Stoicism on goodness



Stoicism on goodness ความดีของลัทธิสโทว์อิก

ผู้แต่ง : เมธา  หริมเทพาธิป

ผู้ปรับแก้ :  กีรติ  บุญเจือ

            ยากที่จะกำหนดได้ว่า ลัทธิลัทธิสโทอิก(Stoicism) เริ่มมีมาตั้งแต่เมื่อใด เพราะนักคิดที่ปลงตกมักจะมีความโน้มเอียงถือลัทธินี้อยู่ทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวัยชรา

พระพุทธศาสนาก็มีคำสอนคล้ายคลึงอยู่มาก เอพเผอคูเริส (Epicurus) เองก็สอนในทำนองนี้ แต่เนื่องจากถูกชาวเอพเผอคูเรียนอ้างเป็นบิดาของลัทธิของตน ตำแหน่งบิดาของลัทธิสโทว์อิกของตะวันตกจึงตกอยู่แก่ซีโนว์แห่งซีเฉิม (Zeno of Citiumก.ค.ศ. 340-265) ซึ่งมีชีวิตร่วมสมัยกับเอพเผอคูเริสและชอบสอนที่ระเบียงเดินเข้าสนามหลวงของกรุงเอเธนส์ จึงเป็นสาเหตุให้เรียกชื่อลัทธินี้กันว่าสโทว์อิก เพราะภาษากรีก stoaแปลว่า ระเบียงทางเดินจากประตูเมืองเข้าข้างใน ลัทธินี้จึงแปลว่าลัทธิระเบียงนั่นเอง

แต่เนื่องจากชื่อลัทธินี้มาจากชื่อห้องโถง StoaPoikileซึ่งเข้าประตูเมืองก็ผ่านเข้าห้องโถงนี้ และเป็นสถานที่ซึ่งซีโนว์ชอบใช้เป็นที่เผยแพร่คำสอนของตน ชื่อลัทธินี้จึงถือว่ามาจากนามเฉพาะ ภาษาอังกฤษจึงนิยมขึ้นต้นด้วยอักษรนำเสมอ

ลัทธินี้ก็มาเฟื่องฟูมากตอนกรุงโรมเรืองอำนาจ มีนักปราชญ์ชาวโรมันของลัทธินี้ที่สำคัญได้แก่ ซีเสอโรว์(Cicero ก.ค.ศ. 106-43) เซนเนอเขอ (Seneca ก.ค.ศ.4?-65) และจักรพรรดิมาร์เขิส ออรีเลียส (Marcus Aurelius 121-180) นักปราชญ์แต่ละท่านก็มีคำอธิบายผิดเพี้ยนกันไป แล้วแต่พื้นฐานปรัชญาของแต่ละท่าน ในที่นี้จะกล่าวเฉพาะคำสอนของซีโนแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น

จริยธรรมแบบสโทว์อิกของซีโนว์มีพื้นฐานอยู่บนอภิปรัชญาว่า ความเป็นจริงมีอยู่ 2 อย่าง คือ สสารและวจนะ (Logos) วจนะซึมแทรกอยู่ในสสารทำให้เกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ ขึ้นมา วจนะจึงเป็นพลังและกฎเกณฑ์ของโลก เป็นวิญญาณของโลก เป็นพระเจ้าผู้ควบคุมโลก แต่ไม่ได้สร้างโลก (ลัทธิทวินิยมแบบชีวสสารนิยม)

วิญญาณของมนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของวจนะ ต้องติดอยู่กับสสารชั่วคราวเนื่องจากความไม่สมบูรณ์ของวจนะ ความไม่สมบูรณ์ของวจนะแสดงออกมาให้เห็นเป็นความขัดแย้งปั่นป่วนวุ่นวายในธรรมชาติ ในตัวมนุษย์แต่ละคนแสดงออกเป็นกิเลสต่าง ๆ ซึ่งก่อให้เกิดความวุ่นวาย ความขัดแย้ง และความปั่นป่วนในจิตใจ

