คุณค่าของความสุข: ปรัชญากระบวนทรรศน์

อ.ดร.สิริกร อมฤตวาริน

ปรัชญาหลังนวยุคได้ปรับท่าทีอย่างสำคัญหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยเน้นการส่งเสริมมนุษยนิยม (Humanism) เพื่อการยอมรับความแตกต่างหลากหลายอันเป็นหนทางของการประนีประนอม ลดความขัดแย้งและส่งเสริมสันติภาพโลก อารยธรรมของมนุษย์ได้แสดงรูปแบบของความสุขในการใช้ชีวิตในโลกนี้ รวมไปถึงความสุขในการนับถือศาสนาและแสดงให้เห็นว่าแตกต่างกัน

ความขัดแย้งอย่างสำคัญคือการเชื่อว่าความดีฝ่ายตนเป็นความดีสูงสุด และมนุษย์ต้องมุ่งสู่ความดีสูงสุด ความดีของฝ่ายอื่นล้วนแล้วแต่เป็นการเห็นผิดทั้งสิ้น ปรัชญาหลังนวยุคจึงเชื่อว่าความดีสูงสุดที่มนุษย์ควรแสวงหาและยึดถือเป็นอุดมคติของการดำเนินชีวิตนั้นมีมากมายหลายสิ่ง   ไม่ว่าจะเป็นความสุขกาย  การกินอิ่ม นอนหลับ  ความสบายใจ  การแสวงหาปัญญาความรู้  การแสวงหาความหลุดพ้น การได้พักผ่อนตากอากาศ การท่องเที่ยว  การได้ชื่นชมศิลปะ การมีเพื่อน การได้รับการยอมรับจากสังคม  สิ่งต่างๆ เหล่านี้มีคุณค่าในตัวเอง และมนุษย์ก็ควรที่จะถือว่าไม่มีอะไรฐานะสูงสุดกว่ากัน  การมองความแตกต่างโดยแยกเป็นความสูงต่ำ ทำให้เกิดการดูถูก และประเมินผู้อื่นต่ำกว่าตน นำไปสู่การแบ่งแยกอันเป็นสาเหตุสำคัญของความขัดแย้งในสังคมได้ แม้แต่การนับถือศาสนาเพื่อหาความสุขสูงสุดของศาสนา ก็มีความพยายามที่จะแสดงว่าความสุขในศาสนาของตนเหนือกว่าความสุขในศาสนาอื่นจนเกิดความขัดแย้งในระหว่างศาสนาอยู่เป็นประจำ

หากยังเชื่อว่าความสุขปัญญาเป็นความสุขสูงสุดด้วยการอ้างว่ามนุษย์มีสัญชาตญาณปัญญา และต้องแสวงหาความสุขปัญญาจึงจะพบสุขแท้ สุขอื่นๆ เป็นความสุขไม่แท้ก็เป็นเพียงการยกอ้างความสุขสูงสุดอีกด้านหนึ่ง ทำให้เกิดการเปรียบเทียบและลดคุณค่าความสุขของผู้อื่นว่าเป็นสิ่งต่ำต้อย  ไม่ดี ไม่สูงส่งเท่ากับความสุขปัญญา มนุษย์ที่นิยมและชื่นชมความสุขอื่นๆ ย่อมถูกทำให้แตกแยก แตกต่างและถูกลดคุณค่าลงไปด้วยเช่นกัน ดังนั้นเพื่อสันติภาพโลกจำเป็นต้องยอมรับหลักการที่ว่าไม่มีความสุขใดมีคุณค่าเหนือกว่าความสุขอื่น มนุษย์ที่ยอมรับหลักการนี้ได้เขาย่อมพบความสุขในชีวิต อีกทั้งนำไปสู่พหุสังคมอันจะเกิดการยอมรับความแตกต่างระหว่างกันอย่างให้เกียรติกัน และย่อมเกิดความสงบสุขในสังคมนั้นอย่างยั่งยืน

