ซอกแซกหามาเล่า (241)

พรรคการเมืองสมัยพระเยซู

            พระเยซูประสูติและดำเนินการก่อตั้งศาสนาคริสต์ในขอบเขตของประเทศปาเลสไตน์ในขณะที่เป็นส่วนหนึ่งของมหาอาณาจักรโรมัน และรัฐบาลโรมันก็จัดการปกครองโดยภายในปาเลสไตน์ให้จัดการปกครองกันเองภายใต้กฎหมายโรมัน ซึ่งปาเลสไตน์เลือกจัดการปกครองกันเองโดยผ่านมติของสภาซันเฮดริน (Sanhedrin) ที่มีมหาปุโรหิตเป็นประธานโดยตำแหน่งและสมาชิกสภา 70 คนที่เลือกและแต่งตั้งจากพรรคการเมืองและกลุ่มที่ทำเสียงดังให้รับรู้ได้ โดยผู้มีอำนาจปกครองสูงสุดเป็นผู้คัดเลือกและแต่งตั้งซึ่งในสมัยนั้นได้แก่กษัตริย์แห่งราชวงศ์เฮโรด รัฐบาลโรมันส่งทหารจำนวนหนึ่งมาประจำเพื่อค้ำประกันมติชี้ขาดของข้าหลวงโรมัน ที่สงวนอำนาจตัดสินใจการใช้กำลังเพื่อความมั่นคงของอำนาจโรมัน สงวนอำนาจในการอนุมัติโทษประหารชีวิต สงวนอำนาจในการยับยั้งการไต่สวนและลงโทษพลเมืองโรมันโดยเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและส่งคดีดังกล่าวเข้าศาลกรุงโรม มหาปุโรหิตมีสิทธิตั้งกองทหารประจำพระวิหารเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยภายในพระวิหาร เพื่อดูแลสมาชิกสภาและบังคับมติของสภา ด้วยสถานการณ์ดังกล่าวข้างต้นและอื่นๆอีกมากมายผลักดันให้ผู้มีอุดมการณ์เป็นผู้นำหรือร่วมเป็นผู้นำหรือมีเป้าหมายอะไรที่ต้องทุ่มเทและทำคนเดียวไปไม่รอดแน่ ก็ต้องจับกลุ่มรวมหัวกันช่วยกันอย่างมีทิศทาง ซึ่งก็จะกลายเป็นพรรคการเมืองหรือกลุ่มอุดมการณ์ไปโดยปริยาย เท่าที่มีชื่อในประวัติศาสตร์ได้แก่ สะดูสี ฮาซีดีม  ฟาริสี เอสเซน คัมภีราจารย์ แรบบาย

 

