ซอกแซกหามาเล่า (245)

อำนาจโรมันมาปลดปล่อยหรือมากดขี่

ความนำ

           วุฒิสภาโรมันเมื่อคิดจะเป็นมหาอำนาจโดยสร้างมหาอาณจักรขึ้นมาแทนมหาอาณาจักรของจักรพรรดิแอลเลิกแซนเดอร์ ก็ได้พยายามศึกษาเคล็ดลับการบริหารงานของแอลเลิกแซนเดอร์เพื่อถอดแบบเอาเป็นแบบฉบับ เช่นการไม่ยึดเอาเป็นเมืองขึ้น แต่ให้ดินแดนที่ถูกยึดกลายเป็นส่วนขยายของมหาอาณาจักร ไม่ถือว่าผู้แพ้เป็นทาส แต่เป็นพลเมืองของมหาอาณาจักรโรมัน เฉพาะผู้รุกรานเท่านั้นที่ถูกขายเป็นทาส เมื่อยึดได้ดินแดนแห่งไใหม่ ก็จัดการปรับการบริหารเสียใหม่ตามนโยบายรัฐบริหารที่ดี (good governance) คือให้ผู้มีอำนาจในท้องที่บริหารปกครองกันเอง ยกเว้นวิเทศสัมพันธ์ การทหารและโทษประหารชีวิตเท่านั้นที่สงวนไว้เป็นอำนาจของตัวแทนจากส่วนกลางส่งมาบริหารเอง รีบจัดการปราบปรามโจรผู้ร้ายอย่างเด็ดขาดเพื่อให้ปลอดภัยทุกคนนอนตาหลับในทุกกระเบียดนิ้วของพื้นที่มหาอาณาจักรโรมันสมกับคำปณิธานว่า Pax Romana (สันติภาพโรมัน) และท้ายที่สุดแต่ไม่ใช่สำคัญน้อยที่สุดคือสร้างถนนหนทางเชื่อมได้กับทุกหัวเมืองสำคัญทั่วมหาอาณาจักรโรมันให้เป็นทางหลวงสาธารณะจริงๆที่ทุกคนสามารถใช้เดินทางไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวกที่สุดตามศักยภาพของสมัยนั้น ไม่ว่าจะโดยใช้ยานพาหนะเทียมปศุสัตว์ หรือจะขี่บนหลังสัตว์ หรือจะเดินเท้า มีที่พักแรมเป็นระยะๆตามริมถนนโดยมีที่พักหลับนอนพักผ่อนได้ ซื้ออาหารรับประทานและซื้อเป็นเสบียงเดินทางต่อได้ มีม้าให้แลกเปลี่ยนโดยเสียค่าแลกเปลี่ยนตามอัตราเหมาะสมกับม้าที่แลกและที่ถูกแลก หรือจะซื้อใหม่เลยก็ได้ บางจุดมีบริการรับฝากเงินเพื่อเบิกคืนตอนขากลับได้โดยต้องเสียค่าดูแลรักษาตามอัตราที่เหมะสม อย่างนี้ก็เชื่อได้ว่าไม่น่าจะมีพลเมืองแห่งใดอยากจะขอแยกตัว เพื่อให้เป็นไปตามนโยบาย วุฒิสภาจึงพิถีพิถันมากในการพิจารณาคัดเลือกส่งใครไปเป็นข้าหลวงหรือผู้สำเร็จราชการในท้องที่ต่างๆ ส่งไปแล้วก็ได้พยายามกำชับให้อยู่ในร่องในรอยและเงี่ยหูรับฟังการทุจริตที่อาจจะเกิดขึ้นและส่งผู้ตรวจการไปสอบสวนเอาผิดตามตัวบทกฎหมายโรมันที่ถือว่ายอดเยี่ยมมาก ยังใช้เป็นตัวอย่างศึกษามาจนทุกวันนี้ อย่างไรก็ตามในเรื่องของประวัติศาสตร์ไม่มีกฎใดไม่มีการยกเว้น และบุคคลสำคัญที่ปฏิบัติการยกเว้นให้แก่ตัวเองยกเว้นในเรื่องนี้ก็คือพามพีย์ (Pompey) ซึ่งวุฒิสภาเกรงใจเป็นพิเศษ ในฐานะแม่ทัพภาคตะวันออกที่สามารถปราบมีธเธอเดถิสที่ 6 (Mithridates VI) ผู้มีกองทัพเกรียงไกรมีศักยภาพที่จะสยบมหาอาณาจักรโรมันลงได้ ซีเสอร์เองก็เกรงใจพามพีย์ขณะเป็นดาวรุ่งและเอาใจไว้ตลอดเวลาเพื่อรอโอกาสทองแบบพร้า 2 เล่มงาม เรื่องมีดังนี้คือ

