พระเมสสิยาห์ที่ชาวยิวรอคอย

ซอกแซกหามาเล่า (253)

พระเมสสิยาห์ที่ชาวยิวรอคอย

            Messiah แปลว่าผู้ได้รับการทาหรือเทหรือเจิมด้วยน้ำมันมะกอก ในบรรยากาศของศาสนายูดาห์หมายถึงการแต่งตั้งในนามของพระยาห์เวห์ด้วยวิธีทำให้น้ำมันมะกอกสัมผัสผิวกาย ต่อมามีความหมายเสริมว่าผู้ที่พระยาห์เวห์ทรงส่งมากอบกู้ให้พ้นจากสถานการณ์เลวร้ายโดยสมมุติว่าพระองค์ได้ทรงเจิมมาเรียบร้อยแล้วก่อนทำการ แม้จะไม่นับถือพระองค์ก็ไม่เป็นไร เช่น กษัตริย์ซายเริสแห่งเปอร์เซียที่ปลดปล่อยชาวยิวจากการเป็นเชลย ณ กรุงบาบิโลนให้กลับมาสร้างชาติใหม่

ถ้าเอาความหมายแรกเป็นหลัก เมสสิยาห์แรกมีขึ้นเมื่อซามูเอลเจิมซาอูลให้เป็นกษัตริย์ในนามของพระยาห์เวห์เพื่อขับไล่ชาวฟีลิสเทียออกจากเขตที่อยู่อาศัยของชาวอิสราเอลหรือยิวในสมัยนั้น ต่อจากนั้นก็กลายเป็นประเพณีการแต่งตั้งในตำแหน่งต่างๆซึ่งบ่อยครั้งไม่เกี่ยวข้องกับการกอบกู้แต่ประการใด

แต่ถ้าเอาความหมายที่ 2 เป็นทึ่ตั้ง ก็ปรากฏการแต่งตั้งโดยพระยาห์เวห์โดยตรงตั้งแต่หน้าแรกของคัมภีร์ไบเบิล คือ ตั้งแต่เริ่มสร้างมนุษย์คู่แรกและถูกลงโทษให้อดไปสวรรค์ แต่พระยาห์เวห์ก็อดสงสารไม่ได้ ถึงกับสัญญาจะให้มีผู้มาเกิดเพื่อแก้ไขสถานการณ์เลวร้ายให้กลับดีดังเดิมด้วยคำมั่นสัญญาว่า “เขา (เพศชายเอกพจน์) จะเหยียบหัวของเจ้า (คือหัวงูอันเป็นสัญลักษณ์ถึงความเลวร้ายทั้งหลายที่เกิดขึ้นแก่มนุษย์) และเจ้าจะกัดส้นเท้าของเขา” (ปฐมกาล3:15) ต่อจากนั้นตลอดชั่วเวลาของคัมภีร์เดิมจะมีการส่งเมสสิยาห์และสัญญาจะส่งเมสสิยาห์สลับกันเป็นระยะๆเรื่อยมา ครั้งสำคัญก็คือ 1.เมื่อตกเป็นทาสใช้แรงงานในประเทศอียิปต์ พระยาห์เวห์ก็ทรงส่งโมเสสมากอบกู้สถานการณ์โดยพาออกจากประเทศอียิปต์มาตั้งประเทศอิสราเอลในปาเลสไตน์ 2.เมื่อตกเป็นเชลยในกรุงบาบิโลน พระยาห์เวห์ก็ทรงให้กษัตริย์ซายเริส (Cyrus) แห่งเปอร์เซียยกทัพมายึดกรุงบาบิโลนและปลดปล่อยให้กลับมาสร้างชาติอิสราเอลขึ้นมาใหม่ 3. เมื่อตกเป็นเมืองขึ้นของซีเรียและกษัตริย์อันทิโอคุสที่ 4 ยัดเยียดศาสนากรีกเข้ามาให้นับถือแทนศาสนาพระยาห์เวห์ ก็ทรงส่งพี่น้องมัคคาเบมากอบกู้เอกราช 5. เมื่อตกเป็นเมืองขึ้นของมหาอาณาจักรโรมันซึ่งทำลายพระวิหาร เผาเมือง และขับไล่ชาวยิวทั้งหมดออกนอกประเทศ จึงมีความหวังว่าพระยาห์เวห์จะทรงส่งพระเมสสิยาห์มาแก้สถานการณ์อย่างถาวร โดยสร้างอาณาจักรนิรันดรขึ้น เมื่อนั้นผู้ภักดีต่อพระองค์อยู่ก่อนจะเป็นข้าราชบริพารฝ่ายปกครองอย่างถาวรนิรันดร