พรรคซาโดกีม

          ซาโดกีม (Sadokim) มาจากชื่อซาโดก (Sadok) อันเป็นนามของปุโรหิตคนหนึ่งที่กษัตริย์ซาโลมอนทรงแต่งตั้งให้เป็นมหาปุโรหิต ทั้งยังออกกฤษฎีกากำกับด้วยว่ามหาปุโรหิตต่อมาต้องแต่งตั้งจากเชื้อสายของซาโดกเท่านั้น ในสมัยพระเยซูซาโดกีมหรือผู้สืบสายโลหิตจากซาโดกและมีสิทธิ์รับเลือกเป็นมหาปุโรหิตมีเป็นหมื่น แต่เบี้ยเลี้ยงชีพที่งบประมาณของมหาวิหารจัดให้ได้เป็นรายปีนอกจากจะมีจำนวนจำกัดแล้ว ยังขึ้นกับตำแหน่งหน้าที่ที่ได้รับแต่งตั้งด้วย การช่วงชิงตำแหน่งเพื่อผลประโยชน์จึงค่อนข้างรุนแรง บางคนจึงรวมตัวกันเพื่อช่วยกันรักษาผลประโยชน์ของกันและกัน กลุ่มสำคัญในประวัติศาสตร์ที่มีฐานะเป็นพรรคการเมืองได้แก่พรรคของมหาปุโรหิตที่ครองอำนาจที่เรียกตัวเองว่าพรรคสะดูสี นักประวัติศาสตร์พยายามหาหลักฐานดูว่ากลุ่มนี้เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อใด ก็ลงความเห็นกันว่าน่าจะย้อนถอยหลังไปได้ตั้งแต่พี่น้องมัคคาบีรวมหัวกันชักชวนชาวยิวร่วมแรงร่วมใจกันกอบกู้เอกราชจากอาณาจักรซีเรียตั้งแต่ปีก.ค.ศ.166 พี่น้องมัคคาบีมิได้สืบเชื้อสายจากซาโดก  จึงไม่สามารถใช้ข้อมูลนี้อ้างอิงในการหาผู้นิยมและสนับสนุน ในขณะเดียวกันก็ใช้อ้างต่อต้านผู้หวังชุบมือเปิบบนความสำเร็จของครอบครัวตนเพียงด้วยเหตุผลว่าฉันเป็นพวกซาโดกีม เพราะสืบเชื้อสายจากซาโดก คำว่า “พวกซาโดกหรือซาโดกีม” จึงมีใช้ตั้งแต่สมัยนั้น (ดู 1 มัคคาบี 2:42; 7:5-23) โอนีอัสที่ 3 (Onias) เป็นเชื้อสายซาโดกแต่ถูกขับไล่ออกจากตำแหน่งและจากกรุงเยรูซาเลม ไปสร้างวิหารที่อียิปต์โดยหวังว่าประชาชนจะนับถือตนเป็นมหาปุโรหิตแต่ผิดหวัง เพราะประชาชนให้ความสำคัญแก่ผู้อยู่คู่วิหารแห่งเยรูซาเลมโดยไม่แคร์ว่าจะสืบเชื้อสายจากใครหรือเชื่อและคิดอย่างไร ขอให้เป็นผู้สืบตำแหน่งปุโรหิตแห่งเยรูซาเลมเป็นพอ ผู้สนับสนุนความคิดนี้จะได้ชื่อต่อมาว่าสะดูสี ผู้ริเริ่มความคิดคือมัทธาธีอัส (Matthathias) หรือมัคคาบีผู้พ่อซึ่งเริ่มคิดแบบซาโดกีม แต่เชื้อสายต่อๆมาค่อยๆปรับเป็นสะดูสีอย่างเต็มตัว มัทธาธีเอิสได้รับความร่วมมืออย่างดีจากผู้รักชาติประเภทฮาซีดีมจนประสบความสำเร็จคือขับไล่ชาวซีเรียที่เข้ามาครอบครองและกดขี่ข่มเหงและประกาศเอกราชได้ ได้รับการยกย่องเป็นวีรบุรุษแห่งชาติและศาสนา ผู้รักชาติเต็มใจสนับสนุนให้เป็นใหญ่ทั้งในชาติและศาสนา ทำให้บุตรชาย 3 คนของมัทธาธีอัส (Matthathias) ประกาศตัวเป็นทั้งกษัตริย์และมหาปุโรหิตโดยไม่มีคู่แข่ง ยูดาส มัคคาบีระหว่างก.ค.ศ.166-161 โยนาทาน มัคคาบีก.ค.ศ.161-142 และซีโมน มัคคาบีก.ค.ศ.142-135 ใครจะคัดค้านเท่าไรก็ไม่ฟังว่าไม่ใช่ซาดีกีมไม่มีสิทธิ์ แต่แย้งได้ว่า ให้ชาติเดินหน้าไปได้อย่างดีย่อมสำคัญกว่าการยกย่องเชื้อสายที่ทำงานไม่ได้ มีเสียงพอใจไม่เต็มร้อยอยู่นิดหน่อยจากกลุ่มอนุรักษ์เต็มร้อย (Hasidim) ที่มีความเห็นว่าครอบครัวมัคคาบีเป็นคนเลวีก็จริง แต่มาทางสายฮาสโมน (Hasmon) ไม่ใช่สายซาโดกตามกฤษฎีกาเพิ่มเติมของกษัตริย์ซาโลมอน ดังนั้นซีโมน มัคคาบีในฐานะกษัตริย์จึงประกาศแก้กฤษฎีกาของซาโลมอนเป็นกฤษฎีกาของซีโมนว่าตั้งแต่นี้ไปผู้สืบเชื้อสายจากซีโมน มัคคาบีเท่านั้นจึงมีสิทธิเป็นมหาปุโรหิตได้ ตรงนี้แหละเป็นจุดเริ่มต้นของพรรคการเมืองที่ขัดแย้งกันอย่างแท้จริง เพราะมีฝ่ายที่คัดค้านว่า หากแต่งตั้งก็ให้แต่งตั้งผู้อื่น มิฉะนั้นไม่ถือว่าสืบตำแหน่งจากซาโดก แต่ผู้สนับสนุนซีโมนคัดค้านโดยอ้างว่าแต่งตั้งตัวเองได้ และได้ชื่อว่าพรรคสะดูสี และตั้งแต่นั้นมาผู้ป้องกันสิทธิของผู้ดำรงตำแหน่งมหาปุโรหิตก็รวมตัวกันป้องกันตำแหน่งและผลประโยชน์จากตำแหน่งนี้กันอย่างเข้มข้น

