ฮันทิงทันกับการปรับเปลี่ยนกระบวนทรรศน์ 5

๔. วิวัฒนาการของมาตรการความยุติธรรม

๔.๑  ความยุติธรรมคือการแก้แค้น  ในสมัยแรกๆของมนุษยชาติจะพบหลักฐานทั่ว ๆ ไปว่าความยุติธรรมคือการแก้แค้น เช่น  ถ้าญาติคนหนึ่งถูกรังแก  ทุกคนในวงศ์ตระกูลจะต้องช่วยกันแก้แค้นมิฉะนั้นจะไม่ยุติธรรมแก่ผู้ที่ถูกรังแก  วิธีแก้แค้นนั้นทำได้ตามใจ  ทำให้ฝ่ายตรงข้ามเสียหายให้มากที่สุดเป็นใช้ได้  หรือถ้าคนในเผ่าถูกฆ่าตาย ทุกคนในเผ่าถือเป็นหน้าที่จะต้องแก้แค้น เพื่อให้ความยุติธรรมแก่ผู้ตาย  ความรู้สึกที่ว่าต้องรักษาความยุติธรรมในทำนองนี้ยังมีอยู่แม้ในสมัยปัจจุบัน  ผู้รักษากฎหมายบ้านเมืองหย่อนสมรรถภาพ ณ ที่ใด ประชาชนจะจัดการกันเองตามความยุติธรรมแห่งการแก้แค้น  ภาพยนตร์จีนที่ถือการแก้แค้นเป็นคุณธรรม (แค้นนี้ต้องชำระ)  เป็นเรื่องของวรรณกรรมจีนที่เกิดขึ้นในระยะเวลาดังกล่าว  ผู้ชมพึงตระหนักถึงเรื่องนี้และไม่ควรถือเอาเป็นตัวอย่างของคุณธรรมสำหรับคนในสมัยปัจจุบัน  กฎหมายที่กำหนดให้ลงโทษเจ็ดชั่วโคตรก็จัดอยู่ในประเภทเดียวกันนี้

๔.๒  ความยุติธรรมคือการตอบโต้ ณ ที่ใดอารยธรรมก้าวหน้าพอสมควร  ผู้มีอำนาจจะออกกฎหมายควบคุมการแก้แค้น  เพราะเห็นว่าการปล่อยให้แก้แค้นกันเองตามใจชอบโดยไม่มีมาตรการควบคุมนั้นมักจะกระทำกันเลยเถิด  ฝ่ายที่ถูกแก้แค้นก็จะรู้สึกว่าฝ่ายตนได้รับความอยุติธรรม  เพราะฉะนั้นจะต้องคุมพรรคพวกมาแก้แค้นบ้าง  แก้แค้นกันไปแก้แค้นกันมา  ความเสียหายจะหนักเข้าทุกทีจนล่มจมกันทั้งสองฝ่าย  เพื่อยับยั้งการทำลายล้างกันเช่นนี้  ผู้มีอำนาจมักจะออกกฎหมายควบคุมโดยห้ามการแก้แค้นกันอย่างเสรีเสีย  แต่อนุญาตให้ตอบโต้กันได้อย่างยุติธรรมเป็นทางการ เช่น ใครเป็นฆาตกรก็ควรให้เขาผู้นั้นถูกฆ่าตายตามกันไป  ใครทำให้แขนเขาขาดก็ควรถูกตัดแขนให้ขาดตามกันไป  กฎหมายในทำนองดังกล่าวปรากฏในตัวบทกฎหมายว่า “ตาต่อตา ฟันต่อฟัน” เป็นต้น  กฎหมายของโมเสสที่ประกาศใช้ในคัมภีร์พันธสัญญาเดิม  ก็เดินตามมาตรการความยุติธรรมดังกล่าวด้วย  ผู้เขียนเชื่อว่ามาตรการความยุติธรรมของชนชาติโบราณทั่ว ๆ ไป และของเผ่าที่ล้าหลังในปัจจุบันก็คงเป็นไปในทำนองนี้เป็นส่วนมาก  แต่ก็พึงสังเกตว่ามาตรการนี้มีความก้าวหน้าด้านมนุษยธรรมมากกว่ามาตรการแรกอย่างเห็นได้ชัดทีเดียว  ทั้งกษัตริย์แฮมเมอแรบบิ (Hammurabi) และโมเสสจึงได้รับการยกย่องว่าเป็นนักปกครองยอดเยี่ยม

