ซอกแซกหามาเล่า (246)

พรรคเฮโรเดียนสมัยพระเยซู

            พรรคเฮโรเดียนหมายถึงพรรคการเมืองที่สนับสนุนเชื้อสายของเฮโรด (Herod) ให้มีตำแหน่งปกครองยูเดียและปาเลสไตน์ด้วยฉันทานุมัติของรัฐบาลโรมัน เฮโรดเป็นนามของกษัตริย์องค์แรกที่ได้รับแต่งตั้งจากรัฐบาลโรมันให้ปกครองยูเดียและปาเลสไตน์ จึงถือว่าเป็นต้นราชวงศ์เฮโรเดียนและผู้ก่อตั้งพรรคเฮโรเดียน ก่อนจะได้ตำแหน่งนี้มา บรรพบุรุษของเฮโรดจนถึงตัวเฮโรดเองได้ต่อสู้ดิ้นรนมาอย่างโชกโชนหลายชั่วอายุคน

 

ความเป็นมา

            สืบสาวได้ความว่าตระกูลเฮโรดเป็นเชื้อสายอิดูเมอา (Idumea) ซึ่งตามพงศาวดารไบเบิลถือว่าเป็นลูกหลานของเอซาว (Esau) พี่ชายของยาโคบ (Jacob) ต้นตระกูลของชาวอิสราเอล12เผ่า เมื่อกษัตริย์ดาวิดประกาศเอกราชของชาติอิสราเอล12แคว้นนั้น อิดูเมอาจึงไม่รวมอยู่ด้วย แต่เป็นรัฐอิสระขึ้นต่ออิสราเอล ต่อมาแยกตัวเป็นรัฐอิสระ เมื่อเปอร์เซียอนุญาตให้ชาวยิวสร้างเมืองและมีกษัตริย์ปุโรหิตปกครองขึ้นต่อเปอร์เซียนั้น เปอร์เซียให้อิดูเมอาเป็นประเทศราชขึ้นต่อเยรูซาเลม สภาพเป็นอยู่เช่นนี้จนถึงสมัยที่แอลเลิกแซนเดอร์แจนเนียส (Alexander Janneus ก.ค.ศ.104-78) เป็นกษัตริย์และปุโรหิตแห่งราชวงศ์แฮสโมเนียนของประเทศอิสราเอลเอกราชจากเปอร์เซีย อียิปต์ และซีเรีย ทรงแต่งตั้งอันทิปาส (Antipas) เป็นเจ้าครองนครรัฐอิดูเมอา  ครั้นแอลเลิกแซนเดอร์สิ้นพระชนม์และพระมเหสีแอลเลิกแซนดรา ซาโลเม(Alexandra Salome)สำเร็จราชการ (ก.ค.ศ.78-69) ซึ่งแต่งตั้งโอรสองค์ใหญ่เหอร์แคนเนิสที่ 2 (Hyrcanus II) เป็นยุวกษัตริย์ และแอร์เริสทาบเบอเลิสที่ 2 (Aristobulus II) โอรสองค์เล็กเป็นยุวมหาปุโรหิต ก็ยังคงรับรองตำแหน่งเจ้านครของอันทิปาสอยู่จนถึงอสัญกรรมจึงได้แต่งตั้งบุตรชายอันทิปาสที่2เป็นเจ้านครสืบตำแหน่ง ซึ่งโจเซฟเฝิส (Josephus) บันทึกไว้ว่า “มีทรัพย์สินมาก ขยันขันแข็ง และชอบบู๊มากกว่าบุ๋น” เขาถูกเส้นกับยุวกษัตริย์เหอร์แคนเนิส และไม่ถูกชะตากับยุวมหาปุโรหิตแอร์เริสทาบเบอเลิส ครั้นพระมารดาผู้สำเร็จราชการสิ้นพระชนม์ลงและเหอร์แคนเนิสเป็นกษัตริย์เต็มที่แต่ทรงใช้อำนาจกษัตริย์อย่างเกรงใจรอบด้าน อันทิปาสก็ไม่สบายใจในตำแหน่งของตนที่เห็นมหาปุโรหิตส้องสุมนักรบอย่างผิดสังเกต