การรู้ประวัติศาสตร์ทำให้รู้ปรัชญายิ่งขึ้น

ศ.กีรติ บุญเจือ

การเรียนปรัชญาโดยทั่วๆ ไป มักไม่ลงลึกในประวัติศาสตร์ แต่การรู้ประวัติศาสตร์จะทำให้รู้ปรัชญายิ่งขึ้น การเรียนปรัชญาจึงมักควบคู่กับการศึกษาประวัติศาสตร์ในระดับความรู้รอบตัว

เช่น ปรัชญาตะวันตกก็ต้องรู้ประวัติศาสตร์ตะวันตกด้วย เช่น ในยุคที่มหาอาณาจักรโรมันเสื่อมลง กรุงคอนสแตนติโนเปิล (Constantinople) มีความสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง กรุงโรม (Rome) มีความสำคัญเป็นอันดับ 2 โดยปริยาย นั่นทำให้แบ่งเป็นภาคตะวันออกและตะวันตก ภาคตะวันตกมีโรมเป็นศูนย์กลางใช้ภาษาลาติน ภาคตะวันออกใช้ภาษากรีก แม้คอนสแตนติโนเปิลหรือตุรกีก็ใช้ภาษากรีก ใช้ในระดับภาษาพูดกันทีเดียว เบื้องหลังสิ่งนี้ก็คือ  อเล็กซานเดอร์มหาราชยกทัพไปจนถึงอินเดีย ระหว่างทางก็ได้เอาใจประชาชนในท้องที่นั้น เช่น ปราบโจรผู้ร้าย ทำให้คนรักอเล็กซานเดอร์

อาจารย์ของอเล็กซานเดอร์ก็คือ อริสโตเติล สอนตอนอเล็กซานเดอร์อายุ 12-16ปี ก่อนที่จะขึ้นเป็นกษัตริย์ อเล็กซานเดอร์เก่งเรื่องรบ แต่การที่เขาเป็นกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ได้ อริสโตเติลได้สอนอะไรบ้าง ประวัติศาสตร์ไม่ได้ระบุไว้ชัด แต่น่าจะสอนปรัชญาแก่เขาบ้าง แม้ไม่ลึกซึ้งนักแต่ก็สอนได้ในระดับหนึ่ง

อเล็กซานเดอร์เก่งเรื่องรบ  รบที่ไหนก็ชนะที่นั่น แล้วใช้ปรัชญาปกครอง มีฝีมือมากในการวางแผนรบ การรบชนะใช่ว่ามีกำลังเหนือกว่า การรบจริงย่อมยกกองทัพไปได้ไม่ใหญ่มากนัก คนน้อยชนะคนมากต้องใช้ยุทธวิธี เพราะคนพื้นเมืองนั้นย่อมเกณฑ์ทหารได้มากกว่า เราจึงพออนุมานได้ว่า เล็กซานเดอร์ได้ใช้คำสอนของอริสโตเติลเพื่อเป็นกษัตริย์มาใช้ นั่นคือ การซื้อใจผู้คนด้วยการช่วยเหลือด้านต่างๆ อีกทั้งยังเอาใจทหารเก่งด้วย ทำให้ทหารรัก จึงรบชนะ อเล็กซานเดอร์ไม่ใช้ใช้กำลังปกครองทหาร ไม่ได้ใช้กำลังปกครองเมืองต่างๆ ที่ยึดได้ สังเกตได้ว่า พอถึงอินเดีย ทหารไม่อยากรบ อยากกลับ อเล็กซานเดอร์ก็ไม่ทิฏฐิ ไม่เผด็จการก็ยกทัพกลับ นี่คือ หลักการเป็นผู้นำ ทหารและลูกน้องรัก ทำอะไรก็สำเร็จ ถ้าทำไม่ดี ลูกน้องไม่รัก ลูกน้องก็อาจกบฎได้