           ฮาซีดีม เป็นคำฮีบรู มาจากคำ hesed แปลว่าพันธกิจ (mission)  hasid จึงหมายถึงผู้มีพันธกิจ hasidim เป็นพหูพจน์แปลว่ากลุ่มหรือพรรคของผู้มีพันธกิจ คือรู้สึกอยากจะอุทิศตนอย่างรุนแรงแม้ถวายชีวิตก็ยินยอมเพื่อรักษาเอกลักษณ์ของศาสนา ตัวอย่างเด่นชัดก็คือครอบครัวมัคคาบีอันได้แก่มัทธาธีอัส (Matthathias) และบุตรชายทั้ง 5

แต่เดิมมาชาวฮีบรูเป็นชนชาติผ่อนปรนอยู่แล้ว อับราฮัมคนต้นเผ่าเดิมเป็นชาวบาบิโลเนียนแห่งเมืองอูร์ ขณะนั้นก็คงได้นับถือทุกอย่างที่ชาวเมืองอูร์ขณะเนั้นนับถือ เมื่อพระยาห์เวห์เชื้อเชิญให้ทำพันธะสัญญาว่าจะนับถือพระองค์เป็นพระเจ้าองค์เดียวและให้ย้ายภูมิลำเนาออกจากบรรยากาศพหุเทวนิยม อับราฮัมก็ยังไม่วายขนเอาเทวรูปที่เคยนับถือติดตัวไปด้วย พระยาห์เวห์ต้องอบและรมด้วยกิจกรรมต่างๆอีกพักใหญ่จึงจะอยู่ตัวและถ่ายเทสู่ลูกหลานได้ ครั้นลูกหลานต้องหนีความอัตคัดไปอาศัยอยู่ในอียิปต์ในสมัยของราชวงศ์ต่างด้าวและให้ความร่วมมือกับราชวงศ์ต่างด้าว จึงเป็นที่รังเกียจของชาวอียิปต์และไม่ยอมให้กลืนชาติ แต่ชาวฮีบรูก็ไม่วายดูดซับการนับถือศาสนาอียิปต์เข้าไว้เป็นอันมาก เมื่อโมเสสได้รับพันธกิจจากพระยาห์เวห์ให้นำชาวฮีบรูไปสร้างชาติอิสราเอลให้เป็นชาติเลือกสรร โมเสสก็ต้องใช้เวลาถึง 40 ปีในทะเลทรายซีไนเพื่อล้างคราบพหุนิยมของอียิปต์และอบรมเอกเทวนิยมของพระยาห์เวห์ให้ใหม่โดยกำชับนักหนาให้ระวังมิให้รับอะไรก็ได้จากดินแดนปาเลสไตน์ที่จะไปอยู่ใหม่ ครั้นเข้าไปอยู่จริงๆก็ไปไม่รอด อดใจไม่ได้ที่จะยอมรับความเชื่อและการปฏิบัติของชาวพื้นเมืองปาเลสไตน์อันเป็นความงมงายที่เข้ากันไม่ได้กับชีวิตบริสุทธิ์ที่โมเสสได้วางไว้ให้ พระยาห์เวห์ต้องแต่งตั้งศาสดาประกาศกมาปรามเป็นระยะๆ ทั้งขู่และทั้งปลอบผู้ที่ละเมิดกฎของโมเสสอันเป็นระบบแบบแผนการใช้ชีวิตครบวงจร ในที่สุดพระยาห์เวห์ให้ประชาชนและตระกูลปุโรหิตถูกกวาดต้อนไปเป็นเชลยที่กรุงบาบิโลนเสีย 70 ปีเพื่อสงบสติออารมณ์และศึกษาพันธกิจอันพึงมี เมื่อครบ 70 ปี กษัตริย์เปอร์เซียที่เป็นมหาอำนาจใหม่ก็เปิดโอกาศให้ชาวยิวที่สำนึกพันธกิจได้ดีแล้วกลับคืนถิ่นสร้างชาติและศาสนาขึ้นมาใหม่ พวกนี้เป็นจุดเริ่มต้นของฮาซีดีมอย่างแท้จริง พวกเขาถือว่ากษัตริย์เปอร์เซียแม้เป็นคนต่างศาสนา ก็เป็นเครื่องมือของพระยาห์เวห์ใช้เป็นพระเมสสิยาห์ผู้กอบกู้พวกเขาให้พ้นจากการเป็นทาสของชาวบาบิโลเนียน และบรรดาประกาศกทั้งหลายที่ย้ำพูดย้ำเตือนให้พวกเขากลับมาซื่อสัตย์ต่อพันธสัญญาของพระยาห์เวห์ด้วยการถือบทบัญญัติทุกข้อที่โมเสสได้กำหนดขึ้นตามพระบัญชาของพระยาห์เวห์ พวกเขาทุ่มเทกำลังกายกำลังใจช่วยกันสร้างกำแพงกรุงเยรูซาเลมขึ้นมาใหม่และสร้างพระวิหารขึ้น ณ ที่เดิมที่ถูกชาวบาบิโลเนียนรื้อทำลายราบเป็นหน้ากลอง พวกเขารู้รสแห่งความยากลำบากขณะก่อสร้างโดยมือหนึ่งถือดาบอีกมือหนึ่งทำการก่อสร้างตามแต่แต่ละหน้าที่ที่หัวหน้างานจัดสรรให้ แต่พวกเขาก็เต็มใจสู้เพื่อใช้โทษบาปแทนบรรพบุรุษที่หลงใหลนับถือศาสนาไสยศาสตร์ของชาวพื้นเมืองคานาอันโดยไม่ฟังคำตักเตือนจากบรรดาประกาศก เมื่อสร้างพระวิหารเสร็จก็ทำพิธีอภิเษกอย่างมโหฬารโดยมีไฮไลท์อยู่ที่การปฏิญาณตนว่าตั้งแต่นี้ไปทุกคนจะซื่อสัตย์ต่อพันธสัญญาต่อพระยาห์เวห์ทุกกระเบียดนิ้ว จะช่วยดูแลกันให้ทั้งชาติอิสราเอลใหม่เป็นชาติเลือกสรรของพระยาห์เวห์เต็มร้อย พวกเขาเลือกได้เนหะมีย์เชื้อสายของซาโดกเป็นกษัตริย์ประเทศราชขึ้นต่อจักรพรรดิแห่งเปอร์เซีย ให้จักรพรรดิแห่งเปอร์เซียรับรองเป็นกษัตริย์ประเทศราชและขอให้แต่งตั้งเป็นมหาปุโรหิตตามบัญญัติของโมเสสเสริมด้วยบัญญัติของซาโลมอน ทุกอย่างลงตัวเรียบร้อยแล้วพวกเขาก็แยกย้ายกันไปแบ่งที่ทำกินกันในท้องที่ว่างเปล่าของแคว้นยูเดียและแคว้นกาลิลี มีแคว้นซามาเรีย (Samaria) คั่นกลาง ชาวซามาเรียเคยขึ้นกับมหาอาณาจักรแอสซีเรีย แต่บัดนี้ก็ขึ้นต่อมหาอาณาจักรเปอร์เซียด้วย แต่พวกเขาทำตัวไม่เป็นมิตรกับผู้สร้างนครเยรูซาเลมใหม่ด้วยการหาโอกาสปล้นและขัดขวางการก่อสร้าง คงไม่อยากมีคู่แข่งทางการเมืองนั่นเอง พวกเขานับถือพระยาห์เวห์ตามแบบของพวกเขาและไม่อยากให้ผู้มาใหม่มาจุ้นจ้านกับวิถีชีวิตเดิมของพวกเขา และพวกเขาก็ไม่สนใจเป็นชาติเลือกสรรของพระยาห์เวห์ด้วย พวกเขานับถือพระยาห์เวห์เพื่อผลทางไสยศาสตร์เป็นสำคัญ