the great king in history

คัมภีร์เดิมชี้แนะอะไรไว้บ้าง

  1. 2 ซามูเอล 8:11 พระยาห์ทรงใช้ประกาศกนาธัน(Nathan)ไปแจ้งแก่ดาวิดก่อนการตั้งราชอาณาจักรอิสราเอล ว่า “เราให้ท่านเลิกเลี้ยงแกะในทุ่งหญ้ามาเป็นผู้นำอิสราเอล..เราจะสร้างราชวงศ์ให้ท่าน…เราจะตั้งเชื้อสายคนหนึ่งของท่านซึ่งเป็นบุตรของท่านให้เป็นกษัตริย์ต่อจากท่าน..เราจะดูแลให้ลูกหลานของเขาเป็นกษัตริย์ครองราชย์ตลอดไป…ราชวงศ์และอาณาจักรของท่านจะมั่นคงอยู่ต่อหน้าเราตลอดไป อำนาจปกครองของท่านจะตั้งมั่นอยู่ตลอดไป” นาธันได้ทูลกษัตริย์ดาวิดให้ทรงทราบทุกสิ่งตามที่พระเจ้าทรงสำแดงแก่เขา
  2. เพลงสดุดี 89 มีผู้เอาข้อความข้างต้นไปแต่งเป็นลำนำเพลงสดุดีสำหรับใช้ในพิธีกรรมเพื่อยกย่องกษัตริย์แห่งราชวงศ์ดาวิดและถูกรวบรวมเข้าไว้ในคัมภีร์สารบบดังต่อไปนี้

(20) เราพบว่า  ข้าดาวิด  คิดรับใช้

เราจึงได้  ใช้น้ำมัน  เจิมขวัญเธอ

(29) เราได้ตั้ง  ทั้งราชวงศ์  คงคู่กาล

ราชบัลลังก์  จักตั้งมั่น  คู่ชั้นฟ้า

(34) พันธสัญญา  เรารักษา  ไม่ละเมิด

สัญญากษัตริย์  ตรัสแล้วไซร้  ไม่คืนคำ

(35) เราสาบาน  ฐานศักดิ์สิทธิ์  ปิดทางเปลี่ยน

จะไม่มี  ที่ตีจาก  รักดาวิด

(36) ราชวงศ์  พงศ์กษัตริย์เธอ  จะเลอตลอด

บัลลังก์เธอ  เสมออาทิตย์  ติดเบื้องหน้า

(37) ดั่งจันทรา  คาโพยม  บห่อนโทรม

จักฉายแสง  แข่งนภา  พยานสัตย์  แลนา

พระสัญญาที่บันทึกไว้ในคัมภีร์ซามูเอลคงจะไม่สู้ได้เอามาอ่านกันบ่อยนัก แต่ที่บันทึกในบทเพลงสดุดีนี่สิ คงได้ฟังได้ยินและได้ขับร้องเองด้วยบ่อยมากทั้งในพิธีหลวงและพิธีราษฎร์ ยิ่งไม่พอใจกับการปกครองของอำนาจโรมันมากเท่าใด ก็ยิ่งอยากเร่งเร้าให้พระยาห์เวห์ทรงปฏิบัติตามพระสัญญามากเท่านั้น และในเชิงพิชัยสงครามแล้ว ไม่ว่าใครก็มองยุทธวิธีได้ชัดๆว่ากำลังเป็นโอกาสดีที่สุดที่จะแสดงว่าสนพระทัยทำตามพระสัญญา คือ รีบประทานพระเมสสิยาห์มาระหว่างที่รัฐบาลโรมันกำลังครองโลกอยู่นั้นเทียว ให้พระเมสสิยาห์มาแผลงฤทธิ์ล้มรัฐบาลโรมันเสียแล้วประกาศชัยชนะเข้าใช้อำนาจแทน พระเมสสิยาห์ก็กลายเป็นเจ้าโลกในบัดดล ก็คงจะมีคนคิดอย่างนี้อยู่ไม่น้อย ผู้แต่งเพลงสดุดีจึงได้แสดงความรู้สึกแทนด้วยสำนวนตัดพ้อพระยาห์เวห์ว่า