จึงพยายามใช้ลูกน้องออกสืบหาข้อมูลเพื่อเตือนสติเพื่อนเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและตำแหน่งของเพื่อนและของตนเอง หากปล่อยให้สถานการณ์สุกงอมอาจจะสายเกินแก้ แต่กว่าเหอร์แคนเนิสจะยอมเชื่อว่าน้องชายของตนเองจะใจร้ายกับพี่ชายได้ถึงปานนั้นก็ดูเหมือนจะสายเกินแก้แล้วจริงๆ มีทางเดียวหากไม่ยอมจำนน ก็ต้องถอยไปตั้งหลักเอาเชิงและค่อยวางแผนเอาคืนกันอย่างรอบคอบ อันทิปาสมีเพื่อนตายเป็นเชื้อสายอาหรับและเป็นกษัตริย์แห่งอาราเบียทรงพระนามว่าอาเรทัส (Aretas) จึงรับติดต่อขอรี้ภัยซึ่งได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น ครั้นเหอร์แคนเนิสและอันทิปาสสามารถเรียกผู้จงรักภักดีให้มารวมพลกันที่อาราเบียเพียงพอแล้ว กษัตริย์อาเรทัสก็นำ 3 กองทัพเดินทางมุ่งเข้ายึดเยรูซาเลมคืนให้แก่เหอร์แคนเนิสซึ่งก็น่าจะทำได้สำเร็จอย่างง่ายดาย เพราะทัพหน้าของแอร์เริสทาบเบอเลิสที่ส่งมายันที่ชายแดนถูกตีกลับอย่างเสียรูป สามทัพสามัคคีเดินหน้าต่อไปตั้งหลักที่ปาปีโรน(Papyron) ระหว่างนั้นพอดีสเคารุส(Scaurus)เพิ่งได้รับแต่งตั้งจากพามพีย์มาใหม่ๆให้เป็นผู้ทำหน้าที่แทนตนในตำแหน่งแม่ทัพภาคตะวันออกแห่งซีเรียโดยกำชับให้วางแผนกลืนปาเลสไตน์ให้ได้โดยทุกวิถีทาง ก็พอดีแอร์เริสทาบเบอเลิสส่งทูตจากเยรูซาเลมขอกองทัพโรมันไปช่วยขับไล่ศัตรูที่ชุมนุมทัพที่ปาปีโรน เข้าทางของพามพีย์ทันที จึงส่งกองกำลังไปช่วยตามที่ขอทันท่วงที สามกองทัพสามัคคีถูกตีถอยร่นออกไปพ้นชายแดนอย่างไม่เป็นขบวน เหอร์แคนเนิสครั้นรู้ว่าน้องชายเล่นไม่ซื่อถึงขนาดเอาชาติไปทูนยกให้มหาอาณาจักรโรมันเช่นนี้ก็หมดความเกรงใจ ไหนๆก็ต้องสูญเสียชาติแล้วโดยไม่มีทางเลี่ยง ทางเดียวที่ตัวเองจะรอดจากเงื้อมมือของน้องชายก็คือ ต้องใช้วิธีเกลือจิ้มเกลือ จึงร่วมใจกับอันทิปาสส่งทูตไปเจรจากับพามพีย์โดยตรงที่ดามาสกัสในปีก.ค.ศ.63 โดยยอมเป็นสมุนและจะหาเงินให้อย่างไม่อั้น ขณะนั้นพรรคฟาริสีก็ส่งทูตไปเสนอให้พามพีย์เข้ายึดเยรูซาเลมและให้มหาปุโรหิตมีอำนาจในกรอบของการศาสนาเท่านั้น  ครั้นแอร์เริสทาบเบอเลิสเห็นว่ากองทัพโรมันไม่จัดการเด็ดขาดกับเหอร์แคนเนิสอย่างที่เคยหวังจากสเคารุสลูกน้องมือขวาของพามพีย์ จับประเด็นได้ว่าพามพีย์ใช้นโยบายเหยียบเรือ2แคม