ตั้งแต่ชาวยิวมีวิหารใหม่ภายใต้การพิทักษ์ของมหาอาณจักรเปอร์เซีย พวกเขาภูมิใจการเป็นฮาซีดีมของพวกเขา ปุโรหิตที่เป็นปราชญ์พยายามศึกษาคัมภีร์ที่มีอยู่ให้ชัดเจนและลึกซึ้ง โดยเอาคัมภีร์เอกสารเจ (J-Document เรียกพระผู้สร้างว่า Yahweh ได้มาจากราชสำนักเยรูซาเลมฝ่ายใต้) ผสมผสานกับคัมภีร์เอกสารอี (E-Document เรียกพระผู้สร้างว่า Elohim ได้จากราชสำนักการีซิมฝ่ายเหนือ) เรียกคัมภีร์ผสมผสานนี้ว่าเอกสารเจอี (JE-Document) ต่อจากนั้นก็สำรวจเอกสารนอกคัมภีร์เจอี สอบถามจากความรู้ของผู้อาวุโส เห็นว่าคัมภีร์เท่าที่รู้กันในพระวิหารขณะนั้นขาดความสมบูรณ์ จึงได้ช่วยกันเขียนเพิ่มเติมส่วนที่ยังขาด เรียกตามภาษาวิชาการว่าเอกสารพี (P-Document คือเอกสารที่เป็นผลงานของปุโรหิตหรือ Priest) และเมื่อผสมผสานกับคัมภีร์เอกสารเจอี ได้ผลลัพธ์เป็นเอกสารเจอีพี (JEP-Document) ต่อจากนั้นก็ทำการศึกษากฎระเบียบต่างๆที่ถือกันว่าเป็นกฎเกณฑ์ที่เชื่อได้ว่ามาจากปากของโมเสส แต่ขณะนั้นยังอ้างกันจากหลายแหล่งและบางทีก็ขัดแย้งกัน ทำให้ผู้ตั้งใจปฏิบัติจริงรู้สึกกระอักกระอ่วนใจ ปุโรหิตจึงช่วยกันรวบรวมและสะสางให้เป็นเอกสารเดียวเรียกว่าเอกสารดี (D-Document คือเอกสารที่เป็นDeutoronomy กฎหมาย) ต่อจากนั้นก็เอามาผสมผสานกับเอกสารเจอีพีที่ได้ทำไว้ได้เป็นเอกสารเดียวสะดวกแก่การศึกษาและนำไปปฏิบัติ เรียกว่าเอกสารเจอีพีดี (JEPD-Document) ซึ่งก็คือปัญจบรรพหรือ 5 เล่มแรกของคัมภีร์ไบเบิลที่ชาวยิวและชาวคริสต์ใช้ร่วมกันอยู่ตราบเท่าทุกวันนี้ ชาวยิวสมัยนั้นพากันต้อนรับและตอบรับด้วยความชื่นชมยินดียิ่ง และปฏิญาณตนว่าจะเทิดทูนและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด พวกเขาเรียกตัวเองว่าชาวฮาซาดีน ทุกอย่างจึงดูเหมือนว่าลงตัวแล้ว ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรอีก และไม่น่าจะมีใครคิดสร้างพรรคการเมืองอื่นขึ้นมาให้แตกแยก

