สินน้ำใจ

 

อ.ดร.สิริกร อมฤตวาริน

แต่เดิมเมื่อมีใครให้ความช่วยเหลือเรา หรือมีใครที่เราเห็นว่าเขากำลังตกทุกข์ได้ยาก ช่องทางหนึ่งที่ช่วยแสดงออกซึ่งน้ำใจไมตรีต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันก็คือ การมีน้ำใจ และก็จะมีการตอบแทนน้ำใจคืนกลับ  สินทรัพย์ถูกใช้เป็นเครื่องมือเพื่อเป็นรางวัลตอบแทนน้ำใจของอีกฝ่าย และก็เป็นเครื่องแสดงน้ำใจของเราให้การช่วยเหลือเกื้อกูลคนที่ตกทุกข์ได้ยาก สินทรัพย์ที่ใช้นี้เรียกกันว่า “สินน้ำใจ” ดังนั้นด้วยความหมายจากขนบความคิดเดิมนั้น สินน้ำใจจึงไม่ใช่เรื่องสินบน การเลือนความหมายที่เกิดขึ้นคือการให้ความหมายใหม่แก่คำนั้นจนทำให้คำนั้นถูกจดจำด้วยความหมายใหม่จนลืมเลือกความหมายเดิม

ต้นน้ำสายธารแห่งสินน้ำใจ

ตามธรรมชาติต้นน้ำเป็นแหล่งผลิตน้ำให้แก่ลำธารฉันใดสายธารแห่งสินน้ำใจก่อเกิดได้ก็ด้วยน้ำใจช่วยเป็นต้นน้ำให้ฉันนั้น

ธรรมชาติของใจนั้นใสสะอาดชุ่มเย็นดังต้นน้ำ เป็นบ่อเกิดพื้นฐานให้มนุษย์ทำดีต่อกันและกันด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่หวังผลประโยชน์ใดตอบแทน พ่อแม่ผู้ให้กำเนิดบุตร ย่อมแสดงความรักความเมตตาต่อบุตรด้วยการเลี้ยงดู อบรม สั่งสอน สิ่งที่พ่อแม่ทำให้บุตรนั้นจึงมาจากน้ำใสใจจริงแห่งต้นน้ำ คือ น้ำใจที่ใสสะอาด สิน(ทรัพย์)ที่ให้ด้วยน้ำใจจึงเรียกสินน้ำใจ  สินน้ำใจเป็นผลที่เกิดขึ้นจากน้ำใจเป็นปฐม เมื่อต้องการทำความเชื่อมโยงระหว่างน้ำใจที่เป็นต้นน้ำกับสินน้ำใจที่เกิดจากต้นน้ำ เราอาจศึกษาได้จากการตีความ โดยย้อนอ่านที่มาที่ไปและนิยามที่สอดคล้องกับความเป็นจริงในแต่ละบริบท

คำแรกที่ควรศึกษาในเบื้องต้นได้แก่คำว่า “น้ำใจ” คำที่สองที่ควรศึกษาต่อจากคำว่าน้ำใจก็คือ “สินน้ำใจ”

1 น้ำใจ มาจากคำว่า “น้ำ” กับคำว่า “ใจ”

คำว่า “น้ำ” แสดงถึงรูปลักษณ์หรือคุณลักษณะที่แสดงถึงความชุ่มฉ่ำ ความฉ่ำเย็น ความใสสะอาดทั้งกายและใจ

ส่วนคำว่า “ใจ” เป็นคำในภาษาไทย ตรงกับภาษาบาลีว่า “จิตตะ” ดังนั้น คำว่าใจในบริบทนี้จึงได้แก่ ความรู้สึกนึกคิดโดยทั่วไป รวมถึงจิตสำนึก (มโนธรรม) ที่อยู่ในใจของแต่ละคนด้วย