หวังโกยทั้งเงินและอำนาจ ในสถานการณ์เช่นนี้ตนเองกลายเป็นฝ่ายเสียเปรียบตกอยู่เบื้องล่าง ไม่มีทางเลือก ตัดสินใจสู้อย่างสุนัขจนตรอกหลังพิงกำแพง ระดมพลจากผู้ยังมีศรัทธาในตำแหน่งมหาปุโรหิตของตนโดยเฉพาะบรรดาปุโรหิตและคนเผ่าเลวี ให้รวมตัวกันภายในกำแพงนครเยรูซาเลม สะสมอาหารและอาวุธเท่าที่จะหาได้ ปลุกใจให้ทุกคนสู้ด้วยศรัทธาเพื่อรักษาศาสนาและนครเยรูซาเลมอันศักดิ์สิทธิ์ จึงปิดประตูกรุงเยรูซาเลมโดยคิดว่าต้องช่วยตัวเองเท่านั้นจึงจะไปรอด และก็จริงอย่างที่แอร์เริสทาบเบอเลิสคาดคะเนไว้ พามพีย์ส่งเกอบีนเนียส (Gabinius) ลูกน้องคนสนิทอีกคนหนึ่งเป็นทูตมาเจรจาต่อรองราคาการเข้าข้างแต่เข้าประตูเมืองไม่ได้ ซึ่งแสดงว่าแอร์เริสทาบเบอเลิสไม่ยอมต่อรองอีกต่อไป พามพีย์ผิดหวังและโกรธมาก สั่งระดมกองกำลังโรมันเข้าบดขยี้ทันที กองกำลังรักษากำแพงได้ยินเสียงตะลุมพุกกระทุ้งกำแพงของทหารโรมันไม่กี่ทีก็อ่านเกมออกว่า เฮอร์แคนเนิสคิดถูกที่โอนอ่อนต่ออำนาจโรมันเหมือนไม้อ้อลู่ลม จึงรวมกลุ่มกันตัดสินใจถอดสลักประตูเมืองออกไปยกมือยอมแพ้ขอเปลี่ยนข้างไปอยู่ฝ่ายเหอร์แคนเนิสอย่างไม่มีเงื่อนไข ทหารโรมันเข้ายึดกรุงเยรูซาเลมได้ จับตัวแอร์เริสทาบเบอเลิสและโอรสแอลเลิกแซนเดอร์และแอนทายเกอเนิสแมทเธอธีเอิส (Antigonus Matthathias) เป็นตัวประกัน ทหารที่รอดตายหนีเข้าไปในเขตพระวิหารซึ่งตั้งอยู่บนเนินมีเชิงเทินแข็งแรงล้อมรอบเป็นป้อมปราการที่มีชัยภูมิป้องกันดีเยี่ยม ทหารโรมันล้อมอยู่3เดือนในที่สุดเครื่องกระทุ้งกำแพงก็สามารถทลายกำแพงลงได้ในปีก.ค.ศ.63 ทะลวงฆ่าผู้คนในกำแพงล้มตายไปประมาณ 12,000 คน ที่รอดตายถูกจับเป็นเชลย ตัวพามพีย์เองบุกเข้าไปตรวจตราทุกห้องแม้ห้องศักดิ์สิทธิ์ที่สุดเพื่อสำรวจดูสมบัติที่เชื่อว่าจะมีซุกซ่อนอยู่ แม้ฝ่ายของเหอร์แคนเนิสจะทัดทานเท่าไรก็ไม่ฟัง เพราะที่ศักด์สิทธิ์ที่สุดเป็นห้องเก็บหีบพระบัญญัติของโมเสสและชาวยิวเชื่อว่าเป็นที่ประทับพักผ่อนของพระยาห์เวห์ มีแต่มหาปุโรหิตแต่ผู้เดียวที่จะเข้าไปเพื่อประกอบพิธีศักดิ์สิทธิ์โดยต้องเตรียมตัวเตรียมใจอย่างเคร่งครัดเป็นเวลา1สัปดาห์ล่วงหน้า การที่พามพีย์บุ่มบ่ามเข้าไปอย่างนี้ถือว่าเป็นการทุราจารสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อย่างให้อภัยกันไม่ได้

