หลักจริยศาสตร์

หลักจริยศาสตร์ (Ethics) :

anek suwanbundit

 

อริสโตเติลสอนเรื่องจริยศาสตร์ไว้ในหลายที่หลายแห่ง แต่ที่สำคัญคือ Nichomacian ซึ่ง Nichomachos บุตรชายและเป็นลูกศิษย์ของอริสโตเติลเรียบเรียงขึ้นจากคำบรรยายของบิดา คำนี้มี 2 ความหมาย คือ

  1. ปัญญาในส่วนที่รู้จักใช้ปรีชาญาณ(wisdom) มาทำการเทียบระหว่างบริบทต่างๆเพื่อตัดสินใจได้ว่าพึงตัดสินใจปฏิบัติอย่างไรในแต่ละกรณีตามบริบทของมัน ในความหมายนี้จึงได้แก่ มโนธรรมที่ภาษาละติน แปลเป็น conscientia และกลายเป็น conscience ในภาษาอังกฤษ ในความหมายนี้ใช้คำว่า ความรอบคอบรอบรู้ “phronesis” และถือว่าเป็นสมรรถภาพหนึ่งของปัญญา
  2. นิสัยแห่งการใช้ phronesis ในแต่ละกรณีที่เกิดขึ้น ซ้ำๆซากๆ ในบริบทคล้ายคลึงกัน phronesis จึงมีความหมายเป็นคุณธรรม (virtue) อย่างหนึ่งและเป็นคุณธรรมพิเศษ เพราะต้องมีแทรกอยู่ในนิสัยเคยชินทุกอย่างที่เป็นคุณธรรม อริสโตเติลนิยามว่าเป็น Sophia praktike ซึ่งแปลเป็นภาษาละตินว่า prudentia และกลายเป็นภาษาอังกฤษว่า prudence และตีความหมายว่าได้แก่ ปรีชาญาณเชิงปฏิบัติ (practical wisdom)

ศีลธรรม (Morality) และจริยธรรม (Ethicity, Ethic) จะกล่าวเหมือนกันว่าชุดของคุณธรรมที่เป็นระบบ คือเข้าใจเป็นระบบหรือปฏิบัติเป็นระบบ ในภาษาอังกฤษใช้คำใดก็ได้  แต่ในภาษาไทยนิยมใช้คำ “ศีลธรรม” สำหรับระบบความดีของศาสนา และ “จริยธรรม” เป็นระบบความดีอย่างกว้างๆ

คุณธรรมจะถูกนำไปปฏิบัติอย่างมั่นใจ คือ กฎ กฎหมาย ระเบียบการ จรรยาบรรณ ธรรมาภิบาล ความพอเพียงที่เป็นทั้งเศรษฐกิจและคุณธรรม

คำที่สำคัญอื่นๆ  คือ มโนธรรม กระบวนทรรศน์ ปรัชญา มาตรการความดีหรือความดีมาตรฐาน พฤติกรรม เจตจำนงเสรี ความรับผิดชอบ การมีผู้รับผิด (accountability) การทำผิดที่ไม่ผิด การทำดีที่ไม่ดี

