ฮันทิงทันกับการปรับเปลี่ยนกระบวนทรรศน์[3]

๓.๓ จัดระเบียบสังคมด้วยธรรมาภิบาล (การบริหารงานที่ดี)

                     ธรรมาภิบาล (good governance) คือการบริหารงานปกครองประเทศที่เป็นธรรมแก่ทุกคนที่เป็นเจ้าของประเทศ  ซึ่งตามหลักการจะต้องประกอบด้วยองค์ประกอบ ๓ คือ กฎหมาย จรรยาบรรณ และจริยธรรม

กฎหมาย  คือ ระเบียบการต่าง ๆ ที่บังคับพลเมืองทุกคนของแต่ละประเทศชาติให้ต้องปฏิบัติและถือตามอย่างเสมอหน้ากัน  หากมีกรณียกเว้นก็ต้องยกเว้นแก่ทุกคนที่อยู่ภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน  เพื่อให้เป็นไปได้อย่างนี้จำเป็นต้องมีบทลงโทษผู้ฝ่าฝืนอย่างเสมอหน้ากันด้วย  หากมีการแก้กฎหมายจะใช้บังคับตั้งแต่มีการประกาศแก้อย่างเป็นทางการแล้ว  จะย้อนหลังไม่ได้

กฎหมายจะต้องมีมากพอที่จะป้องกันความเสียหายในสังคม แต่ไม่มากเกินจำเป็น เพราะจะเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพของผู้ถือกฎ

จรรยาบรรณ  คือระเบียบการเพิ่มเติมสำหรับบุคคลกลุ่มหนึ่ง ๆ ที่ทำประโยชน์แก่สังคมและได้ผลประโยชน์จากสังคม จึงมีฐานะเป็นกฎหมายเฉพาะกลุ่มเพื่อค้ำประกันความรับผิดชอบเพียงพอต่อสังคมให้ได้ผลประโยชน์สูงสุดและผู้รับผิดชอบได้ผลตอบแทนคุ้มกับความเสียสละที่ยอมรับใช้สังคมตามข้อตกลง  จรรยาบรรณจึงมีฐานะเหมือนกฎหมายแต่ใช้เฉพาะกลุ่ม คือ ต้องมีบทลงโทษผู้ฝ่าฝืนโดยมีการสอบสวนและลงโทษอย่างเสมอหน้าเฉพาะกลุ่ม

หมายเหตุ  จรรยาบรรณถ้าระบุบทลงโทษก็เป็นระเบียบการที่ต้องการเน้น ถ้าไม่ระบุบทลงโทษก็มีฐานะเป็นเพียงคุณธรรม จริยธรรม แต่ผู้ทำจรรยาบรรณต้องการเน้นเป็นพิเศษ ผู้ปฏิบัติได้ความดีความชอบแต่ผู้ไม่ปฏิบัติไม่พึงได้รับโทษ

จริยธรรม คือ การกระทำดีใด ๆ นอกเหนือไปจากกฎหมายและจรรยาบรรณ  ส่วนนี้มีบทลงโทษไม่ได้  ได้แต่ชักขวนเกลี้ยกล่อมด้วยการอบรมเสนอแนะ  แต่ก็มีความสำคัญต่อการถือและปฏิบัติกฎหมายและจรรยาบรรณอย่างเต็มใจและมีความสุขด้วย  จึงมีการให้รางวัลได้เพื่อเป็นกำลังใจและเชิญชวน

๓.๔ วิเคราะห์ ๕ ระดับของต่อมคุณธรรม และต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า “ต่อมคุณธรรมทำงาน” จะให้ความสุขแท้กว่าความสุขที่ได้จากสัญชาตญาณอื่นๆ ข้อพิสูจน์ที่สำคัญคือ

๑)  เอกภพพัฒนาคุณภาพตลอดเวลา เป็นธรรมชาติของทุกสิ่ง

๒)  วิทยาศาสตร์ก้าวหน้าทำให้เกิดทุกข์มากกว่าสุข (ทำงานมากขึ้น เพราะต้องแข่งขันกันจนเครียด)  คนเราทุกคนมีต่อมคุณธรรมที่ทำการตามกระบวนทรรศน์ ๕ ของปัญญา ดังนี้