ก.ค.ศ.133 แอทเถอเลิสที่3 (Attalus III) กษัตริย์แห่งรัฐอิสระเพอร์เกอเมิม (Pergamum) ทำพินัยกรรมยกรัฐเพอร์เกอเมิมให้แก่วุฒิสภาโรมัน อันมีนัยยะว่าขอเป็นส่วนหนึ่งของมหาอาณาจักรโรมันโดยให้ตนและทายาทยังคงเป็นกษัตริย์ประเทศราชต่อไปได้และรัฐบาลโรมันก็รับรอง ขณะนั้นที่รัฐพานเถิส (Pontus) ที่อยู่ใกล้เคียงกันอยู่ในช่วงรัชสมัยของกษัตริย์มิธเธรอเดเถิสที่5 (พระราชบิดาของมีธเธรอเดเถิสที่6 พระเอกของเรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้)

มีธเธรอเดเถิสที่ 5 ดำเนินนโยบายผูกมิตรกับมหาอาณาจักรโรมัน ซึ่งก็คงจะยอมเป็นส่วนของมหาอาณาจักรอย่างกษัตริย์แอทเถอเลิสที่3แห่งเพอร์เกอเมิมนั่นเอง แต่เหตุการณ์มิได้เป็นไปอย่างที่คาดหวัง เพราะที่เพอร์เกอเมิม น้องชายต่างมารดาของกษัตริย์แอทเถอเลิสนามว่าแอร์เริสโทว์เนอเขิส (Aristonicus) ไม่เห็นชอบกับนโยบายสยบต่อมหาอาณาจักรโรมัน จึงส้องสุมผู้คนที่เห็นชอบตรงกันตั้งเป็นกองกำลังกู้ชาติ กษัตริย์มีธเธรอเดเถิสที่ 5 ยกทัพไปช่วยปราบในนามของพันธมิตรโรมัน ปรากฏว่าปราบได้สำเร็จ กองทัพภาคตะวันออกโรมันเข้ายึดครองพื้นที่เพอร์เกอเมิมและจัดระเบียบใหม่แบบโรมัน ตอบแทนกษัตริย์มีธเธรอเดเถิสที่ 5 แห่งพานเถิสโดยยกพื้นที่ส่วนหนึ่งของฟรีเจียให้ปกครอง ทั้งยังได้รับการส่งเสริมให้ขยายอิทธิพลไปทั่วแดนกาลาเทียและโดยรอบทั่วๆไป เป็นเหตุให้ผู้ไม่เห็นชอบกับนโยบายหาทางทำร้ายและในที่สุดก็ถูกลอบปลงพระชนม์ในปีก.ค.ศ.120 เนื่องจากโอรสมีธเธรอเดเถิสที่ 6 อายุเพียง 12 ชันษา พระมารดาเลเออดายสิ (Laodice) จึงสำเร็จราชการ มีธเธรอเดเถิสที่ 6 หนีออกจากวังไปเข้ากับฝ่ายกบฎที่ไม่ยอมขึ้นกับโรมัน ยกกำลังเข้ายึดอำนาจจากพระมารดาได้สำเร็จ ปลงพระชนม์พระมารดา ประกาศอิสรภาพจากโรมัน และขยายอิทธิพลไปทั่วเอเชียไมเนอร์และกรีซเตรียมกับมือกองทัพโรมันที่เชื่อว่าจะต้องยกมาปราบแน่ เขาพยายามสร้างกองทัพและประชาสัมพันธ์ความเลวร้ายต่างๆของกองทัพโรมันโดยทั่วไปและได้รับการต้อนรับในฐานะผู้ปลดปล่อย ซูลเลอร์ (Sulla) ล้อมกรอบได้สำเร็จที่นีเขอเมอดีเออ(Nicomedia สงความมีธเธรอเดเถิสครั้งที่ 1 ก.ค.ศ.88) มีธเธรอเดเถิสหนีไปขอความร่วมมือจากโจรสลัดก่อกวนท้องทะเล แม่ทัพเมอเรนเนอ(Murena สงความมีธเธรอเดเถิสครั้งที่ 2 ก.ค.ศ.81 )มาปราบแพ้ยับเยิน มีธเธรอเดเถิสกลับไปยึดพานเถิสเป็นฐานสู้ กงสุลบดีเลอเขอลเลิส (Lucullus สงความมีธเธรอเดเถิสครั้งที่ 3 ก.ค.