เมื่อนำคำว่า น้ำมารวมกับคำว่า ใจ จึงมีสัญญะว่า เป็นความรู้สึกนึกคิดที่มีลักษณะฉ่ำเย็น ชื่นใจ ช่วยคลายทุกข์ร้อน ดังคำโบราณว่า น้ำใจคือน้ำทิพย์ชโลมใจให้ใสเย็นสดชื่นแจ่มใส ที่เรียกว่าเป็น “น้ำทิพย์” เพราะของทิพย์เป็นสิ่งที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่เป็นสภาวะทางใจอย่างหนึ่งที่มีอยู่จริงและสัมผัสได้ด้วยใจ เมื่อใดที่น้ำใจหลั่งไหลออกมาจนล้นจิต ความร่มเย็น ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ความเกื้อกูลก็จะเกิดขึ้น ดังนั้น น้ำใจจึงเป็นสิ่งที่แสดงออกถึงความมีมิตรไมตรี การดูแลเอาใจ โดยแสดงออกมาจากใจจริงอย่างแท้จริง ไม่มีเสแสร้ง ไม่มีการซ่อนเร้นในเชิงผลประโยชน์

อย่างไรก็ตาม ความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับน้ำใจยังมีปรากฏให้เห็น ซึ่งอาจเป็นผลมาจากภาษาที่ใช้ประจำวัน บางคนเข้าใจว่าน้ำใจเป็นเรื่องของไมตรี (มิตร/เพื่อน) ดังคำว่า “น้ำใจไมตรี” แต่น้ำใจไม่จำเป็นต้องผูกขาดไว้เฉพาะบุคคลที่เป็นมิตรเท่านั้น เพราะเป็นพี่เป็นน้อง เป็นพ่อเป็นแม่ หรือแม้แต่เป็นศัตรู ก็สามารถแผ่น้ำใจถึงกันได้อย่างทั่วถึง

บางคนคิดว่า น้ำใจ คือ ความเมตตา เพราะตรงกันกับภาษาอังกฤษว่า kindness ยกตัวอย่างเช่น เมื่อมีคนมาช่วยงานนาย ก. และนาย ก. เห็นเขาเหนื่อยล้า จึงซื้อน้ำมาให้ดื่ม เขาจะตอบนาย ก. ว่า “thank you for you kind.” แต่สิ่งที่แปลกก็คือ เวลาคนไทยกล่าวขอบคุณกันเป็นภาษาไทย ทำไมจึงตอบว่า “ขอบคุณในน้ำใจ” หรือ “ขอบใจ” แทนที่จะใช้คำว่า “ขอบคุณในความเมตตา” นั่นก็เพราะว่า ความเมตตาคือความปรารถนาให้ผู้อื่นมีสุข จึงมีความหมายแตกต่างจากคำว่าน้ำใจ

บางคนเข้าใจไปว่า น้ำใจ คือ ความเอื้อเฟื้อ (benevolence) เช่นคำว่า “การมีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่” แต่แท้ที่จริงแล้ว ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่เป็นผลที่เกิดขึ้นจากความมีน้ำใจเป็นพื้นฐาน นอกจากความมีน้ำใจจะเป็นพื้นฐานที่ก่อนให้เกิดความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แล้ว ยังเป็นฐานที่ทำให้เกิดคุณธรรมข้ออื่นๆ ด้วย เช่น ความเมตตากรุณา ความเอื้ออาทร ความเสียสละแบ่งปัน ความมีมิตรไมตรี การดูแลกันและกัน เป็นต้น

ดังนั้น คำว่า น้ำใจ จึงไม่ใช่สิ่งที่แสดงออกมาในเชิงปรากฏการณ์ แต่เป็นสภาวะหนึ่งในจิตใจที่เป็นพื้นฐานให้เกิดสิ่งดีตามมา  อภิปรัชญาเบื้องหลังน้ำใจจึงเป็นจิตนิยมเพราะเป็นเรื่องของจิต และมีการแสดงออกเป็นปรัชญาจริยะ คือมีความประพฤติดีที่มีลักษณะทำให้เกิดความชุ่มฉ่ำเย็นใจ คลายทุกข์ร้อน

2 สินน้ำใจ เป็นการแสดงถึงความมีน้ำใจ โดยมีเรื่อง “สินทรัพย์” เข้ามาเกี่ยวข้อง เพื่อให้สินทรัพย์นั้นเป็น “ตัวแทน” ของความมีน้ำใจที่ผู้ให้อยากตอบแทนน้ำใจของผู้รับ

