปัญหา นั่นคือใช้วิจารณญาณตามกระบวนทรรศน์หลังนวยุคในการแก้ปัญหาต่าง ๆ โดยมีขั้นตอนของการวิเคราะห์และการประเมินค่าเป็นส่วนสำคัญ  เมื่อปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้วย่อมก่อให้เกิดความรับผิดชอบในการปฏิบัตินั้น การปรับตัวจึงเป็นส่วนสำคัญเพื่อควบคุมการสร้างสรรค์ให้ถูกนำไปปฏิบัติอย่างปลอดภัยและเกิดคุณประโยชน์ต่อสังคมโลก และไม่เป็นการสกัดกั้นการสร้างสรรค์โดยเหตุผลเพียงเชื่อว่า “มันอันตราย”

ปรัชญากระบวนทรรศน์หลังนวยุคได้ชี้ถึงสาเหตุที่แท้จริงของสงครามก็คือ การยึดมั่นถือมั่น เมื่อยึดมั่นถือมั่นอย่างใดแล้วก็ถือว่าอย่างอื่นผิดหมด หากแก้ไขความยึดมั่นถือมั่นได้สำเร็จ ก็ย่อมจะทำให้เหตุแห่งสงครามหมดสิ้นไปได้ การสร้างความไม่ยึดมั่นถือมั่นจะต้องใช้ปรัชญาหลังนวยุคนำทางโดยชี้ให้เห็นว่าความจริง (truth) นั้นเราไม่รู้ และความรู้ไม่แน่ว่าจะจริง (true) การแสวงหาช่วยกระตุ้นให้มนุษย์ไม่พอใจแต่เพียงเท่าที่มี  พลังแสวงหาอย่างพอเพียงทำให้ มนุษย์เราต้องการปัจจัย 4 เพื่อการดำรงชีพ คือ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค เมื่อยังมีไม่ครบก็ดิ้นรนแสวงหาให้ครบ ครั้นได้ครบแล้วก็ยังไม่รู้สึกอิ่มใจ เกิดความรู้สึกว่ายังต้องการอะไรที่สูงกว่าวัตถุเหล่านี้และมนุษย์จึงจะแสวงไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะพบสิ่งที่ต้องการ  เมื่อพบแล้วก็จะเกิดการแสวงหาสิ่งใหม่เรื่อย ๆ ไป  ในที่สุดก็พบว่ามนุษย์เราหากต่างคนต่างสร้างสรรค์  ต่างคนต่างปรับตัว และต่างคนต่างแสวงหา  ก็นับว่าเจริญก้าวหน้าได้ดีอยู่ แต่ถ้ามนุษย์ไม่เรียนรู้ที่จะร่วมมือกัน  การแข่งขันซึ่งมาจากสัญชาตญาณดิบของมนุษย์ก็มักจะเกิดขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ ในกระแสแห่งการแข่งขันเพื่อตอบสนองการแสวงหาของตนเองนั้นต่างฝ่ายต่างก็มีอะไรสูญเสียไปไม่มากก็น้อย แต่ถ้าหากมนุษย์ใช้พลังการปรับตัวมองเห็นความพอเพียงและหันมาร่วมมือกันอย่างบริสุทธิ์ใจ มนุษย์ก็จะประสบความสำเร็จในการพัฒนาคุณภาพชีวิต แนวโน้มของความร่วมมือระดับชุมชน ท้องถิ่น เมือง ประเทศและระดับนานาชาติดูเหมือนจะก้าวหน้าและกว้างขวางขึ้นและลึกซึ้งขึ้นเรื่อย ๆ