      ๓.๔.๑ กระบวนทรรศน์ดึกดำบรรพ์  ในยุคดึกดำบรรพ์มนุษย์เราต่างคนต่างอยู่  ถ้ำใครใครอยู่ อู่ใครใครนอน ชอบใจอะไรก็ทำอย่างนั้น ไม่มีกฎ ไม่มีเกณฑ์ ไม่พอใจถ้ำนี้ก็ไปหาถ้ำอื่น เห็นปลอดภัยเข้าไปอยู่ได้เลย ไม่ต้องขออนุญาตใคร ถ้าเบื้องบนไม่ห้ามเป็นใช้ได้ ถ้าถ้ำนั้นมีใครอยู่ก่อนแล้วก็ไล่เขาออกไปให้ได้ มิฉะนั้นก็ไปหาถ้ำอื่นดีกว่า ต้องการคู่ครองก็ออกไปด้อมๆมองๆ พอใจคนไหนไม่ต้องพร่ามทำเพลง ตีหัวให้สลบดึงผมเข้าถ้ำเป็นเสร็จพิธี ถ้าไม่สลบก็ตีอีกทีอย่าให้แรงถึงตาย หากบังเอิญพลั้งมือถึงตายจริงๆ ก็เขี่ยลงเหว เดินหน้าหาใหม่ จนกว่าจะพบคู่ถูกใจและใช้วิธีเดิม จนกว่าจะสมใจ หากเธอมีผู้คุ้มกันก็ดูว่าพอสู้ไหวไหม มิฉะนั้นก็อย่ายุ่งเกี่ยวดีกว่า เบื้องบนยังไม่ประทานให้ คิดได้แค่นั้นก็หมดเรื่อง

มนุษย์ดึกดำบรรพ์ไม่รู้จักเสียสละให้ใคร จนกว่าจะมีลูกสืบสันดาน จึงรู้จักทำเพื่อลูกตามสัญชาตญาณสืบยีน  แม้แต่เบื้องบนเขายอมตามพระประสงค์เพราะกลัวจะเสียประโยชน์  เขาจะเอาใจเบื้องบนก็เพราะหวังได้ประโยชน์  ต่อมคุณธรรมของเขาก็คือประโยชน์ส่วนตนและทายาทตามสัญชาตญาณเห็นแก่ตัวหรืออัตตานิยม (egoism) ผู้มีชีวิตอยู่ทุกวันนี้ยังมีจำนวนมากที่มีกระบวนทรรศน์แบบนี้และต่อมคุณธรรมของเขาอยู่ตรงนี้  บางทีทำไปโดยไม่รู้ตัว บางทีทำทั้งๆที่รู้  เพราะสมัครใจจะเป็นคนอย่างนั้น ใครจะทำไม อยากให้คนประเภทนี้ทำอะไร จี้ให้ถูกต่อมคุณธรรมของเขา  เขาจะเต็มใจทำทุกอย่างอย่างทุ่มเท ไม่เชื่อก็ลองดูแต่พึงระวังว่าอัตตานิยมของเขาอาจจะแปรสภาพเป็นการหลอกลวงและทุจริตที่แนบเนียนภายใต้โฉมหน้าแห่งความสุจริตเชิงกุลยุทธ์ได้ง่ายมาก