จริยธรรมของซีโนว์มีหลักการว่า แต่ละคนจะต้องพยายามดับกิเลสของตนเองเพื่อช่วยเพิ่มความสงบให้แก่วจนะ วิญญาณของมนุษย์ทุกคนต่างก็เป็นส่วนของวจนะเดียวกัน เราทุกคนจึงเป็นพี่น้องกันในครอบครัวโลก ต่างก็มีหน้าที่จะต้องช่วยกันก่อให้เกิดความสงบในจิตใจของแต่ละคนในสังคม และในธรรมชาติทั้งหมด เพื่อให้วจนะได้บรรลุถึงความสมบูรณ์ในที่สุด

ความสงบจะเกิดขึ้นได้ก็โดยฝึกให้มีใจอุเบกขาในทุกสิ่งทุกอย่าง พอใจกับสิ่งที่จำเป็นในชีวิต ไม่ต้องการอะไรเกินความจำเป็น เพราะจะทำให้ใจไม่สงบ เวลาที่เหลือให้ทำงานสังคมสงเคราะห์เพื่อช่วยให้ผู้อื่นรู้จักทำใจอุเบกขาด้วย แต่ตัวเองต้องไม่หักโหมทำจนเสียความสงบในจิตใจของตนเอง

การประมาณตน (temperamce) ในการหาความพึงพอใจแบบลัทธิเอพเผอคูเรียนนั้น ซีโนว์คิดว่าดีแต่ในทฤษฎีเท่านั้น ปฏิบัติจริง ๆ ย่อมล้ำแดนเสมอ ทางที่ดีจึงควรตัดใจจากความพึงพอใจทุกอย่างที่ไม่จำเป็นสำหรับชีวิต เหลือแต่เท่าที่จำเป็นเท่านั้น เช่น ที่ดินแปลงหนึ่ง บ้านหลังหนึ่ง ภรรยาคนหนึ่ง ลูกจำนวนหนึ่งที่เหมาะสมรายได้พอสมควร ทุกอย่างให้พอดีและพอเพียงที่จะรักษาใจให้สงบได้แล้วทำใจอุเบกขา ปลงตก ไม่ต้องการอะไรมากกว่านั้น

เป็นอันว่ามาตรการความประพฤติดีของลัทธิสโทว์อิก ได้แก่ การกระทำที่นำไปสู่ความมีใจสงบ ดังได้กล่าวมาแล้ว มาตรการดังกล่าวมานี้อาจจะสืบเนื่องมาจากอภิปรัชญาได้หลายอย่าง เพราะฉะนั้นอาจจะมีลัทธิสโทว์อิกแบบพุทธ แบบคริสต์ แบบอิสลาม แบบฮินดู แบบของซาคเขรอถิส ของคานท์ของซันตะยานะ และของใครต่อใครอีกมากมายนโยบายเศรษฐกิจพอเพียงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทานแก่ปวงชนชาวไทยก็เป็นอีกแบบหนึ่ง โดยที่พื้นฐานปรัชญาอาจจะต่างกันมาก ๆ ก็ได้ เพราะความมีใจสงบเป็นความปรารถนาของคนจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ได้เคยผ่านชีวิตฟู่ฟ่ามาจนเบื่อหน่ายแล้ว

ความคิดแบบนี้อาจจะเกิดขั้นกับใครเมื่อใดก็ได้ โดยไม่จำเป็นต้องรู้หรือยอมรับสังกัด โดยยึดถือหลักการร่วมว่า “ถ้ายังแสวงหาความพอดีโดยคำนวณให้ได้นานที่สุดและมากที่สุดก็ยากที่จะไม่ให้เกินพอดี ทางที่ดีที่สุดคือทำใจอุเบกขาพอใจกับสิ่งจำเป็นที่สุดเท่านั้น นอกนั้นเมินหมด”

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s