ตรงนี้ย่อมคิดได้ว่า อริสโตเติลย่อมต้องสอนปรัชญา แต่คงไม่ลึกซื้ง ย่อมสอนในทางปฏิบัติ เช่น หลักปกครอง สอนจิตวิทยาและสอนจริยศาสตร์ เพื่อให้อเล็กซานเดอร์ขึ้นเป็นกษัตริย์ ดังนั้น อเล็กซานเดอร์ย่อมรู้หลักปกครอง เทคนิคในการเป็นผู้นำ ไปที่ไหนก็ปกครองได้ ปกครองอย่างไร ไม่ได้ปกครองอย่างเก่าๆ ที่ไปเอารัดเอาเปรียบดินแดนที่ยึดได้  ไปเรียกเก็บภาษีแพง หรือไปเอาตัวผู้หญิงมาเป็นนางบำเรอ แต่อเล็กซานเดอร์ไม่ทำเช่นนั้น ดินแดนไหนไม่ยอมแพ้ก็ใช้ยุทธวิธีทางทหารจนทำให้แพ้ แต่เมื่อแพ้แล้วก็ไม่กดขี่ข่มเหง กลับประกาศความเสมอภาค  ดินแดนที่ยึดได้ก็ถือว่าไม่ใช่เมืองขึ้น แต่เป็นดินแดนส่วนหนึ่งของมหาอาณาจักรกรีก เรานำความเจริญมาให้ เอาความสุขมาให้ การปฏิบัติสำคัญคือ เมื่อที่ยึดครองได้จะไม่รีบยกทัพจากไป แต่จะช่วยเมืองนั้นก่อน ปราบปรามโจรผู้ร้าย ไม่ว่าใครปกครอง เมืองใดๆ ก็มีโจรผู้ร้าย แต่อเล็กซานเดอร์จัดการเรื่องนี้ก่อน เป็นนโยบายแรก ทำให้ประชาชนของดินแดนนั้นๆ รักอเล็กซานเดอร์ หลังจากนั้นก็สร้างถนน ทำให้การติดต่อระหว่างดินแดนต่างๆ สะดวกยิ่งขึ้น ค้าขายได้ มีทหารรักษาความปลอดภัย ตลอดทั้งอาณาจักรกรีก บ้านเมืองก็รุ่งเรือง ภาษากรีกก็ถูกใช้ไปทั่วดินแดนกรีกเพราะเช่นนี้ และใช้สืบทอดมาจนถึงยุคโรมัน

นี่คือ ประโยชน์ของประวัติศาสตร์ต่องานปรัชญา ทำให้สันนิษฐานสิ่งต่างๆ ได้ เช่น อริสโตเติลน่าจะสอนอะไรอเล็กซานเดอร์ แน่นอนว่า สอนปรัชญาของอริสโตเติลนั่นเอง ตำราปรัชญาย่อมใส่แต่เนื้อหาปรัชญาล้วนๆ รู้แต่ว่าคนไหนคิดอะไร สอนอะไร ไม่ได้บอกว่า ทำไมคิดเช่นนั้น ทำไมสอนเช่นนี้

ถ้าเรารู้ประวัติศาสตร์ เราก็รู้ว่า ฌอง ปอล ซาร์ต เสนอปรัชญาอัตถิภาวนิยม ทำไมคนถึงชอบ ก็เพราะช่วงนั้นเป็นสงครามโลก คนฝรั่งเศสถูกนาซียึดครอง ปรัชญาของซาร์ตเป็นทางออกสำหรับคนฝรั่งเศส ดังนั้น คนจึงนิยม พอเวลาผ่านไป ตอนนี้ปรัชญาของซาร์ตก็ลดความสำคัญลง

การสอนปรัชญา ยิ่งรู้ประวัติศาสตร์ ก็จะยิ่งผูกโยงกันได้ ทำให้เข้าใจปรัชญายิ่งขึ้น รู้ปรัชญายุโรปก็ต้องรู้ประวัติศาสตร์ยุโรป รู้ปรัชญาคริสต์ก็ต้องรู้ประวัติศาสตร์ศาสนาคริสต์ จะทำให้สอนชาวบ้านได้ สอนคนทั่วไปได้ นี่คือ จุดแข็งของนักปรัชญา

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s