๓.๔.๒ กระบวนทรรศน์โบราณ  เริ่มเมื่อคนเราจำเป็นต้องออกจากถ้ำมารวมกลุ่มกันเพื่อความอยู่รอด “รวมกันเราอยู่ สู้คนเดียวหัวหาย”  จำเป็นต้องมีหัวหน้า จำเป็นต้องมีกฎมีระเบียบเพื่อสังคมอยู่รอด “จงรักษากฎและกฎจะรักษาตัวท่าน (และทุกคนที่ท่านรัก) ต่อมคุณธรรมอยู่ที่ความรักเสียสละต่อหมู่คณะของตนยิ่งกว่าประโยชน์ส่วนตนและส่วนครอบครัว ใครทำได้ถือว่าเป็นวีรบุรุษวีรสตรี เทพ เทวีประจำหมู่คณะ  ใครแปรพักตร์ไปทำประโยชน์ต่อหมู่คณะอื่นถือว่าทรยศ  และไม่มีหมู่คณะใดไว้วางใจ  ไปอยู่ได้อย่างมากก็ในฐานะคนแปลกหน้าพึ่งใบบุญ  มิฉะนั้นก็ตกเป็นทาส  การขับไล่ออกจากหมู่คณะถือว่าเป็นโทษร้ายแรงยิ่งกว่าโทษประหาร  เพราะไม่ตายก็เหมือนตาย แต่ต้องลำบากมากก่อนตาย  คนกระบวนทรรศน์อย่างนี้ยังพอจะมีบ้างในสังคมของเรา  จี้ให้ถูกต่อมคุณธรรมของเขา (ซึ่งเขาคิดว่าดีพอสำหรับเขา) เขาจะเต็มใจทำทุกอย่างอย่างทุ่มเท  ไม่เชื่อก็ลองดู แต่คงมีน้อยกว่าพวกแรก

พวกนี้ดูเหมือนว่าต่อมคุณธรรมของเขาจะอยู่ระดับสูงกว่าพวกแรก  แต่ต้องระวังความเลยเถิดของพวกเขาในด้านพงศานิยม (racism)  ซึ่งอาจจะเป็นชนวนความเดือดร้อนในสังคมได้เพียงแต่เพราะหวังสร้างจุดเด่นในหมู่คณะ  เขาอาจจะคิดว่าเป็นคุณธรรม แต่มันเป็นคุณธรรมที่ไม่ครบองค์ประกอบ จึงเป็นเพียงคุณธรรมเทียม

๓.๔.๓ กระบวนทรรศน์ยุคกลาง  เริ่มจากการมีศาสดาและคนส่วนใหญ่เชื่อศาสดามากกว่าเชื่อผู้นำชุมชน  จะรับใครเป็นผู้นำชุมชนก็เพราะมั่นใจว่าเขาปกครองตามคติของศาสดา  มิฉะนั้นจะเปลี่ยนผู้นำชุมชนแทนเปลี่ยนศาสนา  ต่อมคุณธรรมของคนกลุ่มนี้คือศาสนนิยม (religionism ซึ่งอาจจะถึงขึ้น fundamentalism และ fanatism) บางคนอาจจะยอมเสียสละทุกอย่างแม้แต่ชีวิตอย่างไร้เหตุผลเพียงพอ  จึงอาจจะตกเป็นเครื่องมือของผู้หวังอำนาจหรือผลประโยชน์ใดๆ  โดยอ้างคำสอนหรือศรัทธาเป็นที่ตั้ง  แต่บิดเบือนเจตนาของศาสดาเพื่อให้ตนหรือพรรคพวกของตนได้ประโยชน์  โดยไม่คำนึงว่าใครจะเดือนร้อนประการใด  คนประเภทนี้ดูเหมือนว่าต่อมคุณธรรมของเขาอยู่ระดับสูงกว่า ๒ ประเภทแรก  แต่พึงระวังและสงสารความไร้เดียงสาของพวกเขา  เพราะอุดมการณ์ที่พวกเขาถือว่าสูงส่งที่สุดนั้นอาจจะเป็นอันตรายต่อตนเองและผู้อื่น  อันเป็นความสูญเสียที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น  ความสูญเสียในอดีตน่าจะเพียงพอแล้วที่จะไม่สร้างความจำเป็นเช่นนั้นอีก  ขอให้ช่วยกันดูแลอย่าให้เกิดซ้ำขึ้นมาอีกเป็นอันขาด