เมื่อพามพีย์ยึดอำนาจจากแอร์เริสทาบเบอเลิสได้อย่างสมบูรณ์แล้ว ก็มอบหมายให้อยู่ในเขตปกครองของกาบีเนียสแม่ทัพภาคตะวันออก ทิ้งทหารโรมันไว้กองหนึ่งเพื่อรักษาความสงบ แต่งตั้งให้เหอร์แคนเนิสเป็นมหาปุโรหิตและเจ้าผู้ครอง (ethnarch) แทนน้องชายแอร์เริสทาบเบอเลิสที่แย่งตำแหน่งไป ยืนยันให้อันทิปาสเป็นเจ้าผู้ครองอิดูเมอาต่อไป ตัวเองเดินทางเข้ากรุงโรมเพื่อดำเนินการตามแผนรักษาอำนาจต่อไปโดยพาครอบครัวของแอร์เริสทาบเบอเลิสไปกักขังไว้ในกรุงโรมเพื่อใช้ประโยชน์ต่อไป โอรสแอลเลิกแซนเดอร์หนีการควบคุมระหว่างเดินทางเพื่อหาโอกาสส้องสุมผู้คนเพื่อชิงสมบัติของบิดาคืนซึ่งเกือบทำได้สำเร็จแต่พ่ายแพ้แก่กองทัพของอันติปาสแห่งอิดูเมอา แอลเลิกแซนเดอร์ถูกจับตัวคิดจะส่งตัวไปให้พามพีย์เพื่อทำคะแนน แต่กลางทางแอลเลิกแซนเดอร์เล็ดลอดหนีไปได้ (ก.ค.ศ.57) ปีต่อมาแอร์เริสทาบเบอเลิสและโอรสอันทิโกนุสมัทธาธีอัสหนีออกจากที่คุมขังในกรุงโรมเพื่อคิดการชิงตำแหน่งคืน (ก.ค.ศ.56) ปีต่อมาแอลเลิกแซนเดอร์ยกกำลังเข้ายึดเยรูซาเลม เกือบทำได้สำเร็จ แต่ครั้นกาบีเนียสยกทัพจากซีเรียมาช่วย แอลเลิกแซนเดอร์ถูกจับไปคุมขังไว้ที่อันทิโอก งานกู้ชาติอิสราเอลของราชวงศ์แฮสโมว์เนียนจึงล้มเหลวอีกครั้งหนึ่ง (ก.ค.ศ.55) ปีต่อมาแอร์เริสทาทเบอเลิสและโอรสอันทิโกนุสมัทธาธีอัสยกกำลังที่รวบรวมได้เข้ายึดเยรูซาเลม ทำได้เกือบสำเร็จ ครั้นกาบีเนียสยกทัพโรมันจากซีเรียมาช่วย โอรสอันทิโกนุสมัทธาธีอัสและ แอร์เริสทาบเบอเลิสถูกจับคุมตัวส่งกรุงโรมเป็นครั้งที่2 งานกู้ชาติอิสราเอลจึงล้มเหลวอีกครั้งหนึ่ง (ก.ค.ศ.54) ปีต่อมาแครสเสิส (Crassus) เข้ารับตำแหน่งแม่ทัพภาคตะวันออกแทนกาบีเนียส ยกทัพไปปราบชาวพาร์เธียนชายแดนตะวันออกแพ้ยับเยิน กองทัพกู้ชาตินำโดยพีธเธอเลเอิส (Pitholaus) ลูกน้องคนหนึ่งของแอร์เริสทาทเบอเลิสถือโอกาสนำพลเข้ายึดเยรูซาเลม แต่ถูกกองทัพของอดีตกงสุลบดีแคสเสียส (Cassius) ยกทัพจากกรุงโรมมาปราบราบคาบ ชาวยิวถูกจับไปขายเป็นทาสหลายพันคน งานกู้ชาติอิสราเอลล้มเหลวอีกครั้งหนึ่ง (ก.ค.ศ.51)

