ธรรมาภิบาลต้องมีทั้งพิมพ์เขียวและพิมพ์น้ำเงิน

goodGov.gif

 

ราชบัณฑิตเสวนา (95)

ธรรมาภิบาลต้องมีทั้งพิมพ์เขียวและพิมพ์น้ำเงิน

จะสร้างอาคารใหญ่ราคาแพงต้องมีพิมพ์เขียว (blue print) จะปฏิรูปประเทศต้องมีทั้งพิมพ์เขียวและพิมพ์น้ำเงิน (blue print) ฝรั่งใช้ blue print คำเดียวแต่แปลเป็นภาษาไทยได้ 2 คำ

พลเอกกิตติศักดิ์ รัฐประเสริฐ ได้เผยแพร่แล้วเผยแพร่อีก หลักธรรมาภิบาล 6 ประการของท่านอันประกอบด้วย 1.หลักคุณธรรม (Principle of Morality) 2.หลักนิติธรรม (Principle of Law)  3.หลักความโปร่งใส (Principle of Accountability)  4.หลักการมีส่วนร่วมของประชาชน  (Principle of Participation) 5.หลักความรับผิดชอบ (Principle of Responsibility) 6.หลักความคุ้มค่า (Principle of Cost-effectiveness) นี่คือตัวอย่างของพิมพ์เขียวที่ผมกล่าวถึงข้างต้น และเป็นพิมพ์เขียวที่ดีมากสำหรับใช้เป็นประเด็นตรวจสอบผู้บริหารงานทุกอย่างของหน่วยงานต่างๆของรัฐและเอกชนเพื่อขจัดความทุจริตที่เราตั้งเป้าไว้ว่าการทุจริตคอร์รัปชั่นทั้งหลายจะสูญพันธุ์ไปจากผืนแผ่นดินไทย แต่พลเมืองไทยไม่ใช่อาคาร ไม่ใช่วัตถุครับ ถ้าเป็นอาคารมีพิมพ์เขียวดีเหมือนมีบล๊อกดีๆ หล่อออกมากี่แท่งๆก็ดีเหมือนกันหมด แต่คนมิเป็นเช่นนั้น พิมพ์เขียวไม่สำคัญเท่าพิมพ์น้ำเงิน เชื่อซี! ต่อให้พิมพ์เขียวดีสมบูรณ์แบบสักปานใด ต่อให้ออกกฎหมายมาควบคุมและลงโทษเอาจริงจังสักปานใด หากประชาชนไม่ชอบ ไม่ให้การสนับสนุน ก็ไม่อาจบรรลุความสำเร็จ ดีไม่ดีจะมีผู้ฉลาดเหนือเมฆ กลับกำกฎหมายคอร์รัปชั่นไว้ในมือเพื่อใช้เป็นเครื่องมือคอร์รัปชั่นได้อย่างเหนือเมฆก็ยังมีตัวอย่างให้ศึกษา มีพิมพ์เขียวดีๆนั้นวิเศษแล้ว ในเมื่อต้องใช้กับมนุษย์ก็ต้องมีพิมพ์น้ำเงินกำกับและประกบ

พิมพ์น้ำเงินนั้นเป็นฉันใด ต่างกับพิมพ์เขียวอย่างไร พิมพ์น้ำเงินนั้นได้แก่อุบายให้ยอมรับพิมพ์เขียว ยอมรับอย่างไม่ต่อต้านนั้นก็ระดับหนึ่ง จะให้ดีเยี่ยมต้องหาวิธีให้อยากปฏิบัติตามด้วยยิ่งจะเยี่ยมที่สุด มีกี่วิธีให้ระดมกำลังมาใช้ให้หมด จึงจะได้ชื่อว่าบริหารงานยอดเยี่ยม ควรแก่การยกย่องว่าเป็นมหาบุรุษ(hero) พิมพ์น้ำเงินในกรณีของเรานี้จึงประกอบด้วยการอบรม 5 ด้านด้วยกันที่จะรวมพลังกันสร้างจิตสำนึกให้อยากทำดีอย่างมีความสุข แม้ไม่บังคับก็ยังอยากจะทำดีอยู่ดี คือ

  1. นิติธรรม (legality) เน้นการอบรมโดยให้เหตุผลว่า กฎหมายที่เป็นกฎหมายจริงๆเป็นปัจจัยสำคัญและจำเป็นให้อยู่กันในสังคมได้อย่างปลอดภัยและมีความสุข
  2. จริยธรรม (ethic) เน้นการอบรมคุณธรรมต้นแบบ4(the 4 cardinal virtues) อันเป็นปัจจัยจำเป็นสำหรับมนุษย์ทุกคนที่จะมีความสุขแท้ตามความเป็นจริงไม่ว่าจะนับถือศาสนาใดหรือไม่
  3. ศีลธรรม (morality) เน้นการอบรมการปฏิบัติตนตามเจตนาของศาสดาของแต่ละศาสนาซึ่งล้วนแต่ต่อยอดจากคุณธรรมต้นแบบ4 ให้มีความสุขแท้ตามอุดมการณ์ของแต่ละศาสนา
  4. วัฒนธรรม (culture) เน้นการอบรมอารยธรรมแห่งชาติ (the Thai Civilization) อันเป็นมรดกที่บรรพบุรุษทุกคนที่อาศัยผืนแผ่นดินไทยได้ปฏิบัติจนตกผลึกเป็นอารยธรรมสยามที่พลเมืองไทยปัจจุบันพึงร่วมใจกันรักและหวงแหนทั้งตั้งใจพัฒนาเพื่อส่งต่อให้อนุชนในอนาคตต่อไป อันเป็น”ความสุขแห่งมหาชนชาวสยาม” ตามพระปฐมบรมราชโองการ
  5. จรรยาบรรณ (code of conduct) เน้นการอบรมให้ภูมิใจในสถาบันอันเป็นฐานแห่งอาชีพของตนที่มีเอกลักษณ์ไว้ชูหน้าชูตา ซึ่งสมาชิกทุกคนมีส่วนได้ส่วนเสีย จึงต้องช่วยกันปฏิบัติตามและดูแลให้สมาชิกทุกคนรักและหวงแหน

หากธรรมาภิบาลหมายความว่าอย่างนี้ โดยบริหารจัดการให้มีการอบรมครบทุกด้านอย่างนี้จริงๆ ทั้งใช้ตัวชี้วัด 6 ประการของพลเอกกิตติศักดิ์อย่างจริงจัง ผมว่าการปฏิรูปครั้งนี้จะได้ผลและหวังผลได้ในระยะยาวครับ ไม่เชื่อก็ลองดู

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s