sciences separated from philosophy

sciences separated from philosophy วิทยาศาสตร์แยกตัวจากปรัชญา

ผู้แต่ง : ศุภชัย  ศรีศิริรุ่ง

ผู้ปรับแก้ :  กีรติ  บุญเจือ

นักวิทยาศาสตร์นวยุคเบื่อที่จะอยู่ในกรอบ  ทั้งประสบการณ์ที่ผ่านมาก็ชี้ช่องให้เห็นว่าพวกเล่นแร่แปรธาตุไม่สนใจกรอบ  แม้จะถูกห้ามปรามและถูกปราบปรามอย่างไรก็ยังชอบเสี่ยงนอกกรอบของความแน่นอนและความชัดเจน  ก็ปรากฏว่าได้พบข้าวของเครื่องใช้และยาจำนวนมาก  พวกเหล่านี้ไม่ใช่นักวิชาการ  จึงไม่คิดถึงหลักการอะไรทั้งสิ้น  อยากจะทดลองอะไรก็ทดลองเรื่อยไป  ทดลองทั้งการใช้คาถาอาคมร่วมกับการทดลองผสมธาตุในอัตราส่วนต่าง ๆ  บางทีก็ได้ยารักษาโรค บางทีก็ได้สารพิษซึ่งก็เรียกว่ายาด้วย(ยาพิษและยาเสพติด)  ส่วนนักวิทยาศาสตร์เป็นปราชญ์รู้วิธีการ  ก็อยากจะเสี่ยงตามหลักวิชาการ  คือแทนที่จะจำกัดวงค้นคิดอยู่ในกรอบของปฐมบทที่แน่นอนและชัดเจน  ก็อยากจะเสี่ยงปฐมบทสมมุติขึ้นมาใหม่เสียบ้าง แล้วก็พิสูจน์หรือคำนวณตามหลักนิรนัย  ได้ผลอย่างไรจึงเอามาตรวจสอบดู  กลายเป็นวิธีการวิทยาศาสตร์ที่แตกต่างไปจากวิธีนิรนัยของแอเริสทาเทิล และวิธีพิสูจน์ด้วยสัจพจน์ของยูคลิด

เรื่องใดสมมติแล้วได้ผลทดสอบได้ก็เก็บไว้ใช้ เรื่องใดสมมุติแล้วทดสอบไม่สมจริงก็ตัดทิ้งไป มีกลุ่มที่เห็นดีเห็นชอบและสนับสนุนวิธีการนี้อย่างแข็งขัน โดยไม่คำนึงถึงการคัดค้านขัดขวางของฝ่ายอนุรักษ์ทั้งหลาย องค์การศาสนาคริสต์ในสมัยนั้นเลือกทางอนุรักษ์อย่างแข็งขัน  แน่นอนว่าบรรดานักอนุรักษ์นิยมทั้งหลายย่อมตื่นตระหนกและอึดอัดใจด้วยความเป็นห่วง  เหมือนผู้ใหญ่ที่เห็นหนุ่ม ๆ สาว ๆ ชอบทำอะไรแหวกแนว  โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์การศาสนาคริสต์ขณะนั้นที่ถือตัวว่าเป็นผู้ใหญ่ของสังคมยุโรปขณะนั้น

ฝ่ายที่กล้าเสี่ยงกับปฐมบทที่ไม่แน่นอน  โดยหวังผลที่น่าจะเป็น (probable) เท่านั้น  แสดงความคิดไว้ในหนังสือหลัก 4 เล่ม ที่ถือว่าเปิดฉากแนวเสี่ยงใหม่ คือ

  1. หนังสือDiscussions and Mathematical Proofs in Two New Sciences Concerning Mechanics and the Laws of Falling Bodies, 1638 (ข้อโต้เถียงและข้อพิสูจน์ทางคณิตศาสตร์ในวิทยาศาสตร์ใหม่ 2 แนวเกี่ยวกับกลศาสตร์และกฎของเทห์ที่กำลังตก)  เขียนโดยกาลิเลโอ
  2. The Treatise on Light, 1690 (ตำราว่าด้วยแสง)  เขียนโดยเฮยเกินส์ (Huygens)
  3. Mathematical Principles of Natural Philosophy, 1687 (หลักการคณิตศาสตร์ของปรัชญาธรรมชาติ)
  4. Opticks, 1704 (ทัศนศาสตร์)

สองเล่มหลังนี้เขียนโดยนิวเทิน  ซึ่งคริสเตียนเฮยเกินส์ (Christian Huygens 1629-95) วิจารณ์ว่า “ณ ที่นี้เราจะพบการพิสูจน์ที่ไม่สร้างความแน่นอนระดับสูงเหมือนการพิสูจน์เรขาคณิต  และจริง ๆ ก็ต่างกันมากกับวิธีพิสูจน์ของนักคณิตศาสตร์… อย่างไรก็ตามวิธีนี้ให้ผลเพียงความน่าจะเป็นเท่านั้น  แต่ถ้าจะให้ได้ผลดีที่สุดนั้นเราต้องสมมุติปรากฏการณ์ใหม่ ๆ ที่อาจจะเป็นผลจากสมมุติฐานที่เราใช้ และต่อมาก็พบว่าเป็นจริงอย่างนั้น  หากว่าในการศึกษาต่อไปเราพบว่าเรามีเกณฑ์ความน่าจะเป็นครบทุกประการ  ก็ถือได้ว่าการวิจัยของข้าพเจ้าแกร่งมากทีเดียว”และนิวเทินก็ได้กล่าวอย่างเดียวกันด้วยสำนวนวิชาการมากขึ้นว่า “แม้ว่าการอ้างการทดลองและการสังเกตเพื่ออุปนัยไม่อาจพิสูจน์ความจริงสากลของข้อสรุปก็ตาม  มันก็ยังเป็นวิธีที่ดีที่สุดของการพิสูจน์ที่ธรรมชาติจะให้ได้

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s