ซอกแซกหามาเล่า (235)

ซอกแซกหามาเล่า (235)

กีรติ บุญเจือ

ซอกแซกรู้มาว่าชาวคริสต์ช่วยกันสร้างคัมภีร์ก่อนมีคัมภีร์

            เมื่อพระเยซูถูกตรึงสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนตอนบ่าย3โมงของวันศุกร์ (มีผู้คำนวณว่าน่าจะตรงกับวันที่7 เมษายน ค.ศ.30) โดดเดี่ยว มีพระมารดากับสาวกสาวิกาไม่กี่คนอยู่ดูใจจนถึงเวลาปลงพระศพในคูหาที่อยู่ใกล้เคียง ต่อจากนั้น40วัน (น่าจะเป็นวันพฤหัสที่ 18 พฤษภาคม ค.ศ.30 เปโตรรวบรวมเพื่อนสาวกได้12ท่านและสานุศิษย์ประมาณ 500 ท่านศึกษาบทบาทของพระเยซูและวางแผนเผยแผ่โดยเรียกว่าข่าวดีแบบจับเสือมือเปล่ากล่าวคือปากเปล่าจากความทรงจำ เพราะไม่มีใครเขียนหรือบันทึกอะไรไว้แม้แต่ตัวอักษรเดียว ตกลงอะไรกันได้ก็ให้ต่างคนต่างจดจำเอาไปเล่าต่อ แต่ก็มีผู้เชื่อปวารณาตัวเป็นผู้เชื่อและประกาศข่าวดีกันต่อๆไปโดยไม่มีอะไรรับรองเป็นลายลักษณ์อักษร จนกว่าเปาโลจะเขียนจดหมายฉบับแรก 20 ปีต่อมา ระหว่าง 20 ปีนั้นน่าจะมีผู้สนใจบันทึกเหตุการณ์ที่ได้รู้ได้เห็นได้ยินมาตามลำดับ บางคนชอบคัดลอกและสะสม ค่อยๆสร้างบ่อเกิดคิวไปเรื่อยๆอย่างไม่มีแผน แต่ทำด้วยความสนใจและพอใจ แต่ก็กลายเป็นปัจจัยและแรงกระตุ้นให้เกิดพระวรสารฉบับมัทธิวภาษาอาราเมกขึ้นในราวค.ศ.40 แปลเป็นภาษากรีกราวค.ศ.80 และพระวรสารฉบับมาระโกภาษากรีกในราว ค.ศ.64 ก่อนเปาโลตาย3ปี เปาโลไม่น่าจะได้รู้จักพระวรสาร2ฉบับนี้ แต่คงได้รู้ส่วนกระท่อนกระแท่นของบ่อเกิดคิวซึ่งยังไม่มีการรวบรวมเป็นเล่ม

เราได้สำรวจบ่อเกิดคิวมาบ้างแล้ว สังเกตได้ว่า 15 ข้อแรกเน้นแสดงว่าพระเยซูเป็นพระเจ้ามาเกิดเป็นมนุษย์ ตอนนี้จะสำรวจดูกันต่อไปว่ามีอะไรอีก

16.คนที่กล่าวแก่เราว่า พระเจ้าข้า พระเจ้าข้า นั้น มิใช่ทุกคนจะได้เข้าอาณาจักรสวรรค์ แต่ผู้ที่ปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระบิดาของเราผู้สถิตในสวรรค์นั่นแหละจะเข้าสู่สวรรค์ได้

17.ใครที่นับถือเราย่อมฟังคำของเราและนำไปปฏิบัติเราจะชี้ให้ดูว่าคนเช่นนั้นเปรียบเป็นคนเช่นไร เขาเปรียบเสมือนคนที่สร้างบ้านขุดหลุมลงไปลึกจนถึงชั้นหินเพื่อวางรากฐานบ้านไว้บนหิน เมื่อเกิดน้ำท่วมน้ำในแม่น้ำไหลมาปะทะบ้านหลังนั้น แต่ทำให้บ้านนั้นสั่นคลอนไม่ได้ เพราะบ้านหลังนั้นสร้างไว้อย่างนี้ แต่ผู้ที่ฟ้งและไม่ปฏิบัติตามก็เปรียบเสมือนคนที่สร้างบ้านไว้บนพื้นดินโดยไม่มีรากฐาน เมื่อน้ำในแม่น้ำไหลมาปะทะ บ้านนั้นก็พังทลายลงทันที และเสียหายมาก