               ๔.๓  ความยุติธรรมคือการชดใช้  ต่อมามนุษย์เราเริ่มเล็งเห็นว่า  การตอบโต้โดยทำความเสียหายให้แก่ฝ่ายทำผิดนั้นมิได้ทำให้ฝ่ายตอบโต้ได้ดีอะไรขึ้นมาเลย  เพราะของที่เสียไปแล้วก็แล้วไปเอากลับคืนไม่ได้  ควรจะให้สิ่งอื่นที่เป็นประโยชน์ชดใช้สิ่งที่เสียไปจะดีกว่า  เช่นนี้จะเป็นความยุติธรรมแก่ฝ่ายที่ถูกทำร้ายมากกว่า  ผู้มีอำนาจจึงวางมาตรการปรับเป็นสิ่งของหรือเป็นจำนวนเงินขึ้น  และเพื่อให้เข็ดหลาบก็มีการทรมานให้เจ็บปวดด้วย  กฎหมายไทยตั้งแต่สมัยพ่อขุนรามคำแหงจนถึงสมัยรัชกาลที่ ๕ เดินตามมาตรการนี้  ซึ่งก็ต้องนับว่าก้าวหน้ามากกว่ามาตรการเดิมอย่างมาก

               ๔.๔  ความยุติธรรมคือการให้โอกาสป้องกันตัว  แต่เดิมฝ่ายที่ฟ้องเป็นฝ่ายได้เปรียบฝ่ายที่ถูกฟ้องซึ่งแม้ไม่ได้ทำผิดก็มักจะแก้ตัวไม่ได้  ต่อมาเมื่อมีการปรักปรำใส่ร้ายกันมากขึ้นจึงเห็นได้ว่าการลงโทษโดยไม่ให้โอกาสจำเลยแก้ตัวนั้นไม่ยุติธรรม  จึงได้มีการออกกฎหมายเปิดโอกาสให้จำเลยได้ป้องกันตัวเองและถ้าโจทก์ไม่มีหลักฐานหนักแน่นพอ  ก็ต้องยกผลประโยชน์ให้แก่จำเลย  ดังนั้น  มาตรการของศาลสถิตยุติธรรมในปัจจุบันย่อมถือว่า  จำเลยไม่ผิดเว้นแต่จะมีหลักฐานผูกมัดเพียงพอ  การปรับปรุงการศาลของพระปิยมหาราชเดินตามมาตรการนี้  และกฎหมายไทยยังยึดถือเป็นหลักจนตราบเท่าทุกวันนี้  ผลก็คือผู้ร้ายได้ใจไปตาม ๆ กัน  นักเขียนการ์ตูน ประยูร จรรยาวงษ์ ล้อเลียนอยู่บ่อย ๆ ว่ากฎหมายชราภาพ  อย่างไรก็ตาม มาตรการนี้ต้องนับว่าดีที่สุดเท่าที่จะกำหนดได้ในระบบการศาล  ช่องโหว่ที่มีอยู่ก็ต้องคิดหาวิธีอุดกันต่อไปอย่างดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

               ๔.๕  ความยุติธรรมคือการเสวนา  ในสภาพปัจจุบัน  นักแก้ปัญหาต้องไม่มองปัญหาอะไรเพียงด้านเดียว  แต่จะต้องพยายามมองให้รอบด้านเพื่อให้เกิดความเข้าใจอย่างดีเกี่ยวกับสถานการณ์ตลอดจนตัวปัญหา  และความต้องการของผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย  ทั้งนี้จะได้หาทางสายกลางที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละสถานการณ์  ในเรื่องของความยุติธรรมก็เช่นกัน จะระบุลงไปเป็นสูตรสำเร็จรูปไม่ได้ว่าอย่างไรจึงจะยุติธรรม  ควรใช้วิธีการวิเคราะห์ปัญหาและพิจารณาส่วนได้ส่วนเสียจากทุกทาง  เพื่อประมวลหาความเหมาะสมแต่ละครั้ง  นี่คือความยุติธรรมแบบเสวนา แม้จะเสียเวลายุ่งยากมาก  แต่ก็ควรใช้เป็นหลักการอย่างยิ่งสำหรับสังคมปัจจุบัน การเสวนา (dialogue) เป็นการเจรจาเพื่อเข้าใจปัญหา  ความคิดเห็น  ความต้องการและสถานการณ์เกี่ยวข้อทุกอย่าง  โดยมีความจริงใจและบริสุทธิ์ใจต่อกันเต็มที่  วิธีหลังนี้เกิดความยุติธรรมได้ยาก  จึงควรฝึกการเจรจาแบบเสวนากันในทุกรูปแบบ  ความยุติธรรมและความสงบสุขร่มเย็นจึงมีความหวังจะเกิดขึ้นได้ในสังคมปัจจุบันของเรา  ด้วยนิยามยุติธรรมจากการเสวนาเพื่อให้แก่แต่ละคนตามสิทธิ  จึงเรียกได้ว่ามีความเป็นธรรม (righteousness, fairness) พระพุทธเจ้าทรงแก้ปัญหาโดยให้ฝึกฝนจาคะยิ่งกว่าจะเรียกร้องความยุติธรรมตามกฎหมาย พระเยซูทรงเน้นการให้อภัยถึง ๗๐ x ๗ ครั้ง