ศ.72) ยกกำลังไปปราบย่อยยับ เขาพ่ายแพ้แต่เกิดการแตกแยกและเข่นฆ่ากันในกองทัพโรมัน เขาจึงเปลี่ยนนโยบายเป็นป่าล้อมเมือง คือ เดินทางไปตามหัวเมืองต่างๆที่ขึ้นกับมหาอาณาจักรโรมัน เที่ยวยุแหย่ให้เกลียดชังอำนาจของมหาอาณาจักรโรมันและเกลี้ยกล่อมให้มาร่วมมือกับตนเพื่อล้มมหาอาณาจักรโรมัน ระหว่างนั้นภายในวงการบริหารระดับสูงของมหาอาณาจักรโรมันมีความร้าวฉานกันเป็นแฉกๆ ยากที่จะร่วมมือกันแก้ปัญหา หลายครั้งที่แม่ทัพระดับล่างนำทัพออกปราบมิธเธรอเดเถิส ก็ถูกบดขยี้แหลกลาน จนหาคนกล้าอาสาไม่ได้ คงปล่อยให้มิธเธรอเดเถิสเดินทัพฉวัดเฉวียนผ่านกรุงโรมจากเหนือล่องใต้และจากใต้ขึ้นเหนือเก็บคะแนนนิยมจากชาวคาบสมุทรอิตาลีไปเรื่อยๆ แต่ก็ไม่กล้าตัดสินใจเข้าโจมตีกรุงโรมเสียที ลุปีก.ค.ศ.67วุฒิสภาประสบปัญหาโลกแตกชนิดเราอยู่นิ่งต่อไปไม่ได้อีกแล้ว จำเป็นต้องทิ้งไพ่ใบสุดท้ายรวมทั้งเสี่ยงเทหมดหน้าตัก คือในปีนั้นโจรสลัดซึ่งถูกยุจากมิธเธรอเดเถิส เหิมเกริมหนัก คิดการใหญ่ ปิดทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ตัดเส้นทางส่งข้าวจากอียิปต์เข้ามาเลี้ยงพลเมืองโรมันอย่างสิ้นเชิง กรุงโรมเริ่มออกอาการข้าวยากหมากแพง รออีกเดือนเดียวต้องเกิดจลาจลถึงขั้นปล้นอาหารกันแน่นอน นายทหารคนเดียวที่มีแววเปิดเส้นทางส่งข้าวได้ แต่เขาเป็นคนโอหังเจ้าอารมณ์เอาแต่ใจตัวเอง เขาคือพามพีย์ (Pompey หรือ Pompeius) ไม่มีทางเลือก สภาลงมติเป็นเอกฉันท์ มอบอำนาจเด็ดขาดแก่ผู้ที่จะทำอะไรก็ไม่ผิดกฎหมายทั่วท้องทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและลึกจากชายฝั่งลึกเข้ามาในแผ่นดินอีก5ไมล์ เขาเปิดเส้นทางเดินเรือปลอดโจรสลัดได้ทันใจ  ชาวโรมพากันไชโยโห่ร้องสรรเสริญความเก่งกาจของเขาเมื่อเห็นเรือบรรทุกข้าวจากอียิปต์ลำแรกเข้าเทียบท่า เขาขจัดโจรสลัดได้หมดทะเลเมดิเตอร์เรเนียนได้ภายใน3เดือน รุ่งปีก.ค.ศ.66 วุฒิสภาออกกฤษฎีกามานีเลียน (Manilian Law) ขยายอำนาจให้แก่พามพีย์ทั่วมหาอาณาจักรโรมันเพื่อสยบมิธเธรอเดเถิส พามพีย์ได้ใจฮึกเหิม  ขับไล่มิธเธรอเดเถิสพ้นเขตแดนอิตาลีได้อย่างรวดเร็ว พามพีย์นำทหารรุกไล่ต่อไปในดินแดนเอเชียถิ่นของมิธเธรอเดเถิสเองซึ่งเลอเขอลเลิสดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคเหนืออยู่แต่ทำอะไรไม่ได้  พามพีย์ใช้กฤษฎีกาในฐานะผู้มีอำนาจเบ็ดเสร็จจากวุฒิสภาประกาศให้กองทัพภาคเหนือทั้งหมดมาขึ้นกับตน มิฉะนั้นถือว่ากบฎซึ่งก็สำเร็จตามปราถานา เลอเขอลเลิสยอมสละตำแหน่งโดยดี พามพีย์ขับไล่มีธเธรอเดเถิสออกจากพานเถิส คิดจะหนีร้อนไปพึ่งเย็นบุตรเขยที่ได้มอบหมายให้ดูแลอาร์เมเนียแต่ถูกปฏิเสธจึงหลบฉากไปซุกหัวอยู่ที่ไครเมียอย่างไร้ทหารติดตาม พามพีย์เห็นหมดฤทธิ์เดชแล้วก็ปล่อยตามยถากรรม ที่สุดก็ตรอมใจตายในปีก.ค.ศ.63 มหาอาณาจักรโรมันสิ้นผู้แข็งข้อ แต่ข้อครหาที่มิธเธรอเดเถิสได้ก่อไว้ยังคงทำงานต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีหลักฐานจากการปฏิบัติจริงของพามพีย์และทหารในกองทัพของตน ดังข้อความในจดหมายจากมีธเธรอเดเถิสถึงกษัตริย์แห่งพาร์เธียความว่า

