ลัทธิผู้วิเศษ

ลัทธิผู้วิเศษ

ลัทธิผู้วิเศษ (Wizardise)

อ.ดร.เอนก สุวรรณบัณฑิต

……

ผู้วิเศษ (wizerd) หมายถึง ผู้รู้ (wise man) หรือ นักปราชญ์ เป็นการยกย่องมาตั้งแต่ยุคกลางของยุโรปซึ่งเป็นยุคของความดำมืดในความรู้ ความหวาดกลัวต่อสิ่งที่ไม่รู้ ทั้งนี้ ในยุคนี้ได้ยกย่องผู้รอบรู้ (omnificence)  โดยเมื่อเอ่ยถึงผู้วิเศษจะมีทั้งผู้วิเศษที่เป็นมนุษย์จริงหรือบุคคลในตำนาน เช่น  Merlin the wizard ในสมัยกษัตริย์อาเธอร์

ผู้วิเศษไม่ใช่ผู้เล่นแร่แปรธาตุหรือศาสตร์มืด (occultists) ตามที่นวยุคมอง หากแต่ผู้วิเศษเป็นผู้รอบรู้ในปัญญา เป็นผู้เข้าถึงความลี้ลับ (mystics) เป็นศาสตร์ขาว ซึ่งมุ่งเน้นนำไปสู่เป้าหมายสูงสุดของชีวิต ผู้วิเศษบางท่านก็ได้รับการเรียกว่านักวิทยาศาสตร์อีกด้วย

ผู้วิเศษที่มีชื่อเสียงได้แก่

  1. Abraham Abulafia (1240-1291) ผู้ก่อตั้งสำนัก  “Prophetic Kabbalah”
  2. Albertus Maxnus (1193-1280) หรือ Albert the Great ท่านเป็นนักบวชคาทอลิก ชาวเยอรมัน เป็นผู้รอบรู้ในศาสตร์ต่างๆ
  3. Gilles de Montmorency-Laval, Baron de Rais (1404-1440) หรือ Gilles de Rais เป็นเพื่อนร่วมรบของ Joan of Arc เป็นผู้รอบรู้ในศาสตร์เล่นแร่แปรธาตุ เวทมนตร์ ต่อมาได้ถูกจับในข้อหาฆาตรกรรมเด็กอย่างต่อเนื่อง
  4. Morgan le Fay หรือ Morgana เป็นผู้รอบรู้ในศาสตร์ลึกลับ เป็นศัตรูคนสำคัญของกษัตริย์อาเธอร์
  5. Nicolas Flamel (1340-1418) นักอัลเคมีชาวฝรั่งเศส เป็นผู้ได้ชื่อว่า สร้าง philosopher’s stone และได้ใช้ศาสตร์เพื่อให้ภรรยาเป็นผู้ไม่ตาย
  6. Ramon Llull (1232-1315) นักปรัชญาชาวสเปน เป็นผู้เสนอถึง Immacualte conception ที่ว่าพระเยชูไม่ได้กลับชาติมาเกิด (the Son of God could not become incarnate) และพระแม่มารีตั้งครรภ์อย่างไร้บาป (virgin Mary)  อีกทั้งเป็นนักคิดยุคแรกของศาสตร์เครื่องคำนวณ-คอมพิวเตอร์
  7. Roger Bacon (1214-1294) เป็นนักปรัชญาชาวอังกฤษ   เป็นผู้เสนอในศึกษาธรรมชาติด้วยวิธีเชิงประจักษ์ซึ่งนำไปสู่ยุควิทยาศาสตร์
  8. Michael Scot (1175-1232) นักคณิตศาสตร์ชาวสก็อตต์ ถูกยกย่องว่าเป็นนักเวทมนตร์คนสำคัญ ชำนาญศาสตร์ วงเวทย์หิน (stone circle)
  9. Nathan Bedford Forrest (1821-77) หรือ the grand wizard เป็นนายพลควบคุมกองทัพในช่วงสงครามกลางเมือง เป็นผู้ก่อตั้งลัทธิ Ku Klax Klan ซึ่งเป็นลัทธิ white supremacy ที่ยกย่องภารกิจคนขาวและเหยียดเชื้อชาติอื่น

แนวคิดผู้วิเศษนี้ ได้ถูกนำมาใช้อธิบายภาวะที่เกิดผู้นำแนวคิด ผู้นำลัทธิ ที่ปรากฎขึ้นในช่วงที่กระบวนทรรศน์หลังนวยุคสุดขั้ว (extreme postmodern) ปะทะกับแนวคิดนวยุค (scientific modern) ทำให้ผู้คนเกิดความสับสนไม่รู้จะเชื่อถืออะไรดี ผู้รู้ได้สถาปนาตนเป็นผู้รู้ เป็นผู้วิเศษ เป็นผู้ทรงปัญญา ผู้บรรลุญาณ มีผู้เชื่อถือจำนวนมาก เกิดสำนักคิด สำนักลัทธิจำนวนมากทั้งในยุโรป อเมริกา เอเชีย และมักมีการเชื่อมโยงหลักการของสำนักไปสู่แนวทางการดำรงชีวิตหรือปฏิบัติตนในเชิง mystics ด้วย และได้รับการเสริมเพิ่มเติมจากผู้ถือกระบวนทรรศน์ยุคกลางเนื่องด้วยความเกี่ยวข้องกับหลักคำสอนและหลักปฏิบัติทางศาสนา จนกลายเป็นผู้วิเศษอย่างใหม่ (neo-wizardise) ที่ใช้เทคโนโลยีในการเผยแพร่คำสอน และมีลูกศิษย์อยู่ในทุกระดับของสังคม

ทั้งนี้ ผู้วิเศษที่สำคัญ ได้แก่ Osho (Acharya Rajneesh, 1931-90) คุรุด้านจิตวิญญาณชาวอินเดีย ผู้เสนอการอยู่ร่วมกันอย่างศานติ,  Shoko Asahara (1955-2018) แห่งลัทธิ Aum Shinrikyo ผู้นำจิตวิญญาณชาวญี่ปุ่น คำสอนภายในลัทธิจะสอนให้รู้จักการเข้าสมาธิ การฝึกจิตเพื่อให้เข้าถึงการรู้เเจ้ง และมีความเชื่อในเรื่องของวันโลกาวินาศ

ในปัจจุบัน มีผู้นำทางความคิดจำนวนมากที่ไม่สถาปนาตนเป็นผู้วิเศษ แต่มีความประพฤติและแนวทางการสั่งสอนในระดับผู้วิเศษ ประสานร่วมกับแนวทางการฝึกอบรมเชิงศาสนา เชิงจิตวิทยา เชิงจิตธรรมชาติ โดยมีการจัดตั้งเป็นกลุ่ม ชมรม สมาคม มูลนิธิ เพื่อการประชุมร่วมและการสืบทอดคำสอน การอบรมซ้ำ และการระดมทุนเพื่อภารกิจตามหลักคำสอน อาจมีแนวนโยบายเชิงศาสนาหรือเชิงรัฐโลกวิสัยอย่างใดอย่างหนึ่งด้วยก็ได้

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s