โดยปกติแล้ว คำว่าสินน้ำใจจะใช้เพื่อแสดงถึงการตอบแทนในน้ำใจของผู้ที่ช่วยเหลือหรือกระทำความดี หรือบำเพ็ญกิจประโยชน์เพื่อสร้างความสุขให้กับคนส่วนรวมโดยไม่หวังผลตอบแทน หากทำเพื่อหวังผลประโยชน์ในสินทรัพย์นั้นไม่ถือว่าทำด้วยน้ำใจแต่ทำเพราะหวังผลตอบแทน เช่น  เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารนำกำลังจับผู้กระทำผิดลักลอบตัดไม้ทำลายป่า แต่มีผู้กระทำผิดบางคนหนีรอดไปได้ ทางการจึงตั้งรางวัลนำจับเป็นเงินจำนวนหนึ่งให้กับผู้ที่ช่วยชี้เบาะแสเพื่อให้การปราบปรามมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น  เมื่อมีผู้หนึ่งผู้ใดหรือแม้แต่คนในเครือข่ายของผู้ตัดไม้ทำลายป่าด้วยกันเองมาช่วยชี้เบาะแสจนกระทั่งเจ้าหน้าที่จับผู้กระทำผิดได้ เขาย่อมได้รับเงินนำจับ เงินนำจับดังกล่าวนี้เรียกว่า “ค่าสินบน” ย่อมไม่อาจใช่ “สินน้ำใจ” ถ้าออกมาจากน้ำใจจริง คนที่มาช่วยอาจช่วยชี้เบาะแสให้ตั้งแต่ตัน โดยไม่หวังเงินรางวัลใดๆ แต่ผู้ที่มาชี้เบาะแสทีหลังนี้ อีกทั้งอาจช่วยตามหาเต็มกำลังอีกด้วย ก็เป็นเพราะหวังเงินรางวัลนี้

แม้จะมีความเหมือนกันในเชิงรูปธรรม นั่นคือ สินน้ำใจกับสินบนล้วนใช้ “สินทรัพย์” มาเป็นตัวกลางในการสื่อเจตนารมณ์ของใจ เส้นคั่นบางๆ ระหว่างสินน้ำใจกับสินบนจึงแทบมองไม่เห็น แต่ก็เป็นสิ่งที่มีอยู่จริง สินทรัพย์โดยตัวของมันเองเป็นเพียงวัตถุที่ถูกประเมินค่าว่ามีมูลค่า สามารถซื้อขายได้ หรือเป็นเงินที่นำไปจับจ่ายใช้สอยได้ตามที่ต้องการ แต่เมื่อมีเจตนารมณ์ของคนเข้ามาเกี่ยวข้อง สินทรัพย์ดังกล่าวจะไม่ใช่เพียงวัตถุธรรมดา แต่จะแฝงความหมายของการให้และการรับอยู่ในนั้นด้วย

ตัวอย่างแรกปกติพี่เลี้ยงข้าวน้อง แต่วันนี้ไปไม่ได้เลยให้เงินน้องไปซื้อกินเอง

จากประโยคดังกล่าว คำว่า “พี่เลี้ยงข้าวน้อง” เป็นเรื่องของ “น้ำใจ” ที่พี่ให้กับน้อง ส่วนการที่ “ให้เงินน้องไปซื้อกินเอง” นั้น เป็นการให้ “สิน” เพื่อแทนน้ำใจ เพราะไม่สะดวกที่จะพาน้องไปกินข้าว

ตัวอย่างที่สองน้องกินข้าวแล้วเหลือเงินอีก วันหลังจึงบอกพี่ว่าไม่ต้องเลี้ยงแค่เอาเงินมาให้ก็พอ

จากประโยคดังกล่าว การที่น้องเอาเงินของพี่ไปกินข้าวนั้น เป็นเรื่องของการรับ “สินน้ำใจ” จากพี่ ส่วนเงินที่เหลือกินเหลือใช้จากสินน้ำใจนั้นกลายเป็น “สินทรัพย์” ของน้อง การที่น้องบอกว่าเอาเงินมาให้ก็พอนั้นก็คือ น้องมิได้มองหาน้ำใจและไม่ได้ต้องการสินน้ำใจ เขาต้องการแต่สินทรัพย์ จึงเป็นเพียงเรื่องของสินทรัพย์ที่จะนำส่วนหนึ่งไปจัดสรรซื้อหาอาหารและเลือกที่จะเก็บสินทรัพย์อีกส่วนหนึ่งไว้ใช้ตามแต่เขาจะปรารถนาเท่านั้น

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s