“ชาวโรมันน่ะหรือแต่ไหนๆมาเป็นที่รู้เล่าลือกันหนาหู เที่ยวยกทัพไประรานทั่วสารทิศ รู้เช่นเห็นชาติกันทั่วหน้า ไม่ว่าชาติใด ภาษาใด กษัตริย์บนบัลลังก็ใดก็ไม่พ้น เหตุผลเดียวที่ใช้ก่อความเดือดร้อนคือปล้นทรัพย์ยึดแผ่นดิน…ไม่เห็นกันอยู่หรือว่ายังมีอะไรเหลือที่พวกเขาไม่เข้าไปยึด อาคารบ้านเรือน ลูกเมีย ที่ดินทำกิน และอธิปไตย พวกมันคือกองทัพกองโจร ไม่มีหัวนอนปลายตีน ไม่มีปิตุภูมิจะรักและหวงแหนให้เข้าใจความรักถิ่นฐานอย่างพวกเรา พวกมันจึงเดินทัพไปเรื่อยๆอย่างไร้พรมแดนแบบเดียวกับโรคระบาดระบาดไปจนเต็มโลก ไม่มีกฎหมายใดจะยับยั้งความชั่วร้ายของพวกมันได้ ไม่ว่าจะอ้างพระเจ้าหรือมนุษย์คนใดมาเป็นผู้ออกกฎ พวกมันไม่ยี่หระที่จะละเมิดสัญญาใดๆที่ทำไว้ไม่ว่ากับสหายหรือพันธมิตรระดับใด ไม่ว่าใกล้หรือไกล ไม่ว่าจะอ่อนแอหรือแข็งแกร่งสักปานใด พวกมันมองมนุษย์อื่นล้วนเป็นศัตรู โดยเฉพาะอย่างยิ่งราชอาณาจักรที่ไม่ยอมทำตัวเป็นทาสรับใช้”

ซีเสอโรว์เองก็ยังบ่นในสุนทรพจน์ที่กล่าวในรัฐสภาเพื่อขอให้ถอนกฤษฎีกามานีเลียนแต่ไม่ได้ผล วุฒิสมาชิกไม่ยอมลงมติถอนอำนาจ เพราะกลัวพามพีย์จะไม่ยอมทำงาน ต้องรอให้ทำงานได้ตามเป้าหมายใหญ่เสียก่อนจึงค่อยหาทางแก้ปัญหาเล็ก แต่สุนทรพจน์ของซีเสอโรว์ก็ได้บันทึกความน่าห่วงใยจริงๆเอาไว้ ความว่า

“ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติที่เคารพ ไม่ง่ายเลยที่จะแสดงความรู้สึกจริงๆจากใจของบรรดานานาชาติที่รู้สึกเกลียดชังอย่างขมขื่นอันเนื่องมาจากพฤติกรรมนอกลู่ของบรรดาเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่เราแต่งตั้งออกไปปกครองพวกเขาในช่วงเวลาหลังๆนี้ มีโบสถ์วิหารใดในดินแดนดังกล่าวที่พวกท่านคิดว่าไม่ถูกละเมิดสิทธิโดยเจ้าหน้าที่ของเรา มีรัฐใดบ้างที่ไม่ถูกรังแกข่มเหงทั้งๆที่มีกฎหมายโรมันคุ้มครอง ยังมีบ้านใดเหลืออยู่บ้างที่สามารถปิดกั้นการล่วงละเมิดสิทธิอยู่ได้ไม่ด่างพร้อย คนของเราเองนี่แหละที่สอดส่ายสายตาดูว่ามีทรัพย์สินที่จะริบได้ซุกซ่อนอยู่ตรงไหนบ้าง และยังมีเมืองใดบ้างที่ยังไม่ถูกปล้นจะได้หาโอกาสไปปล้นในนามของรัฐสภาโรมันอย่างอิ่มหมีพีมัน เมื่อท่านคิดว่าท่านส่งกองทัพไปช่วยพันธมิตรแก้ปัญหานั้น ท่านแน่ใจหรือว่าท่านช่วยพันธมิตรต่อต้านศัตรูของพันธมิตรอย่างได้ผลจริงๆ บ่อยครั้งกลายเป็นว่าท่านใช้คำว่าศัตรูเป็นข้ออ้าง แท้จริงแล้วก็สหายและพันธมิตรเองนั่นแหละที่รับเคราะห์ รัฐในเอเชียเพียงรัฐเดียวเพียงพอจริงๆหรือสำหรับให้แม่ทัพหรือรองแม่ทัพของเราคนหนึ่งได้ระบายความโอหังและความหน้าด้านได้อย่างสะใจ”

