การเมืองยิวกับคำสอนของพระเยซู
ความนำ
เปาโลเสนอข่าวดีโดยมีปัญหาการเมืองของมหาอาณาจักรโรมันอยู่หลังฉาก เปาโลพยายามเสนอปรัชญาพัฒนาคุณภาพชีวิตอันพึงประสงค์โดยปรับจากสภาพที่เป็นจริงของมหาอาณาจักรโรมัน ส่วนพระเยซูเสนอข่าวดีโดยมีปัญหาการเมืองของชาวยิวในปาเลสไตน์อยู่หลังฉาก พระเยซูพยายามเสนอปรัชญาพัฒนาคุณภาพชีวิตอันพึงประสงค์โดยปรับจากสภาพที่เป็นจริงของชาวยิวในปาเลสไตน์ เราได้ศึกษาคำสอนข่าวดีของเปาโลมาก่อนแล้ว เพราะมีบันทึกเป็นหลักฐานในประวัติศาสตร์ก่อนคำสอนของพระเยซู เราจะมาศึกษาปัญหาการเมืองของชาวยิวในปาเลสไตน์กันในอันดับต่อไปก่อนจะทำความเข้าใจกับเหตุผลอันเป็นที่มาของรูปแบบคำสอนของพระเยซูที่เป็นเอกลักษณ์แตกต่างไปจากรูปแบบคำสอนของเปาโลและของยอห์นซึ่งเราจะศึกษากันในอันดับต่อไป
ลำดับเหตุการณ์ประเทศอิสราเอล
ก.ค.ศ.1013 กษัตริย์ดาวิดมหาราช ก่อตั้งราชอาณาจักรอิสราเอลอย่างมั่นคงทางสังคม
ก.ค.ศ.973 กษัตริย์ซาโลมอนสืบราชสมบัติ สร้างพระวิหารหลังแรก สร้างความมั่นคงทางวัฒนธรรม
ก.ค.ศ.932 กษัตริย์โรโบอัมสืบราชสมบัติราชอาณาจักรยูดาห์ 2 ใน12 แคว้น เยโรโบอัมแยก 10 แคว้นภาคเหนือตั้งตัวเป็นกษัตริย์แห่งราชอาณาจักรอิสราเอล
ก.ค.ศ.722 ชาวแอสซีเรียนทำลายราชอาณาจักรอิสราอล กวาดต้อนพลเมืองไปเป็นเชลย
ก.ค.ศ.587 ชาวแอสซีเรียนทำลายราชอาณาจักรยูดาห์ ทำลายพระวิหารหลังแรก กวาดต้อนพลเมืองไปเป็นเชลย
ก.ค.ศ.522 กษัตริย์ดารีอุสที่1 แห่งเปอร์เซียยึดแอสซีเรีย อนุญาตให้ชาวยิวกลับคืนถิ่นเพื่อรื้อฟื้นชาติอิสราเอลขึ้นกับเปอร์เซีย สร้างพระวิหารหลังที่ 2
ก.ค.ศ.337 ทัพเปอร์เซียแพ้ทัพแอลเลิกแซนเดอร์อย่างราบคาบ ปาเลสไตน์ตกอยู่ใต้อำนาจกรีกใหม่ (Hellenistic) ตั้งแต่นั้นมาชาติอิสราเอลก็ขาดกษัตริย์ปกครอง แต่มีกองทหารกรีกใหม่แบ่งเขตกันดูแล ยกเว้นแคว้นยูดาห์ยกให้มหาปุโรหิตปกครองในฐานะเจ้าประเทศราชโดยตั้งอัตราส่งส่วยค่อนข้างสูงเพราะถือว่ามีรายได้สูงจากพระวิหารกรุงเยรูซาเลม
ก.ค.ศ.323 กษัตริย์แอลเลิกแซนเดอร์สิ้นพระชนม์ ปาเลสไตน์ตกเป็นเมื่องขึ้นของอียิปต์ภายใต้ราชวงศ์ชาวกรีกโตเลมิ(Ptolemy) ซึ่งยอมให้ยูดาห์เป็นเขตปกครองพิเศษของมหาปุโรหิตไปตามเดิม