18.ครั้นเมื่อพระเยซูเสด็จเข้าไปในเมืองคาเปอรนาอุม ผู้รับใช้ของนายร้อยคนหนึ่งกำลังป่วยใกล้จะตาย นายรักเขามาก  นายร้อยใช้เพื่อนบางคนไปทูลพระองค์ว่า พระองค์เจ้าข้า อย่าลำบากไปเลย ข้าพเจ้าไม่สมควรให้พระองค์เสด็จเข้ามาในบ้านของข้าพเจ้า เพราะฉะนั้นข้าพเจ้าจึงไม่อาจเอื้อมที่จะออกมาพบกับพระองค์ แต่ขอพระองค์ตรัสเพียงคำเดียว ผู้รับใช้ของข้าพเจ้าก็จะหายจากโรค ข้าพเจ้าเป็นผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา แต่ก็ยังมีทหารอยู่ใต้บังคับบัญชาด้วย ข้าพเจ้าบอกคนหนึ่งว่า”ไป” เขาก็ไป บอกอีกคนหนึ่งว่า “มา” เขาก็มา ข้าพเจ้าบอกผู้รับใช้ว่า “ทำสิ่งนี้” เขาก็ทำ เมื่อพระเยซูเจ้าทรงได้ยินถ้อยคำเหล่านี้ทรงประหลาดพระทัย ทรงหันพระพักตร์ไปยังประชาชนที่ติดตามพระองค์ตรัสว่า เราบอกท่านทั้งหลายว่า เรายังไม่เคยพบใครมีความเชื่อมากเช่นนี้ในอิสราเอลเลย เมื่อเพื่อนที่ถูกใช้มา กลับไปถึงบ้าน ก็พบว่าผู้รับใช้ผู้นั้นหายเป็นปกติแล้ว

19.ยอห์นเรียกศิษย์มา2คน แล้วส่งไปเฝ้าองค์พระเยซูเจ้าให้ทูลถามว่า  ท่านคือผู้ที่จะต้องมาหรือเราจะต้องรอคอยผู้อื่นอีก เมื่อคนทั้ง2มาพบพระองค์แล้วจึงกล่าวว่า ยอห์นผู้ทำพิธีล้างส่งเรามาถามท่านว่าท่านคือผู้ที่จะต้องมา หรือเราจะต้องรอคอยผู้อื่นอีก เมื่อคนทั้งสองมาพบพระองค์แล้วจึงกล่าวว่า ยอห์นผู้ทำพิธีล้างส่งเรามาถามท่านว่า ท่านคือผู้ที่จะต้องมา หรือเราจะต้องรอคอยผู้อื่นอีก ขณะนั้นพระเยซูเจ้ากำลังทรงรักษาคนจำนวนมากให้หายจากโรค จากความทุกข์ทรมานและจากปีศาจร้าย ทั้งทรงทำให้คนตาบอดหลายคนกลับมองเห็นได้ พระองค์จึงตรัสตอบศิษย์ทั้งสองของยอห์นว่า จงไปบอกยอห์นถึงสิ่งที่ท่านได้เห็นและได้ยิน คนตาบอดกลับแลเห็น คนง่อยเดินได้ คนโรคเรื้อนหายจากโรค คนหูหนวกได้ยิน คนตายกลับคืนชีพ คนจนได้ฟังข่าวดี ผู้ที่ไม่แคลงใจในเรา ย่อมเป็นสุข

20.ท่านทั้งหลายไปดูอะไรในถิ่นทุรกันดาร ไปดูต้นอ้อไหวไปตามลมหรือ ไม่ใช่ แล้วท่านไปดูอะไรเล่า ดูคนสวมเสื้อผ้าสวยงามหรือ คนที่สวมเสื้อผ้าสวยงามและกินดื่มอย่างฟุ่มเฟือยนั้นมีอยู่เฉพาะในรั้วในวัง ถ้าเช่นนั้นท่านไปดูอะไร ไปดูประกาศกหรือ ถูกแล้ว เราขอบอกว่าท่านไปดูยิ่งกว่าประกาศกเสียอีก ผู้นี้แหละ พระคัมภีร์กล่าวถึงว่า เราส่งทูตของเรานำหน้าท่าน เพื่อเตรียมทางไว้สำหรับท่าน เรากล่าวแก่ท่านทั้งหลายว่าในบรรดาผู้ที่เกิดจากสตรี ไม่มีใครยิ่งใหญ่กว่ายอห์นอีกแล้ว กระนั้นก็ดี ผู้ต่ำต้อยที่สุดในพระอาณาจักรของพระเจ้าก็ยังยิ่งใหญ่กว่ายอห์น