ข้อโต้แย้งนี้เชื่อว่าไม่มีความสุขใดมีคุณค่ามากกว่ากันโดยไม่คำนึงถึงว่าเป็นความสุขแท้ของมนุษย์หรือไม่ ผู้วิจัยมีเหตุผลโต้กลับได้ คือ ความสุขต่างๆ ล้วนถูกจัดเป็นความสุข แต่จะเป็นความสุขแท้สำหรับมนุษย์จะต้องพิจารณาจากคุณภาพของความสุข ความสุขใดมีคุณภาพดีย่อมเป็นความสุขที่อยู่ได้ยาวนานและมนุษย์ย่อมแสวงหาความสุขนั้นอยู่เนืองๆ เป็นประจำ สม่ำเสมอจนเกิดเป็นความประพฤติ จริยศาสตร์จึงบัญญัติความประพฤติดีนั้นไว้เป็นคุณธรรม เมื่อพิจารณาด้วยปรัชญากระบวนทรรศน์ ย่อมวิเคราะห์ได้ว่ามนุษย์ในแต่ละกระบวนทรรศน์ต่างต้องการความสุข และมีความแตกต่างหลายหลายของวิถี (mean) ในการได้มาซึ่งความสุข และความพอใจต่างๆ มนุษย์ได้ทดลองความสุขต่างๆ และแสดงไว้แล้วว่าอะไรเป็นความสุขของมนุษย์ เช่น ความสุขในการพักผ่อน ความสุขในการกินอิ่ม นอนหลับ ความสุขในการมีความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ความสุขในการมีมิตรไมตรี มีเพื่อนมีครอบครัว ความสุขจากการมีชื่อเสียงเกียรติยศ และความสุขในการรู้จักตนเอง ดังที่นักจิตวิทยาหลายๆ คนได้นำเสนอไว้เป็นประเภทๆ  หากแต่นักจิตวิทยาเหล่านั้นก็ยกย่องความสุขในการรู้จักตนเองเป็นความสุขที่มีระดับคุณภาพมาก ดังนั้นสำหรับความสุขแล้ว นักปรัชญาย่อมไม่มีหน้าที่กำหนดประเภทหรือระดับ แต่นักปรัชญาสนใจในคุณภาพของความสุข ความคงตัว ความคงที่ของความสุขซึ่งนักปรัชญาได้คิด วิเคราะห์กันมาตลอดประวัติศาสตร์อารยธรรมของมนุษยชาติ

เมื่อใช้วิจารณญาณเบื้องต้นว่า สิ่งมีอยู่ทั้งหลายล้วนมีสายใยของชีวิตเชื่อมโยงถึงกันหมด และดำรงอยู่ในลักษณะของสิ่งที่บูรณาการในระบบองค์รวม โดยที่แต่ละส่วนมีที่อยู่และมีการแสดงซึ่งอยู่ในขอบเขตของความสมดุล สิ่งมีอยู่ล้วนแต่ดำรงอยู่ในสายใยแห่งชีวิตสายเดียวกัน  โดยที่ชีวิตทุกชีวิตมีความสำคัญ มีคุณค่า และสามารถพัฒนาศักยภาพของตนเองให้สูงขึ้นได้ เมื่อได้ตระหนักรู้ มีโอกาสที่จะพัฒนา สำหรับมนุษย์แล้วความสุขขั้นพื้นฐานของมนุษย์คือ ความต้องการวัตถุมาหล่อเลี้ยงชีวิต ซึ่งเป็นความสุขที่ยึดเอาตนเองเป็นจุดศูนย์กลาง อันเป็นหัวใจสำคัญของแนวคิดมนุษยนิยม หากแต่กระบวนทรรศน์นวยุคได้ใช้แนวคิดมนุษยนิยมนี้ไปในทางเห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตน แสวงหาวัตถุมาบำรุงตนเองให้มีความสุข มีความเพลิดเพลิน  โดยไม่สนใจว่าคนอื่น หรือสิ่งแวดล้อมจะเสียหาย ถูกทำลายไปมากเท่าใด เพราะผู้ถือกระบวนทรรศน์นวยุคยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง หากแต่ปรัชญากระบวนทรรศน์หลังนวยุคเน้นมนุษยนิยมในลักษณะของมนุษยธรรม การปรับตัวของมนุษย์เพื่อให้อยู่ในโลกได้อย่างมีความสุข การแสวงหาจะต้องพิจารณาประโยชน์ต่อส่วนรวม ในขณะที่ก็ต้องไม่ทำร้าย ทำลายสิ่งอื่นหรือผู้อื่นด้วยเช่นกัน การประพฤติเช่นนี้จึงจะถือได้ว่าประพฤติดี  มนุษย์ที่พัฒนาศักยภาพของตนให้ก้าวหน้าเพื่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดี เขาย่อมจะสามารถรู้ได้ว่าความสุขใดเป็นความสุขแท้ที่เหมาะสมกับความเป็นมนุษย์  เขาย่อมยอมรับว่าการมีความเมตตาต่อผู้อื่น สิ่งอื่นตลอดจนสรรพสิ่งในจักรวาลนั้นจะทำให้เขาพัฒนาศักยภาพของตนออกไปได้สูงสุด และเขาจึงได้รับความสุขที่มีระดับคุณภาพสูงสุดเช่นกัน

