ท่าทีต่อสังคมข้อมูลข่าวสาร

ในปัจจุบันมนุษย์มีพฤติกรรมการสะสมข้อมูลที่กระทำเข้มข้นขึ้นตามลำดับด้วยเทคโนโลยีของแต่ละสมัย ความรู้เป็นส่วนสำคัญในการสร้างอารยธรรมความรุ่งเรืองของมนุษยชาติ การส่งเสริมให้มีการศึกษา และส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อให้มีปัญญาชน ซึ่งจะชี้นำสังคมให้อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขได้               มนุษย์จึงมีพฤติกรรมสะสมข้อมูลความรู้ไว้ให้ทันสมัยที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ตามยุคสมัยของตน เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นมาจากการสะสมความรู้ที่เข้มข้นขึ้นก็ได้ถูกใช้เพื่อการสะสมความรู้ที่เข้มข้นขึ้นไปอีกและได้ทำการปิดล้อมคนรุ่นใหม่ทำให้รูปแบบการดำรงชีวิตเปลี่ยนแปลงไปดังที่ปรัชญาตามแนวทางของฮายเดกเกอร์ (M. Heidegger) ได้ชี้ไว้ และไอด์ (D. Ihde) แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีได้ก้าวล่วงความจริงวิทยาศาสตร์ ด้วยศักยภาพของเทคโนโลยีที่แวดล้อมมนุษย์อยู่นี้ มนุษย์ไม่เพียงแต่เป็นผู้ใช้เทคโนโลยีและวิ่งตามการพัฒนาของเทคโนโลยีจนวิถีชีวิตได้เปลี่ยนแปลงไป มนุษย์จะต้องรู้เท่าทัน นั่นคือ ยอมให้เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ได้ยึดติดอยู่กับการใช้เทคโนโลยีเหล่านั้น ซึ่งเป็นกระแสสำคัญของคนรุ่นใหม่ในขณะนี้

การสะสมข้อมูลอย่างทันสมัยได้เร่งกระบวนการสร้างความรู้และกระบวนการจัดเก็บความรู้ โดยมุ่งการสะสมข้อมูลให้ได้มากที่สุดซึ่งได้สร้างภาพมายาที่เกินจริงดังที่โบดริยาร์ด  (J. Boudrillard)ได้วิพากษ์ไว้นั้น นั่นคือ มนุษย์มองว่าข้อมูลเหล่านี้ล้วนเปิดเสรีแก่ประชาชนในการเข้ามาศึกษาและเรียนรู้เพื่อให้คนมีปัญญาและไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากผู้อื่น ปัญหาความขัดแย้งระหว่างสังคมคนรวยกับสังคมคนจนย่อมถูกแก้ไขได้และเมื่อคนมีการศึกษาดีขึ้นย่อมมุ่งที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนให้ดียิ่งขึ้น ความรู้ที่ได้สะสมไว้จะถูกนำไปใช้ในการแก้ปัญหาต่าง ๆ โดยเน้นวิธีการที่ไม่ใช้ความรุนแรงอันนำไปสู่สันติภาพ วิถีทางแห่งสันติภาพย่อมสร้างโลกที่ดีกว่าเสมอ

หากแต่คนรุ่นใหม่สนใจเฉพาะเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตที่แวดล้อมรอบตัวจนละเลยคุณค่าต่าง ๆ ในสังคมไปอย่างสิ้นเชิง  มอร์คคูเนียน ( J.Morkuneine) ได้ชี้ถึงผลตามมาที่สำคัญอันเกิดขึ้น
ในสังคมจากการพัฒนาตามเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่เน้นเทคโนโลยีข้อมูลข่าวสาร โดยที่ข้อมูลข่าวสารมากขึ้นและพร้อมใช้ทำให้คนรุ่นใหม่ยิ่งสะสมความรู้เหล่านั้นให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ และใช้เวลาส่วนใหญ่ในชีวิตอยู่กับการสะสมข้อมูลเหล่านั้นตั้งแต่เยาว์วัย ทำให้เห็นพฤติกรรมทางสังคมที่กลายเป็นปัญหา นั่นคือ คนรุ่นใหม่ชอบอยู่ตัวคนเดียวอันนำไปสู่ปัญหาการสูญเสียความรู้สึกดี ๆ ในการอยู่เป็นชุมชน ไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมได้ และชื่นชอบอยู่กับการสร้างความเป็นเกินจริง  กลายเป็นคนที่ไม่พอใจกับสังคมรอบตัวและเกิดปัญหาการใช้ความรุนแรงขึ้น ความรับผิดชอบในฐานะความเป็นพลเมืองของชุมชนนั้น ๆ ลดลงส่งผลต่อความมั่นคงของประเทศในที่สุด