21.เราจะเปรียบคนยุคนี้กับสิ่งใดดี เขาเหมือนกับสิ่งใด เขาเป็นเสมือนเด็กๆที่นั่งตามลานสาธารณะ ร้องบอกเพื่อนๆว่า เราเป่าขลุ่ย เจ้าก็ไม่เต้นรำ เราร้องเพลงโศกเศร้า เจ้าก็ไม่ร้องไห้

22.ยอห์นผู้ทำพิธีล้างมา ไม่กินอาหาร ไม่ดื่มเหล้าองุ่น ท่านก็ว่า คนนี้มีปีศาจสิง บุตรแห่งมนุษย์มากินและดื่ม ท่านก็ว่า ดูซิ นักกินนักดื่ม เป็นเพื่อนกับคนเก็บภาษีและคนบาป พระปรีชาญาณของพระเจ้าผ่านการพิสูจน์แล้วว่าถูกต้อง โดยผู้ปฏิบัติตามพระปรีชาญาณนั้น

23.ขณะที่พระเยซูเจ้าทรงพระดำเนินตามทางพร้อมกับบรรดาศิษย์ ชายผู้หนึ่งทูลพระองค์ว่า ข้าพเจ้าจะติดตามพระองค์ไปทุกแห่ง ที่พระองค์จะเสด็จ พระเยซูเจ้าจึงตรัสกับเขาว่า สุนัขจิ้งจอกยังมีโพรง นกในอากาศยังมีรัง แต่บุตรแห่งมนุษย์ไม่มีที่จะวางศีรษะ พระองค์ตรัสกับอีกคนหนึ่งว่า จงตามเรามาเถิด แต่เขาทูลว่า ขออนุญาตให้ข้าพเจ้าไปฝังศพบิดาของข้าพเจ้าเสียก่อน พระองค์ตรัสกับเขาว่า จงปล่อยให้คนตายฝังคนตายของตนเถิด ส่วนท่านจงไปประกาศพระอาณาจักรของพระเจ้า

24.ทุกตำบลทุกเมืองที่พระองค์เสด็จพระองค์จะตรัสกับพวกเขาว่า  ข้าวที่จะเกี่ยวมีมาก แต่คนงานมีน้อย จงวิงวอนขอเจ้าของนาให้ส่งคนงานมาเก็บเกี่ยวข้าวของพระองค์เถิด  จงไปเถิดเราส่งท่านทั้งหลายไปดุจลูกแกะในฝูงหมาป่า อย่านำถุงเงิน ย่ามหรือรองเท้าไปด้วย  อย่าเสียเวลาทักทายผู้ใดตามทาง เมื่อท่านเข้าบ้านใด จงกล่าวก่อนว่า  สันติสุขจงมีแก่บ้านนี้เถิด ถ้ามีผู้สมควรจะรับสันติสุขอยู่ที่นั่น  สันติสุขของท่านจะอยู่กับเขา มิฉะนั้นสันติสุขของท่านจะกลับมาอยู่กับท่านอีก จงพักอาศัยในบ้านนั้น กินและดื่มของที่เขาจะนำมาให้ เพราะคนงานสมควรที่จะได้รับค่าจ้างของตน อย่าเข้าบ้านนี้ออกบ้านโน้น  เมื่อท่านเข้าไปในเมืองใดและเขาต้อนรับท่าน จงกินของที่เขาจะนำมาตั้งให้ จงรักษาผู้เจ็บป่วยในเมืองนั้นและบอกเขาว่า พระอาณาจักรของพระเจ้าอยู่ใกล้ท่านทั้งหลายแล้ว แต่ถ้าท่านเข้าไปในเมืองใดและเขาไม่ต้อนรับ ก็จงออกไปกลางลานสาธารณะและกล่าวว่า แม้แต่ฝุ่นจากเมืองของท่านที่ติดเท้าของเรา เราจะสลัดทิ้งไว้ปรักปรำท่าน จงรู้เถิดว่า อาณาจักรของพระเจ้าใกล้เข้ามาแล้ว เราบอกท่านทั้งหลายว่าในวันพิพากษา ชาวเมืองโสดมจะรับโทษเบากว่าชาวเมืองนั้น