ก.ค.ศ.49 เมื่อซีเสอร์ยึดกรุงโรมเป็นฐานที่มั่นได้และวางแผนส่งแอร์เริสทาทเบอเลิสนำทัพโรมันไปยึดเยรูซาเลมและล้างอิทธิพลสมุนของพามพีย์ให้สิ้นซาก ก็ถูกวางยาพิษตายเสียก่อน ฝ่ายแอลเลิกแซนเดอร์ที่ยังถูกคุมขังอยู่ที่อันทิโอกก็ถูกลูกน้องของพามพีย์ที่นั่นสังหารไปเสียแล้ว คงเหลืออันทิโกนุส ซึ่งกลายเป็นเจ้าชายเจ้าสำราญอยู่ในกรุงโรมคอยโอกาส

ก.ค.ศ.48 อันทิปาสเห็นว่าพามพีย์ช่วยอะไรตนไม่ได้แล้ว แต่ซีเสอร์ (Julius Caesar) ดวงกำลังขึ้น จึงหันมาสวามิภักดิ์ต่อซีเสอร์อย่างเต็มตัวโดยยกกองกำลังไปช่วยปราบปรามฝ่ายแข็งข้อต่อซีเสอร์จนตัวเองได้รับบาดเจ็บ ครั้นปราบเสี้ยนหนามได้ราบคาบแล้ว ซีเสอร์จึงปูนบำเหน็จและจัดระเบียบใหม่ในเขตปาเลสไตน์ โดยให้ฐานะพลเมืองโรมันเต็มขั้นแก่อันทิปาส รับรองตำแหน่งเจ้านคร (ethnarch) แห่งอิดูเมอาต่อไป และเพราะเห็นแก่อันติปาสจึงรับรองตำแหน่งมหาปุโรหิตและตำแหน่งเจ้านครของเหอร์แคนเนิส และให้ของขวัญพิเศษแก่อันทิปาสโดยแต่งตั้งให้เป็นข้าหลวงโรมัน(Procurator)แห่งปาเลสไตน์อีกตำแหน่งหนึ่งซึ่งจริงๆแล้วตำแหน่งนี้ควรแต่งตั้งมาจากกรุงโรมโดยแต่งตั้งจากผู้ที่รัฐสภาโรมันไว้างใจ อันติปาสมีบุตรชาย4คนคือ ฟาซาเอล(Phasael), เฮโรด, โยเซฟ, เฟโรรัส(Pheroras) กับบุตรี 1 คนคือซาโลเม(Salome) อันทิปาสจึงใช้ตำแหน่งของตนแต่งตั้งฟาซาเอลเป็นเจ้าเมืองเยรูซาเลมและเฮโรดเป็นเจ้าเมืองกาลิลี ก็กลายเป็นโอกาสทองของเฮโรดทันทีที่อยากมีอำนาจในสังคม เฮโรดมีนิสัยชอบปราบปรามอยู่แล้ว และถิ่นที่ตนรับผิดชอบก็เลื่องลือว่าเป็นถิ่นโจรที่รัฐบาลโรมันอยากจัดการแต่ยังไม่ได้จังหวะปราบ เฮโรดเห็นเป็นโอกาสทำคะแนนทันที จึงรับสมัครมือปราบมาเข้าทีม ฝึกใช้อาวุธที่ทันสมัยและให้ใช้อย่างทันสมัย ค่อยๆปราบจากกลุ่มเล็กไปสู่กลุ่มใหญ่ขึ้นตามลำดับและได้ผลตามแผน แม่ทัพภาคตะวันออกแห่งซีเรียชอบใจและโปรดปรานมากที่ขยันรับผิดชอบโดยไม่ทันต้องออกปากใช้งานก็ทำเสร็จแล้ว จึงชมเชยและมอบหมายงานให้ไม่ขาดสายพร้อมตำแหน่งและอำนาจซึ่งเฮโรดไม่เคยเกี่ยงและเต็มใจทำอย่างดีที่สุด