๓.๔.๔ กระบวนทรรศน์นวยุคหรือยุคใหม่  เริ่มจากความกระตือรือล้นถึงขั้นหลงใหลในผลสำเร็จของวิธีการวิทยาศาสตร์จนกลายเป็นความหวังว่าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจะช่วยแก้ปัญหาทุกอย่างของมนุษย์ได้สักวันหนึ่ง  จนอาจจะแปลงโลกนี้ให้เป็นสวรรค์บนดินก็เป็นได้  นั่นคือเราจะพบวิธีกำจัดการเกิด แก่ เจ็บ ตาย  เพื่อรักษาความสมดุลให้มีพลโลกอยู่เท่าเดิมและป้องกันโรคได้ทุกชนิด  ป้องกันอุบัติเหตุได้ทุกอย่าง  ที่กระทบกระเทือนต่อชีวิตความเป็นอยู่ของมนุษย์  จัดระเบียบสังคมใหม่ให้ทุกคนแบ่งงานกันทำอย่างทั่วหน้าโดยแต่ละคนทำงานน้อยที่สุด  และใช้เวลาหาความบันเทิงให้มากไว้ พวกเขาจึงคิดว่าการทุ่มเทเพื่อเป้าหมายดังกล่าวเป็นความเสียสละต่อมวลมนุษย์ทั้งโลก  ต่อมคุณธรรมของพวกเขาคือลัทธิมนุษย์นิยม (humanism) คือทำทุกอย่างเพื่อประโยชน์สุขของมวลมนุษย์อย่างไร้พรมแดนแห่งประเทศ ชาติ เชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรม และภาษา อยากให้คนประเภทนี้ทำอะไร  ลองจี้ให้ถูกต่อมคุณธรรมของเขา  เขาจะเต็มใจทำทุกอย่าง  แต่ก็พึงระวังความเลยเถิดของเขา  จนกลายเป็นเครื่องมือของผู้นำชาญฉลาดอย่างฮิตเลอร์หรือสตาลิน  ชักชวนให้ช่วยกันทำลายอุปสรรคทุกอย่างที่ขวางหน้า  โดยไม่แคร์ว่าจะต้องฆ่าคนที่ไม่เห็นด้วยไปสักเท่าใด  เพื่อให้บรรลุเป้าหมายเร็วอย่างใจ

                           ๓.๔.๕ กระบวนทรรศน์หลังนวยุค เป็นกระบวนทรรศน์แห่งการไม่ยึดมั่นอย่างมีวิจารณญาณ จึงถือคติสายกลางว่ายึดเหนี่ยวแต่ไม่ยึดติด  คือยึดเหนี่ยวทางสายกลางที่เลือกส่วนดีจาก ๒ ข้างที่สุดขั้ว  เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นเรื่อยไปอย่างไม่ยึดติดที่ขั้นใดเลย  เมื่อมีคุณภาพชีวิตในระดับหนึ่งแล้วก็หาสิ่งที่ดีกว่าต่อไปอีกนิดหนึ่ง  เมื่อได้แล้วก็แสวงหาต่อไปอีกนิดหนึ่ง  ตลอดชีวิตจึงมีแต่การแสวงหา  การแสวงหาคือการยึดเหนี่ยว  แต่จะไม่ยอมยึดติดอยู่ที่ขั้นใดเลย

วิจารณญาณของการยึดเหนี่ยวแต่ไม่ยึดติดก็คือ  คุณธรรมแม่บท (Cardinal Virtue) (องค์ประกอบของคุณธรรม)  ๔ ได้แก่

๑. ความรอบคอบ  คือแสวงหาความรู้เรื่องคุณธรรมอย่างดีที่สุดตามโอกาส  เพื่อได้ สัจจะแห่งชีวิต

๒.  ความกล้าหาญ  คือกล้าที่จะทำตามที่รู้ว่าดีในแต่ละขณะ  เพื่อมีทมะข่มใจไม่ท้อแท้ต่ออุปสรรคใดๆ

๓.  ความพอเพียง  หรือทางสายกลาง  ไม่ขาดไม่เกิน  ฝึกใจให้มีขันติ  ไม่โลภทำดีเกินไป  และฝืนต่อความเกียจคร้านที่ไม่อยากทำดี

๔.  ความเป็นธรรม  ไม่ละเมิดสิทธิของผู้ใด  และยินดีให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องได้ตามสิทธิ  แม้จะต้องเสียเปรียบก็ยินดีบริจาคเพื่อฝึกจาคะ