25.วิบัติจงเกิดแก่เจ้าเถิดเมืองโคราซิน(Corazin) วิบัติจงเกิดแก่เจ้าเถิดเมืองเบธไซดา (Bethsaida) ถ้าอัศจรรย์ที่ได้เกิดขึ้นในเจ้าได้เกิดขึ้นที่เมืองไทระ(Tyre)และเมืองไซดอน(Sidon)แล้ว เขาเหล่านั้นคงได้นุ่งกระสอบนั่งบนกองขี้เถ้ากลับใจเสียนานแล้ว ฉะนั้นเมืองไทระและเมืองไซดอนจะรับโทษเบากว่าเจ้าในวันพิพากษา ส่วนเจ้าเมืองคาเปอรนาอุม(Capernaum) เจ้าจะยกตนขึ้นถึงฟ้าเทียวหรือ เจ้าจะตกลงไปถึงแดนผู้ตายเสียมากกว่า

26.ผู้ใดฟังท่านผู้นั้นฟังเรา ผู้ใดสบประมาทท่านผู้นั้นสบประมาทเรา ผู้ที่สบประมาทเราก็สบประมาทผู้ที่ทรงส่งเรามา

27. พระเยซูเจ้าทรงปลาบปลื้มพระทัยเดชะพระจิตเจ้า ตรัสว่า ข้าแต่พระบิดาเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน ข้าพเจ้าสรรเสริญพระองค์ ที่พระองค์ทรงปิดบังเรื่องเหล่านี้จากบรรดาผู้ปรีชาและรอบรู้ แต่ทรงเปิดเผยแก่บรรดาผู้ต่ำต้อย ถูกแล้วพระบิดาเจ้าข้า พระองค์ทรงพอพระทัยเช่นนั้น พระบิดาทรงมอบทุกสิ่งแก่ข้าพเจ้า ไม่มีใครรู้ว่าพระบุตรเป็นใครนอกจากพระบิดา และไม่มีใครรู้ว่าพระบิดาเป็นใครนอกจากพระบุตรและผู้ที่พระบุตรทรงเปิดเผยให้รู้

28.พระเยซูเจ้าตรัสแก่บรรดาศิษย์โดยเฉพาะว่า นัยน์ตาของท่านเป็นสุขที่มองเห็นสิ่งต่างๆที่ท่านเห็น เราบอกท่านทั้งหลายว่า ประกาศกและกษัตริย์จำนวนมากปรารถนาจะเห็นสิ่งที่ท่านได้เห็นแต่ก็ไม่ได้เห็น ปรารถนาจะได้ฟังสิ่งที่ท่านได้ฟังแต่ไม่ได้ฟัง

29.เมื่อท่านทั้งหลายอธิษฐานภาวนาจงพูดว่า ข้าแต่พระบิดา พระนามพระองค์จงเป็นที่สักการะ พระอาณาจักรจงมาถึง โปรดประทานอาหารประจำวันแก่ข้าพเจ้าทั้งหลายทุกวัน  โปรดประทานอภัยแก่ข้าพเจ้าทั้งหลาย  เหมือนข้าพเจ้าทั้งหลายอภัยแก่ผู้อื่น โปรดช่วยข้าพเจ้าทั้งหลายไม่ให้แพ้การประจญ

30.จงขอเถิดแล้วท่านจะได้รับ จงแสวงหาเถิดแล้วท่านจะพบ จงเคาะประตูเถิดแล้วเขาจะเปิดประตูรับท่าน เพราะคนที่ขอย่อมจะได้รับ คนที่แสวงหาย่อมพบ คนที่เคาะประตูย่อมมีผู้เปิดประตูให้ ท่านที่เป็นพ่อถ้าลูกขอปลา จะให้งูแทนปลาหรือ ถ้าลูกขอไข่จะให้แมลงป่องหรือ  แม้แต่ท่านทั้งหลายที่เป็นคนชั่วยังรู้จักให้ของดีๆแก่ลูก  แล้วพระบิดาผู้สถิตในสวรรค์จะไม่ส่งพระจิตเจ้ามาประทานแก่ผู้ที่ทูลขอพระองค์มากกว่านั้นหรือ