(49) พระเจ้าข้า  ไหนว่ารัก  ศักดิ์ศรีมั่น

สาบานมั่น  ประทานไว้  ให้ดาวิด

(50) อย่าลืมว่า  ข้ารับใช้  อับอายนัก

ข้าเจ็บใจนัก  ต่างชาติหักหน้า  พากันเย้ยหยัน

(51) ที่ศัตรูพระองค์  ทะลายลงราบ  ทราบเถิดยาห์เวห์

ราบถึงรอยบาท  ที่องค์เจิมประพาศ  ราชทรงฝากไว้

(องค์เจิม = ผู้ได้รับเจิม คือ กษัตริย์ดาวิด สถานที่ที่ดาวิดเคยเสด็จประพาศไม่เหลือภาพลักษณ์ให้ภูมิใจได้อีกแล้ว เพราะถูกย่ำยีหมดสภาพ)

 

3.เพลงสดุดี 132 ทวงพระสัญญาจากพระยาห์เวห์โดยอ้างพระเมสสิยาห์อย่างตรงๆว่า

(11) พระยาห์เวห์  มิสนเท่ห์สาบาน  ปรเะทานดาวิด

จะทรงรักษา  สัตยวาจา  นิจกาลา

เราสัญญาว่า  จะยกสักวัน  ตามกาลกำหนด

เชื้อสายนายหนึ่ง  ถึงนั่งบัลลังก์  ครองทั้งไตรจักร

(17) เราจะสืบตรง  ราชวงศ์ดาวิด  มิให้ผิดเพี้ยน

นิมิตโคมไฟ  ส่องแสงไกลไกล  ให้เมสสิยาห์

(18) ใครเป็นศัตรู  มีแต่อดสู  แพ้ทุกประตู

สวมมหามงกุฎ  มีแต่ผุดผ่อง  สนองน้ำใจ แลนา

 

  1. ประกาศกอาโมส ประกาศในนามของพระยาห์เวห์ก่อนราชอาณาจักรฝ่ายเหนือถูกกวาดต้อนโดยชาวแอสซีเรีย ว่า

(9:11) วันนั้นเราจะตั้งเพิงที่ล้มลงแล้วของดาวิดขึ้นใหม่

จะซ่อมแซมช่องโหว่ จะตั้งซากปรักหักพังขึ้นใหม่

จะสร้างเพิงขึ้นใหม่ให้เหมือนในสมัยนานมาแล้ว

(9:12) ดูซิ วันเวลาจะมาถึง พระยาห์เวห์ตรัส

เมื่อคนไถจะตามทันคนเกี่ยว

ผู้ย่ำผลองุ่นจะตามทันผู้หว่านเมล็ด

เหล้าองุ่นใหม่จะไหลจากภูเขา

ไหลลงมาตามเนินเขาทุกแห่ง

(จะตามทัน หมายความว่า ทุกคนจะมีงานทำเต็มมือ ไม่มีเวลาว่างเว้น เพราะผลผลิตมีมากเหลือหลาย)

  1. ประกาศกอิสยาห์ประกาศในนามของพระยาห์เวห์ก่อนราชอาณาจักรฝ่ายใต้ถูกกวาดต้อนโดยชาวบาบิโลเนียว่า อาณาจักรที่พระยาห์เวห์จะประทานให้นั้นจะมีลักษณะดังต่อไปนี้