ก.ค.ศ.198 อียิปต์อ่อนแอ ราชวงศ์ชาวกรีกใหม่ซีลูสิด(Seleucid)แห่งซีเรียส่งกองทัพมาขับไล่กองทัพอียิปต์ที่ตำบลแพนเนออัน(Paneion ถ้ำน้ำพุของเทพแพน ต้นแม่น้ำยอร์แดน) ควบคุมปาเลสไตน์เป็นเมืองขึ้น ต่อมาเปลี่ยนชื่อตำบลเป็น Caesarea Philippi ซีซาเรียฟีลิปปีในสมัยเป็นเมืองขึ้นต่อโรมโดยเจ้าชายฟีลิปปุสแห่งราชวงค์เฮโรดสร้างเป็นเกียรติแด่จักรพรรดิเทอเบร์เรียส ซีเสอร์ (Tiberius Caesar)
ก.ค.ศ.190 กองทัพซีเรียพ่ายแพ้อย่างราบคาบแก่กองทัพโรมันที่แมกนีเซีย(Magnesia) กองทัพโรมันเดินหน้ายึดพื้นที่ไปเรื่อยๆ
ก.ค.ศ.188 ซีเรียเซ็นสัญญาสงบศึกกับกองทัพโรมันที่แอพเผอมีเออ(Apamea) โดยยอมเป็นเมืองขึ้นและส่งส่วยเป็นรายเดือนในอัตราค่อนข้างสูง ทำให้รัฐบาลซีเรียต้องยอมขายตำแหน่ง อย่างเช่นตำแหน่งมหาสมณะของศาสนายูดาห์ซึ่งมีมาตั้งแต่สมัยของโมเสส คือ เมื่อโมเสสประกาศก่อตั้งชาติอิสราเอลขึ้นณเชิงเขาซีไนในนามของพระเจ้า โดยประกาศประมวลกฎหมายปกครองในระบอบเทวาธิปไตยให้เป็นธรรมนูญแห่งชาติเพียงฉบับเดียว เพราะเป็นฉบับที่เชื่อว่าโมเสสได้รับมาจากพระยาห์เวห์ ไม่มีใครมีอำนาจแก้ไขได้นอกจากพระองค์เอง แต่สามารถตีความขยายความได้ โมเสสอ้างว่าพระยาเวห์ทรงพระประสงค์แต่งตั้งให้พี่ชายของท่านคืออาโรน(Aaron)แห่งตระกูลเลวี (Levi) เป็นมหาปุโรหิต(ผู้นำศาสนายูดาห์)ตลอดชีพ และให้ลูกหลานเพศชายคนหนึ่งสืบตำแหน่งเรื่อยไปโดยการแต่งตั้งจากผู้นำชาติ ส่วนลูกหลานเพศชายอื่นๆให้มีตำแหน่งปุโรหิตคือช่วยกันรับผิดชอบดูแลปกครองศาสนา ดูแลพระวิหาร และการประกอบพิธีกรรมต่างๆของพระวิหาร ส่วนคนตระกูลเลวีให้มีหน้าที่ช่วยคณะปุโรหิตในพระวิหารตามต้องการ ที่เหลือให้กระจายตัวไปแทรกอยู่ในชุมชนยิวเพื่อดูแลให้ทุกคนรู้และปฏิบัติตามบทบัญญัติต่างๆให้ครบถ้วน เมื่อดาวิดตั้งราชอาณาจักรอิสราเอลได้เรียบร้อยก็ใช้ตำแหน่งหน้าที่แต่งตั้งศาโดก (Zadok) เป็นมหาปุโรหิตและกำหนดว่าต่อไปตำแหน่งมหาปุโรหิตให้แต่งตั้งทายาทชายจากเชื้อสายของศาโดกและมีมารดาจากเชื้อสายของศาโดกด้วยเท่านั้น ให้เชื้อสายของศาโดกทุกคนเป็นปุโรหิตชั้นสูง เชื้อสายของอาโรนเป็นปุโรหิตชั้นสามัญ ปุโรหิตทุกคนมีเบี้ยหวัดเลี้ยงชีพรับจากกองคลังพระวิหาร ส่วนคนตระกูลเลวีให้เป็นปราชญ์ชุมชนดูแลประชาชนตามเดิมในทำนองปราชญ์ชาวบ้านและอาศัยชาวบ้านเลี้ยงดู ส่วนผู้รู้คัมภีร์โดยมีสำนักรับรองได้ชื่อว่าคัมภีราจารย์อาจจะมีกำเนิดจากตระกูลใดก็ได้