31.พระเยซูเจ้ากำลังขับไล่ปีศาจซึ่งทำให้คนเป็นใบ้ เมื่อปีศาจออกไปแล้วคนใบ้ก็พูดได้  ประชาชนต่างประหลาดใจ บางคนกล่าวว่าเขาขับไล่ปีศาจด้วยอำนาจของเบเอลเซบูล(Beezebul)เจ้าแห่งปีศาจนั้นเอง พระองค์ทรงทราบความคิดของพวกเขาจึงตรัสว่า  อาณาจักรใดแตกแยกภายใน อาณาจักรนั้นย่อมพินาศ บ้านเรือนย่อมพังทลายทับกัน ถ้าซาตานแตกแยกกันเอง อาณาจักรของมันจะตั้งอยู่ได้อย่างไร เพราะท่านบอกว่าเราขับไล่ปีศาจด้วยอำนาจของเบเอลเซบูล ถ้าเราขับไล่ปีศาจด้วยอำนาจของเบเอลเซบุล พวกพ้องของท่านจะเป็นผู้ตัดสินลงโทษท่าน แต่ถ้าเราขับไล่ปีศาจด้วยอำนาจของพระเจ้า ก็หมายความว่าอำนาจของพระเจ้ามาถึงท่านแล้ว เมื่อคนแข็งแรงมีอาวุธครบมือเฝ้าบ้านของตน ทรัพย์สมบัติของเขาก็ปลอดภัย แต่ถ้าผู้ใดแข็งแรงกว่าเข้ามาโจมตีและเอาชนะเขาได้ ก็ย่อมริบอาวุธที่เขามั่นใจนั้นและแบ่งปันข้าวของที่ปล้นได้

ผู้ใดไม่อยู่กับเราย่อมเป็นปฏิปักษ์กับเรา ใครไม่รวมสิ่งต่างๆไว้กับเราย่อมทำให้สิ่งนั้นกระจัดกระจายไป

32.เมื่อปีศาจออกไปจากมนุษย์แล้ว มันท่องเที่ยวไปในที่แห้งแล้งเพื่อหาที่พัก แต่ไม่พบมันจึงคิดว่า ข้าจะกลับไปยังบ้านที่ข้าจากมา เมื่อกลับมาถึงมันพบว่าบ้านนั้นปัดกวาดตกแต่งไว้เรียบร้อย มันจึงไปพาปีศาจมาอีกเจ็ดตนที่ชั่วร้ายยิ่งกว่ามัน เข้ามาอาศัยอยู่ที่นั่น สภาพสุดท้ายของมนุษย์ผู้นั้นจึงเลวร้ายกว่าเดิม

33.คนยุคนี้เป็นคนชั่วร้าย อยากเห็นเครื่องหมาย แต่จะไม่มีเครื่องหมายใดให้เห็นนอกจากเครื่องหมายของประกาศกโยนาห์เท่านั้น โยนาห์เป็นเครื่องหมายสำหรับชาวนีนะเวห์ฉันใด  บุตรแห่งมนุษย์ก็จะเป็นเครื่องหมายสำหรับคนยุคนี้ฉันนั้น ในวันพิพากษาพระราชินีแห่งทิศใต้จะทรงลุกขึ้นและกล่าวโทษคนยุคนี้ เพราะพระนางเสด็จมาจากสุดปลายแผ่นดิน เพื่อฟังพระปรีชาสุขุมของกษัตริย์ซาโลมอน แต่ที่นี่มีผู้ยิ่งใหญ่กว่ากษัตริย์ซาโลมอนเสียอีก ในวันพิพากษาชาวนินะเวห์จะลุกขึ้นและกล่าวโทษคนยุคนี้ เพราะชาวนินะเวห์ได้กลับใจเมื่อได้ฟังคำเทศน์ของประกาศกโยนาห์ แต่ที่นี่มีผู้ยิ่งใหญ่กว่าโยนาห์เสียอีก

34.ไม่มีใครจุดตะเกียงวางไว้ในที่ลับตาหรือใต้ถัง แต่ตั้งไว้บนเชิงตะเกียงเพื่อให้คนที่เข้ามาเห็นแสงสว่าง