ก.ค.ศ.46 เซ็กสเถิส ซีเสอร์ (Sextus Caesar) ญาติของซีเสอร์มารับตำแหน่งข้าหลวงแห่งซีเรีย แต่งตั้งเฮโรดเป็นข้าหลวงแห่งซีลีซีเรีย (Coele-Syria) อันเป็นดินแดนระหว่างซีเรียกับกาลิลี เป็นท้องที่ปลอดผู้คนอาศัย เป็นแหล่งส้องสุมของเหล่าโจร ต้องการให้เฮโรดปราบให้หมดซึ่งเฮโรดก็ปราบได้เรียบร้อยน่าพอใจ แต่เซ็กสเถิสถูกแบสเสิส (Bassus) ลูกน้องของพามพีย์ลอบสังหาร อันทิปาส ฟาซาเอลและเฮโรดรวมกำลังกันปราบอยู่3ปีก็ได้ข่าวว่าซีเสอร์ถูกลอบสังหารที่กรุงโรมโดยบรูเถิส (Brutus) และแคสเสียส (Cassius)

ก.ค.ศ.44 ซีเสอร์ถูกลอบสังหาร แคสเสียสเดินทางมาซีเรียเพื่อระงับศึกระหว่างแบสเสิสกับเฮโรด  และแต่งตั้งเฮโรดเป็นข้าหลวงแห่งซีเรีย พร้อมทั้งสัญญาว่าหากช่วยกันยึดอำนาจได้จะแต่งตั้งให้เป็นกษัตริย์แห่งยูเดียซึ่งเฮโรดก็พอใจและแสดงฝีมือปราบการจลาจลในซามาเรียได้เรียบร้อย

ก.ค.ศ.43 อันทิโกนัสมัทธาธีอัสโอรสของแอร์เริสทาบเบอเลิสที่2 ซึ่งตั้งแต่บิดาถูกลอบสสังหารก็ใช้ชีวิตในกรุงโรมอย่างเจ้าไม่มีศาล  ครั้นเห็นความระส่ำระสายในวงการบริหารในกรุงโรมจนไม่อาจจะมีใครสนใจการเมืองของเยรูซาเลม จึงถือโอกาสเดินทางมากรุงเยรูซาเลม รวบรวมผู้ยังภักดีต่อบิดาตั้งเป็นกองทัพขึ้นยกเข้ายึดเยรูซาเลม ประกาศเอกราชและประกาศตัวเองเป็นกษัตริย์ขึ้นสู่บัลลัก์ของบิดาแอร์เริทาบเบอเลิส แต่ประชาชนส่วนมากไม่ต้อนรับเพราะกลัวว่าสักวันหนึ่งทหารโรมันจะยกมาปราบ

ก.ค.ศ.42 เฮโรดยกทัพมาปราบในนามของรัฐบาลโรมันได้สำเร็จ อันทิโกนุสหนีรอดชีวิตไปพึ่งกษัตริย์เบอร์แซฟเฝรอนิสแห่งพาร์เธีย (Barzaphranes of Parthia) เฮโรดจัดระเบียบปกครองโดยร่วมมือกับมหาปุโรหิตเหอร์แคนเนิส  ประชาชนส่วนหนึ่งยังแคลงใจส่งผู้แทนไปซีเรียพบมาร์คแคนเถอนิซึ่งยังญาติดีกับเอิกแทฟเวียน (Octavian) หลานชายของซีเสอร์อยู่  มาร์แคนเถอนิยืนกรานแต่งตั้งทั้งฟาซาเอลและเฮโรดเป็นเจ้าประเทศราช  เฮโรดเห็นดังนั้นก็เลยแต่งงานกับโดริส (Doris) หญิงยิวตามธรรมเนียมยิวเพื่อให้คนเชื่อว่าตนเป็นยิวเต็มขั้นจะได้รับการยอมรับมากขึ้น เกิดบุตรกัน1คนนามว่าอันทิปาแตร์(Antipater) เฮโรดจึงถือโอกาสชักชวนผู้ภักดีรวมตัวกันตั้งพรรคเฮโรเดียนเพื่อรักษาผลประโยชน์ของกันและกันตั้งแต่นั้นมาโดยมีราชวงศ์เฮโรดเป็นแกนนำ