ก.ค.ศ.180 โอนีอัสที่3 (Onias III) จากตระกูลศาโดกเป็นมหาปุโรหิตสืบสันตติวงศ์อย่างถูกต้องตามกฎของโมเสสและกษัตริย์อันติโอคุสที่ 3 (Antiochus III) แห่งราชวงศ์เซลูสิดแห่งซีเรียให้การรับรองมาแต่แรก
ก.ค.ศ.175 ซีเรียเปลี่ยนกษัตริย์เป็นพระเจ้าอันติโอคุสที่4 (Antiochus IV 175-163) ปุโรหิตเจสัน(Jason)น้องชายของมหาปุโรหิตในอำนาจ คิดอุบายแยบยลชิงตำแหน่งมหาปุโรหิตของพี่ชาย โดยจับเส้นถูกตามสถานการณ์ว่ากษัตริย์องค์ใหม่แห่งซีเรียร้อนเงินส่งส่วยแก่กองทัพโรมันตามกำหนด จึงส่งคนไปทาบทามขอซื้อตำแหน่งมหาปุโรหิตด้วยเงินก้อนโตพอที่กษัตริย์อันติโอคุสยากที่จะปฏิเสธได้ลงคอ กษัตริย์ประกาศปลดโอนีอัสที่3จากทุกตำแหน่งและแต่งตั้งเจสันขึ้นดำรงตำแหน่งแทนอย่างหน้าตาเฉยเป็นทองไม่รู้ร้อน เจสันดีใจที่แผนการตื้นๆของตนสำเร็จผลอย่างง่ายดายเหลือเชื่อ ขั้นต่อไปก็คือต้องรีบกอบโกยเก็บรวบรวมส่งส่วยประจำปีให้กษัตริย์ไม่ผิดหวัง นโยบายที่เจสันคิดว่าวางไว้อย่างเหนือเมฆแล้วก็ยังหาได้ปลอดภัยจริงๆไม่ เพราะเหนือฟ้ายังมีฟ้า โบราณท่านว่าไว้ เจสันอุตส่าห์ยอมทำลายพี่ชาย แต่ก็ได้เสวยผลประโยชน์เพียงแค่ 4 ปี ส่วนโอนีอัสลี้ภัยไปพึ่งกษัตริย์โตเลมิแห่งอียิปต์ ได้รับการสนับสนุนให้สร้างมหาวิหารที่เลออนโตโปลิส(Leontopolis)แห่งแอลเลิกแซนเดรียซึ่งมีชาวยิวอาศัยอยู่มาก
ก.ค.ศ.171 คหบดีผู้มั่งคั่งนายหนึ่งนามว่าเมนเนอเลอุส(Menelaus) มิได้มีเชื้อสายใดมาอ้าง แต่อ่านเกมออกว่ากษัตริย์แห่งซีเรียมิได้สนพระทัยเรือกเถาเหล่ากอใดของประเพณียิว สนพระทัยจริงๆที่จำนวนเงินมากกว่า ตั้งแต่นั้นมาที่วิหารแห่งกรุงเยรูซาเลมก็ไม่มีคนตระกูลศาโดกเป็นมหาปุโรหิตอีกเลย แต่ที่วิหารแห่งแอลเลิกแซนเดรียณเมืองเลออนโตโปลิสยังคงมีสืบต่อมาจนถึงปีค.ศ.71 จึงถูกทหารโรมันทำลายลง
ก.ค.ศ.152 แอลเลิกแซนเดอร์ บาลาส(Balas)หัวหน้ากบฎแห่งซีเรียแต่งตั้งให้โจนาทาน มัคคาบีเป็นกษัตริย์และปุโรหิต
ก.ค.ศ.143 กษัตริย์เดเมตรีอุสที่2จับตัวโจนาธานไปประหารชีวิตในข้อหาเป็นสมุนของฝ่ายกบฎ