35. ประทีปของร่างกายคือดวงตาของท่าน เมื่อดวงตาเป็นปรกติดี สรรพางค์กายของท่านก็ย่อมสว่างไปด้วย แต่เมื่อดวงตาของท่านมืดมัว สรรพางค์กายของท่านก็มืดมัวไปด้วย ฉะนั้นจงระวังอย่าให้ความสว่างในท่านมืดไป

36.ชาวฟาริสีเอ๋ย ท่านล้างถ้วยชามด้านนอก แต่ใจของท่านเต็มไปด้วยของที่ขโมยมาและความชั่วร้าย คนโง่เอ๋ย พระเจ้าผู้ทรงสร้างภายนอกมิได้ทรงสร้างภายในด้วยหรือ ถ้าจะให้ดีด้วยจงให้สิ่งที่อยู่ภายในเป็นทานเถิดแล้วทุกสิ่งก็จะสะอาดสำหรับท่าน วิบัติจงเกิดแก่ท่าน บรรดาชาวฟาริสี ท่านถวายหนึ่งในสิบของสะระแหน่ สมุนไพรและผักทุกชนิด แต่ละเลยความยุติธรรมและความรักต่อพระเจ้า บทบัญญัติเหล่านี้จำเป็นต้องปฏิบัติโดยไม่ละเว้นบทบัญญัติอื่นๆ

37.วิบัติจงเกิดแก่ท่านบรรดาชาวฟาริสี ท่านชอบนั่งแถวหน้าในศาลาธรรม และชอบให้ผู้คนคำนับตามสวนสาธารณะ วิบัติจงเกิดแก่ท่าน ท่านเป็นเหมือนหลุมศพที่มองไม่เห็น คนจะเดินเหยียบไปโดยไม่รู้

38. ท่านนักกฎหมายทั้งหลาย วิบัติจงเกิดแก่ท่านเถิด ท่านให้ผู้อื่นแบกสัมภาระหนักเกินกำลัง แต่ท่านไม่ยอมแม้แต่จะใช้นิ้วแตะต้องสัมภาระนั้น วิบัติจงเกิดแก่ท่านทั้งหลาย ท่านสร้างหลุมฝังศพของบรรดาประกาศกที่บรรพบุรุษของท่านฆ่า ซึ่งแสดงว่าท่านเห็นด้วยกับการกระทำของบรรพบุรุษ บรรพบุรุษของท่านฆ่าบรรดาประกาศกและท่านก็สร้างหลุมฝังศพให้ วิบัติจงเกิดแก่ท่าน บรรดานักกฎหมาย ท่านนำกุญแจไขความรู้ไป ท่านไม่เข้าไปแล้วยังขัดขวางคนที่ต้องการจะเข้าไปด้วย

39.พระปรีชาญาณของพระเจ้าตรัสว่า เราจะส่งประกาศกและทูตไปพบเขา เขาจะฆ่าประกาศกและทูตบางคน และเบียดเบียนบางคน คนรุ่นนี้ต้องรับผิดชอบต่อโลหิตของบรรดาประกาศกทุกคน โลหิตที่ได้หลั่งตั้งแต่สร้างโลกเป็นต้นมา นับตั้งแต่โลหิตของอาแบลจนถึงโลหิตของเศคาริยาห์ซึ่งถูกประหารระหว่างแท่นบูชากับพระวิหาร ถูกแล้วเรากล่าวแก่ท่านทั้งหลายว่าคนรุ่นนี้จะต้องรับผิดชอบการกระทำนี้

หมายเหตุ บ่อเกิดคิว มีด้วยกัน 69 ส่วนแรกข้อ 1- 15 แสดงข้อเท็จจริงต่างๆเพื่อยืนยันร่วมกับบทเทศน์เรื่องการรับทรมาน การตาย และการฟื้นคืนชีพ เพื่อยืนยันว่าพระเยซูเป็นพระเจ้า ส่วนที่ 2 ข้อ 16-39 เป็นจำนวน 24 ข้อ กล่าวถึงคุณภาพชีวิตตามอุดมการณ์ของอาณาจักรของพระเจ้า เรื่องนี้น่าจะอยู่ในใจของเปาโลและเปาโลได้ไตร่ตรองลึกซึ้ง จึงได้สอนกำชับศิษย์ของตนแต่แรกๆว่า