การพัฒนาสังคมจึงต้องมุ่งเน้นการสร้างสรรค์ การแสวงหา การปรับตัวและการร่วมมือในทุกระดับ โดยมีการแบ่งปันความรู้และส่งเสริมการใช้ความรู้อย่างมีความรับผิดชอบ  กระบวนทรรศน์หลังนวยุคจึงเน้นการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อให้ทุกคนมีศักยภาพในการสร้างสรรค์ ปรับตัวและการร่วมมือ เพื่อให้ยอมรับสภาพปัญหาที่มีอยู่ เรียนรู้ปัญหาและแสวงหาวิธีอยู่ร่วมกันได้อย่างดีที่สุดและเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย เมื่อมนุษยชาติได้เข้าใจกระบวนทรรศน์หลังนวยุคว่าเป็นพื้นฐานปรัชญาอย่างสำคัญของการพัฒนาสังคม ความร่วมมือจากทุกฝ่ายทั้งฝ่ายรัฐบาล องค์กร สถาบันต่าง ๆ ย่อมจะต้องร่วมเป็นเจ้าภาพในการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตตามแนวคิดปรัชญากระบวนทรรศน์หลังนวยุค  โดยเน้นการพัฒนาการฟังอย่างตั้งใจเพื่อเป็นบาทแรกในการพัฒนาคุณภาพชีวิต การพัฒนาสังคมให้คนในสังคมมีความรู้และสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ได้อย่างเท่าเทียมกันเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของตน การพัฒนาย่อมเดินหน้าไปด้วยพลังของการสร้างสรรค์ ปรับตัว ร่วมมือและแสวงหาผ่านกระบวนการสำคัญ ซึ่งผู้วิจัยสังเคราะห์แนวทางการพัฒนา 3 ด้าน ได้แก่

1 การศึกษา  ปรัชญากระบวนทรรศน์หลังนวยุคสายกลางไม่เน้นความสำคัญของเนื้อหาความรู้ แต่เน้นทักษะในการแสวงหาความรู้ในสังคมเทคโนโลยีปัจจุบันเพียงใด ดังนั้น การส่งเสริมแนวทางการศึกษาอบรมการฟังอย่างตั้งใจในทุกๆ ระดับชั้นของการศึกษาภาคบังคับ การศึกษาทางเลือกซึ่งจะช่วยให้นักเรียนได้มีทักษะในการฟัง มีสมาธิจดจ่อกับสิ่งรอบข้างได้ เกิดประกายเข้าใจความหมายได้ตรงกับที่ผู้สอนต้องการสอน หรือจากการพูดคุยกับเพื่อน ซึ่งกระบวนการฟังอย่างตั้งใจจะช่วยเสริมทักษะของคนในศตวรรษที่ 21 คือ ในส่วนของสมรรถนะคิด และการพัฒนาทักษะในการทำงานร่วมกันเป็นทีมต่าง ๆ เพื่อที่จะได้มีศักยภาพในการทำงานได้จริง เป็นนักปฏิบัติที่พร้อมจะเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา นักเรียนที่ฟังอย่างตั้งใจเป็นก็จะเข้าสู่วงจรการเรียนรู้ที่ต่อเนื่อง เกิดประกายความเข้าใจได้ตรงกับที่ผู้สอนต้องการสอน และต่อยอดแลกเปลี่ยนเรียนรู้ได้ และสามารถตั้งคำถามจากการเฉลียวใจได้  และเขาจะชื่นชอบแนวทางการศึกษาทางเลือก การใช้สื่อการสอนคอมพิวแตอร์ต่างๆ เพื่อให้เกิดความสร้างสรรค์ อันเป็นความสร้างสรรค์ที่เดินไปข้างหน้ากับสังคมสารสนเทศอย่างเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน อีกทั้งยังจะมีเป็นผู้ใช้อุปกรณ์สื่อสารได้อย่างชาญฉลาด คนรุ่นใหม่ย่อมการพัฒนาสมองในส่วนของการจำ และการตัดสินใจที่รวดเร็วและเหมาะสมได้  การที่คนรุ่นใหม่สามารถเรียนรู้ได้อย่างเหมาะสมในระบบสังคมสารสนเทศ เขาย่อมพัฒนาการแสดงออกได้อย่างหลากหลาย เติมเต็มความเป็นตัวตนของเขา การศึกษาจึงจะก้าวไปสู่การเป็นทางเดินไปสู่สิ่งไม่รู้ ไม่ใช่เพียงแค่การจำลองข้อมูล ความคิดและทักษะเพื่อถ่ายทอดสู่นักเรียนอีกต่อไป  ทั้งนี้ ยังมีความจำเป็นต้องมีการพัฒนาแนวทางการฟังอย่างตั้งใจด้วยการพูดคุยแบบพบหน้ากันจริงๆ ร่วมด้วยเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้อย่างแท้จริง

