ปรัชญาบริสุทธิ์ยากไหม

socrates

ปรัชญาอปท (33)

ปรัชญาบริสุทธิ์ยากไหม

วันนี้ วันศุกร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2560 หนังสือพิมพ์ลงข่าวว่าจะมีการซ้อมยกเสาเอกเมรุมาศ ผมก็ขอซ้อมยกเสาเอกศาสตร์พระราชาโดยร่างเรื่องนี้ขึ้นเป็น ปรัชญาบริสุทธิ์ (pure philosophy) ให้เป็นเสาเอกของศาสตร์พระราชา

เสาเอกของศาสตร์พระราชาก็คือปรัชญาในความหมายปัจจุบันที่วิชาต่างๆพากันแยกตัวออกไปประกอบอาชีพกันเป็นล่ำเป็นสันหมดแล้ว ปัญญาจึงได้สติหวนกลับคิดถึงตัวเองว่าตัวเองเป็นอะไรจึงได้เที่ยวสอดรู้สอดเห็นไปหมดทุกเรื่องจนเหลือแต่ตัวเปล่า เพราะรู้สึกว่าเหลือตัวเปล่านี่แหละจึงได้รู้ตัวเองว่ามีความสนใจเป็นพลังที่อยู่ไม่สุข เพราะมีความสุขที่จะใช้พลังแบบเป็นสัญชาตญาณ ไม่ทำการตามพลังไม่ได้ มันอึดอัด อยู่ไม่สุขที่จะไม่แสวงหาความสุขด้วยความสนใจ ความสนใจเป็นเหมือนสวิตช์ไฟฟ้าหรือวาล์วเปิดท่อน้ำ มันรู้สึกอย่างสัญชาตญาณอยากจะเปิด เหมือนกำลังรู้สึกคัน ทำไมถึงอยากเกา เพราะเกาแล้วรู้สึกสบาย ไม่เกาไม่สบาย เหมือนวาล์วที่อยากจะเปิดพลังให้ออกไปทำการ ไม่เปิดมันอึดอัด เปิดให้พลังออกไปทำการตามที่มันอยากจะทำตามสัญชาตญาณคือตามธรรมชาติของมันที่ต้องทำการทำ ทำไมต้องทำ ไม่รู้ รู้แต่ว่ามันเป็นพลัง ได้ระบายออกเป็นการกระทำแล้วสบาย เพราะเป็นพลังต้องทำการตามศักยภาพของตน ปัญญาก็อยู่ในสภาพอย่างนี้ คือเป็นทาสของสัญชาติญาณของตนเอง คือ สนใจใช้พลังรู้อย่างมีความสุข ซึ่งแสดงออกเป็นความสนใจรู้สิ่งภายนอกแบ่งออกเป็นสาขาวิชามากมายจนต้องสนใจหาความสัมพันธ์กันและกันด้วยวิชาสหวิทยาการ และสนใจสรุปรวบยอดสิ่งที่รู้ว่ามีอยู่ทั้งหมดเป็นความเป็นจริง (reality) ตามความรู้สึกชอบให้มีอยู่ (liking to have its existence) เรียกว่าอภิปรัชญา (metaphysics) และมีความสุขกับการรู้อภิปรัชญาของตน สนใจรู้ต่อไปว่าเชื่อ (believing) ได้อย่างไรว่ามีความจริง (truth) ตามเกณฑ์ความจริงที่ชอบ (the preferred criterium of truth) ตามที่รู้ในอภิปรัชญาเรียกว่าญาณปรัชญา (epistemology) และมีความสุขกับการเชื่อญาณปรัชญาของตน สนใจรู้ต่อไปว่ามั่นใจ (convinced) ด้อย่างไรว่ามีคุณค่า (value) ให้มีศรัทธา (faith) จนถึงทุ่มเท (committed) ได้เพื่อมรรคผลในโลกหน้า เรียกว่า ศาสนศาสตร์ (religious study) และมีความสุขกับการปฏิบัติศาสนกิจของตน

สนใจรู้ต่อไปว่ามั่นใจได้อย่างไรว่ามีคุณค่าให้มีความภูมิใจ (pride) จนถึงทุ่มเทอย่างต่อมคุณธรรมแตก เรียกว่าจริยศาสตร์ (ethics) และมีความสุขกับการทำดีทุกรูปแบบ

สนใจรู้ต่อไปว่ามั่นใจได้อย่างไรว่ามีคุณค่าให้ความซึ้งสุนทรี (aesthetic empathy) จนถึงทุ่มเทเวลาให้อย่างไม่เสียดาย เรียกว่าสุนทรียศาสตร์ (aesthetics) และมีความสุขกับความซาบซึ้งตรึงใจอย่างรู้สึกคุ้มกับที่ต้องสละอะไรบางอย่างไปเช่นต้องยอมเสียเวลาและเสียทรัพย์ที่ผู้ไม่ซึ้งไม่อาจเข้าใจ

ความรู้ที่ปัญญารู้ในตัวเองเป็นความสนใจทั้ง 4 นี้รวมเรียกว่าปรัชญาบริสุทธิ์ ซึ่งแต่ละคนมีต่างๆกัน หากจัดเป็นกลุ่ม ปรัชญาบริสุทธิ์ที่เหมือนกันในกลุ่มหนึ่งๆเรียกว่ากระบวนทรรศน์ (paradigm) ของกลุ่มนั้นๆ การแบ่งกลุ่มกระบวนทรรศน์อาจจะจัดแบ่งได้หลายแบบตามเป้าหมายของการใช้ หากแบ่งเพื่อการอบรมบ่มเพาะนิสัยก็ควรแบ่งเป็น 5 กระบวนทรรศน์ตามวิวัฒนาการในประวัติศาสตร์

ปรัชญาบริสุทธิ์ยากไหม แน่นอน หากอธิบายกันด้วยศัพท์แสงวิชาการก็ยาก เช่น ถ้าพูดตามหลักวิชาการว่าธัญพืชหลักของประเทศไทยคือ herba ในวงศ์ Gramineae แบ่งเป็น 2 species คือ Oryza sativฟ กับ Oryza glutinosa ก็คงเข้าใจยากจนถึงไม่เข้าใจเลย แต่นักวิชาการว่ารัดกุมดี หากพูดภาษาสามัญก็ไม่ยากที่จะรู้ว่า พืชเกษตรหลักของประเทศไทยคือข้าว แบ่งเป็น 2 ชนิด คือ ข้าวเจ้ากับข้าวเหนียว เราจะเอา King’s Philosolphy ของท่านนายกรัฐมนตรีมาพูดภาษาสามัญกันดูว่าจะยากและง่ายอย่างไรบ้าง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s