๕.  ผลที่คาดว่าจะได้รับจากการอบรมบ่มนิสัย

ไม่เคยมีโรงพยาบาลใดรับรองว่าสามารถรักษาคนไข้ให้หายได้ทุกคน  ไม่เคยมีศาสนาใดรับรองว่าสามารถอบรมสมาชิกของตนให้เป็นคนดีได้ทุกคน  การอบรมบ่มนิสัยด้วยวิธีการนี้ก็เช่นกัน  ไม่กล้ารับรองว่าเกิดผลทันตาเห็น  แต่ก็ประมาณการได้ว่าจะได้ผลทันทีบ้างเมื่อมีอบรมจบหลักสูตร  สำหรับผู้เป็นบัวเหนือน้ำ  ส่วนที่เหลือก็จะค่อย ๆ เห็นจริง  หลังจากได้รับการฝึกฝนต่อไปก็จะทยอยกันรักที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิต  เปรียบเหมือนบัวในสระมีความพร้อมรับแสงอาทิตย์ต่างๆ กัน  คือ

๕.๑  บัวเหนือน้ำ  จิตใจพร้อมที่จะรับการอบรมได้ทุกรูปแบบ ฟังการอบรมแบบใดก็ชอบหมด รับได้หมด เห็นคุณประโยชน์ได้หมด โดยไม่ต้องจูงใจอะไรมาก

๕.๒  บัวปริ่มน้ำ  จิตใจนานาจิตตัง  เลือกฟังและเลือกชอบเฉพาะที่ถูกโฉลก  จึงต้องมีไว้หลายๆแบบให้เลือก อาจจะมีสักแบบหนึ่งที่ชอบและนำไปใช้ได้ผลกับตน

๕.๓  บัวกลางน้ำ  เป็นพวกมีจุดยืนของตนเอง  ชอบฟังและเอาไปคิด ไม่เชื่ออะไรง่ายๆ อยากฟังให้ครบทุกรูปแบบเสียก่อน  เพื่อเอามาเปรียบเทียบกันให้เห็นจริงถ่องแท้ด้วยตนเองเสียก่อน จึงจะยอมทำตามด้วยจุดยืนของตนเอง  ผู้อบรมจึงต้องมีความเพียรอดทน  พร้อมตอบทุกคำถามที่เขาอยากจะถาม  ครั้นมั่นใจจริงๆแล้วก็จะทุ่มเทชีวิตจิตใจให้อย่างเสียสละ  กลายเป็นกำลังสำคัญในการอบรมคุณธรรมต่อไป

๕.๔  บัวปริ่มตม  เป็นพวกไม่จริงใจ  เชื่อในหลักการว่า “คนชั่วได้ดีมีถมไป”  ภาษาฝรั่งเรียกพวกนี้ว่า แอพเผอคีวเรียน (Epicurean) คือโกงกินอย่างมีการวางแผนให้ได้มากที่สุดและนานที่สุด พวกเขาสามารถเสแสร้างแบบหน้าซื่อใจคด คนบาปในคราบนักบุญ ทำบุญเอาหน้า ภาวนาโกหก กินตามน้ำ ได้ไหนเอานั่น เขาสนใจศึกษาคุณธรรมโดยอาจจะเสแสร้างทำตัวเป็นผู้มีคุณธรรมเพื่อจับเส้นผู้มีคุณธรรมเอาไว้หากินได้แนบเนียนมากที่สุด  พวกนี้ไม่เพียงแต่ไร้ศีลธรรมแต่เป็นผู้ทำลายศีลธรรมอย่างร้ายกาจ ไม่เพียงแต่หนักโลกแต่เป็นภัยต่อสังคมด้วย (วิธี Paradigm Shift ใช้ได้กับพวกนี้สำเร็จได้เป็นบางคน  แต่ต้องใช้ความเพียรอดทนมาก และต้องยอมเข้าเนื้อ)