บันทึกของถ้ำคุมรานชายฝั่งตะวันออกของทะเลตายมีบันทึกความเลวร้ายของทหารโรมันภายใต้ชื่อว่าชาวคิตตีม (Kittim) ผู้รุกรานความว่า

“ชนทุกชาติกลัวพวกมันอย่างขึ้นสมอง เพราะในสมองของพวกมันมีแต่การวางแผนทำชั่วร้าย หาเล่ห์เหลี่ยม หากลเม็ดใช้ให้เหมาะกับแต่ละชาติ… พวกมันขี่ม้าและปศุสัตว์เข้ามาย่ำยีดินแดนของพวกเรา พวกมันเดินทางมาไกล จากชายฝั่งทะเล เพื่อจะขม้ำประชาชาติทั้งหลายเหมือนพญานกอินทรี กินเท่าไรก็ไม่รู้จักอิ่ม พวกมันพ่นคำพูดออกมาคลุ้งเคล้าด้วยอารมณ์โมโหโทสันเกรี้ยวกราดบนใบหน้าทนฟังไม่ได้….มีใครยิ่งใหญ่ที่ไหนพวกมันถล่ำจมดินหมด ไม่ว่าจะเป็นมหาบุรุษ จอมกษัตริย์เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินไม่เหลือหลอ ชาติยิ่งใหญ่ขนาดไหนก็ไม่มีเหลือดี …พวกมันยกย่องบูชาแต่ธงประจำกองทัพ กราบบังคมไหว้เฉพาะศาสตราวุธเท่านั้น”

นักพรตคุมรามเป็นชาวบ้านที่ไม่เห็นชอบกับชาวยิวที่ร่วมมือกับรัฐบาลโรมันและกลายเป็นชนชั้นร่ำรวยรีดนาทาเร้านชาวบ้าน พวกเขาเป็นตัวแทนของชาวบ้านที่รู้สึกว่าพรรคซัดดูสีที่อ้างว่าเป็นผู้ทรงอำนาจถ่ายทอดลงมาจากซาโดกนั้น แท้ที่จริงแล้วไม่ใช่ เป็นเพียงการแอบอ้างเพื่อรั้งอำนาจเท่านั้น จริงๆแล้วไม่มีใครรู้แล้วว่าเชื้อสายซาโดกจริงๆยังคงมีอยู่อีกหรือไม่ จึงเลิกคิดเรื่องนี้ได้ แต่เชื้อสายของดาวิดยังมีแอบซ่อนอยู่มาก จึงเชื่อว่าผู้กอบกู้สถานกาณ์ร่วมสมัยได้จริงจะต้องเป็นพระเมสสิยาห์ที่สืบเชื้อสายจากกษัตริย์ดาวิดตามคำพยากรณ์ของพระคัมภีร์ พระองค์จะแก้ปัญหาทุกอย่างของประชากรที่เชื่อและซื่อสัตย์ต่อพระสัญญาของพระองค์ บางคนถึงกับยืนยันว่า พามพีย์นี่แหละคือ”ก๊กวายร้าย”ที่พระยาห์เวห์จะต้องจัดการตามที่มีพยากรณ์ไว้ในบทเพลงสดุดี(17:8-13)

