เกณฑ์ตัดสินจริยธรรม

เกณฑ์ตัดสินจริยธรรม

อ.ดร.เอนก สุวรรณบัณฑิต

จริยศาสตร์คือ ความประพฤติดีเพื่อชีวิตที่มีความสุข
คุณธรรมตามมาตรฐานสากลได้แก่ ความประพฤติดีจนเคยชินเป็นนิสัยประจำตัว
คุณธรรม คือ สภาพคุณงามความดี
จริยธรรม คือ ธรรมที่เป็นข้อประพฤติปฏิบัติ, ศีลธรรม, กฎศีลธรรม

ศีลธรรม (Morality) และจริยธรรม (Ethicity, Ethic) จะกล่าวเหมือนกันว่าชุดของคุณธรรมที่เป็นระบบ คือเข้าใจเป็นระบบหรือปฏิบัติเป็นระบบ ในภาษาอังกฤษใช้คำใดก็ได้
แต่ในภาษาไทยนิยมใช้คำ “ศีลธรรม” สำหรับระบบความดีของศาสนา และ “จริยธรรม” เป็นระบบความดีอย่างกว้างๆ

เกณฑ์ตัดสินจริยธรรม

  • การพิจารณาเกณฑ์ตัดสินจริยธรรมมีพื้นฐานข้อเชื่อที่ต่างกัน 2 ประการ คือ
  • มีเกณฑ์จำนวนหนึ่งที่เป็นพื้นฐานของเกณฑ์อื่นๆ และไม่สามารถลดทอนลงไปให้น้อยไปกว่านี้
  • มีเกณฑ์เพียงหนึ่งเกณฑ์เป็นพื้นฐานของการตัดสินทางจริยธรรมของเราทั้งหมด
  • ข้อเชื่อทั้งสองนี้ทำให้มีการถกเถียงกันอย่างมาก เพราะว่า
    • หากเชื่อข้อ 1 ว่ามีเกณฑ์พื้นฐานจำนวนหนึ่งเป็นพื้นฐานของเกณฑ์อื่นก็จะตัดสินจริยธรรมตามชุดของเกณฑ์
    • หากเชื่อข้อ 2 จะใช้เกณฑ์เดียวตัดสินทุกอย่าง ซึ่งย่อมไม่ตรงกันได้