เกณฑ์ความดีตามกระแสปรัชญาตะวันตก ได้แก่

  1. ลัทธิโซฟิสม์ (Sophism) กลุ่มนี้ตั้งปัญหาขึ้นว่า “ชีวิตที่ดีเป็นอย่างไร?” “มนุษย์ควรดำรงอยู่อย่างไรจึงจะมีความสุข?” โดยมองว่าการได้ทำตามที่ชอบ ชอบอะไรได้ทำตามนั้นคือ ความดี ความดีกับความสุขเป็นเรื่องเดียวกัน ความสุขของลัทธิโซฟิสม์จึงเป็นเรื่องความสุขส่วนตัวซึ่งแตกต่างกันไปในแต่ละคน
  2. รตินิยม ( Hedonism) กลุ่มนี้มีความเห็นว่าเป้าหมายสูงสุดของชีวิตมนุษย์คือ การมุ่งแสวงหาความสุขให้แก่ตนเองมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ความสุขของตนเองจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากกว่าความสุขของคนอื่น เพราะไม่มีความสุขใดจะมีคุณค่าและประเสริฐยิ่งไปกว่าความสุขส่วนตัว ถ้าจะทำเพื่อผู้อื่นบ้าง ก็คำนวณแล้วว่า จะมีผลตอบแทนที่จะกลับมาแก่ตนเองด้วย จะไม่มีการลงทุนแบบสูญเปล่า รตินิยมเน้นว่าความสุขทางกายเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ความสุขเหล่านี้จบในตัวเองและไม่เป็นวิถีนำไปสู่สิ่งอื่นอีก มนุษย์แสวงหาความสุข และการกระทำที่มีคุณค่าทางจริยธรรมเป็นวิถีให้ได้มาซึ่งความสุข ดังนั้นอะไรที่ทำแล้วไม่สุข จึงไม่ใช่จริยธรรมของสุขนิยมนั่นเอง
  3. ลัทธิเอพิคิวเรียน (Epicurianism) เริ่มจากเอพิคิวรัส (Epicurus 341 – 270 ก.ค.ศ.) เห็นว่ามนุษย์ควรแสวงหาความสุข ชีวิตของมนุษย์มีการแตกดับเหมือนสสารอื่น ๆ  ไม่มีโลกหน้าที่มนุษย์จะได้รับการพิจารณาความดี หรือความชั่ว  มนุษย์เมื่อเสียชีวิต  ร่างกายก็เน่าเปื่อยผุผังไป   ดังนั้นจึงไม่ต้องไปสนใจโลกหน้า  ความดีความชั่วที่คนเชื่อกันเป็นสิ่งสมมติ สิ่งที่เป็นจริงก็คือความสุขและความทุกข์ที่มนุษย์ได้รู้จักและประสบในชีวิตประจำวัน ดังนั้นจงสนใจในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่  และควรแสวงหาความสุขให้แก่ตนเองให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้  ความสุขและความสำราญนั้นเป็นสิ่งประเสริฐสูงสุดของชีวิต แต่ชีวิตที่ประเสริฐ คือชีวิตที่มีความเป็นอยู่ง่าย ๆ และสงบ ถ้ามนุษย์มัวเมาในความสุข ไม่ดำเนินทางสายกลางจะเป็นทุกข์ได้ ความสุขทางใจมีความสำคัญมากกว่าความสุขทางกายเพราะบริสุทธิ์กว่า ในขณะที่ความสุขทางกายมักเจือปนด้วยความทุกข์เสมอจึงไม่บริสุทธิ์
  4. ลัทธิไชนิก (Cynicism) เป็นกลุ่มที่เห็นว่าคุณค่าอันแท้จริงของชีวิตอยู่ที่การดำเนินชีวิตอย่างง่าย ได้ใช้เวลาแสวงหาสัจธรรม  มนุษย์ควรจะใช้สิ่งที่ไม่จำเป็นในการดำเนินชีวิตให้น้อยที่สุดเท่าที่จะน้อยได้ กลุ่มนี้จะปฏิเสธความเจริญรุ่งเรืองทางวัตถุ
  5. ลัทธิสโตอิก (Stoicism) จักรวาลดำรงอยู่และดำเนินไปตามกฎเกณฑ์ที่ตายตัว กฎเกณฑ์ธรรมชาตินี้ มีเหตุผลที่เข้าใจได้  มนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ   การกระทำของมนุษย์จึงควรมีเหตุผลที่คล้อยตามธรรมชาติ  อะไรเป็นสาเหตุให้กระทำอย่างนั้น เหมือนที่เข้าใจสาเหตุของปรากฏการณ์ธรรมชาติและเมื่อเข้าใจก็จะวางเฉยได้ ปล่อยวางได้ มนุษย์สามารถใช้สติปัญญาเข้าใจเหตุผลของธรรมชาติได้ แต่มนุษย์ก็ไม่สามารถจะควบคุมหรือเปลี่ยนแปลงเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นได้ อะไรจะเกิด มันก็ต้องเกิด ไม่มีใครห้ามมันได้ ถ้าเราไปฝืนธรรมชาติ หรือพยายามจะเปลี่ยนแปลงธรรมชาติ ก็จะทำให้เราเป็นทุกข์  คุณค่าที่แท้จริงอันเป็นความมุ่งหมายของชีวิตคือ อิสรภาพ  ดังนั้น  มนุษย์ควรเอาชนะใจตนเอง  โดยการฝึกคุณธรรม 3  ประการคือ
    • ความอดทน เมื่อพบกับความยากลำบาก
    • ความอดกลั้น เมื่อพบกับสิ่งเย้ายวนใจ
    • ความยุติธรรม เมื่อสมาคมกับผู้อื่น
  6. ลัทธิปัญญานิยม (Intellectualism) ปัญญาหรือความรู้เป็นสิ่งที่ดีที่สุด แนวคิดเกี่ยวกับจริยธรรมของกลุ่มนี้เป็นแนวคิดที่สำคัญของตะวันตกที่มีอิทธิพลต่อจริยศาสตร์สากล ได้แก่  โสเครติส (Socrates ก.ค.ศ. 470-399)  เพลโต (Plato/ Aristocles ก.ค.ศ. 428-348) และอริสโตเติล ( Aristotle ก.ค.ศ. 384-322) ซึ่งมีสาระสำคัญ คือ
  • โสเครติสให้หลักการของความดีว่า “virtue is knowledge” ผู้มีความรู้จริงย่อมจะไม่ทำผิดต่อความรู้ของความรู้เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างความยิ่งใหญ่ของมวลมนุษยชาติ มนุษย์จำเป็นต้องมีความรู้เพื่อให้เป็นคนดี คนดีคือคนมีคุณธรรม เป็นแนวคิดที่เรียกว่า ปัญญานิยมเชิงจริยธรรม (ethical intellectualism) และปฏิเสธความคิดที่ว่าคุณธรรมขึ้นอยู่กับเพศและอายุ โดยชี้ว่าคุณธรรมมีองค์ประกอบ 2 ด้าน ได้แก่ ความอดทน (sophrosune) และ ความยุติธรรม (dikaiosune)
  • เพลโตชี้ว่าเมื่อคุณธรรมคือความรู้จึงจำเป็นต้องแสวงหาและฝึกฝนอบรมคนที่รู้ได้ดีที่สุดและแบ่งองค์ประกอบของคุณธรรมออกเป็น 4 ประเภท คือ ปรีชาญาณ (sophia) ความกล้าหาญ (tharros) การรู้จักประมาณ (metrispatheia) และความยุติธรรม (dikaiosune)
  • อริสโตเติลชี้ว่าชีวิตที่ดีคือชีวิตที่มีคุณธรรม คุณธรรมนั้นสามารถสั่งสอนกันได้โดยตรง มีลักษณะเป็นกิจกรรมของเหตุผลในเชิงทฤษฎี (intellectual virtue) แต่การจะเรียนรู้คุณธรรมนั้นจะต้องลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง (ethical virtue) ด้วยความพอเหมาะโดยเน้นความเป็นเลิศ (arête) ซึ่งหมายถึงคุณธรรมด้วยปัญญาเชิงปฏิบัติ (phronesis) และ ความสุข (eudaimonia) คุณธรรมเป็นเรื่องของการมีชีวิตที่ดีในชุมชน และการจะพัฒนาคุณธรรมเพื่อมีชีวิตที่ดีเช่นนั้นได้ จำเป็นต้องอาศัยบริบทที่เหมาะสม อันได้แก่ ชุมชน สถาบันทางสังคม หรือรัฐที่ดี จึงต้องมีการวางมาตรฐานความประพฤติปฏิบัติเพื่อเป็นแบบแผนของสังคม โดยตราเป็นกฎหมาย