“ท่านได้ฟังเรื่องราวและรู้จักพระเมสสิยาห์ตามความจริงที่ปรากฏในองค์พระเยซูแล้ว ท่านจงถอดสภาพมนุษย์เก่า เลิกประพฤติเลวทรามตามราคะตัณหาที่หลอกให้หลงไป จงมีจิตใจและความนึกคิดอย่างใหม่ จงสวมใส่สภาพมนุษย์ใหม่ ซึ่งพระเจ้าทรงเนรมิตให้เหมือนพระองค์ มีความชอบธรรมและความศักดิ์สิทธิ์ที่มาจากความจริง

“ดังนั้น ท่านจงเลิกพูดเท็จ แต่ละคนจงพูดความจริงแก่พี่น้องของตน เพราะเราต่างก็เป็นเสมือนอวัยวะของกันและกัน แม้ท่านจะโกรธก็อย่าให้เป็นบาป จงเลิกโกรธก่อนดวงอาทิตย์ตก อย่าให้โอกาสแก่มาร คนที่ขโมยจงเลิกขโมย และใช้มือทำงานอย่างสุจริตจะดีกว่า เพื่อจะได้มีบางสิ่งมาแบ่งปันแก่ผู้ขัดสน จงอย่าพูดคำเลวร้ายใดๆเลย จงพูดแต่คำดีงามเพื่อช่วยกันเสริมสร้างผู้อื่นตามโอกาส และเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่บรรดาผู้ได้ยินได้ฟัง จงอย่าทำให้พระจิตเจ้าต้องเศร้าหมอง พระเจ้าประทานพระองค์เป็นตราประทับให้ท่านแล้วสำหรับวันแห่งการไถ่กู้ท่านทั้งหลายจงขจัดความขมขื่น ความขุ่นเคือง ความโกรธ การขู่ตะคอก การนินทาว่าร้าย และคารมไม่ดีไม่งามทั้งหลาย แต่จงมีใจโอบอ้อมอารี มีเมตตาต่อกัน  ให้อภัยกันดังที่พระเจ้าทรงให้อภัยแก่ท่านในองค์พระคริสตเจ้าเถิด

“ท่านทั้งหลายจงทำตามแบบฉบับของพระเจ้า ประดุจบุตรสุดที่รักของพระองค์ จงดำเนินชีวิตในความรักดังที่พระเมสสิยาห์ทรงรักเราและทรงมอบพระองค์เพื่อเรา เป็นเครื่องบูชากลิ่นหอมถวายแด่พระเจ้า”(เอเฟซัส4:25-5:2)

จงเอาใจใส่การดำเนินชีวิตของท่าน  จงดำเนินชีวิตอย่างผู้เฉลียวฉลาด มิใช่อย่างผู้ขาดสติปัญญา จงใช้เวลาปัจจุบันให้ดีที่สุด  เพราะเราอยู่ในยุคแห่งความเลวร้าย อย่าเป็นคนโง่เขลา แต่จงพยายามเข้าใจว่าพระเจ้าทรงประสงค์สิ่งใด อย่าเสพสุราจนเมามาย เพราะสุราเป็นสาเหตุของการปล่อยตัวเสเพล แต่จงยอมให้พระจิตเจ้าทรงนำชีวิตของท่าน จงร่วมใจกันขับร้องเพลงสดุดี เพลงสรรเสริญ และบทเพลงศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ จงขับร้องสรรเสริญองค์พระผู้เป็นเจ้าอย่างสุดจิตใจ จงขอบพระคุณพระเจ้าพระบิดาอยู่เสมอสำหรับทุกสิ่ง เดชะพระนามของพระเยซูคริสต์ องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา” (เอเฟซัส5:15-20)

จากตัวอย่างข้างต้นนี้พอจะเห็นได้ว่า จดหมายของเปาโลช่วยเสริมบ่อเกิดคิวอย่างเป็นปี่เป็นขลุ่ยกันอย่างดี หากขาดเปาโลเข้ามาเสริม บ่อเกิดคิวเท่าที่มีอยู่ก็คงจะจืดชืด และถ้าเปาโลขาดบ่อเกิดคิวก็ขาดน้ำหนัก จึงน่าติดตามดูกันต่อไปว่า บ่อเกิดคิวและจดหมายของเปาโลจะร่วมกันสร้างคริสตจักรในระยะเริ่มแรกในมหาอาณาจักรโรมันอันหฤโหดอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่เปโตรและเปาโลถูกจับประหารเป็นกรณีเชือดไก่ให้ลิงดูแล้ว

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s