จิตบำบัดแบบอัตถิภาวะนิยม

id

อ.ดร.เอนก สุวรรณบัณฑิต

จิตบำบัดในแนวทางหนึ่งเน้นการเปลี่ยนแปลง และพัฒนาจิตในส่วนที่อยู่ใน preconscious (สติกึ่งรู้ตัว กึ่งเหตุผล) เพื่อให้ก้าวไปสู่ conscious (สติที่มีเหตุผล) โดยเฉพาะ ความสุขที่จะเกิดขึ้นนั้นเกิดจากการได้มาของการเข้าใจเป้าหมายสูงสุดในชีวิต (final goal) เพราะจิตในส่วน unconscious (สติไร้สำนึก ไม่มีเหตุผล) เป็นส่วนที่พัฒนาได้ยากและไม่อาจคาดเดาผลได้

จิตบำบัดนี้เน้นการให้คำปรึกษาแบบอัตถิภาวะนิยม (Existential Psychotherapy)   เป็นแนวทางการทำจิตบำบัดที่ตั้งอยู่บนความเข้าใจเชิงปรัชญาถึง “ความหมายของการเป็นมนุษย์” ว่าอะไรสำคัญต่อ “ความมีชีวิตอยู่” โดยแนวคิดเหล่านี้เป็นผลงานจากนักปรัชญาและนักทำจิตบำบัดหลายท่านในอดีต ดังนั้น เทคนิควิธีการจึงมีความแตกต่างกันไปหลายรูปแบบ   นักปรัชญาในลัทธินี้ ได้แก่ Soren Kierkegaard (ค.ศ.1813-55) ที่สอนให้มนุษย์เอาชนะความกลัวด้วยความกล้าที่จะเปลี่ยนแปลง (dare to) และ Friedrich Nietzsche (ค.ศ.1844-1900) ผู้สนับสนุนให้มนุษย์พัฒนาตนเองไปสู่อภิมนุษย์ (superman) , บิดาของลัทธิปรากฎการณ์วิทยา Martin Heidegger ( ค.ศ.1889-1976) ก็สอนให้คำนึงถึงชีวิต และการเข้าใจตัวเองในฐานะสิ่งที่อยู่ในโลก (being in itself และ being in the world)

ปรัชญาในลัทธินี้ ได้ถูกนำไปประยุกต์ใช้โดยจิตแพทย์ หลายท่าน ได้แก่  Ludwig Binswanger (ค.ศ.1881-1966)  Medard Boss (ค.ศ.1903-90)   Victor Frankl (ค.ศ.1905-97)  Rollo May (ค.ศ.1909-94) และ  Irvin Yalom (ค.ศ. 1931- ) ได้เป็นผู้พัฒนาและเผยแพร่การบำบัดวิธีนี้อย่างกว้างขวาง

หลักการของการทำจิตบำบัดนี้เน้นให้คำปรึกษาเพื่อให้ผู้รับการบำบัดทำการคิด เข้าใจในมุมมองตามความเป็นจริง การเข้าใจในกระบวนทรรศน์ และ สร้างความตระหนักในสิ่งที่เหลืออยู่ของชีวิต (residue) มากกว่าสิ่งที่หมดไป สูญเสียไป  (have not) และผู้บำบัดคำนึงถึงความต้องการที่แท้จริง และการเผชิญหน้าเพื่อเดินทางสู่จุดหมายสูงสุดแห่งชีวิตด้วยตนเอง 4 ประการ

  1. Isolation :  การตระหนักรู้ถึงความแปลกแยก แตกต่างของตนเอง  (alien) กับความปรารถนาที่จะเป็นส่วนหนึ่งของโลก (oneness)
  2. Freedom :  การตระหนักรู้ในอิสระของตน (free will) ความต้องการการยึดถือบางอย่างไว้เป็นศูนย์รวมจิตใจ (focal thing)
  3. Meaningless :การพยายามหาความหมายของชีวิต   สภาวะที่ตัวเองไร้ความหมาย การรู้จักตัวตนที่แท้จริง
  4. Death : การตระหนักรู้ถึงความตายที่หลีกเลี่ยงไม่ได้  ความปรารถนาที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างมีความสุขแท้

การให้คำปรึกษาแบบอัตถิภาวะนิยมนี้ ผู้ให้คำปรึกษาจะต้องทำใจเป็นกลาง ไม่ชี้นำเป้าหมายสูงสุด แต่ต้องให้ผู้บำบัดแสดงความคิด ความเชื่อ และเหตุผลเบื้องหลังความคิดที่อยู่ในระดับจิตกึ่งสำนึกออกมา แล้วจึงค่อยๆ ให้คำชี้แนะ ชี้นำ (guidance) เพื่อให้เกิดการขยับของจิตเอง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s