หากแต่ผู้ที่ชื่นชอบลัทธิไม่แตกต่าง (indifferentism)  นั้นย่อมอ้างความชอบธรรมของตน เพียงใช้ถ้อยคำว่าที่แสดงการยอมรับความแตกต่างหลากหลาย (variety) มาเป็นตัวแทนของความไม่แตกต่าง เพื่ออ้างที่จะได้ทำอะไรตามใจตน รวมไปถึงการไม่ต้องเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาตนเอง อาจถึงขั้นใช้สัญชาตญาณก้อนหินเพื่อให้ตนเองมีความสุขกับการไม่เปลี่ยนแปลงต่างๆ  ซึ่งนำไปสู่การไร้สมรรถนะของความเป็นมนุษย์ได้ การชื่นชอบและเลือกที่จะมีความสุขในรูปแบบต่างๆ โดยถือว่าไม่แตกต่างกันนั้นย่อมทำให้ไม่เกิดการพัฒนาคุณภาพขึ้น เพราะไม่ว่าจะมีคุณภาพอย่างไร ก็ต้องยอมรับได้เนื่องจากมีความเชื่อเบื้องต้นว่าสิ่งดี ล้วนไม่แตกต่างกัน ความสุขในคุณภาพเช่นไรก็ย่อมไม่ต่างกัน มนุษย์ก็คงต้องยอมรับความเป็นจริง และอยู่กับสิ่งรายล้อมรอบตัวต่างๆ ด้วยถือว่าเป็นความสุขแท้ทั้งสิ้น หากมนุษย์หลงอยู่กับความคิดเช่นนี้ เขาก็จะไม่แสดงศักยภาพใดๆ ในการพัฒนาคุณภาพชีวิต

ผู้ที่ชื่นชอบลัทธิประโยชน์นิยม (utilitarianism) ก็ย่อมคิดถึงปริมาณความสุขตามเบนเธิม  โดยไม่สนใจว่าเป็นความสุขใด คือไม่สนใจระดับคุณภาพของความสุขหรือแม้แต่ประเภทของความสุข ขอให้ได้ชื่อว่าเป็นความสุขย่อมต้องการสะสมให้มากเข้าไว้ถือว่าดี เช่นนี้เขาย่อมทุมเทความคิดไปเพื่อการแก่งแย่งแข่งขันเพื่อให้ได้ความสุขมากๆ อันเป็นไปตามสัญชาตญาณพืชที่มีความสุขในการกอบโกยผลประโยชน์ให้มากเข้าไว้ รากพืชไปถึงที่ได้จะทำลายสิ่งของ อาคารบ้านเรือนใดมากเท่าใด พืชย่อมไม่สนใจ ขอเพียงมันสามารถหาอาหารได้เป็นพอ ผู้ชื่นชอบประโยชน์นิยมจึงมุ่งปริมาณความสุขให้มากที่สุด โดยไม่สนใจหรือใส่ใจว่าการกอบโกย เอารัดเอาเปรียบนั้นจะทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนเช่นไร เพราะเขายึดมั่นความสุขเช่นนี้จึงมุ่งการแสวงหาให้มากไว้โดยไม่สนใจคุณภาพของความสุข โดยคิดแต่ว่าเป็นความสุข และต้องมีให้มากที่สุด จึงกลายเป็นการแสวงหาความสุขเชิงปริมาณ เช่น มีเงินให้มากไว้ มีทรัพย์สมบัติให้มากไว้ มีบ้านหลายๆ หลัง มีรถหรูๆ หลายคัน ทั้งที่ตัวเองก็ไม่ได้ใช้ เพียงแต่รู้สึกมีความสุขเมื่อเห็นว่าตนเองมีมาก เพราะมั่นใจว่าตนเองเป็นผู้ประสบความสำเร็จ มีความสุขโดยมีวัตถุเหล่านี้เป็นเครื่องค้ำประกันเท่านั้น