ผลตามนี้สอดคล้องกับแนวคิดของฮายเดกเกอร์ที่ว่าเทคโนโลยีได้แสดงปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์ด้วยรูปแบบความสัมพันธ์บริสุทธ์ นั้นคือตัววัตถุอาจจะกลายเป็นผู้กระทำ และตัวมนุษย์อาจกลายเป็นวัตถุที่ถูกกระทำได้เช่นกัน เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องที่มนุษย์นำมาใช้เพื่อการสะสมข้อมูลได้ทำให้ “รูปแบบการดำรงชีวิตของมนุษย์เปลี่ยนแปลงไป” เพราะเทคโนโลยีเหล่านี้ได้แวดล้อมอยู่รอบตัวของมนุษย์ในทุกหนทุกแห่ง คล้ายดังการปิดล้อมโดยกำแพงที่ไม่มีทางออก เทคโนโลยีทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่มนุษย์วิ่งตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและติดตามข้อมูลเพื่อให้ทันสมัยตลอดเวลา

สังคมที่แข่งกันสะสมข้อมูลก็ได้สร้างภาพเกินจริงที่ว่ามีข้อมูลจำนวนมากได้ถูกสร้างและจัดเก็บไว้ในโลกอินเตอร์เน็ตตลอดเวลา  จนกระทั่งได้กลายเป็นเหมือนมหาสมุทรแห่งข้อมูลที่กว้างใหญ่ แต่ความเกินจริงเหล่านี้ได้แสดงออกมาผ่านความเคว้งคว้างและไร้ทิศทางของกระแสข้อมูล กระแสข้อมูลความรู้ที่ใหญ่โตประดุจคลื่นยักษ์เหล่านี้ได้โถมทับให้มนุษย์อึดอัดขัดข้องใจจากสภาพสังคมที่ต้องแข่งขันกันสะสมข้อมูลให้มาก ๆ เข้าไว้

วิธีเพื่อออกจากสภาพอึดอัดคับข้องใจนี้มนุษย์จึงจะต้องมองทุกอย่างด้วยวิจารญาณในความหมายที่ว่าจะต้องมีการวิเคราะห์ ประเมินค่า และประยุกต์ตามกระแสหลังนวยุค  เปิดกว้างต่อการตีความ ยอมรับฟังข้อวิจารณ์และสนใจความเป็นไปได้ต่าง ๆ ซึ่งคนรุ่นใหม่ต้องปรับตัวผ่านแนวทางการศึกษาในศตวรรษที่ 21 ที่เรียกว่า “ทักษะของคนในศตวรรษที่  21”  ที่ทุกคนจะต้องเรียนรู้ตั้งแต่ชั้นอนุบาลไปจนถึงมหาวิทยาลัยและตลอดชีวิต คือ 3R7C คือ เน้นอ่านออกเขียนได้คิดเลขเป็น  ทักษะในการคิดและการทำงานต่าง ๆ ซึ่งทักษะสำคัญอันดับแรก คือ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ  และทักษะในการใช้คอมพิวเตอร์และสารสนเทศที่จะช่วยเพิ่มโอกาสทางการเรียนรู้ให้สูงขึ้น ซึ่งจะทำให้เกิดสังคมบนพื้นฐานความเป็นจริง

การสะสมความรู้ให้มากเข้าไว้แท้จริงแล้วเกิดจากผู้มีอำนาจนั้น  ทุกคนต้องร่วมรับผิดชอบนโยบายของรัฐในสังคมสมัยใหม่   การดำรงชีวิตอยู่ร่วมกันเป็นสังคมนั้น มนุษย์ทุกคนต้องมีความรับผิดชอบร่วมกัน
ถือเป็นหน้าที่ของพลเมืองในการสร้างบรรยากาศแห่งการใฝ่หาความรู้ร่วมกัน ดังเช่น แนวทางของเมลนิคาส (B. Melnikas) และมิฮาเลิซ (A.Mihalache) ที่แสดงถึงรูปแบบนโยบายของรัฐที่ใช้ในการปรับเปลี่ยนสังคม เศรษฐกิจ การเมือง วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีให้เป็นไปอย่างกลมกลืนและเกิดขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง การใช้สารสนเทศในการกระตุ้นเศรษฐกิจและการเฝ้าระวังสังคมโดยไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยรัฐต้องเป็นผู้ที่ต้องรับผิดชอบการผลักดันนโยบายและใช้เทคโนโลยีเพื่อบังคับใช้อำนาจของความรู้ในโครงการต่าง ๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและมีความเสี่ยงต่ำสุดต่อประชาชนของตน

จึงอาจมีมุมมองใหม่ว่า ในปัจจุบันมนุษยชาติได้มีแบบแผนการดำรงชีวิตอย่างใหม่ในสังคมเทคโนโลยี ที่สอดคล้องกับกระแสกระบวนทรรศน์หลังนวยุคและปรับตัวด้วยทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 โดยควรมีท่าทีในการแสดงความรับผิดชอบร่วมกันต่อนโยบายของรัฐอย่างเหมาะสม

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s