8.”โปรดเฝ้าหยั่ง ระวังข้า ดุจแก้วตา

โปรดปกป้องข้า ใต้ร่มปีกกล้า อ้าออกโอบอุ้ม

9.อย่าให้ข้าตก ในก๊กวายร้าย ที่หมายทารุณ

ศัตรูร้ายกาจ บังอาจถาถม โจมตีป่นปี้

10.พวกมันทนงตน วางตนล้นฟ้า อ้าก้ามกูใหญ่

คำโตพรั่งพรู จากรูปากมัน ไม่มีอัดอั้น

11.มันกำลังมา พากันเป็นขบวน ใกล้จวนตัวแล้ว

จ้องหาโอกาส ฟาดฟันข้าลง คลุกฝุ่นผงคลี

12.ดุจดั่งสิงโต ตาโตจ้องเขม็ง เล็งตะครุบเหยื่อ

ดุจดั่งสิงห์น้อย หมอบคอยดักจับ งับเหยื่อเยื่อยุ่ย

13.ยาห์เวห์เจ้าข้า โปรดลุกประจัน ฟันให้ย่อยยับ

โปรดชักดาบออก ปกป้องชีวิตข้า นานาวายร้าย

ให้เราติดตามผลงานของพามพีย์ต่อไป เพื่อเข้าใจความรู้สึกและความต้องการของชาวยิวพื้นบ้านและเข้าใจความหมายของคำสอนของพระเยซูที่ว่า “ของซีซาร์จงคืนให้ซีซาร์ ส่วนของพระเจ้าก็จงคืนให้พระเจ้า” ซึ่งมิได้หมายความว่าพระองค์ทรงพอพระทัยการอ้างว่ามาปลดปล่อยด้วยนโยบายการปกครองแบบสันติภาพโรมัน แต่ทรงหมายความว่า ให้แยกการเมืองออกจากการศาสนา อย่าเอามายุ่งเกี่ยวกันให้สับสน เพราะการเมืองเป็นเรื่องของชีวิตชั่วครู่ในโลกนี้เท่านั้น ไม่มีอะไรเที่ยงแท้ถาวร อะไรพอจะยอมได้ก็ให้ยอมกันไป อย่าปล่อยให้การเมืองทำเสียเป้าหมายเที่ยงแท้ถาวรนิรันดร แต่เนื่องจากมีผู้พยายามตีความว่า วายร้าย ที่พระคัมภีร์กล่าวถึงนั้น พามพีย์มีส่วนอยู่ด้วย จึงควรสืบสวนดูสักหน่อยว่ามีความน่าเชื่ออยู่บ้างหรือไม่ และมีส่วนกระตุ้นให้ชาวบ้านยิวร้องหาพระยาห์เวห์ให้ส่งพระเมสสิยาห์มากอบกู้และช่วยพวกเขามากแค่ไหน เพราะมีคำพยากรณ์ไว้ว่า(เพลงสดุดี2:1-9)

  1. ประชาชาติ ราษฎร์ทั้งหลาย อึงมี่ไปไย
  2. เจ้าทั้งหลาย ไยร่วมใจ ชุมนุมทัพ

เจ้าทั้งหลาย ไยรวมกัน ประชันแผน

ต้านยาห์เวห์ เมสสิยาห์ ของพระองค์

3.เพ้อกันว่า สะเดาะห์โซ่ ตรวนโตโต

มาร่วมแรง แข็งหักร้าง พันธนาการ

4.ผู้ประทับนั่ง บัลลังก์ฟ้า จะสรวลเส

พระยาห์เวห์ เอะพระทัย เอาอย่างไร

5.ทรงตำหนิ อย่างพิโรธ

ทรงลงโทษ อย่างโทสะ

6.ดูดู๋เราเอง เร่งเจิมกษัตริย์ ขัตติยา

บนสิโยน โนนศักดิ์สิทธิ์ อิทธิเรา

7.ข้าจักประกาศ พระดำรัส ขัตติยาห์เวห์

ที่ตรัสว่า เจ้านี้หนอ โอรสพ่อ

วันนี้หนอ พ่อเกิดเจ้า ท้าวอดีต

8.เอ่ยปากมา แม้ประชาชาติ จัดเป็นมรดก

โลกทั้งผอง ได้ครองครอบ  พ่อมอบให้

9.เจ้าปราบมัน ฟันสะบั้น คันคทาเหล็ก

ให้พวกมัน ขวัญกระจาย คล้ายทุบหม้อ

แน่นอนว่าผู้ที่ผูกใจเจ็บแค้นพามพีย์คงได้อยากให้พระเมสสิยาห์ของพระยาห์เวห์ทำกับพามพีย์ให้เต็มที่เพื่อความสะใจ ดังที่เมื่อได้ข่าวถึงการตายของพามพีย์ ก็ได้มีผู้แต่งเพลงเป็นผลงานของพระยาห์เวห์ไว้ว่า