 ๕.๕ บัวใต้ตม  ไม่อยู่ในบัว ๔ เหล่าที่อรรถกถาจารย์กล่าวถึง  เพราะพวกเขาเป็นเพียงตม ไม่สนใจรับฟังการอบรม  เขามีชีวิตเหมือนที่ภาษาฝรั่งเรียกพวกนี้ว่า เฮโดนิสต์ (Hedonist)  พวกเขาดีกว่าพวกเอพเผอคีวเรียนตรงที่ไม่เสแสร้งและไม่คิดคดโกงหลอกลวงใคร  ฝรั่งเรียกพวกนี้ว่า เขามีชีวิตเหมือนสุนัขตัวหนึ่ง (cynic ภาษากรีกแปลว่าสุนัข)  คือหาความสุขเฉพาะหน้าไปขณะต่อขณะไม่วางแผนอนาคต ไม่คิดโลกหน้า เขาบอกตรงๆว่าจะเอาอะไร โลกนี้เป็นแค่เวทีละคร จบบทบาทเมื่อไรตัวละครก็กลายเป็นเลขศูนย์  พวกนี้เพียงแต่หนักโลกไม่ทำลายศีลธรรม แต่ก็เป็นตัวอย่างไม่ดีและชอบเย้ยหยันคนมีศีลธรรมให้เสียกำลังใจ

จากข้อมูลข้างต้นนี้  วิธีเปลี่ยนกระบวนทรรศน์จึงไม่อาจจะอวดอ้างได้ว่าเป็นวิธีเดียวหรือเป็นวิธีที่ดีที่สุดสำหรับตอบปัญหาว่า “ทำอย่างไรคุณธรรมจึงกลับมาสู่แผ่นดินไทย”  แต่ขอเสนอเป็นวิธีเสริมทุกวิธีดีๆที่มีอยู่แล้ว  เนื่องจากเป็นวิธีแปลกใหม่สำหรับประเทศไทย  จึงขอทำการศึกษาด้วยการวิจัยเชิงความคิด (conceptual research) จากประสบการณ์ต่างประเทศเท่าที่รู้ เพื่อเขียนเป็นคู่มืออบรมผู้สอนคุณธรรม (Training the trainers) ให้รู้จักใช้ความรู้ ความสามารถ และพรสวรรค์ของแต่ละคนในการเปลี่ยนกระบวนทรรศน์ จะปลุกต่อมคุณธรรมให้ตื่นขึ้นและเจริญต่อไปเหมือนได้ปลูกฝัง เมื่อได้คู่มือแล้ว จะต้องมีการทดลองใช้เพื่อประเมินผลและปรับปรุงตามระเบียบวิธีวิจัยเชิงข้อมูลและสถิติต่อไป  ถึงตอนนั้นก็จะประกาศได้ว่าใคร ณ ที่ใดไม่ชอบการอบรมวิธีอื่นๆที่มีอยู่  ขอให้ส่งมาให้เราได้ เฉพาะบัวเหล่า ๑-๓ เท่านั้น  ส่วนเหล่าที่ ๔ และ ๕ นั้นต้องใช้กฎหมายกับการใช้วิธีผิดกฎหมายของพวกเขาเสียก่อน ต่อจากนั้นจึงจะให้เราไปช่วยเสริมได้  โดยติดต่อให้เราได้รู้จักกับพวกเขา  แล้วเราจะหาวิธีตะล่อมตามเทคนิคของเรา คือเริ่มคุยอะไรก็ได้ที่พวกเขาสนใจ  ขอให้เรามีโอกาสคุยกันเท่านั้น เราจะหาวิธีเปลี่ยนกระบวนทรรศน์ด้วยเทคนิคของเรา ซึ่งจะได้ผลเป็นบางรายเหมือนการเยียวยาสุขภาพทางกาย

หมายเหตุ  การแบ่งบัวเป็น ๕ เหล่าก็เพื่อใช้อธิบายจริยศาสตร์สากลเท่านั้น  จะหาอย่างอื่นก็ไม่มีอะไรแบบเนียนเท่ากับดอกบัวซึ่งเป็นดอกไม้ของชาวเอเชียทั่วไป

อ่าน ฮันทิงทันกับการปรับเปลี่ยนกระบวนทรรศน์[4]

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s