ก.ค.ศ.142-65 อิสราเอลเป็นเอกราชภายใต้ราชวงศ์แฮสโมเนียน(Hasmonean)แห่งตระกูลมัคคาบี(Maccabees)ซึ่งเป็นเชื้อสายของอาโรนนอกตระกูลศาโดก ประกาศเอกราช บูรณะวิหารและรื้อฟื้นสถาบันปุโรหิตโดยซีโมน มัคคาบี ประชาชนจึงพร้อมใจกันยกย่องขึ้นเป็นกษัตริย์และขอร้องให้เป็นปุโรหิตด้วยเพราะไม่สามารถหาเชื้อสายของศาโดกได้นอกจากกลุ่มที่แยกตัวไปสร้างวิหารขึ้นแข่งที่เลออนโตโปลิสซึ่งสภาผู้อาวุโสถือว่าทำผิดกฎของโมเสสเป็นโมฆบุรุษจึงหมดสิทธิ์ จึงมอบตำแหน่งนี้ให้ตระกูลของซีโมนดูแลจนกว่าพระเมสสิยาห์จะมาจัดการเป็นอย่างอื่น(1มคบ14:41)
ก.ค.ศ.63 ปอมเปย์ยึดครองซีเรียเป็นของมหาอาณาจักรโรมัน
ก.ค.ศ.49 ปอมเปย์ยึดครองปาเลสไตน์
ก.ค.ศ.37 เฮโรดได้รับแต่งตั้งเป็นกษัตริย์ขึ้นต่อโรม
ก.ค.ศ.4 พระเยซูประสูติ กษัตริย์เฮโรดหวั่นกลัวมากๆว่าพระเยซูจะเป็นพระเมสสิยาห์กอบกู้ชาติตามที่ชาวยิวต้องการ
ค.ศ.27 พระเยซูประกาศตั้งอาณาจักรของพระเจ้าเพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิต ไม่ใช่กอบกู้เอกราช มีปัญหาทำอย่างไรจึงจะให้นักการเมืองเชื่อเจตนาและชาวบ้านให้ความร่วมมือ
ค.ศ.30 พระเยซูสิ้นพระชนม์เพราะคณะปุโรหิตกลัวแผนการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของพระองค์เป็นพิเศษ สาวกประกาศข่าวดีว่าพระเยซูมีเจตนาปรับปรุงคุณภาพชีวิตด้วยความรักเต็มความหมาย ขอเอาชีวิตเป็นเดิมพันคำยืนยัน เพราะเหตุนี้เองผู้ประกาศข่าวดีรุ่นแรกจึงไม่มีใครคิดจะเขียนคำสอนทั้งๆที่เขียนหนังสือเป็นกันทั้งนั้นไม่มากก็น้อย พันธะประกาศเจตนาของพระเยซูดูเหมือนว่าง่ายเหลือหลายสำหรับสาวกรุ่นแรก
ค.ศ.45 เปาโลเริ่มประกาศข่าวดีสากลว่าความชอบธรรมเป็นของขวัญแก่คนทั้งโลกทุกสมัย ทุกคนมีสิทธิ์เสมอกันที่จะเป็นคนชอบธรรมและได้ใบบุญจากความชอบธรรม มีเงื่อนไขเพียงข้อเดียวคือเลิกยึดมั่นถือมั่นแล้วใส่ใจพัฒนาคุณภาพชีวิตตามมโนธรรมของตนแต่ละคน ข่าวดีของเปาโลรู้สึกจะยากและเป็นปรัชญา แต่เปาโลก็ต้องการเช่นนั้นจีงเขียนเพื่อให้ลอกกันต่อไป ให้ผู้รู้ปรัชญาศึกษาเพื่อเอาไปสอนต่อและเป็นคุรุ
พระเมสสิยาห์กับความคาดหวังของชาวยิวสมันนั้น