ข้ามิต้องรอนานให้พระยาห์เวห์ลงโทษเจ้าทรนง

เขาถูกฆ่าอาสัญบนสันเขาแห่งอียิปต์

หมดค่าไร้ราคาทั่วแดนดินและสายน้ำ

ศพลอยเท้งเต้งน่าบัดสี

ไม่มีใครใฝ่ใจเผาผีให้

ก็เพราะเขาไม่ให้เกียรติพระยาห์เวห์

จึงเห็นควรสืบสาวดูว่าเขาได้ทำวีรกรรมอะไรไว้บ้างที่แสลงใจชาวยิวร่วมสมัย และพระเยซูต้องทรงเตือนสติว่า อย่าเอาเรื่องการเมืองมาไขว้กับเรื่องการศาสนาให้สับสน

พามพีย์เกิดในตระกดูลนักการเมือง เมื่อเห็นว่าตนกลายเป็นวีรบุรษทั้งของสภาและประชาเช่นนี้ การก้าวเข้าสู่ฐานะรวบอำนาจเป็นผู้เผด็จการ(dictator)อยู่แค่เอื้อม เหล็กกำลังร้อนต้องรีบตี ครั้นเห็นว่ามีธเธรอเดเถิสหนีไปกบดานอย่างหมดสภาพแล้วก็ไม่เสียเวลาติดตาม แต่หวนมาตั้งหลักและยึดซีเรียเป็นฐานอำนาจ จัดระเบียบการปกครองให้อำนาจโรมันตั้งมั่นทั่วภาคตะวันออกและภาคใต้  ที่ใดมีการแย่งชิงอำนาจก็จัดการชี้ขาดว่าใครเป็นผู้ทรงอำนาจตัวจริง เช่นจัดการให้ทาลเลอมิที่ 12 มีอำนาจในอียิปต์ จัดการให้เฮอร์เคเนิส (Hircanus) เป็นทั้งกษัตริย์ของปาเลสไตน์และมหาปุโรหิตสของศาสนายูดาห์ ได้แสดงอำนาจโรมันเป็นการตัดไม้ข่มนามดินแดนใหม่แห่งนี้ของมหาอาณาจักรโรมันซึ่งไม่มีผู้มีศรัทธาต่อศาสนายูดาห์คนใดจะยอมให้อภัยหรือลืมได้ลง คือในปีก.ค.ศ.61ได้เดินทางมาดูความเรียบร้อยของกรุงเยรูซาเลมด้วยตนเอง ได้จัดการให้บรรดาปุโรหิตมาตั้งแถวรับการเข้าเยี่ยมพระวิหาร แต่แทนที่จะเข้าคารวะณที่อันควรและถวายบูชาตามที่พิธีการของโมเสสกำหนดอย่างที่กษัตริย์แอลเลิกแซนเดอร์ได้เคยปฏิบัติมาแล้ว แต่กลับเดินอาดๆเข้าชมทุกห้องหับของพระวิหารราวกับเดินชมพิพิธภัณฑ์ แม้ห้องศักดิ์สิทธิ์ที่สุดที่สงวนไว้สำหรับมหาปุโรหิตแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้นที่จะเข้าไปประกอบพิธีกรรมตามที่โมเสสกำหนด แม้บรรดาปุโรหิตจะทัดทานเท่าใดก็ไม่ฟังเสียง แต่ยิ่งตั้งใจฝ่าฝืนเพื่อแสดงว่าไม่มีอะไรในใต้หล้าที่อำนาจโรมันจะทำไม่ได้ ครั้นกลับไปที่ตั้งมั่นในซีเรียแล้วก็เห็นว่า อำนาจเบ็ดเสร็จทางภาคตะวันออกและภาคใต้ไม่มีปํญหาแล้ว ก็มอบลูกน้องที่ไว้ใจใด้ดูแลแทน ตนเองเดินทางเข้าเดินแต้มคูกับสภาขุนนางจนบรรลุเป้าหมาย แต่เขาหารู้ไม่ว่าเมื่อปํญหามีธเธรอเดเถิสจบลงแล้ว สภาก็ต้องการให้เขาลดอำนาจตัวเองลงและทำตัวอยู่ในกรอบของกฎหมายโรมัน ในขณะเดียวกัน ซีเสอร์แม่ทัพภาคเหนือได้แสดงความสามารถในการจัดการกับอนารยชนเผ่าโกลและอื่นๆอย่างได้ผล และทำตัวเป็นเด็กดีอยู่ในกรอบของกฎหมายโรมัน และยิ่งกว่านั้นยังทำตัวเองและทหารของตนเข้ากับชาวบ้านได้ดี ไม่มีการร้องเรียนเข้ามาเลย มีแต่คำยกย่องสรรเสริญแม่ทัพที่เป็นกันเองกับชาวบ้าน จนในที่สุดพามพีย์รู้สึกว่าปล่อยให้ซีเสอร์สร้างอิทธิพลเงียบไปมากกว่านี้ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว ตั้งแต่ก.