 

แอลเลิกแซนเดอร์มหาราชชนวนแห่งการแตกแยก

            ก.ค.ศ.332 แอลเลิกแซนเดอร์เข้ายึดเมืองท่าตีร์ (Tyre) ก็เท่ากับได้ปาเลสไตน์ทั้งหมดในครอบครอง ได้เรียนรู้อย่างรวดเร็วว่าชาวยิวมีวัฒนธรรมพิเศษและกลุ่มฮาซีดีนเป็นพวกพร้อมสู้ตาย แต่ก็พูดได้ว่าชาวยิวขณะนั้นมีจิตใจเป็นฮาซีดีนกันทุกคนไม่มากก็น้อย อีกข้อเท็จจริงหนึ่งที่สำคัญมากเช่นกันก็คือว่า ชาวยิวที่กลับคืนถิ่นมาสร้างกรุงเยรูซาเลมใหม่และตั้งถิ่นฐานอยู่ในปาเลสไตน์ขณะนั้นเป็นเพียงชาวยิวส่วนน้อย ส่วนใหญ่กระจายตัวกันปักหลักเป็นเจ้าพ่อเศรษฐกิจทั่วมหาอาจักรเปอร์เซียโดยไม่คิดจะกลับคืนถิ่นแต่ส่งเงินมาบริจาคให้พระวิหารมากมาย แอลเลิกแซนเดอร์รู้ดีว่าภาระต่อไปก็คือบั่นทอนบ่อนไส้มหาอาณาจักรเปอร์เซียให้ได้ก่อนจะใช้กำลังจริง มิฉะนั้นหืดจะขึ้นคอแน่ๆ พระบาทไวเท่าทันพระปรีชาญาณเชิงปรัชญา เสด็จเข้ากรุงเยรูซาเลม ขอเข้าไปกราบไหว้นมัสการพระยาห์เวห์พร้อมเครื่องบรรณาการอย่างสมพระเกียรติ ขอเข้าเฝ้าปรึกษามหาปุโรหิต ทรงรับรองสถานภาพของมหาปุโรหิตและตำแหน่งกษัตริย์ประเทศราชต่อไป รับรองการดูแลความปลอดภัย การปราบปรามโจรผู้ร้าย รับรองบังคับรัฐซามาเรียให้มอบเขตแดนพิพาททั้งหมดให้ตกแก่รัฐยูเดีย-กาลิลี ครั้นได้รับตกปากรับคำจากมหาปุโรหิตซึ่งแอลเลิกแซนเดอร์สั่งแม่ทัพกองกำลังซีเรียจัดการให้อย่างดีทุกประการ จึงเดินทัพเผชิญการลองพลังกับมหาอาณาจักรเปอร์เซียอย่างสบายพระทัย และก็เผด็จศึกเปอร์เซียได้สมพระทัยในปีต่อมา (ดู George Arthur Buttrick, The Interpreter’s Dictionary of the Bible, 1992, vol.3, p.198.) ครั้นแอลเลิกแซนเดอร์นำทัพบุกไปจนถึงชมพูทวีปแล้วนำทัพกลับตามมติของสภากองทัพ และปักหลักที่บาบิโลนในปีก.ค.ศ.324 ก็ดำเนินการเผยแผ่ทุกอย่างที่เป็นอารยธรรมกรีกอย่างจริงจังทันที โดยได้รับความร่วมมืออย่างดีจากทหารทุกกรมกองและพลเมืองกรีกที่คอยรับอานิสงค์จากการขยายเขตปกครองของแอลเลิกแซนเดอร์  แม้แอลเลิกแซนเดอร์จะสิ้นพระชนม์ลงในปีต่อมา (ก.ค.ศ.323) บรรดาแม่ทัพนายกองที่แบ่งมหาอาณาจักรกันรับผิดชอบปกครองแทน ยังคงดำเนินนโยบายต่อไปอย่างสุดเหวี่ยง ชาวยิวโพ้นทะเล (ที่อยู่นอกดินแดนปาเลสไตน์) เนื่องจากถือว่าเป็นคนต่างด้าวท้าวต่างแดน ว่าอะไรว่าตามกัน แม้ในส่วนลึกของจิตใจจะมีใจเป็นฮาซีดีมไม่มากก็น้อย ก็อดไม่ได้ที่จะชอบและรับอารยธรรมกรีกทีละน้อยๆโดยไม่รู้ตัว ชาวยิวในปาเลสไตน์นี่แหละมีปัญหา ชาวบ้านที่มีฐานะยากจน ไม่มีค่าใช้จ่ายพอที่จะรับบริการสิ่งที่อารยธรรมกรีกเสนอให้ ก็ย่อมแสดงความเป็นฮาซีดีนอย่างเต็มที่โดยต่อต้านการไหลบ่าเข้ามาทุกรูปแบบของอารยธรรมกรีก แต่ก็มักจะห้ามไม่ไหวเพราะผู้มีอำนาจฝ่ายปกครองเป็นผู้จัดการนำเข้ามาในฐานะนโยบายเพื่อพร้อมประจันหน้ากองทัพโรมัน ส่วนที่คิดว่าทำได้และพยายามทำก็คือคอยห้ามปรามและตักเตือนเพื่อนพี่น้องชาวยิวมิให้หลงไหลเคลิบเคลิ้มอี๋อ๋อไปตามกระแส ที่น่าหนักใจที่สุดก็คือปุโรหิตบางคนก็พลอยฟ้าพลอยฝนไปด้วย เพราะมีฐานะดีพอที่จะจับจ่ายใช้สอยได้ แล้วจะให้ทำอย่างไร ก็ต้องเสริมพลังฮาซีดีมให้เข้มแข็งไว้ นี่คือคำตอบ แล้วปุโรหิตที่พลอยฟ้าพลอยฝนเหล่านั้นจะยอมสังกัดพรรคฮาซีดีมต่อไปไหม นี่เป็นปัญหาหนักอกสุดๆ