จึงเห็นได้ว่าคุณธรรมแม่บท ๔ ที่แอร์เริสทาทเถิล ชาวกรีกคิดขึ้นเป็นคนแรก  ที่แท้ก็มีก่อนแล้วในพระไตรปิฎก  เพราะเทียบได้กับฆราวาสธรรม ๔ ได้พอสมควรทีเดียว และเชื่อว่าคงจะอธิบายได้ในบรรยากาศคำสอนของทุกศาสนา เพราะเป็นฐานปรกติของการทำดี

ดังนั้นต่อมคุณธรรมของคนกลุ่มนี้ก็คือ  ยินดีทำทุกอย่างเพื่อคุณภาพชีวิตของตนเอง ของเพื่อนมนุษย์ทุกคน  และของเอกภพทั้งหมด  เขาถือลัทธิเอกภพนิยม (cosmopolitarianism) อย่างสมบูรณ์แบบ  คือดูแลให้ทุกคนและทุกสิ่งมีส่วนร่วมในคุณภาพของกันและกัน (caring and sharing) โดยถือสัจธรรมว่าทุกสิ่งจะเดินหน้าไปด้วยดีพร้อมกันโดยดูแลกันตามความรู้ความสามารถ

สรุป  ก็คงสรุปได้ไม่ยากว่า “ต่อมคุณธรรมนั้นมีจริง”  แต่มีอยู่หลายต่อม  ในมนุษย์แต่ละคนมีต่างกันเป็น  ๕  ต่อม  จี้ไม่ตรงต่อมที่เขามี ก็ไม่เกิดผล  แต่ถ้าต่อมที่เขามีอยู่นั้นเป็นต่อมที่ล้าสมัย  และเราไปจี้เข้าโดยจงใจเพราะหวังผลทางอ้อม หรือโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์  ก็จะเกิดผลตามที่จี้อย่างสุจริตใจด้วย  ผลข้างเคียงที่ให้ร้ายก็เกิดขึ้นอย่างสุจริตใจ  ก็ต้องตามแก้กันไปอย่างไม่รู้จักจบสิ้น  คุณธรรมทุกข้อจึงต้องอาศัยความพอเพียงซึ่งต้องช่วยกันศึกษาให้ถ่องแท้และปฏิบัติอย่างมีวิจารณญาณ  เป็นเศรษฐกิจพอเพียงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงกำชับว่า  มิเป็นเพียงเศรษฐกิจ  แต่เป็นคุณธรรม  กล่าวได้อีกอย่างว่าเป็นทั้งเศรษฐกิจพอเพียงและคุณธรรมแห่งความพอเพียง ช่วยกันจี้ให้ถูกต่อมอันพึงประสงค์เถิด  สังคมจะดีขึ้นอย่างแน่นอน

 

๓.๕  ต้องหาเทคนิคสำหรับเปลี่ยนกระบวนทรรศน์สู่กระบวนทรรศน์สุดท้าย  เพื่อจี้ให้ต่อมคุณธรรมทำงาน ต้องค้นคว้าต่อ ในเรื่องต่อไปนี้

๓.๕.๑  การยึดมั่นถือมั่น / การไม่มียึดมั่นถือมั่นเปรียบเทียบกัน

๓.๕.๒  ความจริง ๕ วิชาที่แสดงว่ากฎไม่คงที่ : ๑+๑ = ๑ ; ๑ = ๐ ได้หรือไม่

๓.๕.๓  สิ่งจริงเราไม่รู้ สิ่งรู้มันไม่จริง

๓.๕.๔  เส้นขนานพบกันได้

๓.๕.๕  ลูกอายุมากกว่าพ่อบังเกิดเกล้า

๓.๕.๖  เอกภพปรับตัวตลอดเวลา

ทั้งนี้เพื่อให้คลายทิฎฐิจะได้พร้อมรับฟังหลักการ (เหมือนอนาถปิณฑิกเศรษฐีปราบพราหมณ์ในทิฎฐิสูตรและพระพุทธเจ้าทรงรับรองความเหมาะสม) (ดูภาคผนวกท้ายเล่ม)

อ่าน ฮันทิงทันกับการปรับเปลี่ยนกระบวนทรรศน์[2]

One thought on “ฮันทิงทันกับการปรับเปลี่ยนกระบวนทรรศน์[3]

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s