การจบชีวิต สิทธิหรือศีลธรรม

อ.ดร.เอนก สุวรรณบัณฑิต

การจบชีวิตถือเป็นฆ่าตัวตาย ปัญหาที่ถกเถียงกันคือฆ่าตัวตายนี้เป็นสิทธิตามมนุษยนิยมที่รัฐต้องค้ำประกันสิทธินี่หรือไม่ หรือเป็นเรื่องศีลธรรม ในด้านศีลธรรมนั้น พระพุทธศาสนาถือว่าการฆ่าเป็นบาป ย่อมต้องรับผลกรรม คนทั่วไปเชื่อว่า นั่นคือการตกนรก แล้วในศาสนาอื่น การฆ่าตัวตายตกนรกหรือไม่ จะได้ไปสวรรค์หรือเปล่า?

ในทางศาสนาคริสต์ จริงๆเรื่องนี้เป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนมาก และไม่ค่อยอยากจะมีคนพูดกันเพราะมันยืนอยู่บนทางอันตรายสองแพร่ง ระหว่างลัทธิชวนคนไปฆ่าตัวตาย กับการทำร้ายคนอื่นซึ่งผิดเป้าหมายที่พระเจ้าอยากให้มนุษย์ทำ

ในไบเบิลนั้น มีคนฆ่าตัวตายอยู่หลายคน ไม่มีใครในนั้นเลยที่ถูกประนามไว้ในไบเบิลว่าจะตกนรก

ยกตัวอย่างเช่น ยูดาสที่รู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำกับพระเยซูจึงฆ่าตัวตาย

แซมสัน ถูกข้าศึกจับได้ และเอามาประจานในหมู่ศัตรู จึงอธิษฐานของกำลังเป็นครั้งสุดท้าย เพื่อทำลายเสาของอาคารจะได้ตกตายไปพร้อมศัตรู

กษัตริย์ซาอูลที่ถูกตีเมืองแตกจึงฆ่าตัวตายก่อนจะตกเป็นเชลยของศัตรู

อาบีเมเลคนับรบที่ถูกทุ่มหินลงมาจากค่ายจนกะโหลกแตก จึงขอให้ลูกน้องฆ่าเขาเสีย

อาหิโธเฟลที่ปรึกษาของกษัตริย์ที่ให้คำแนะนำแล้วไม่มีใครทำตาม เลยเสียใจกลับบ้านเกิดฆ่าตัวตาย

ทั้งหมดนั้นไม่ใช่ตัวอย่างที่ดี แต่ผู้คนเหล่านั้นก็ฆ่าตัวตายด้วยเหตุของสถานการณ์ต่างๆ เรื่องเลวร้ายทั้งหมดบนโลกนี้ก็ล้วนเป็นผลของบาปในตัวมนุษย์ ทั้งการต่อสู้กัน การตัดสินใจที่ผิดพลาดนำไปสู้ความเศร้า แต่พระเจ้าได้ประนามผู้ที่ตัดสินใจเช่นนั้นหรือไม่? หรือมองว่ามันเกิดจากความผิดพลาดไม่สมบูรณ์ในตัวมนุษย์เอง? และเราควรจะจัดการกับมันอย่างไร?

ในโบถส์ยุคต้น มีกลุ่มความเชื่อหนึ่งที่เชื่อว่าการฆ่าตัวตายถือเป็นมรณะสักขี มีพิธีกรรมอธิษฐาน และทรมาณตัวเอง จนถึงตาย ไม่ต่างจากความคิดของพระญี่ปุ่นสายหนึ่งเท่าไหร่
ต่อมาคณะความเชื่อนี้ถูกคริสจักรโรมันคาทอลิกประกาศให้เป็นพวกนอกรีด และถูกกวาดล้างจนล่มสลายไป

ไม่มีใครอยากให้ผู้อื่นตาย ความตายก่อนถึงเวลาอันควร เป็นความเศร้า

เซนต์โทมัส อไควนัส ได้ใช้แนวคิดของเพลโต ซึ่งนำเข้ามาบอกได้ว่าฆ่าตัวเองก็เท่ากับฆ่าคนอื่น ซึ่งผิดหลักห้ามฆ่าคนของบัญญัติสิบประการ สำหรับเซนต์โทมัส อไควนัส ชีวิตทั้งหมดเป็นของพระเจ้า แม้ตัวเองก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะไปทำลายมัน

ด้วยระบบสายบัญชาการอันทรงอำนาจของคริสตจักรโรมันคาทอลิก ทางวาติกันจึงสามารถประกาศได้ว่าการฆ่าตัวตายเป็นการกระทำร้ายแรง

พวกเขาพยามใช้กฎหมายป้องกันการฆ่าตัวตายด้วย ผู้ที่ฆ่าตัวตายจะถูกบัพพาชนียกรรม คือตัดออกจากโบถส์ สร้างความอับอายเดือดร้อนให้ตระกูล และจะไม่ได้รับอนุญาตให้ฝังศพในสุสาน และในความเชื่อของชาวยุโรปในสมัยนั้นคือจะไม่ได้ไปสู่สวรรค์

แต่ความเป็นจริงแล้วเป็นอย่างไร? ตามหลักศาสนาแล้วคนที่ฆ่าตัวตายจะได้ไปสวรรค์หรือไม่?

บทความของปาสเตอร์ ฝ่ายโปรแตสแตนท์ของอเมริกันคนหนึ่ง เขียนว่า

“พูดจริงๆ ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นคนถาม ถ้าพ่อกับแม่ของคนที่พึ่งฆ่าตัวตายถาม ผมจะตอบว่า “ได้สิ พระคุณของพระคริสต์จะต้องอภัยให้เขาแน่นอน” แต่ถ้าคนที่ถามเป็นคนที่กำลังคิดจะฆ่าตัวตาย ผมจะตอบว่า “การฆ่าตัวตายเป็นบาปมหันต์ สิ่งที่รอเธออยู่นั้นเศร้ากว่าที่เป็นอยู่เสียอีก” เพราะผมรู้ว่าถ้าผมบอกว่า “ได้สิ” วันรุ่งขึ้นผมจะต้องจัดงานศพให้เขา”

สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่าคนที่ฆ่าตัวตายจะได้ไปสวรรค์มั้ย เราไม่รู้หรอก การตัดสินเป็นหน้าที่ของพระเจ้า ไม่ใช่ของเรา สิ่งสำคัญคือเราควรจะทำอย่างไรกับคนที่อยากจะฆ่าตัวตาย เรื่องนี้ต่างหากที่บอกไว้อย่างชัดเจนหลายต่อหลายครั้ง เราควรหรือไม่ที่จะทำแบบที่พระเจ้าให้ทูตสวรรค์ทำ

ตอนที่พระเยซู อยู่ในทะเลทราย :ซาตานมาปรากฏตัว และบอกกับพระองค์ว่า “เจ้าเป็นลูกพระเจ้าก็บอกให้พระเจ้าช่วยเจ้าสิ เสกหินนี้ให้เป็นขนมปังสิ”

เราควรทำแบบนั้นไหม สำหรับคนที่กำลังล้มลง เราเป็นมาร หรือเป็นทูตสวรรค์ที่พระเจ้าส่งมา

ดังนั้น ในบริบทของศาสนาแล้ว ไม่เห็นด้วยกับการฆ่าตัวตาย และมุ่งช่วยให้เขามีชีวิตต่อไปได้ ไม่ใช่เพียงห้ามปรามโดยยกอ้างบาปกรรมหรือการตกนรกเท่านั้น

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s