‘เมสสิยาห์’ ตามรากศัพท์ภาษาเซมิติกแปลว่าผู้ได้รับการเจิมด้วยน้ำมันมะกอก(the annointed, แปลเป็นภาษากรีกว่า christos, ภาษาละตินแปลงเป็น christus) โดยผู้แทนของพระยาห์เวห์เพื่อขึ้นตำแหน่งหรือเพื่อให้ทำหน้าที่อะไรบางอย่างที่เชื่อว่าเป็นพระประสงค์ของพระยาห์เวห์ โดยปรกติจะกรเะทำในพิธีราชาภิเศกขึ้นเป็นกษัตริย์โดยมหาปุโรหิตเป็นผู้เจิม การแต่งตั้งเป็นมหาปุโรหิตซึ่งกษัตริย์เป็นผู้เจิม และมีอยู่ครั้งเดียวที่เจิมให้เป็นประกาศกคือประกาศกเอลียาห์เจิมลูกศิษย์เอลีชาให้เป็นประกาศก(1พงศ์กษัตริย์ 19:16) ครั้นเมื่อกษัตริย์แห่งราชวงศ์ดาวิดขาดการสืบสันตติวงศ์ลงโดยการทำลายล้างของมหาอำนาจบาบิโลนในปีก.ค.ศ.587 ชาวยิวที่ยังมีชีวิตอยู่ก็พยายามปลอบขวัญกันโดยอ้างถึงพันธสัญญาที่พระยาห์เวห์ประทานแก่กษัตริย์ดาวิดในวันราชาภิเศกขึ้นครองราชอาณาจักรอิสราเอลโดยกระบอกเสียงของประกาศกนาธานว่า “ราชวงศ์และอาณาจักรของท่านจะมั่นคงอยู่ต่อหน้าเราตลอดไป อำนาจปกครองของท่าานจะตั้งมั่นอยู่ตลอดไป” โดยปลอบใจกันให้เชื่อมั่นในพระสัญญาว่า อย่างไรเสียต้องมีเชื้อพระวงศ์ดาวิดรอดตายหลงเหลืออยู่ ซึ่งอาจจะหลบซ่อนลี้ภัยอยู่ณที่มุมใดของโลกก็ได้ ซึ่งจะต้องสืบเชื้อสายต่อไปจนถึงวันที่พระยาห์เวห์ทรงกำหนด พระยาห์เวห์จะทรงเจิมหน่อเนื้อเชื้อกษัตริย์องค์หนึ่งขึ้นมากอบกู้ฟื้นฟูราชอาณาจักรของพระองค์ให้ยื่งใหญ่ที่สุดและมั่นคงที่สุดตลอดกาล ผู้ที่จะมาทำหนาที่นั้นในอนาคต จะเป็นผู้ได้รับการเจิมหรือเมสสิยาห์ต้นแบบสมบูรณ์ที่สุด และนั้นคือพระเมสสิยาห์ที่ชาวยิวในสมัยของพระเยซูตั้งหน้าตั้งตารอคอยให้ปรากฏตัวเร็วๆ ยิ่งเร็วยิ่งดี จะได้มีโอกาศรับใช้ร่วมมือกับพระเมสสิยาห์ในการกอบกู้ชาติจากมหาอำนาจโรมัน สาวกทุกคนของพระเยซู รวมทั้งเปาโลด้วย เดิมๆก็คิดอย่างนี้ และอยากจะทำอย่างที่ว่า จะได้สมน้ำหน้าอำนาจโรมันให้สะใจ แต่ก็ต้องมองอีกด้านหนึ่งของเหรียญเดียวกันด้วยว่า ไม่ใช่ชาวยิวทุกคนจะคิดอย่างนั้นเหมือนกันหมด มียิวกลุ่มหนี่งที่ได้เสวยผลพวงจากการครอบครองของอำนาจโรมัน เขาได้รับตำแหน่งหน้าที่และอำนาจจากฝ่ายปกครองโรมัน พวกเขากลัวการปรากฏตัวของพระเมสสิยาห์และความสำเร์จของพระเมสสิยาห์ตามที่ชาวบ้านทั้งหลายคาดหวังกัน เพราะนั่นหมายถึงการสูญเสียผลประโยชน์ทุกอย่างที่ตนกำลังเสวยอยู่อย่างอุ่นหนาฝาคั่ง และนั่นคือการเสี่ยงออกหัวหรือก้อยในกรณีของพระมเมสสิยาห์
เสียงรอคอยพระเมสสิยาห์ที่มีน้ำหนัก
เพลงสดุดี 89:49-51