(9.1) ประชากรที่เดินในความมืดแลเห็นความสว่างยิ่งใหญ่

บรรดาผู้อาศัยในแผ่นดินมืดมิด ความสว่างส่องแสงมาเหนือเขา

พระองค์ทรงเพิ่มจำนวนประชากร ทรงเพิ่มความชื่นบานของเขา

เขาทั้งหลายจะยินดีเฉพาะพระพักตร์พระองค์

ดั่งความชื่นบานในฤดูเก็บเกี่ยว

ดั่งความยินดีเมื่อเขาแบ่งของเฉลยให้แก่กัน

เพราะว่าแอกอันเป็นภาระของเขา ท่อนไม้ที่เขาต้องแบก

ไม้ตะพดของผู้กดขี่ พระองค์ทรงหักเสียอย่างที่เคยทำกับชาวมีเดียน

รองเท้าทุกคู่ของบรรดาทหารที่เข้าประจันบาน

เสื้อคลุมทุกตัวที่เปื้อนเลือดจะถูกเผาเป็นเชื้อเพลิงในกองไฟ

(9.5)  เพราะกุมารผู้หนึ่งเกิดมาเพื่อเรา

บุตรชายคนหนึ่งเป็นผู้ที่พระเจ้าประทานให้เรา

สัญลักษณ์แห่งการปกครองอยู่บนบ่าของเขา

เขาจะได้รับนามว่าที่ปรึกษามหัศจรรย์ พระเจ้าผู้ทรงอำนาจ

พระบิดานิรันดร เจ้าแห่งสันติภาพ

การปกครองของเขาจะยิ่งใหญ่ สันติภาพจะไม่สิ้นสุด

เหนือพระบัลลังก์ของกษัตริย์ดาวิดและเหนือราชอาณาจักร

ที่เขาจะสถาปนาไว้และเชิดชูด้วยความยุติธรรมและความชอบธรรม

บัดนี้และตลอดไป

พระยาห์เวห์จอมจักรวาลจะทรงกระทำเช่นนี้ด้วยความรักแรงกล้า

(11.1)หน่อหนึ่งจะแตกออกจากตอของเจสซี(บิดาของดาวิด)