2 การจัดการความรู้ สังคมโลกและสังคมไทยพัฒนาและปฏิบัติให้สอดคล้องกับแนวคิดการจัดการความรู้มาอย่างต่อเนื่อง ในกระบวนการจัดการความรู้มีเครื่องมือสำคัญในการสร้างความรู้มากมาย หลายเครื่องมือจะมีส่วนของการฟังเข้ามาเกี่ยวข้อง และใช้ชื่อว่าการฟังอย่างตั้งใจ แต่การฝึกฝนการฟังกลับถูกละเลย ดังนั้น นักจัดการความรู้และผู้อยู่ในกระบวนการทั้งหลายต้องย้อนอ่านและเร่งฝึกฝนทักษะการฟังอย่างตั้งใจให้ถูกต้อง เน้นการตั้งใจฟัง (close attention) เพื่อจะได้ไม่ละเลยคำพูดใดๆ ของอีกฝ่ายทั้งในเรื่องของคำและความหมาย เพื่อที่จะได้มีศักยภาพในการสร้างและเก็บความรู้เพื่อคัดกรองความรู้ที่ไม่ดีหรือก่อให้เกิดโทษออกไป คงไว้แต่ความรู้ที่เป็นประโยชน์ผ่านการจัดเก็บที่มีช่องทางให้ผู้จำเป็นต้องใช้ความรู้เหล่านั้นสามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวก และติดตามการนำไปใช้เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตในระดับต่างๆ ได้เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้อย่างแท้จริง

3 เครือข่าย สังคมที่ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตจะต้องมีเครือข่ายที่ดำเนินการบนฐานความรู้ตามกระบวนทรรศน์หลังนวยุคสายกลาง เน้นการเชื่อมโยงกันของผู้รู้ นักวิชาการในลักษณะของการแบ่งปันความรู้ การร่วมมือและการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ในจุดนี้ การแลกเปลี่ยนจะเกิดขึ้นได้เต็มศักยภาพต้องอาศัยการฟังอย่างตั้งใจเพื่อเก็บเกี่ยวความรู้ที่ดีไว้ เครือข่ายจะเป็นกลไกสำคัญในการคัดกรองและเผยแพร่ความรู้ เทคนิค กระบวนการ ที่เป็นประโยชน์ต่าง ๆ เมื่อเกิดความมั่นคง และเข้มแข็งแล้วจึงขยายไปสู่ภายนอก โดยเน้นรูปแบบการพัฒนาที่ต้องบูรณาการให้เหมาะสมกับปัจจัยทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมเป็นแหล่งการเรียนรู้สำหรับประชาชนทุกคน เพื่อส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิต

สรุป การประยุกต์ใช้ปรัชญาหลังนวยุคสายหลางเพื่อแก้ปัญหาสังคมและประยุกต์ใช้ในการเรียนรู้ตลอดชีวิต จะเป็นมาตรการภูมิคุ้มกันเชิงสังคมสำหรับภาวะสังคมที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและจะมีความต่อเนื่อง ทั้งยังเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันชาวไทยให้มีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ด้วย อีกทั้ง ทำให้ฐานความรู้และฐานคุณธรรมเข้มแข็งขึ้น อันเป็นการส่งเสริมการพัฒนาตนเอง พัฒนาครอบครัว พัฒนาชุมชน พัฒนาสังคม และพัฒนาประเทศชาติเพื่อเป็นชาติที่มีความสงบสุขอย่างยั่งยืน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s