สำหรับผู้อื่นลัทธิรตินิยม (Hedonism) เขาย่อมแสวงหาความสุขเฉพาะหน้า อะไรได้ชื่อว่าเป็นความสุข เขาย่อมกระทำไว้ก่อน ยิ่งความสุขทางกายยิ่งพยายามแสวงหาเพื่อให้เกิดความเพลิดเพลินแก่ตนเอง   เขากลัวความทุกข์ กลัวความตายจึงยิ่งเร่งแสวงหาสิ่งต่างๆมาบำรุงบำเรอตน เมื่อหิวก็กิน เมื่อง่วงก็นอน แต่กินต้องกินอาหารดีๆ นอนต้องนอนในที่สบาย บางคนถึงกับเดินทางด้วยเครื่องบินไปกินอาหารต่างประเทศ  นอนในโรงแรมระดับ 5-6 ดาว เพื่อให้ได้เสพความสุขเช่นนี้ เมื่อมีความต้องการทางเพศ เขาก็พร้อมจะมีเพศสัมพันธ์ให้มากที่สุดเพื่อความสุขทางกาย ถึงขั้นใช้เงินซื้อหาเอามาให้ได้ดังใจ และเขาย่อมหวงความสุขนั้นไว้กับตัว ไม่ยอมให้ใครได้ไป เขาจึงหลงอยู่ในความเพลิดเพลินโดยคิดว่ามันคือความสุข ความเพลิดเพลินกับความสุขแท้ของมนุษย์ มิใช่สิ่งเดียวกัน แต่เป็นสิ่งตรงข้ามกัน ความเพลิดเพลินมีลักษณะชั่วคราวในขณะที่ความสุขแท้มีความสงบเย็นในใจ ดังนั้นแม้มีความสุขเพลิดเพลินมากเท่าใด ความสุขนั้นก็มีภาวะชั่วคราว ไม่นานเขาก็จะรู้สึกทุกข์ มีความเปลี่ยวเหงา ว้าเหว่ และต้องการแสวงหาความสุขมาเติมเต็มความว่างเปล่าในใจ ซึ่งไม่ว่าจะแสวงหามากเท่าใดชีวิตก็ยังดูเหมือนขาดอยู่นั่นเอง เขาจึงเชื่อว่ามนุษย์มีความต้องการไม่สิ้นสุด ต้องการไปเรื่อยๆ และวิ่งต่างหาความสุขเหล่านั้นจนเหนื่อยล้าและแทบจะล้มละลายในการใช้ชีวิตไปเพราะแสวงหาความสุขเหล่านี้อยู่ตลอดเวลา