ก.ค.ศ.41 แม่ทัพเผอคอร์เริส (Pacorus) แห่งพาร์เธียนำทัพใหญ่มาล้อมเยรูซาเลมหวังยึดตำแหน่งคืนให้อันทิโกนุส ครั้นเห็นว่ากำลังป้องกันเยรูซาเลมด้อยกว่าฝ่ายตน แม่ทัพเผอคอร์เริสจึงออกอุบายส่งทูตเข้ามาเจรจาเชิญฟาซาเอลไปเจรจาหย่าศึกกับกษัตริย์เบอร์แซฟเฟรอนิส เฮโรดไม่ยอมเจรจา แต่ฟาซาเอลและมหาปุโรหิตเฮอร์แคนเนิสอยากเจรจา แม่ทัพเผอคอร์เริสพาไปพบกษัตริย์ที่ทะเลสาบกาลิลีซึ่งสั่งให้จองจำผู้เจรจาทั้ง2ด้วยโซ่ตรวน ครั้นข่าวการหักหลังเข้าถึงหู เฮโรดประเมินสถานการณ์แล้วเห็นว่าเสียเปรียบจึงนำทหารที่มีอยู่ฝ่าวงล้อมทิ้งเมืองไปตั้งหลักที่มาซาดาและเคลื่อนทัพต่อไปพึ่งกษัตริย์แห่งเปตราซึ่งเป็นพันธมิตรกับรัฐบาลโรมัน ซาฟาเอลตายในที่คุมขัง  กองทัพพาร์เธียยกเข้ายึดกรุงเยรูซาเลมโดยละม่อม มหาปุโรหิตเหอร์แคนเนิสถูกปล่อยตัวเป็นอิสระกลับคืนถิ่น แม่ทัพเผอคอร์เริสประกาศในนามของกษัตริย์แห่งพาร์เธียแต่งตั้งให้อันทิโกนุสเป็นกษัตริย์แห่งยูเดียขึ้นต่อพาร์เธีย ถอดเหอร์แคนเนิสออกจากตำแหน่งมหาปุโรหิตและแต่งตั้งอันทิโกนุสควบคำแหน่งมหาปุโรหิตด้วย และเพื่อตัดสิทธิ์มิให้เหอร์แคนเนิสคิดคืนสู่ตำแหน่งมหาปุโรหิตได้อีกต่อไปอย่างเด็ดขาด  อันทิโกนุสจึงจัดการให้ตัดใบหูทั้ง 2 ข้างเสียอย่างถาวร เพราะมีกฎของโมเสสระบุว่าผู้ไร้ใบหูไม่มีสิทธิ์เป็นมหาปุโรหิตอย่างเด็ดขาด

ก.ค.ศ.40 กษัตริย์แห่งแนบเบอทีเออ(Nabataea)เห็นความเข้มแข็งของกษัตริย์แห่งพาร์เธีย เกิดความไม่แน่ใจในการเลือกข้างโรมัน จึงบัญชาให้เฮโรดนำทัพออกจากเปตราที่ตั้งค่ายอยู่โดยด่วน เฮโรดจึงนำทัพไปตั้งหลักในอียิปต์แทน ตัวเองเดินทางต่อไปรายงานตัวต่อมาร์คแคนเถอนิและเอิกแทฟเวียน ทั้ง2นำเรื่องเข้าหารือในวุฒิสภาและเสนอให้ปูนความดีความชอบโดยแต่งตั้งให้เฮโรดเป็นกษัตริย์แห่งปาเลสไตน์ ทำให้เฮโรดมีสิทธิ์ขอและบัญชากองทัพโรมันตามต้องการเพื่อขจัดอุปสรรคขัดขวางการทำงานในหน้าที่อย่างสมศศักดิ์ศรี ขั้นแรกจึงได้แก่การวางแผนยึดกรุงเยรูซาเลมจากอันทิโกนุสและแสดงว่าใช้อำนาจได้เต็มในเขตแดนทั้งหมดที่ได้รับมอบหมาย