ทางฝ่ายผู้มีอันจะกินทุกสายอาชีพ มีปัญหาแน่ เหมือนคนไทยที่มั่งมีสีสุขบนผืนแผ่นดินไทยในขณะนี้ เรามาลองวิเคราะห์กันดู

ก.ค.ศ.323 แอลเลิกแซนเดอร์สิ้นพระชนม์ แม่ทัพแบ่งเขตกันปกครอง ยูเดียอยู่ระหว่างเขตอียิปต์กับเขตซีเรีย ทั้ง 2 เขตต่างก็อ้างว่ายูเดียอยู่ในเขตของตน จึงอยู่ในภาวะกันชนแบบที่ว่าฝ่ายใดพร้อมยึดได้ก็เอาไปก่อน อีกฝ่ายถ้ายังอยากได้ก็ต้องยกกำลังให้เหนือกว่าขับไล่แล้วยึดแทน แต่ทว่าในช่วง 3 ปีแรกนั้นต่างฝ่ายต่างสาละวนกับการจัดระเบียบภายในป้องกันการถูกชิงอำนาจที่มีอยู่ยิ่งกว่าจะมีเวลาคิดว่าของฉันควรจะได้เท่าไร ควรจะได้มากกว่านี้อีกเท่าใด ยูเดียยังไม่ได้รับผลกระทบ คงอยู่ได้อย่างดีตามเดิมโดยไม่มีเจ้านายเหนือกว่ามาบัญชา