ปรัชญาหลังนวยุคสุดขั้วได้วิพากษ์การแสวงหาความสุขของการใช้ชีวิตสะดวกสบาย ความสุขในการได้รับผลประโยชน์ ความสุขในการดำรงเผ่าพันธุ์ว่าเป็นต้นเหตุแห่งความขัดแย้ง ความรุนแรงและสงคราม มนุษย์ควรมองหาสารัตถะที่แท้จริงของชีวิตที่อยู่นอกเหนือจากความสุขเหล่านี้ แม้ความสุขทางศาสนาก็เป็นทางเพื่อลวงล่อสาวกให้ทุ่มเทเพื่อตัวศาสนาเอง มิได้ทำให้สาวกมีความสุขได้ มนุษยชาติจึงได้เกิดภาวะชะงักงัน ดูเหมือนจะหาความสุขแท้ไม่พบว่าคืออะไร แต่เพื่อไม่ให้ชีวิตเป็นสิ่งที่สิ้นหวัง เพียงมีชีวิตอยู่ไปวันๆ  ปรัชญาหลังนวยุคสายกลางพยายามประนีประนอมและชี้ชวนให้มนุษย์พัฒนาคุณภาพชีวิตเพื่อให้มีความสุขแท้ เปิดทางยอมรับแนวคิดมนุษยนิยมเพื่อเปิดกว้างต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของแต่ละคนในแนวทางที่แตกต่างกันไป ไม่บีบแคบ บังคับจนเกิดเป็นมนุษย์ในมิติเดียวดังเช่นที่ปรัชญานวยุคได้กระทำมา แต่ความแตกต่างหลากหลายนั้นมิได้ยอมให้มนุษย์หยุดพัฒนา หรือถอยหลังลงไปใช้ชีวิตเยี่ยงสัตว์ เพราะเขาย่อมมีคุณภาพชีวิตที่ลดคุณภาพลง

ปรัชญาหลังนวยุคสายกลางไม่ได้สนใจว่ามนุษย์จะเริ่มจากระดับคุณภาพใด แต่ชี้นำให้พัฒนาไปข้างหน้าตามแต่ความคิดเห็นของแต่ละคนว่าพัฒนาไปในทางใดจึงจะดีที่สุด โดยให้ใช้ปัญญาและวิจารณญาณเป็นเครื่องมือในการตัดสินใจเลือกลงมือปฏิบัติด้วยความกล้าหาญ เมื่อพัฒนาแล้วก็มุ่งไปในทางสร้างสรรค์ เมื่อพบผลเชิงลบก็ต้องปรับตัว มีการร่วมมือกับคนอื่นเพื่อให้อยู่ร่วมกันในสังคมได้ และนำไปสู่การแสวงหาระดับคุณภาพที่ดีขึ้นไปเรื่อยๆ การมุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตจึงได้เป็นวิถีปฏิบัติที่สำคัญของยุคปัจจุบันสำหรับมนุษย์เพื่อให้ดำเนินชีวิตอย่างมีความสุขแท้ โดยมุ่งให้เกิดการปฏิบัติให้เกิดความประพฤติในด้านให้คุณ คือเกิดเป็นประโยชน์ มีความสำเร็จ มีความเจริญ จึงมีพลังแห่งการมุ่งไปข้างหน้าในทางที่จะสร้างสรรค์ การปรับตัว การร่วมมือและการแสวงหาสิ่งที่ดีกว่าไปเรื่อย ซึ่งย่อมพิจารณาความสุขต่างๆ อย่างเท่าเทียมแต่ไม่เท่ากัน คือสามารถพิจารณาถึงคุณประโยชน์แท้ของความสุขต่างๆที่ได้รับ และเลือกที่จะมุ่งไปสู่ความสุขที่ดีกว่า โดยมนุษย์ย่อมมุ่งไปสู่ความสุขแท้ตามความเป็นจริง อันเป็นความเฉพาะของมนุษย์แต่ละคนนั่นเอง  เปิดช่องแห่งการพัฒนาให้ก้าวหน้าไปเรื่อยๆ จึงไม่ได้ยกความสุขสูงสุดมากดทับความสุขอื่นใดให้ลดคุณค่าลง หากแต่ส่งเสริมให้มนุษย์มุ่งไปข้างหน้าเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตไปตามความต้องการ ความจำเป็นและความพอใจของแต่ละคนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ในขณะเดียวกันก็ส่งเสริมคให้มนุษย์ได้รู้จักใช้ปัญญาคิดหาระดับความพอเหมาะพอสมในการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข เมื่อตนเองมีความสุขแล้วก็พร้อมที่จะช่วยเหลือ แบ่งปัน ชี้แนะผู้อื่นให้ได้พบความสุขเช่นเดียวกัน การดำเนินชีวิตตามปรัชญาหลังนวยุคสายกลางย่อมทำให้มนุษย์สามารถได้พบวิถีไปสู่ความสุขแท้ตามความเป็นจริงได้

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s