what is about knowledge in medieval paradigm

what is about knowledge in medieval paradigm

medieval knowledge
original scheme from initiated lecture by Dr.Anek Suwanbundit, Ph.D on october 7, 2017

ดร.เอนก สุวรรณบัณฑิต:

การศึกษาปรัชญากระบวนทรรศน์ยุคกลาง (medieval paradigm philosophy) เน้นมโนคติทางปรัชญาที่เกี่ยวเนื่องด้วยศาสนาคริสต์ในยุคกลางของยุโรป ราว ค.ศ. 529 จนถึง ค.ศ. 1700 อย่างไรก็ตาม กรอบแนวคิดปรัชญากระบวนทรรศน์เชื่อว่า ปรัชญากระบวนทรรศน์ยุคกลางเน้นความเชื่อ การถาม-ตอบที่เป็นหนทางไปสู่โลกหน้า (next world) หรือชีวิตหลังความตาย (after life) โดยการศึกษาปรัชญากระบวนทรรศน์ยุคกลางของตะวันตก นับจากปี ค.ศ.529 ซึ่งศาสนาคริสต์ได้รับการยกเป็นศาสนาประจำอาณาจักรโรมัน และมีการห้ามนับถือศาสนาอื่นทำให้อิทธิพลของศาสนาคริสต์เกิดขึ้นอย่างกว้างขวางกว่า 1,000 ปี หากแต่ปรัชญากระบวนทรรศน์ยุคกลางในศาสนาอิสลามนับเริ่มตั้งแต่ปี ค.ศ.622 ซึ่งเป็นปีที่ 1 แห่งฮิจเราะห์ศักราช และ ปรัชญากระบวนทรรศน์ยุคกลางในศาสนาพุทธ นับเริ่มตั้งแต่ปี ก.ค.ศ.543 ซึ่งเป็นปีที่ 1 แห่งพุทธศักราช

คำถามสำคัญแห่งยุคคือ การประนีประนอมปรัชญากับศาสนาทำได้อย่างไร โดยมีข้อเสนอสำคัญคือ

  1. ไม่มีการประนีประนอม ศาสนาประเสริฐกว่าปรัชญา อย่าเสียเวลาสนใจปรัชญา พึงเร่งบำเพ็ญกุศลอย่างเคร่งครัด
  2. ประนีประนอมด้วยลัทธิเพลโทว์ใหม่ (Neo-Platonism)
  3. ประนีประนอมด้วยลัทธิอย่างอริสโตเติล (Aristotelianism)

ในยุคกลางนี้ได้เกิดแนวคิด Si Vis Pacem, Para Bellum แม้นหวังตั้งสงบ จงเตรียมรบให้พร้อมสรรพ์ (พระราชนิพนธ์ “เสือป่า”) อย่างไรก็ตาม ในยุคกลางไม่ได้ผลิตความรู้ปรัชญาเฉพาะเพียงแต่เท่านี้ หากแต่ได้สร้างสรรค์ความรู้ต่างๆ ไว้และได้มีการจำแนกไว้ จนทำให้เกิดการตั้งมหาวิทยาลัยตั้งแต่ศตวรรษที่ 14   ต่อมาในยุคสมัยใหม่ได้ขยายตัวเป็นคณะและสาขาวิชาจำนวนมากนั่นเอง

เค้าโครงความรู้ในยุคกลางแบ่งเป็น 4 ประเภทใหญ่ได้แก่

  1. Emergence การเกิดขึ้น เป็นเนื้อหาว่าด้วยการกำเนิดสรรพสิ่ง จักรวาลวิทยา (cosmogony) การสร้าง และ ความเป็นพระเจ้า
  2. Order ลำดับของสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างจำเพาะและผลตามที่เกิดขึ้น โดยพิจารณาผ่านกฎ (law) และความสัมพันธ์ (Relation) ที่นำไปสู่กฎ ภาวะสมดุลของกฎกับความเป็นจริง
  3. Control การกำกับสิ่งที่เกิดขึ้นต่างๆ ในปัจจุบันเพื่อให้สมดุล โดยเน้น การจัดลำดับสูงต่ำของสรรพสิ่ง (order) การจัดการอำนาจระหว่างกัน (power) ความเป็นหน้าที่ (duty) และ ความรับผิดชอบ (responsibility) โดยมีความชอบธรรมและความยุติธรรมเป็นเนื้อหาสำคัญ
  4. Result ผลที่เกิดขึ้นจากลำดับและการกำกับนั้น พิจารณาตามหลักเจตนา (intention) หลักอรรถประโยชน์ (utilization) และ หลักผลลัพธ์ (outcome)

การเรียนรู้จะต้องเรียนไปตามลำดับและคิดย้อนทวนไปมาในแต่ละประเภทได้ ทั้งนี้ เมื่อได้รับคำถามจะต้องพิจารณาเสียก่อนกว่า คำถามนั้นเป็นเรื่องในประเภทใหญ่ใด เรื่องใด และจึงค่อยพิจารณาเนื้อหาคำตอบ การตอบภายในประเภทเดียวกัน คือ การแสดงความเป็นจริง หากขยายไปสู่ประเภทที่มีลำดับก่อนหน้า เช่น คำถามอยู่ในประเภท Control เนื้อหาด้าน order แล้วขยายกรอบคิดไปถึงประเภท Order เนื้อหา law หรือ relation จะเท่ากับเป็นการทดสอบ/ตั้งทฤษฎีใหม่ นั่นเอง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s