กี่งหนึ่งจะงอกขึ้นจากรากของเขา

พระจิตของพระยาห์เวห์จะพำนักอยู่เหนือเขา

คือจิตแห่งปรีชาญาณและความเข้าใจ

จิตแห่งความคิดอ่านและอานุภาพ

จิตแห่งความรู้และความยำเกรงพระยาห์เวห์

เขาจะพอใจยำเกรงพระยาห์เวห์

จะไม่พิพากษาตามที่ตาเห็น

จะไม่ตัดสินตามที่หูได้ยิน

แต่จะพิพากษาคนยากจนด้วยความชอบธรรม

จะตัดสินอย่างเที่ยงธรรมเพื่อผู้ถูกข่มเหงในแผ่นดิน

คำพูดของเขาจะเป็นเหมือนไม้เรียวที่เฆี่ยนตีผู้คนบนแผ่นดิน

ลมปากของเขาจะประหารคนอธรรม

ความชอบธรรมจะเป็นดังผ้าคาดสะเอว

ความซื่อสัตย์จะเป็นเหมือนเข็มขัดคาดบั้นเอวของเขา

สุนัขป่าจะอยู่กับลูกแกะ

เสือดาวจะนอนอยู่กับลูกแพะ

ลูกโคและลูกสิงโตจะหากินอยู่ด้วยกัน

เด็กคนหนึ่งก็ยังนำมันไปได้

แม่โคกับหมีจะหากินด้วยกัน

ลูกของมันจะนอนอยู่ด้วยกัน

สิงโตจะกินฟางเหมือนโคเพศผู้

ทารกที่ยังไม่หย่านมจะเล่นอยู่ที่ปากรูงูเห่า

เด็กที่หย่านมแล้วจะเอามือวางที่รังของงูพิษ

จะไม่มีผู้ใดทำร้ายหรือทำลาย

ทั่วภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของเรา

เพราะแผ่นดินจะรู้จักพระยาห์เวห์อย่างสมบูรณ์

ดั่งน้ำปกคลุมทะเล

  1. Testament of the Twelve Patriarchs พินัยกรรมของสิบสองมหาบิดร Testament ในที่นี้ไม่มีความหมายในทางพันธสัญญา แต่มุ่งหมายถึงความประสงค์สุดท้ายของต้นตระกูลทั้ง 12 ของชนชาติอิสราเอลดั้งเดิม โดยเชื่อว่าแต่ละท่านก่อนจะสิ้นชีวิตได้เรียกลูกหลานมาฟังปัจฉิมโอวาสให้ทุกคนปฏิบัติราวกับเป็นพินัยกรรม เฉพาะที่เกี่ยวกับพระเมสสิยาห์นั้นมีกล่าวถึงในพินัยกรรมของมหาบิดรเลวี(Testament of Levi) ซึ่งมีข้อความพยากรณ์ชัดเจนว่า พระเมสสิยาห์จะมาจากเชื้อสายของเลวี เป็นเหตุให้นักวิจารณ์เชื่อว่าคัมภีร์ชุดนี้เริ่มเรียบเรียงขึ้นในช่วงที่ราชวงศ์ฮัสโมเนียนมีอำนาจ เพื่อลบล้างความเชื่อเดิมที่ว่าพระเมสสิยาห์ต้องมาจากราชวงศ์ดาวิดแห่งตระกูลยูดาห์ ผู้ที่รู้คัมภีร์มาแต่เดิมเห็นว่าเป็นการจงใจบิดเบือนเจตนาดั้งเดิมของพระยาห์เวห์อย่างรับไม่ได้ สังคายนาศาสนายูดาห์ได้ประกาศเป็นคัมภีร์นอกสารบบตั้งแต่ปีค.ศ.90 เพื่อเน้นให้แสวงหาพระยาห์เวห์ที่มาจากเชื้อสายของดาวิดโดยมิให้รวนเร  

 