 

ethics concerning

 

จริยศาสตร์ยุคใหม่

  • วิทยาศาสตร์จริยะ science of ethics ความประพฤติในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเคมี ชีวะ ฟิสิกส์
  • จิตวิทยาจริยะ psychology of ethics ความประพฤติที่เกี่ยวกับการตัดสินใจ
  • สังคมวิทยาจริยะ Sociology of ethics ความประพฤติที่ต้องตัดสินใจร่วมของสังคม
  • ปรัชญาจริยะ philosophy of ethics ความประพฤติที่ขึ้นกับความคิด
  • เทววิทยาจริยะ theology of ethics ความประพฤติตามหลักศาสนา
  • ฐานประวัติศาสตร์ จะศึกษาอะไรต้องดูความเป็นมาเสียก่อน
  • ฐานนิยาม จะศึกษาอะไรต้องเริ่มด้วยนิยามที่ชัดเจนและรัดกุม

 

สรุป

จริยศาสตร์คือการศึกษาเรื่องคุณธรรม จริยธรรม ซึ่งปรัชญาตะวันตกสนใจตามรากและที่มาของคำ การแปลคำมาเป็นภาษาไทย (บาลี) ทำให้คำมีความหมายเคลื่อนไปได้ตามการตีความ ทั้งนี้ การเข้าใจต่อลัทธิความเชื่อทั้ง 6 ของกรีกในยุคโบราณเป็นรากฐานเกณฑ์ความดีที่ปัจจุบันใช้กันมาก หากแต่การศึกษาจริยศาสตร์จะต้องพิจารณาหลักการของจริยศาสตร์ยุคใหม่อย่างรอบด้านด้วย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s