ก.ค.ศ.39 เฮโรดรับทหารองครักษ์ส่วนหนึ่งจากวุฒิสภา ลงเรือมาขึ้นที่กาลิลี ใช้อำนาจกษัตริย์จัดตั้งกองทัพท้องถิ่น เดินทัพแสดงสิทธิยึดครองยอปปาและมาซาดา เดินทัพตรงไปล้อมเยรูซาเลมโดยสั่งกองทัพโรมันส่วนหนึ่งจากซีเรียให้มาร่วมสมทบ เฮโรดปิดล้อมอยู่เป็นเวลา2ปี ไม่ผลีผลามเผด็จศึกอันจะทำให้เกิดการนองเลือด แต่ใช้การโฆษณาชวนเชื่อเป็นเครื่องมือนำ เช่นชี้นำว่าอันทิโกนุสเอาชาติไปขายให้เป็นเมืองขึ้นของพาร์เธียซึ่งเทียบไม่ติดกับการเป็นส่วนหนึ่งของมหาอาณาจักรโรมันอันยิ่งใหญ่ที่จะนำไปสู่ความเจริญ ทำการสู่ขอและประกอบพิธีแต่งงานเต็มที่ตามกฎของโมเสสกับมาเรียมหลานตาของเหอร์แคนเนิส และหลานปู่ของแอร์เริสทาบเบอเลิสที่ 2 สัญญาว่าจะทะนุบำรุงพระวิหารคู่กับศาสนายูดาห์ ฯลฯ ในขณะเดียวกันก็ส่งทูตไปเกลี้ยกล่อมมวลชนโดยรอบกรุงเยรูซาเลมให้ร่วมมือกับตนในการสร้างสรรค์คุณภาพชีวิตและสังคม ในขณะเดียวกันก็พยายามชี้ให้เห็นว่าระหว่างที่อันทิโกนุสใช้อำนาจปกครองอยู่นั้น ทั้งพรรคพวกของอันทิโกนุสและชาวพาร์เธียถือโอกาสเบียดเบียนและข่มเหงเคนงร้ายต่อชาวบ้านไม่รู้เท่าไร ทำอยู่2ปีก็ได้ผลเกินคาด มีผู้สมัครเข้าพรรคเฮโรเดียนมากมาย ในที่สุดประตูกรุงเยรูซาเลมก็เปิดต้อนรับกองทัพของเฮโรดเข้าไปจัดระเบียบใหม่ทั้งในกรุงเยรูซาเลมและรอบนอก ทำตามสัญญา คือ ทำแปลนปรับปรุงพระวิหารอย่างมโหฬารยิ่งใหญ่ ทั้งจัดการให้มีการประกอบพิธีศาสนาตามที่โมเสสได้กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด แต่ขณะเดียวกันก็เอาใจผู้มีอำนาจทั้งหลายของมหาอาณาจักรโรมัน โดยพยายามทำให้เขตปกครองของตนพัฒนาเป็นเมืองโรมันอย่างใกล้เคียงที่สุด ทำการสร้างสนามกีฬา เวทีแสดงละคร สถานอาบอบนวด และวิหารเทพเทวีกรีกและโรมัน ชาวยิวก็เลยสับสน ไม่รู้จะขอบคุณดีหรือสาบแช่งดี

กษัตริย์เฮโรดมีชายาที่รู้ในประวัติศาสตร์10องค์ มีโอรสที่เป็นเจ้าชาย 9 องค์ สิ้นชีวิตลงในปีก.ค.ศ.4 ก่อนหน้านั้นได้ประหารชีวิตโอรส 2 องค์ในฐานก่อการกบฏ และแค่ 5 วันก่อนสิ้นชีวิตก็ได้สั่งการประหารชีวิตโอรสหัวปีซึ่งหวังจะให้เป็นผู้สืบอำนาจของตนต่อไป ที่สุดรัฐบาลโรมันก็ต้องเข้ามาจัดการแบ่งมรดกให้แก่เจ้าชายที่เหลือ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s