ยอห์นผู้ล้างบาป

การกระทำและคำชี้แนะของยอห์นผู้ล้างบาป (John the Baptist  เพื่อแยกจาก John the Evangelist ยอห์น ผู้นิพนธ์พระวรสารของพระเยซู)    มีหลักฐานเป็นบุคคลประวัติศาสตร์และเพิ่มหลักฐานทางประวัติศาสตร์ให้พระเยซู เช่น เจอซีเฝิส (Joesphus) นักประวัติศาสตร์ชาวยิวเขียนประวัติของชาวยิว ได้บันทึกตามที่ได้สืบรู้มาด้วยตนเองว่ายอห์น (ซึ่งในภาษาฮีบรูคือJohanna) เป็นนักพรตที่ทำตัวเป็นนบี (nabi) ประกาศก (prophet) ของพระยาห์เวห์ของศาสนายูดาห์  มีหน้าที่เตรียมทางให้พระเมสสิยาห์เมื่อจะมาโปรดมนุษยชาติจริงๆ เพราะเจอซีเฝิสเกิดหลังยอห์นประมาณ7ปีจึงไม่มีโอกาสพบตัวจริง แต่ก็เชื่อว่าท่านเป็นนักพรตประเภทเอสเซนที่แยกตัวออกมาตั้งตัวเป็นเจ้าสำนักเองและมีผู้ศรัทธามาก ถึงตอนที่เจอซีเฝิสสนใจรวบรวมข้อมูลเพื่อเขียนประวัติศาสตร์แห่งชาตินั้น ก็สังเกตว่ายอห์นยังมีผู้ศรัทธาในหมู่ชาวยิวอยู่มากแม้ตัวจะตายไปแล้วก่อนพระเยซูประมาณ1 ปี ทั้งน่าเชื่อว่าตอนที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ก็มีลูกศิษย์ลูกหามากจนน่ากลัวว่าหากวันใดท่านประกาศตัวเองเป็นพระเมสสิยาห์หรือประกาศว่าใครเป็นพระเมสสิยาห์ก็จะระดมพลก่อการกอบกู้ชาติได้อย่างกว้างขวางจนควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ ดังนั้นเจ้านครเฮโรดอันทิปาสผู้รับผิดชอบแคว้นกาลิลีจากรัฐบาลโรมัน จึงหาเหตุจับตัวมาประหารชีวิตเป็นการตัดไฟต้นลมและทำได้สำเร็จ เพราะบรรดาศิษย์ยังไม่ทันได้จัดระบบการบริหาร จึงแตกกระจายเป็นกลุ่มเล็กกลุ่มน้อยรวมกันไม่ติด บางกลุ่มก็เชื่อว่ายอห์นเองแหละคือพระเมสสิยาห์ ครั้นท่านถูกประหารชีวิตบางคนก็ถือว่าท่านสำคัญตัวเองผิดและล้มเหลว บางคนก็เชื่อว่าตนเองแหละที่เข้าใจผิด จึงปรับเป็นความเข้าใจใหม่ว่าท่านเป็นเมสสิยาห์ประเภทนบี คือ ให้คำสอนมาปรับปรุงศาสนายูดาห์เดิม และเมื่อกองทัพโรมันขับไล่ชาวยิวทั้งหมดออกจากดินแดนปาเลสไตน์ พวกเขารวมตัวกันอพยพไปทางตะวันออก ได้ชัยภูมตั้งหลักแหล่งตามริมฝั่งน้ำชายแดนเมโสโพเทเมียกับเปอร์เซีย(ปัจจุบันคือชายแดนอิรักกับอิหร่าน) เรียกตนเองว่ามานเดียน(Mandaean)หรือผู้นับถือความรู้แห่งชีวิต (Mandā d’hayyē) ซึ่งยังมีผู้นับถือมาจนทุกวันนี้ คัมภีร์ของพวกเขาระบุว่าศาสดาผู้ก่อตั้งศาสนาของพวกเขาคือโยฮานนาผู้กำหนดพิธีลงไปจุ่มตัวในสายน้ำเป็นพิธีกรรมหลักของศาสนา โดยได้ปฏิบัติที่แม่น้ำยอร์แดนเป็นปฐม  มีข้อความกล่าวถึงพระเยซูว่าได้ปวารณาตัวเป็นศิษย์ของโยฮานนาโดยรับพิธีล้างบาปจากยอห์นในแม่นน้ำยอร์แดนและได้เผยแผ่คำสอนของยอห์นไปทั่วเยรูซาเลมและยูดาห์ (คัมภีร์Genza,  R175.10) (ดู Encyclopedia of Religion and Ethics, vol.8, p.383) คัมภีร์พระวรสารของชาวคริสต์ระบุว่า เปโตร อันดรูว์พี่ชายของเปโตร ยากอบ และยอห์นน้องชายของยากอบ 4 คนนี้เคยเป็นศิษย์ของยอห์นผู้ล้างบาปมาก่อน ทั้ง 4 ท่านนี้ปวารณาตัวว่าอยากรับใช้พระเมสสิยาห์ แต่ยอห์นบอกว่าตนไม่ใช่พระเมสสิยาห์ มีหน้าที่เตรียมทางให้พระเมสสิยาห์ ตนเองได้พบพระเมสสิยาห์แล้วคือพระเยซูชาวนาซาเร็ทซึ่งได้มาขอรับพิธีล้างบาปจากท่าน ท่านจำได้ว่าเป็นญาติกัน รู้สึกว่าเป็นพระประสงค์ของพระยาห์เวห์จึงได้ประทานพิธีล้างบาปให้ และพระยาห์เวห์ได้ประทานเครื่องหมายรับรองว่าเป็นเป็นพระเมสสิยาห์องค์จริง ทั้ง4คนครั้นได้รู้จักพระเยซูก็ได้ขออนุมัติจากยอห์นมาเป็นศิษย์ของพระเยซูตามปณิธานที่ตั้งไว้ ใครยังมีศรัทธาเป็นศิษย์ติดตามท่านต่อไปท่านก็ไม่ว่ากระไร ทำให้มีชาวมานเดียนเป็นพยานมาจนทุกวันนี้ บางคนของกลุ่มนี้สมัครใจเข้าศาสนาคริสต์เพราะเชื่อคำเล่าของสาวก4ท่านที่กล่าวถึงข้างต้น คนเชื่อว่าเป็นเรื่องแต่งขึ้นมาชวนเชื่อจึงไม่เชื่อ และบางคนก็สมัครใจเข้าศาสนาอิสลามของชาวอาหรับที่เข้ามาในท้องที่ภายหลัง

                เราจะดูกันต่อไปว่า ผู้เผยแผ่ข่าวดีของพระเยซูจะใช้การรอคอยพระเมสสิยาห์ของเพื่อนร่วมชาติให้เป็นประโยชน์ต่อพันธกิจของตนอย่างไร          

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s