คำตอบของเกณฑ์ตัดสินจริยธรรม

  • สัมบูรณ์นิยม (absolutism) มีแนวคิดที่เชื่อว่ามีเกณฑ์ที่มีลักษณะที่แน่นอนตายตัว คือเชื่อว่าความดี-ชั่วเป็น เรื่องปรนัย (objectivity) มีมาตรการสากลที่มนุษย์สามารถเข้าใจได้ตรงกันและไม่เปลี่ยนแปลง ตัวอย่างเช่น
    • อุดมคตินิยม (idealism) เชื่อในมาตรการสากล และมนุษย์ทุกคนสามารถคิดได้ตรงกัน สิ่งที่ดีจะดีตลอดไปทุกยุค ทุกสมัย ทุกสถานที่ และเป็นสิ่งดีสำหรับทุกๆ คน
    • ปัญญานิยม (intellectualism) เชื่อในมาตรการสากลโดยมนุษย์เป็นผู้มีปัญญาที่จะใช้แสวงหาความจริงได้ตรงกัน เมื่อใช้ปัญญาอย่างบริสุทธิ์และเที่ยงตรง ก็จะรู้ได้ว่าอะไรถูกอะไรผิด
    • มโนธรรมสัมบูรณ์นิยม (ultimate consciencism) เชื่อว่ามนุษย์มีมโนธรรมทำให้เกิดสำนึกทำดี และเมื่อสำนึกได้ก็จะทำดีจนเป็นหน้าที่ เช่น จริยศาสตร์ของคานท์ โดยมนุษย์จะทำดีเป็นหน้าที่ ดุจมีคำสั่งที่ไม่อาจขัดขืนได้ (categorical imperative)
  • สัมพัทธนิยม (relativism) มีแนวคิดว่าไม่มีเกณฑ์ตัดสินที่ตายตัว คือ เน้นความดี-ชั่วเป็นเรื่องอัตนัย มนุษย์เป็นเครื่องมือวัดสรรพสิ่ง และพิจารณาเฉพาะผลของการกระทำ ตัวอย่างเช่น
    • โซฟิสม์ แนวคิดสำคัญคือ ไม่มีเกณ์เดียววัดสรรพสิ่ง โปรทาโกราส (Protagoras  ก.ค.ศ. 490-420) เป็นผู้เสนอว่ามนุษย์เป็นมาตรการวัดสรรพสิ่ง ความดี-ชั่วเป็นเพียงสิ่งที่สมมติขึ้น สิ่งที่ดีก็ดีเฉพาะคนนั้น ไม่ได้เป็นสิ่งดีของคนอื่น แต่ละคนต่างก็มีเกณฑ์ตัดสินคุณค่าทางจริยธรรมสำหรับตนเอง
    • อัตนิยม (egoism) แนวคิดสำคัญคือ มนุษย์มีความเห็นแก่ตัวเป็นเกณฑ์ชี้นำการตัดสินใจ ฮอบส์ (Thomas Hobbes 1588-1679) ชี้ว่ามนุษย์เป็นผู้เห็นแก่ตัว ทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน สิ่งที่ดีคือสิ่งที่เขาทำเพื่อตัวเขาเอง หรือคนอื่นทำให้แก่เขา อย่างไรก็ตามคนฉลาดคือคนที่เห็นแก่ตัวอย่างรอบคอบเพื่อที่ตนจะได้มีความสุขได้ตลอดไป
    • ประโยชน์นิยม (utilitarianism) แนวคิดสำคัญคือ การเน้นหลักมหสุข (greatest happiness to greatest number) ความถูก-ผิด ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวกระทำการหรือเจตนาของผู้กระทำ แต่อยู่ที่ผลลัพธ์ โดยให้คิดถึงประโยชน์ส่วนรวมเป็นเกณฑ์ หากมีประโยชน์มากก็ถือได้ว่าถูกมาก
    • มนุษยนิยมเชิงวัฒนธรรม (cultural humanism) แนวคิดสำคัญคือ มนุษย์มีคุณค่าโดยมีวัฒนธรรมเป็นตัวแทน ความถูก-ผิดเป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาผ่านมนุษยนิยมซึ่งมีวัฒนธรรมเข้ามาเกี่ยวข้อง ดังนั้นการตัดสินความดี-ชั่ว จะต้องพิจารณาจารีต ประเพณีและวัฒนธรรมของสังคมที่คนๆ นั้นอยู่ด้วย ไม่ควรนำเกณฑ์ของสังคมหนึ่งไปตัดสินการกระทำของคนในอีกสังคมหนึ่ง

หากพิจารณาเชิงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และบริบท จะพบว่า เกณฑ์ตัดสินจริยธรรมได้ถูกถกแถลงถึงข้อดี-ข้อด้อยของแต่ละเกณฑ์มาอย่างต่อเนื่อง และเป็นเหตุสำคัญที่ทำให้จริยธรรมกลายเป็นเรื่องสำคัญในการถกเถียงในประเด็นความเสมอภาค (equality) ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของแนวคิดประชาธิปไตย และได้ขยายตัวด้วยกระแสโลกาภิวัตน์อย่างกว้างขวาง หากแต่ด้วยความยึดมั่นถือมั่นต่อข้อเชื่อในเกณฑ์เที่ยงแท้และลักษณะของเกณฑ์ตัดสินจริยธรรมทำให้เกิดเป็นความขัดแย้งทางความคิดไปเรื่อยๆ

หากไม่มีหลักยึดเหนี่ยวที่ไม่ยึดติดไว้เป็นหลักการอย่างกลางๆ แล้วย่อมทำให้เกิดข้ออ้างในการประพฤติอะไรก็ได้ เพราะย่อมเป็นสิ่งถูกหรือสิ่งดีได้ ไม่ด้วยเกณฑ์ใดก็เกณฑ์

ปรัชญาจริยะในยุคปัจจุบัน (postmodern ethics) ไม่สนับสนุนแนวทางการอ้างและพิสูจน์ความแท้ของกฎศีลธรรมอย่างเอาเป็นเอาตาย จุดยืนของปรัชญาหลังนวยุคคือ ไม่มีกฎศีลธรรมตายตัวที่ใช้ได้กับทุกคน เพราะทุกระบบของกฎศีลธรรมล้วนมีส่วนจริงด้วยกันทั้งสิ้น แต่ที่แตกต่างกันก็เพราะการตีความ ซึ่งต้องกระทำด้วยวิจารณญาณ คือ วิเคราะห์แยกแยะดี-ไม่ดี วิจักษ์ว่าส่วนดีนั้นดีอย่างไร ส่วนไม่ดีนั้นไม่ดีอย่างไร และวิธานคือเลือกส่วนดีไปประยุกต์ใช้อย่างเหมาะสม

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s