พระเจ้าข้า ไหนว่ารัก ศักดิ์ศรีมั่น
สาบานมั่น ประทานไว้ ให้ดาวิด
อย่าลืมว่า ข้ารับใช้ อับอายหนัก
ข้าเจ็บใจนัก ต่างชาติหักหน้า พากันเย้ยหยัน
ที่ศัตรูพระองค์ ทะลายลงราบ ทราบเถิดยาห์เวห์
ราบถึงรอยบาท ที่องค์เจิมประพาส ฝากไว้ในดิน แลนา
หมายความว่า แม้แต่ร่องรอยพระบาทของกษัตริย์ดาวิดที่พระองค์ทรงสัญญาว่าจะยกย่องตลอดกาลนั้น ณ บัดนี้ไม่มีร่องรอยเหลือให้เห็นเป็นสักขีแห่งพันธสัญญาอีกแล้วแม้แต่น้อยนิด เพราะฝ่ายก่อการร้ายทำลายเรียบ
เพลงสดุดี 132:17-18
เราจะสืบตรง ราชวงศ์ดาวิด มิให้ผิดเพี้ยน
นิมิตโคมไฟ ส่องแสงไกลๆ ให้เมสสิยาห์
ใครเป็นศัตรู มีแต่อดสู แพ้ทุกประตู
ส่วนมหามงกุฎ มีแต่ผุดผ่อง สนองน้ำใจ แลนา
ประกาศกอิสยาห์พยากรณ์ 9:1-6
กุมารคนหนึ่งเกิดมาเพื่อเรา
บุตรชายคนหนึ่งเป็นผู้ที่พระเจ้าประทานให้เรา
สัญลักษณ์แห่งการปกครองอยู่บนบ่าของเขา
เขาจะได้รับนามว่า ที่ปรึกษามหัศจรรย์ พระเจ้าผู้ทรงอำนาจ
พระบิดานิรันดร เจ้าแห่งสันติ
การปกครองของเขาจะยิ่งใหญ่ สันติภาพจะไม่สิ้นสุด
เหนือบัลลังก์ของกษัตริย์ดาวิดและเหนือราชอาณาจักร
ที่เขาจะสถาปนาไว้และเชิดชูด้วยความยุติธรรมพร้อมชอบธรรม
บัดนี้และตลอดไป
พระยาห์เวห์จอมจักรวาลจะทรงกระทำเช่นนี้ด้วยความรักแรงกล้า
11:5-9
ความชอบธรรมจะเป็นดังผ้าคาดสะเอว
ความซื่อสัตย์จะเป็นเหมือนเข็มขัดคาดบั้นเอวของเขา
สุนัขป่าจะอยู่กับลูกแกะ
เสือดาวจะนอนอยู่กับลูกแพะ
ลูกโคและลูกสิงโตจะหากินอยู่ด้วยกัน
เด็กคนหนึ่งก็ยังนำมันออกไปได้
แม่โคกับหมีจะหากินด้วยกัน
ลูกของมันจะนอนอยู่ด้วยกัน
สิงโตจะกินฟางเหมือนโคเพศผู้
ทารกที่ยังไม่หย่านมจะเล่นอยู่ที่ปากรูของงูเห่า
เด็กที่หย่านมแล้วจะเอามือวางที่รังของงูพิษ
จะไม่มีผู้ใดทำร้ายหรือทำลาย
ทั่วภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของเรา
เพราะแผ่นดินจะรู้จักพระยาห์เวห์อย่างสมบูรณ์
ดั่งน้ำปกคลุมทะเล
หมายเหตุ: ชาวยิวที่เข้าใจอย่างนี้ตามตัวอักษร แน่นอนว่าย่อมมีสิทธิ์อยากให้พระเมสสิยาห์อย่างนี้เสด็จมาโปรดเร็วๆ สาวกรุ่นแรกของพระเยซูรวมทั้งเปาโลด้วย ในชั้นแรกก็หวังจะได้พระเมสสิยาห์อย่างนั้น ครั้นพระเยซูชี้แจงว่าเป็นภาษาภาพพจน์ก็ยอมปรับตัว เรื่องจึงมียืดยาวให้ซอกแซกหามาเล่าได้ต่อไปอีกมาก