ค.ศ.52 เป็นต้นมาเขาพยายามยุแหย่ให้เกิดความแตกแยกและการระแวงกันและกันในหมู่ผู้บริหารงานส่วนกลางในกรุงโรมจนคุมกันไม่อยู่ จึงวางแผนให้ผู้ภักดีต่อตนเสนอให้ตนเป็นกงสุลบดีแต่ผู้เดียวเป็นเวลาปีเดียวเพื่อแก้ปัญหาก็โชคดีได้รับความเห็นชอบในปีก.ค.ศ.48  เขารีบถือโอกาสสั่งให้ซีเสอร์พ้นตำแหน่งทุกอย่างในกองทัพและแต่งตั้งตัวเองดำรงตำแหน่งแทน ครั้นถึงวันกำหนดแทนที่ซีเสอร์จะหลบหนีการจับกุม กลับสั่งให้กองทัพข้ามแม่น้ำลูบีคอน(Lubicon)จากฟากโกลเข้าสู่ฟากอิตาลี การกระทำเช่นนี้เป็นสัญลักษณ์ว่าไม่รับคำสั่งจากโรมซึ่งแน่นอนว่าหากอำนาจส่วนกลางไม่จัดการอะไรเลยย่อมเสียหน้า กงสุลบดีพยายามหาผู้รับตำแหน่งแม่ทัพออกไปปราบกบฎซีเสอร์ แต่หาผู้รับตำแหน่งไม่ได้ เพื่อไม่ให้เสียหน้าก็ต้องแต่งตั้งตัวเองยกทัพขึ้นไปประจันหน้ากันที่ฟาร์ซาลูส (Pharsalus) ในเธสเสอลี กองทัพของพามพีย์แพ้ย่อยยับ ตัวพามพีย์เองหนีรอดตายได้อย่างหวุดหวิด คิดจะไปตั้งหลักที่อียิปต์โดยหวังว่ากษัตริย์ทาลเลอมิที่ 12 ที่ตนค้ำบัลลังก์ให้นั้นจะรู้บุญคุณ แต่กษัตริย์ทาลเลอมิกลับกลัวซีเสอร์มากกว่า ครั้นรู้วาพามมพีย์หนีร้อนมาพึ่งเย็นแบบสุนัขจนตรอก หากยอมให้ที่พักพิงต้องถูกซีเสอร์ตามมาคิดบัญชีแน่ๆ จึงคิดเอาใจซีเสอร์แทนโดยสั่งแม่ทัพของตนสกัดกั้นมิให้ขึ้นถึงฝั่งแผ่นดินอิยิปต์ได้เป็นอันขาด พามพีย์ทั้งโกรธทั้งแค้น สู้อย่างหลังชนฝาตัวตาย ทหารที่ตามมาถูกปิดประตูตีแมวตายหมด ปล่อยศพลอยเพ่นพ่านเต็มท้องทะเล ครั้นซีเสอร์ยกทัพไล่ตามมาถึงก็ได้รับการต้อนรับเข้ากรุงแอลเลิกแซนเดรียอย่างเต็มที่ กลับสั่งประหารชีวิตกษัตริย์ทาลเลอมิในฐานไม่รู้บุญคุณพามพีย์ผู้มีพระคุณ เลี้ยงไว้ไม่ได้ และสั่งประหารชีวิตแม่ทัพอียิปต์ฐานปล่อยให้แม่ทัพใหญ่ของมหาอาณาจักรโรมันถูกเข่นฆ่าอย่างไม่สมเกียรติ ทั้งมหาอาณาจักรโรมันเมื่อรู้เรื่องนี้เข้าทุกคนสรรเสริญเยินยอว่าเป็นผู้มีคุณธรรมสูง (แบบโรมัน) ซีเสอร์ตั้งตัวเองเป็นกษัตริย์แห่งอียิปต์ แต่งผู้สำเร็จราชการทำงานแทน แต่งตั้งแม่ทัพภาคตะวันออกและภาคใต้ทำงานแทนตน เรียบร้อยแล้วจึงเดินทางเข้ากรุงโรมเยี่ยงวีรบุรุษแต่เพียงผู้เดียว ไม่มีผู้เกี่ยงอำนาจ สภาและประชาจึงต้อนรับอย่างผู้มีอำนาจสูงสุดของมหาอาณาจักรโรมันโดยปริยาย

สรุป ขอให้ท่านผู้อ่านตอบคำถามเองว่ากองทัพโรมันเป็นผู้มาปลดปล่อยหรือต้องปลดปลอดแผ่นดิน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s