ก.ค.ศ. 320 มีหลักฐานปรากฏชัดว่าแม่ทัพแอนเถอโกว์เนิส (Antigonus) ที่ได้ภาคเหนือของกรีซเป็นเขตปกครอง วางแผนขยายอำนาจไม่หยุดยั้ง และกำลังเตรียมทัพมายึดอียิปต์ แม่ทัพโทเลมิแห่งอียิปต์จึงชวนแม่ทัพเสอลูเขิสแห่งซีเรียมมาช่วยรบ มิฉะนั้นจะร่วงทีละเขตตามวิถีแห่งโดมีโน แม่ทัพเสอลูเขิสเห็นชอบด้วย รีบยกทัพใหญ่ลงไปช่วย ทันประชันหน้ากันที่กาซา

ก.ค.ศ.312 เสอลูเขิสกำชัยชนะอย่างงดงามเหนือแอนเถอโกว์เนิส และถือโอกาสเข้ายึดปาเลสไตน์อย่างที่โทเลมิพูดไม่ออก เพราะติดหนี้บุญคุณที่มาช่ายปราบแอนเถอโกว์เนิส ยูเดียตกที่นั่งลำบาก เพราะซีเรียถือโอกาสจัดระเบียบปกครองให้ใหม่ตามใจชอบ โดยไม่คำนึงวัฒนธรรมยิวที่จัดระบบไว้ดีแล้วภายใต้การอุปถัมภ์ของเปอร์เซีย

ก.ค.ศ.301 ซีเรียมีปัญหาการแย่งชิงอำนาจภายใน ถอนทหารกลับประเทศหมด อียิปต์จีงถือโอกาสส่งกำลังทหารเข้ายึดครองแทน

ก.ค.ศ.250 โอนีอัสที่2 ขอขึ้นกับซีเรีย อียิปต์กำลังมีปัญหาภายใน จำต้องถอนทหารกลับหมด

ก.ค.ศ.242 เหอร์แคนเนิสที่ 1 ขอกำลังอียิปต์มาขับไล่กองกำลังซีเรียและขอขึ้นกับซีเรีย แต่น้องชาย 3 คนฝักใฝ่ซีเรีย ผู้บริหารระดับสสูงของยูเดียแบ่งเป็น 2 ขั้วเรื่อยมา ทั้งซีเรียและอียิปต์ไม่ว่างพอมาจัดการอย่างจริงจัง จึงปล่อยให้ยูเดียเล่นการเมืองกันไปเองตามอัธยาศัย

ก.ค.ศ.219 แอนเถอโอว์เขิสที่ 3 (Antiochus III) แห่งซีเรียจัดระเบียบภายในประเทศได้สำเร็จ จึงส่งกองกำลังมายึดและจัดการปกครองยูเดีย

ก.ค.ศ.217 โทเลมิที่ 4 จัดระเบียบภายในประเทศได้สำเร็จ จึงส่งกองกำลังมาขับไล่กองกำลังซีเรียกลับประเทศและยึดครองยูเดียแทน

ก.ค.ศ.201 สภาซันเฮดรินลงมติขึ้นกับซีเรีย อียิปต์จึงส่งกองกำลังมาดูแลเพิ่มเติมและลงโทษผู้คิดนอกกรอบ

ก.ค.ศ.199 เอินทายเออเขิสที่ 3 ยกทัพมาขับไล่ทหารอียิปต์กลับบ้านเป็นครั้งสุดท้าย

ก.ค.ศ.166 ฮาซีดีมเริ่มแสดงบทบาท โปรดดูผลงานตอนต่อไป

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s